กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 58.3 ศาลเทพเจ้าแห่งผืนดินของโลก
บทพิเศษ ตอนที่ 58.3 ศาลเทพเจ้าแห่งผืนดินของโลก
มนุษย์
จงเซี่ยนเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “เก่งกับข้าอยู่แต่ในโปงผ้าห่ม
นะ”
ซุยตงซานเอ่ยอย่างเดือดดาล “ดีๆๆ จงมี เจ้ากําลังยุแยง
ตะแคงรั่วสินะ?”
จงเชี่ยนยกนิ้วหนึ่งให้เขา
ซุยตงซานปรบมือชื่นชม
ามกล้าหาญมีแผนการ ช่างเป็น
วีรบุรุษโดยแท้!”
เห็นว่าอวี้เป่าจูที่อยู่นอกศาลามีสีหน้าหงุดหงิด ชัดเจนว่ารําคาญ
เจียงซ่างเงินสุดขีดชุยตงซานก็ส่ายหน้าไม่หยุด
รองเจ้าขุนเขาเจียงไม่ได้เรื่องจริงเสียด้วย มีแต่ชื่อไร้เนื้อแท้ เหมือนตําแหน่งของเขาเลย แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ อย่างการเป็นผู้เฒ่า จันทราช่วยสานด้ายแดงก็ยังทําได้ไม่ดี
ซุยตงซานลุกขึ้นยืน เขาประสานมือคารวะอาจารย์ที่อยู่ข้างกาย
ศิษย์พี่หญิงใหญ่ก่อนแล้วจึงวิ่งไปหาเจียงซ่างเจิน ชูแขนขึ้นสูง ตะโกนเสียงดังว่า “เทพหญิงอวี้อย่าเพิ่งไป”
อันที่จริงอวี้เป่าจูรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ก็คือซุยตงซานแห่งสํานัก
กระบี่ชิงผิงใบถงทวีป อีกทั้งเด็กหนุ่มชุดขาวผู้นี้วิ่งวุ่นไปทั่วสารทิศมา นานแล้ว ไม่อาจพูดได้ว่าเขาแสร้งโอ้อวดหลอกลวงผู้คน เพราะดู เหมือนว่าจะดูแลกิจธุระเรื่องสายลับของต้าหลีอย่างลับๆ เคยเจอหน้า แต่ไม่เคยพูดคุยกัน แม้ว่าในใจจะสงสัยว่าเขามาหาตนทําไม แต่นาง ก็ยังเอ่ยอย่างผึ่งผายว่า “เจ้าสํานักฮุยมีธุระอะไรกับข้าหรือ? เรียกชื่อ ข้าก็พอ เรียก “เทพหญิงอวี้” ฟังแล้วเหมือนด่าคน”
ชุยตงซานพยักหน้าพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้ามีสหายรักอยู่คน หนึ่ง แช่จงนามเชี่ยนเขาเลื่อมใสแม่นางอวี้มานานมากแล้ว ไม่ทราบ ว่าแม่นางจะไปพบหน้าพูดคุยกันได้หรือไม่เขาเป็นโสดมานานมาก
สายตาในการเลือกสตรีสูงมาโดยตลอด ไม่ยอมทําอย่างขอไปที มี เพียงกับแม่นางอวี้ที่คิดถึงคํานึงหาอยู่ไม่คลาย มองปราดเดียวก็รู้สึก ตื่นตะลึง ยกย่องดุจเทพธิดา เขาชื่อจงเชี่ยนไม่ใช่หรือ แค่แรกพบ หน้าก็ตกหลุมรัก (อี๋เจี้ยนจงฉิง ออกเสียงคล้ายกับชื่อจงเซี่ยน) พอ เห็นแม่นางอวี้ “คน” นี้ ก็เอาแม่นางอวี้มาเป็นคนในใจทันที”
อวี้เป่าจูสีหน้าเยียบเย็น ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติ สะอิดสะเอียน แทบตายแล้ว นางจึงพูดอย่างไม่ลังเลว่า “บอกให้เขาไสหัวไป”
มารดามันเถอะ คนไร้ยางอายแบบใดกันถึงได้เย้าหยอกมาถึงบน หัวเหล่าเหนียงแล้ว?
ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะเป็นสหายของเจ้าสํานักแห่งหนึ่ง จะใช่ผู้
ฝึกตนทําเนียบของภูเขาลั่วคั่วหรือไม่ หากพูดคุยเรื่องเป็นการเป็น
https://novel-Ik.com/
งานยังสามารถปฏิบัติต่อกันอย่างมีมารยาทได้ทุกคนทําไปตาม
กฎระเบียบ แต่นี่อะไร ก็แค่คําพูดน่าฟังของคนที่เห็นสาวงามแล้วเกิด กําหนัดไม่ใช่หรือ น้ํามันหมูบดบังจิตใจก็เลยอยากจะมาสานรักยวน ยางกับข้า ไสหัวไปไกลๆ เลย
เจียงซ่างเจินอ่อนใจ ในใจคิดว่าขนาดข้ายังเหยียบย่ําตัวเอง
อย่างไม่เสียดายเช่นนี้แล้วน้องซุยก็ยังช่วยไม่ได้เหมือนกันหรือ? อวี้เป่าจูมองไปยังบุรุษชุดเขียวที่นั่งอยู่บนขั้นบันได ราชครูเฉิน
ท่านไม่ควบคุมบ้างหรือ?
เฉินผิงอันรีบใช้เสียงในใจเอ่ยทันทีว่า “แม่นางอวี้ลงมือตีคนได้ ตามสบาย ไม่ต้องจ่ายเงินค่ายาชดใช้หรอก ถ้าพวกเขากล้าเอาคืน
ข้าจะลงมือทําความสะอาดเรือนด้วยตัวเอง”
ในใจอวี้เป่าจูพอจะมั่นใจได้แล้ว
ซุยตงซานใช้พัดพับชี้ไปยังจงเซี่ยนที่อยู่ในศาลา “ก็คือเขา จะดี
จะชั่วก็เห็นแก่หน้าข้าหน่อย ไปพบเขาสักครั้ง?”
อวี้เป่าจูโมโหจนขําแทน “หน้าตาของเจ้าสํานักฮุยก็ซื้อกองเพิก ถอนของภูเขาเช่อจื่อได้ด้วยหรือ? เจ้าสํานักฮุยช่างมีหน้ามีตา
เหลือเกินนะ!”
หางตาของนางเหลือบมองไปยังบุรุษคนหนึ่งในศาลา ก็คือเขา?
ก่อนหน้านี้นางติดตามพวกจิ้นเงินจวินยืนอยู่บนทะเลเมฆ หลุบ
ตาลงมองไปยังซากปรักสนามรบด้วยกัน คือบุรุษที่ตัดสินใจได้อย่าง
เด็ดขาดจริงๆ
ชุยตงซานพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่รู้ว่าโลกมนุษย์มีสถานที่ต่ํา ทรามอื้อฉาวกี่มากน้อยที่บุรุษพูดจาหยาบโลน มือไม้ไม่อยู่สุข น้ําลายสอ บางครั้งก็มีสตรีที่สมัครใจยินยอม เพราะเดิมทีพวกนางก็ มุ่งมาหาเรื่องเช่นนี้ ก็แค่ว่าเจ้ายินยอมข้าพร้อมใจก็เท่านั้น แต่สตรีที่
มากกว่านั้นกลับจนใจเพราะทําอะไรไม่ได้ น่าเสียดายที่พวกนางทั้ง ไม่อาจแล้วก็ไม่กล้าทําอย่างแม่นางอวี้ แต่กระนั้นจะไปใส่ร้ายว่าพวก
นางใจกล้าไม่ได้ ต้องโทษบุรุษพวกนั้นต่างหากที่ใจกล้า”
นี่พอจะถือเป็นคําพูดของคนอยู่บ้าง อวี้เป่าจูถามอย่างสงสัยว่า “ในเมื่อเจ้าสํานักฮุยก็รู้เหตุผล ก่อนหน้านี้ไยต้องแสร้งทําให้ข้า สะอิดสะเอียนด้วยเล่า?”
ซุยตงซานยิ้มเอ่ย “เพียงแค่เพราะจงเซี่ยนไม่ใช่บุรุษพวกนั้น เขา คือคนที่สามารถอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า มีใจรักมั่นได้อย่างแท้จริง”
จงเชี่ยนหรือจะรู้ว่าเจียงซ่างเจินกับซุยตงซานกําลังช่วยสาน สะพานความสัมพันธ์ให้กับตน เห็นซุยตงซานซี้พัดมาที่ตน และเทพ
หญิงแห่งมหาบรรพตใหญ่ที่เหมือนจะชื่อว่าอวี้เป่าจูก็มองมาที่ตน เช่นกัน ตามมารยาทแล้วเขาจึงผงกศีรษะให้นาง
อวี้เป่าจูจึงเข้าใจผิด ใช้เสียงในใจถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “คน แซ่จง ในเมื่อชอบข้าจากใจจริง ทําไมถึงไม่ยอมมาบอกกันต่อหน้า?” จงเชี่ยนอึ้งค้าง ในหัวมีแต่เสียงอื้ออึง นี่มันเรื่องอะไรกัน?! อวี้เป่าจูมองจงเซี่ยนแล้วจึงบอกลากับราชครูเฉิน หดย่อพื้นที่
กลับไปยังที่ว่าการ
กระแอมสองสามที่ให้กับพวกลูกน้องของกองเพิกถอนซึ่งเป็น พี่สาวน้องสาวของนาง พวกนางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และอวี้เป่าจู เองก็ไม่ได้บอกอะไรอย่างชัดเจน ใครใช้ให้พวกเจ้าชอบบ่นว่าข้าคือ
หญิงแก่ที่ขายไม่ออกกันล่ะ ฮ่าๆ เหล่าเหนียงเองก็มีคนมาชอบ เหมือนกัน หึ แล้วยังเป็นคนประเภทที่ตกหลุมรักข้าตั้งแต่แรกเห็น
ด้วย
ส่วนทางฝั่งของจงเชี่ยนจะทําอย่างไร ยังจะทําอย่างไรได้อีก? ก็
รักข้างเดียวไปน่ะสิ!
เจียงซ่างเจินนั่งลงข้างกายเฉินผิงอัน ใช้เสียงในใจสอบถามเรื่อง
หนึ่ง พอได้คําตอบแล้วก็หัวเราะลั่น ชี้ไปที่ขุยตงซาน
ก็คือไอ้หมอนี่ที่ให้คําวิจารณ์ว่า ‘คนหยาบกระด้าง
เฉินผิงอันยิ้มตาหยีกวักมือเรียก ชุยตงซานไม่ได้โง่เสียหน่อย
เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิม แสร้งทําเป็นมองทิวทัศน์
เฉินผิงอันลุกขึ้นยืน ยื่นไม้เท้าไผ่เขียวคืนให้กับหมี่ลี่น้อย หัน กลับไปมองกรอบป้ายแล้วยิ้มเอ่ยว่า “ข้ากลับเมืองหลวงก่อนล่ะ พวก
เจ้าก็เดินทางกันต่อเถอะ”
เฉินหลิงจวินพยักหน้ารับแรงๆ “นายท่านเจ้าขุนเขาวางใจได้เลย ข้ากับพี่ใหญ่จงต่างก็ฝ่าทะลุขอบเขตกันแล้ว รับรองว่ามั่นคงแน่!”
นะ?”
จงเชี่ยนเอ่ย “ได้เลย”
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนบรรพจารย์จิ่งชิงด้วย
เฉินหลิงจวินหงุดหงิดยิ่งนัก เขากระทืบเท้า เกือบจะลงไปนอน ชักดิ้นชักงออยู่กับพื้นแล้ว หากกลับไปถึงภูเขาลั่วคั่วจะไม่ถูกพวก
เซียนเว่ย ป๋ายเสวียนล้อเลียนอีกนานหลายปีเลยหรือ แล้วถ้านังหนูโง่ ได้ยินเข้า ชื่อเสียงของวีรบุรุษผู้องอาจที่สั่งสมมาก็ต้องถูกทําลาย ภายในค่ําคืนเดียวน่ะสิ?
เผยเฉียนคิดว่าจะตามพวกหมี่ลี่น้อยเดินทางไปอีกระยะหนึ่ง ซุย ตงซานกับเจียงซ่างเจินยังต้องกลับไปที่ทะเลสาบซูเจี่ยน แต่ก็เดินลง
เขาไปพร้อมกับหมี่ลี่น้อย พูดคุยกันอยู่อีกพักหนึ่ง หวังเซียนเทพวารีลําคลองจินไต้ได้สร้างร่างทองอีกครั้งแน่นอน
แล้ว เพียงแต่ว่ายังต้องรอให้ขุนเขากลาง “พูดคุย” กับสํานักศึกษา และราชสํานักแคว้นตานอวี้เสียก่อน เพราะถึงอย่างไรเมื่อถึงเวลานั้น ใครจะเป็นคนแต่งตั้งก็ยังไม่แน่ เฉินผิงอันแนะนําหวงเย่และเซี่ยอ
เพียนให้พวกนางไปสวามิภักดิ์กับอวี้เป่าจูแห่งกองเพิกถอนของภูเขา เช่อจื่อ แน่นอนว่าหากพวกนางยังไม่ยินดีจะหาที่ลงหลักปักฐาน
ชั่วคราว อยากจะไปท่องเที่ยวทางเหนือของลําน้ําใหญ่ก็ได้เหมือนกัน
สรุปก็คือล้วนตามใจพวกนาง
เฉินผิงอันทรุดตัวลงนั่งยอง ลูบแก้มของหมี่ลี่น้อย ก่อนจะทําท่า
เอาสองนิ้วคีบสิ่งของแล้วสะบัดอย่างแรง
หมี่ลี่น้อยหัวเราะฮ่าๆ ส่ายหน้า นี่คือ “ภาษาลับ” ที่มีเพียงนาง เท่านั้นถึงจะเข้าใจ เจ้าขุนเขาคนดีแนะนําให้นางสวมผ้าคลุมระหว่าง เผยเฉียนจูงม้าเดิน หมี่ลี่น้อ งอยู่บนหลังม้า ร่างโยกเยกไปมา
ที่ท่องยุทธภพ
ปากก็พูดเจื้อยแจ้วไปด้วย
เฉินหลิงจวินกระซิบกระซาบอยู่กับพี่ใหญ่จง เล่าเรื่องของเว่ยเย่
เวินจื่อซี่เดินอยู่ข้างกายหวงเย่และเซี่ยอวี้เพียน ช่วยวางแผน
ให้กับพวกนาง
ชุยตงซานเอาสองมือสอดรองไว้ใต้ท้ายทอย เจียงซ่างเจินเอา
สองมือไพล่หลัง
พวกเขาหันหน้าไปมองพร้อมกัน เจ้าขุนเขาที่อยู่บนยอดเขายิ้ม
โบกมือลาพวกเขา
https://novel-Ik.com/
หวังเซียนที่ยืนอยู่ข้างกายราชครูหนุ่มเห็นภาพนี้เข้า เทพลํา
คลองผู้เฒ่าก็ยากจะข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ได้ คลี่ยิ้มเต็มใบหน้า
นาทีถัดมา เหลือบไปเห็นชายแขนเสื้อสองข้างของราชครูเฉิน พลิ้วไสว เรือนกายพลันทะยานขึ้นจากพื้นดิน เสียงฟ้าคํารามดังเป็น
ระลอกอยู่เหนือหมู่เมฆ
เมฆเขียวพุ่งทะยานขึ้นสูง จิ้นชิงไม่ได้ย้อนกลับไปที่ภูเขาเซ่อจื่อ
ได้กลับจวนทันที แต่
มายังเหลาสุราแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับตัวอําเภอ เว่ยเสินจวินที่สวมต่างหูห่วงทองผายมือออกมา เชื้อเชิญให้
สหายร่วมงานผู้นี้นั่งลงดื่มสุรา
ซุยตงซานไม่ได้โกหก เว่ยป๋อเผยกายที่ตัวอําเภอนานแล้ว ซากปรักสนามรบที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตของขุนเขากลางแห่งนี้ เกิดความเคลื่อนไหวรุนแรงขนาดนี้ ถึงขั้นอัญเชิญ “เฉินผิงอัน” ให้
เยื้องกรายมาเยือนแล้ว ถึงอย่างไรเว่ยป๋อก็ต้องแวะมาดูสักหน่อย
จิ้นชิงนั่งลง เรียกลูกจ้างร้านให้ช่วยเปลี่ยนจอกเหล้าเป็นชามสี ขาว แล้วกระดกเหล้าในชามดื่มจนหมดรวดเดียว “แอบมาชมความครึกครื้นหรือ?”
“หรือจะบอกว่าราชครูเฉินเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้ หากข้ากล้า ใช้วาจาลล่วงเกิน ไม่ยอมรับการลงโทษ ก็คงต้องให้ภูเขาเซ่อจื่อ เปลี่ยนนายโดยตรงเลย?”
จิ้นชิงเอ่ย “เกรงว่าคงทําให้เย่โหยวเสินจวินผิดหวังแล้ว”
เว่ยป๋อชี้หน้าจิ้นชิง “ใช้ใจคนถ่อยมาวัดใจวิญญูชน สมควรแล้ว
ที่เจ้าต้องถูกตําหนิ” “ข้าถามเจ้า ฉายาเทพห้ามหาบรรพตของพวกเรา เจ้าคิดว่าใน ความเห็นของเขา อันไหนสง่างามไพเราะที่สุด?”
“ชุ่ยเวย”
“อันไหนหนักอึ้งมากที่สุด?”
“อิงหลิงของเหมิงหรงแห่งมหาบรรพตบูรพา”
“อันไหนมีความใกล้ชิดสนิทสนมมากที่สุด?” พอจิ้นชิงได้ยินเรื่องนี้ก็โมโห เจ้าเว่ยป้อยังมีหน้ามาพูดเรื่องนี้อีก
หรือ?! ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าภูเขาพีอวิ๋นกับภูเขาลั่วคั่วของพวกเจ้าสวม กางเกงตัวเดียวกัน
ส่วนอันไหนที่มีพลังอํานาจมากที่สุด แค่ฟังก็รู้แล้วว่าเป็น
ลักษณะนิสัยของต้าหลี
แน่นอนว่าคือต้าเต้าของถงเหวินช่างแห่งมหาบรรพตประจิม
“แล้วฉายาเทพไหนที่เขาเฉินผิงอันฝากความหวังไว้ให้มาก
ที่สุด?”
จิ้นชิงเงียบงัน ได้แต่ดื่มเหล้าเงียบๆ อีกชามใหญ่ เหมือนลงโทษ ตัวเองบนโต๊ะสุรา
ฉายาเทพ “หมิงจู่” เดิมที่ควรจะมองใจคนออกอย่างปรุโปร่ง เข้าใจเรื่องทางโลกอย่างลึกซึ้ง และเมื่อดํารงตําแหน่งขุนนางก็พึง สร้างคุณประโยชน์แก่ท้องถิ่นนั้น เงียบงันกันไปนาน ได้แต่ดื่มเหล้าเท่านั้น เว่ยป๋อยิ้มเอ่ย “เจ้ายังต้องขอบคุณเฉินหลิงจวินให้ดีๆ”
จิ้นชิงปรายตามอง “เจ้ามีความแค้นกับเขาหรือ?”
เว่ยป้อหัวเราะดังลั่น
ตรงเส้นทางภูเขา ซุยตงซานก้าวเร็วๆ ตามม้าฉวีหวงตัวนั้นไป
ยิ้มถามว่า “เจ้าขุนเขามีบารมีน่าเกรงขามไหม?” หมี่ลี่น้อยเลิกคิ้ว “บารมีแผ่ซ่านแปดทิศเลยล่ะ” “ถ้าอย่างนั้นหมี่ลี่น้อยคิดว่าเจ้าขุนเขาอารมณ์ดีไหม?”
“ต้องอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว”
“ทําไมล่ะ?”
ไม่เพียงแค่ซุยตงซานที่เป็นคนถามเท่านั้น พวกเฉินหลิงจวิน จง เซี่ยนก็อยากรู้มากเหมือนกัน ต่างก็พากันเงี่ยหูตั้งใจฟังคําตอบของ
หมี่ลี่น้อย
หมี่สี่น้อยตอบ “เจ้าขุนเขาไม่ใช่คนที่ชอบโอ้อวดบารมีเสีย
หน่อย”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง”
con
ด้วยสถานะและคุณูปการชื่อเสียงของอาจารย์ในทุกวันนี้ ไม่ จําเป็นต้องก้มหัวค้อมเอวประจบเอาใจผู้มีอํานาจแล้ว วันนี้ราชครูต้าหลีแสดงบารมีขุนนางมากเท่าไร ถ้าอย่างนั้น
ตลอดหลายปีมานี้พวกชาวบ้านในอาณาเขตของขุนเขากลางที่
รวมถึงแคว้นตานอวี้เป็นหนึ่งในนั้น ปีแล้วปีเล่า หนึ่งร้อยปีแล้วหนึ่ง ร้อยปีเล่า ยิ่งผ่านไปนานแค่ไหนก็ต้องเจอกับความทุกข์ความ
ยากลําบากมามากเท่านั้น
ชุยตงซานพึมพํา “ถึงได้ทําให้ข้าไม่อาจมีสีหน้าเบิกบาน”
เมื่อข้ามีเรื่องคับข้องใจ ยังอาจใช้สุรากลบเกลื่อนได้ แต่เมื่อใต้หล้ามีความอยุติธรรม มีเพียงคมดาบเท่านั้นที่จะกําจัด
ให้หมดสิ้น
ชุยตงซานหันหน้ามายิ้มเอ่ย “รองเจ้าขุนเขาเจียง กระบี่คมไม่อยู่
ในมือหรือ?”
เจียงซ่างเงินที่ไม่มีกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตแล้วยิ้มอย่างรู้ใจ “ไย
ต้องคบหาสหายให้มากมาย”
ขยับเข้าใกล้ตีนเขา ซุยตงซานตบหลังม้าเบาๆ “ลมอุ่นพัดโชย ชวนเคลิบเคลิ้ม ควบม้าเร่งฝีเท้าอย่างว่องไว”
ณ ศาลเทพเจ้าแห่งผืนดินในโลกมนุษย์ เซียนกระบี่ทะยานร่าง
ว่องไวดุจสายลม
เดินทางผ่านศาลเทพเจ้าแห่งผืนดินที่ไม่มีควันธูปแห่งหนึ่ง เฉิน
ชิงหลิวชะลอฝีเท้าให้ช้าลง เบี่ยงกายกุมมือเดินผ่านอย่างสํารวม เจียงเซ่อแสร้งทําเป็นมองไม่เห็น ไม่รู้สึกประหลาดอะไร อู่เหยียน รู้สึกแปลกใจเป็นทบทวี คนบ้าระห่ําอย่างเฉินชิงหลิวก็มีช่วงเวลาที่ทํา
ตามกฎระเบียบเหมือนกันหรือ?
เฉินชิงหลิวยิ้มเอ่ย “อย่าได้ไม่เห็นเทพเจ้าแห่งผืนดินเป็นเทพ เซียน ให้ความเคารพผู่เต๋อเจิ้งเสิน (อีกชื่อหนึ่งของเทพเจ้าแห่งผืน
ดิน หรือแปะกง ตี่จู้เอี๊ยะ) อย่างมีมารยาท ถึงอย่างไรก็ไม่ผิดเป็นแน่” พวกเจียงเซ่อคิดว่าจะเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในแจกันสมบัติทวีป ให้สบายอารมณ์ แล้วค่อยแวะไปดูที่ใบถงทวีป มีสถานที่เล็กๆ ให้ต้อง ไป นั่นคือศาลเทพวารีลําคลองม่ายเหอ
ก่อนหน้านี้ทําหน้าหนาไปพักอยู่บนภูเขาลั่วคั่ว ในใจของทั้ง
เจียงเซ่อและอู่เหยียนต่างก็รู้ชัดเจนดี เพียงแต่ว่าเจียงเซ่อไม่ได้รับผล เก็บเกี่ยวอะไร กลับเป็นสตรีออกเรือนแล้วที่ไปสืบ “ข่าว” บางอย่างมา
ได้ อย่างเช่นว่าข้างกายของเทพวารีหลิ่วโหรวมีสาวใช้คนหนึ่งชื่อว่า “เซวียนฮวา” เคยมอบของขวัญชิ้นหนึ่งให้กับเผยเฉียน จนถึงทุก
วันนี้ฝ่ายหลังก็ยังคงเก็บไว้