กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 58.2 ศาลเทพเจ้าแห่งผืนดินของโลก
บทพิเศษ ตอนที่ 58.2 ศาลเทพเจ้าแห่งผืนดินของโลก
มนุษย์
หากจะบอกว่าราชครูหนุ่มออกพระราชโองการแทนราช
สํานักต้าหลี พุ่งเป้ามาที่ภูเขาเช่อจื่อ ลงโทษด้วยการหักเงินเดือนจิ้น เสินจวินก็ดี หรือแม้กระทั่งลดระดับขั้นลงก็ช่าง เขาก็คงไม่กล้าพูด อะไรแม้แต่ครึ่งคํา ไม่มีทางที่จะบากหน้าออกมาด้วยซ้ํา ทว่าเห็นได้ ชัดว่าราชครูหนุ่มตัดสินใจเองโดยพลการ ต้องการจะให้ภูเขาเช่อจื่อ
เปลี่ยนเจ้านาย
นี่คือเรื่องเล็กที่เจ้าเฉินผิงอันสามารถตัดสินใจได้เองจริงๆ หรือ?
จิ้นชิงเอ่ยด้วยสีหน้าเฉยเมย “ถอยกลับไป” เทพภูเขาก้าวถอยหลังไปเงียบๆ
เฉินผิงอันยิ้มพลางโบกมือ “กว่าจะมีคนเปิดปากพูดได้ไม่ใช่เรื่อง
ง่าย จิ้นเงินจวินก็ให้เขาพูดเถอะ”
แล้วก็เป็นคนกร้าวแกร่งมากพอ ไม่รอให้จิ้นเงินจวินพูดอะไรก็ ก้าวออกมาข้างหน้าอีกครั้ง “เทพน้อยตําแหน่งต่ําต้อย ไม่กล้าเถียง ราชครูเฉิน แต่ก็มีอยู่หลายประโยคที่หากไม่พูดออกมาก็คงรู้สึกอัด อั้นในใจ…”
เฉินผิงอันพยักหน้า รับคําต่อว่า “คืออยากจะถามข้าว่า สรุป แล้วต้าหลีแซ่เฉิน หรือว่าศาลทุ่นแซ่เฉินกันแน่สินะ?”
เผยเฉียนพยายามตีหน้าเคร่งอย่างเต็มที่ ดวงตาโค้งลงจนเป็น
พระจันทร์เสี้ยว
ว่านซู่กุ้ยอดไม่ไหวหันไปมองเทพภูเขาคนนี้
อวี้เป่าจูเบิกตากว้าง ไอ้หมอนี่เวลาปกติทําตัว เหมือนน้ําเต้าตัน พอเปิดปากกลับกล้าพูดจาอย่างโผงผางเช่นนี้เล
จิ้นชิงหน้าดําทะมึน
คําพูดระยําเช่นนี้ เจ้าก็ลองดูเถิดว่าเหล่าเงินจวินแห่งห้ามหา
บรรพตใหญ่ในใต้หล้าไพศาลจะกล้าลั่นวาจานี้ต่อหน้าเฉินผิงอัน
หรือไม่?
ซานจวินพลันอึ้งงันพูดไม่ออก ข้าหรือจะใจกล้าขนาดนั้น?!
มารดามันเถอะ อย่างมากสุดข้าก็แค่อยากพูดว่าต่อให้จิ้นเสิน จวินบกพร่องต่อหน้าที่จริงๆ ก็ไม่ควรเอะอะก็เพิกถอนและริบฉายา
เทพ การกระทําเช่นนี้ไม่สอดคล้องกับหลักมารยาท ทางฝั่งศาลบุ๋นก็
ไม่มีทางพยักหน้าตกลง หรือว่ามีแค่ราชสํานักต้าหลีที่มีอํานาจสั่ง ปลดเพียงฝ่ายเดียว ผลักไสจิ้นเสินจวินให้ไปอยู่นอกกลุ่มของเทพ ภูเขาแห่งแคว้น? เมื่อเป็นเช่นนี้จะไม่ทําให้แจกันสมบัติทวีปถูกอีก
แปดทวีปที่เหลือเห็นเป็นตัวตลกใหญ่เทียมฟ้าหรือไร?
ปัญหาก็คือขนาดราชครูเฉินยังพูดอย่างนี้แล้ว เขายังจะพูดอะไร
ได้อีก?
เทพภูเขาคิดไปคิดมาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ซุยตงซานที่อยู่ในศาลาหลุดเสียงหัวเราะออกมา พอดังเข้าหูคน
นอกศาลา คิดดูแล้วต้องบาดหูอย่างมากแน่นอน
หมี่ลี่น้อยหันขวับไปมองอย่างว่องไว ขมวดคิ้วถลึงตาใส่เขาทันที
เจ้าสํานักฮุยนี่ยังไงกันนะ ไม่ดูสถานการณ์บ้างเลยหรือ
ชุยตงซานรีบกุมหมัดเขย่าแสดงท่าทางขอวิงวอน
หมี่ลี่น้อยยกสองแขนกอดอก ถอนหายใจ
ซุยตงซานขยับมาอยู่ใ
แตง
เยหมี่ลี่น้อย ยื่นมือออกมาขอเมล็ด
ซุยตงซานพูดอย่างน่าสงสารว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ให้น้อยหน่อย
นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเมล็ดแตงห้าเมล็ดก็แล้วกัน”
หมี่ลี่น้อยเบี่ยงตัวหันข้าง คลําชายแขนเสื้อ หยิบเมล็ดแตงไม่กี่ เมล็ดออกมาให้ห่านขาวใหญ่
ซุยตงซานแบมือ เพ่งสายตามองเห็นชัดแล้วก็เอ่ยว่า “ว้าว ผู้ พิทักษ์ขวาใจกว้างนัก ให้เพิ่มมาหนึ่งเมล็ด ราบรื่นมงคล (ลิ่วลิ่ว ต้าซุ่น ลิ่วหมายถึงหก)!”
https://novel-Ik.com/
หมี่ลี่น้อยยกฝ่ามือขึ้นปัดเบาๆ อย่าแสร้งทําท่าตกอกตกใจ เล่น
ใหญ่เกินไปนะ
ไม่เสียแรงที่ซุยตงซานคือลูกศิษย์ผู้เป็นที่ภาคภูมิใจ มีความรู้ใจ
กันอย่างดีเยี่ยมกับอาจารย์ของตน เฉินผิงอันเพิ่งจะหันหน้ามาทาง
ศาลา ซุยตงซานก็ขอยืมไม้เท้าเดินป่ามาจากหมี่ลี่น้อย โยนไปนอก ศาลา เฉินผิงอันรับไม้เท้าไผ่เขียวมา จากนั้นเอาม้วนภาพที่เหน็บไว้ ใต้รักแร้โยนขึ้นไปกลางอากาศ ม้วนภาพคลี่กางอยู่กลางอากาศ ไม่รู้ ว่าร่ายวิชาอภินิหารชนิดใด ตอนที่ม้วนภาพร่วงลงพื้นก็ได้กลายมา เป็นถาดทรายของมหาบรรพตกลาง เทือกเขาทอดยาวสูงต่ําสลับกัน แม่น้ําลําคลองเหมือนแถบผ้า
เหล่าองค์เทพและขุนนางทั้งหลายพากันมายืนล้อมวง เหมือน กําลังก้มลงมองภูเขาสายน้ําอยู่ในจวนบ้านตัวเอง
“ในเมื่อจิ้นเสินจวินยังไม่ยอมยกตําแหน่งให้ใคร ถ้าอย่างนั้นก็
หาเรื่องเป็นการเป็นงานหน่อย”
เฉินผิงอันยกไม้เท้าไผ่เขียวขึ้น ชี้ไปยังถาดทราย เอ่ยว่า “แม้กระทั่งอาณาเขตก็ยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจน เจอเรื่องอะไรก็ เอาแต่ผลักภาระทํางานอย่างขอไปที ประวิงเวลาจนเรื่องเละเทะไป
หมด ช่วงนี้เงินจวินอย่างพวกเจ้าก็มาพบปะแล้วปรึกษากันให้ดีๆ อย่างมากสุดภายในเวลาหนึ่งเดือนต้องวาดภาพแผนที่ภูมิศาสตร์ห้า
สีให้กับจวนราชครูฉบับหนึ่ง แบ่งเส้นชายแดนของตัวเองกันให้
ชัดเจน ในสถานที่ที่เป็นจุดรวมของเส้นชีพจรมังกรและบริเวณ
https://novel-Ik.com/
ปากน้ําสําคัญต่างๆ ส่วนที่ควรตั้งป้ายศิลาก็ตั้งป้ายศิลา ส่วนที่มี ความเห็นต่างก็ให้ระบุพิกัดไว้ก่อน เขียนตัวอักษรลงบันทึกเอาไว้ อนุญาตให้คงข้อสงสัยได้ คราวหน้าเอาไว้ไปปรึกษากันในการ ประชุมห้องทรงพระอักษร ถ้าเถียงกันแล้วยังไม่ได้วิธีการที่แต่ละฝ่าย
พอใจก็สามารถเอาไปทะเลาะกันต่อในจวนราชครูได้”
“หากได้ข้อสรุปคร่าวๆ แล้ว นอกจากการจดบันทึกของพวกเจ้า แต่ละฝ่ายแล้ว ก็ให้คัดลอกสําเนาเพิ่มอีกสามฉบับ นําไปมอบให้กับ จวนราชครู กรมพิธีการเมืองหลวงและกรมพิธีการของเมืองหลวง สํารอง ภายในหนึ่งปี หากห้ามหาบรรพตไม่อาจทําได้ จวนราชครูจะ ช่วยให้พวกเจ้าบรรลุข้อตกลงร่วมกันเอง”
จิ้นชิงพยักหน้า
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ําทุกท่าน ใครก็ตามที่อาณาเขต ของบ้านตัวเองอยู่ติดกับมหาบรรพตแห่งต่างๆ จงมองให้ดี นอกจาก
จวนราชครูจะต้องการเห็นผลลัพธ์ของภูเขาเช่อจื่อแล้ว ยังจะดึงเอา
เอกสารที่พวกเจ้ามอบให้กับภูเขาเช่อจื่อมาอ่าน บันทึกเป็นตัวอักษร
ในทุกครั้งที่มีการเข้าร่วมประชุมกับขุนเขากลาง จะถูกบรรจุเข้าเป็น หัวข้อในการประเมินภูเขาสายน้ําครั้งถัดไปด้วย”
ฟูเต๋อซงถอนหายใจโล่งอก ขอแค่ราชครูเฉินไม่ได้ถอนฟืนออก
จากกระทะ สําหรับมหาบรรพตกลางแล้วล้วนจัดการได้ง่าย
https://novel-Ik.com/
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทพวารีที่เส้นทางน้ําค่อนข้างยาว ระหว่าง แม่น้ําตอนบนกับแม่น้ําตอนล่างที่อยู่ใต้สังกัดของมหาบรรพตหรือ
ของราชสํานักที่แตกต่างกัน ควรจะอยู่ร่วมกันควรจะคิดคํานวณควัน ธูปอย่างไร พวกเจ้าก็ต้องมีระเบียบข้อบังคับใหม่มอบให้กับจวน ราชครู ก่อนหน้านี้กฎทองบัญญัติหยกสามสิบหกข้อที่ต้าหลีตั้งไว้
ในช่วงเวลานั้นถือว่ามากพอให้ใช้แล้ว ทว่าตอนนี้กลับดูหละหลวม
เกินไป ต้องมีต้องมีกรณีตัวอย่างสักหนึ่งถึงสองกรณีมาสนับสนุน ข้อคิดเห็นของพวกเจ้า มิอาจกล่าวลอยๆ อย่างกว้างๆ โดยไร้ หลักฐานได้นอกจากนี้แล้ว ผลกําไรที่ถูกต้องชอบธรรมย่อมต้องคว้า
มา ไม่ใช่ว่าจะให้พวกเจ้าเอาแต่ถอยให้กับขุนเขาใหญ่แห่งอื่นๆ
ถ่ายเดียว”
เดิมทีว่านซู่กุ่ยอยากจะพูดความจริงในใจสักสองสามประโยค เพียงแต่พอคิดถึงสภาพกาณ์ของซานจวินผู้นั้นก็ล้มเลิกความคิดไป ระหว่างห้ามหาบรรพตของแจกันสมบัติทวีป ไม่ว่าจะเป็นเมื่อ ก่อนที่ซุยฉานคุมอํานาจหรือเป็นตอนนี้ที่เฉินผิงอันมารับหน้าที่แทน ในเรื่องใหญ่ พวกเขาล้วนสามารถสามัคคีปรองดองกันได้ อย่างเช่น การไปเข้าประชุมในห้องทรงพระอักษรของเมืองหลวงต้าหลี ก็ไม่เคย มีกรณีตัวอย่างของความขัดแย้งภายในมาก่อน เพียงแต่ว่าพอ กลับไปถึงจวนของตัวเองกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว
https://novel-Ik.com/
เพราะทุกอย่างเกี่ยวพันกันไปหมด เสินจวินห้ามหาบรรพตล้วน
เป็น “ขุนนางใหม่” บุญคุณความแค้นบนภูเขาที่สะสมมาร้อยปีพันปี
ก็มักจะทิ้งบัญชีเก่าบัญชีแล้วบัญชีเล่าไว้ในประวัติศาสตร์เสมอ
บวกกับที่โชคชะตาภูเขาสายน้ําในโลกมนุษย์ไม่ใช่สิ่งไร้ชีวิต
ต้องมีการหมุนเวียนและผลัดเปลี่ยนกันอยู่เสมอ จึงง่ายที่จะเป็นการ ตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่น เป็นเหตุให้ไม่ได้มีความสามัคคีอย่างเดียว พูด ถึงแค่เว่ยป้อกับจิ้นชิง ปีนั้นก็เกือบจะต่อสู้กันอย่างรุนแรงแล้ว
นอกจากนี้ในอาณาเขตของแต่ละฝ่าย เรื่องราวในโลกมนุษย์
ของแคว้นทั้งหลายล่างภูเขาและพื้นที่ประกอบพิธีกรรมบนภูเขาต้อง ดูแล เรื่องราวในโลกคนตายก็ต้องจับตามองเรื่องของจักรพรรดิและ เหล่าขุนนาง เรื่องเทพเซียนภูตผีประหลาดพิสดาร บอกว่ามีมากมาย ดุจขนวัวก็ไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้บวกกับการที่ปีนั้น
ราชสํานักต้าหลีนําทัพไปทําลายภูเขารื้อศาลในพื้นที่ต่างๆ ของ แจกันสมบัติทวีป การสั่งปิดศาลเถื่อนก็มีมากมายนับพันแห่ง ลําพัง แค่จัดการกับการ “ยื่นคําร้องขอความเป็นธรรม” และการ รื้อฟื้นคดี เก่าขึ้นพิจารณาใหม่” ก็มีคดีฟ้องร้องอยู่นับไม่ถ้วน บ้างก็เป็นการ สร้างศาลขึ้นมาใหม่ ใช้งานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เข้าไปอยู่ในนั้น…..ก็ไม่ แปลกที่จะพูดว่ามหาบรรพตลูกหนึ่งมีที่ว่าการของกองงานและ หน่วยงานยี่สิบสี่แห่ง ยังคงน้อยเกินไป
สกุลซ่งต้าหลีมอบแผ่นดินครึ่งหนึ่งกลับคืนไปให้ตามสัญญา
ทว่าห้ามหาบรรพตของแจกันสมบัติทวีป โดยเฉพาะอย่างยิ่งขุนเขา
กลางกับขุนเขาใต้ กลับต้องสิ้นเปลืองความคิดจิตใจในการเก็บกวาด
เรื่องเละเทะนี้
เอ่ยประโยคที่ไม่น่าฟังหน่อยก็คือขุนนางกรมพิธีการต้าหลีแค่ ต้องขยับปาก เสมียนบุ๋นบู๊ของที่ว่าการของห้ามหาบรรพตกลับต้อง วิ่งกันจนขาแทบขาด เพียงแต่ว่าคําพูดทํานองนี้ พูดกันเป็นการส่ว ดื่มเหล้าเข้า
ไปเล็กน้อยก็ระบายทุกข์ออกมา เท่านั้นพอ
เจอกับเสมียนเฒ่าของกรมพิธีการต้าหลีที่เชี่ยวชาญใน กฎหมายและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรมไม่ลําเอียงอย่างแท้จริง
พวกเขาจะทําอะไรได้
ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นขุนนางหยวนไหว้หลางที่เป็นมนุษย์
ธรรมดาในกรมพิธีการต้าหลีที่รับหน้าที่มาตําหนิพวกเขาต่อหน้า
มักจะเหมือนท่านปู่ที่สั่งสอนหลานเสมอ
ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่าว่านซู่กุ้ยไม่เชื่อใจในความไม่ลําเอียงของ ราชครูเฉิน แต่สิ่งที่นางกังวลถึงขั้นไม่ใช่วงการขุนนางภูเขาสายน้ํา ของมหาบรรพตใหญ่แห่งอื่นๆ ด้วยซ้ํา แต่เป็นที่ว่าการของกรมพิธี
การสองแห่งของต้าหลีเอง
เพียงแต่จิ้นชิงกลับกุมหมัดเอ่ยก่อนแล้วว่า “มหาบรรพตน้อม
รับคําสั่ง”
ฟู่เต๋อชิงและพวกว่านซู่กุ้ยก็พากันน้อมรับคําสั่ง
https://novel-Ik.com/
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “วงการขุนนางภูเขาสายน้ําของอีกสี่มหา บรรพตที่เหลือ ไม่ช้าก็เร็วต้องได้ยินเรื่องในวันนี้ ใครกล้าทําตัวอวด
ฉลาด จงใจทําให้พวกเจ้ารู้สึกสะอิดสะเอียน หวังจะใช้เรื่องนี้มา ประจบเอาใจราชสํานักต้าหลี หรือไม่ก็รู้สึกว่ามีโอกาสให้ฉกฉวย คิด จะฉวยโอกาสจากพวกเจ้าในเรื่องของการแบ่งเขตแดน…. “จวนราชครูย่อมต้องเชิญให้เขาไปที่จวนราชครู ไม่เป็นข้า ก็ ต้องเป็นเขา สรุปก็คือต้องมีคนหนึ่งที่อธิบาย “ความเข้าใจผิด” นี้ให้
ชัดเจน”
สีหน้าของจิ้นชิงคลายลงได้หลายส่วน
“นอกจากนี้ กรมพิธีการสองแห่งของต้าหลีที่นอกจากจะทําตาม
หน้าที่แล้วก็มักจะมอบความรู้สึกว่าใช้อํานาจข่มขู่ผู้คนอยู่เสมอ
จะต้องทําให้พวกเจ้าไม่พอใจมานานมากแล้วใช่หรือไม่?”
พวกพี่เต๋อชงเริ่มอกสั่นขวัญผวากันขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่านซู่กุ้ยที่ใจฝ่อมากที่สุด มีแค่ออี้เป่าจูที่พยักหน้ารับแรงๆ อย่างเห็นด้วย คําพูดนี้ของ
ราชครูเฉินมีความเป็นกลางมากแล้ว
เฉินผิงอันเรียก “จิ้นเสินจวิน?”
จิ้นชิงจึงได้แต่เอ่ยว่า “นี่ก็เพราะหลายปีก่อนจวนราชครูต้าหลี ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่มีคนมารับหน้าที่เป็นผู้นํา การกระทําของกรม
พิธีการต้าหลีที่รับหน้าที่คบค้าสมาคมกับบนภูเขาก็ได้แต่เข้มงวดไม่ อาจผ่อนปรน กลัวว่ากฎระเบียบข้อใดหรือการผ่อนปรนในเรื่องใดจะ
กลายมาเป็นว่าพอเริ่มแล้วก็จะลุกลามไม่อาจยับยั้งได้อีก” มือหนึ่งของเฉินผิงอันถือไม้เท้าเดินป่าค้ํายันพื้น อีกมือหนึ่งชี้ไป
ที่พวกเขา “ขุนนางที่เป็นมนุษย์ธรรมดา ต่อให้จะอายุยืนยาวแค่ไหน แต่จะใช้ชีวิตการเป็นขุนนางได้สักกี่ปีกัน? จะ “ชําของงานราชการ”
ได้เกินพวกเจ้าหรือ?!”
อวี้เป่าจูกระจ่างแจ้งทันใด ประโยคนี้ก็มีเหตุผล มีเหตุผลอย่างยิ่ง! ใช่แล้ว จิ้นเงินจวินก็ไม่ใช่ว่ารับมือกับ “คนของงานราชการ
ไม่ไหวมาโดยตลอดหรอกหรือ?
นางเองก็ไม่สามารถอธิบายให้ชัดเจนด้วยการพูดแค่ประโยคสอง
ประโยค ผลคือคําพูดประโยคเดียวของราชครูเฉินกลับชี้ทะลุถึงปม ของปัญหาได้อย่างตรงจุด
มิน่าเล่าตนถึงได้แต่อยู่ในกองเพิกถอนของภูเขาเช่อจื่อ แต่คน เขาได้เป็นถึงราชครูต้าหลี นี่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลนะ
เฉินผิงอันโบกมือ เห็นว่าจิ้นชิงจะทําท่าหดย่อพื้นที่นําไปก่อน
ทุกคนก็ควรจะกลับไปทํางานสําคัญกันได้แล้ว จิ้นเสินจวินนําทุกคนไปก่อน ถึงจะตามมาด้วยซานจวินสองท่าน
อย่างฟูและว่าน จากนั้นจึงเป็นเทพแห่งภูเขาและสายน้ําใหญ่ทั้งหลาย
…เพราะถึงอย่างไรก็เป็นวงการขุนนาง
กว่าจะถึงคราวที่อวี้เป่าจูจะเผ่นหนีไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ผลคือนาง
สังเกตเห็นว่าข้างกายของตนมีคนแปลกหน้าเพิ่มมาคนหนึ่ง
คนผู้นั้นยิ้มแนะนําตัวเองว่า “ข้าน้อยแซ่โจวนามเฝย ฉายาว่าเปิง เลอะเจินจวินภูมิลําเนาอยู่ที่ใบถงทวีป ทุกวันนี้ได้รับตําแหน่งรองเจ้า
ขุนเขาของภูเขาลั่วจั่วเพิ่มมา” อวี้เป่าจูถาม “เจียงช่างเงินแห่งพื้นที่มงคลถ้ําเมฆาหรือ?”
เจียงช่างเจินยิ้มเอ่ย “เรื่องนี้ก็เคยได้ยินมาด้วยหรือ?” อวี้เป่าจูถามอย่างสงสัย “เจ้ามีสภาพเช่นนี้ก็สามารถหลอก นให้ลุ่มหลงในตัวเจ้าได้ด้วย
เทพธิดาบนทําเนียบมากมายขนา
หรือ?”
เฉินผิงอันคร้านจะถือสารองเจ้าขุนเขาบ้านตนที่ทําตัวน่าขาย หน้า คิดดูแล้วอวี้เป่าไม่ใช่คนนิสัยนุ่มนวลอะไร ให้นางจัดการเจียง
ช่างเจินสักรอบก็ดีเหมือนกัน
ซุยตงซานยกฝ่ามือมาป้องข้างปาก “ผู้พิทักษ์ขวา หัวเราะได้
ไหม?”
เบาๆ
หมี่ลี่น้อยเอามือมากดไว้ตรงหน้าท้องนานแล้ว นางพยักหน้า
ซุยตงซานเห็นเฉินหลิงจวินทําท่าลับๆ ล่อๆ ก็ถามว่า “บรรพ
จารย์จิ่งชิง ทําอะไรน่ะ?”
เฉินหลิงจวินเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าไม่ต้องยุ่ง”
หันหลังกลับ เฉินหลิงจวินหยิบเอา “รวมเล่มคนผ่านทาง”
ออกมา บนหน้าหนังสือที่ว่างเปล่าแผ่นใหม่เขาเพิ่มชื่อของ “จิ้นชิง เสินจวินแห่งมหาบรรพตกลาง” ลงไปเงียบๆ
ถือว่าได้ผูกปมแค้นกันแล้ว นายท่านใหญ่เฉินอย่างข้าไปมีเรื่อง
ด้วยไม่ได้ แต่จะยังหลบเลี่ยงไม่ได้อีกหรือ?
…
หันหลังกลับ เฉินหลิงจวินหยิบเอา “รวมเล่มคนผ่านทาง”
ออกมา บนหน้าหนังสือที่ว่างเปล่าแผ่นใหม่เขาเพิ่มชื่อของ “จิ้นชิง
เสินจวินแห่งมหาบรรพตกลาง” ลงไปเงียบๆ ถือว่าได้ผูกปมแค้นกันแล้ว นายท่านใหญ่เฉินอย่างข้าไปมีเรื่อง
ด้วยไม่ได้ แต่จะยังหลบเลี่ยงไม่ได้อีกหรือ?
ซุยตงซานเอ่ย “จิ้นเงินจวินคือคนมีคุณธร แล้วนับประสาอะไร กับที่กําลังอยู่ในช่วงที่ตระหนกตกใจ ไม่ทันคืนสติ ต้องไม่มีทางมา อาฆาตแค้นเจ้าแน่นอน”
เฉินหลิงจวินเอ่ยอย่างปิติยินดี “จริงหรือ?”
จงเชี่ยนเอ่ยอย่างอ่อนใจ “คําพูดของเจ้าสํานักฮุย ไม่ควรตีความ ไปในทางตรงกันข้ามหรือ?”
เฉินหลิงจวินร้อนใจครามครัน “ตีความไปในทางตรงกันข้ามก็ ไม่ใช่คําพูดที่ดีแล้วน่ะสิจงอันดับหนึ่ง ไฉนเจ้าถึงได้ชอบทําแต่การค้า
ที่ขาดทุนกันนะ”