กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 58.4 ศาลเทพเจ้าแห่งผืนดินของโลก
บทพิเศษ ตอนที่ 58.4 ศาลเทพเจ้าแห่งผืนดินของโลก
มนุษย์
เฉินชิงหลิวยิ้มถาม “ทําไมไม่รออีกสักหน่อย? เบิกตาให้กว้าง มองดูสถานการณ์ใหญ่งดงามที่พลิกผันร่วงดิ่งลงอย่างรวดเร็ว จะไม่ เสียใจจนไส้เขียวจริงๆ หรือ?”
ขอแค่เจียงเซ่อยอมรออีกสักสี่ห้าปี คิดดูแล้วสิบสี่มณฑลของมืด สลัวก็น่าจะวุ่นวายเละเป็นโจ๊กหม้อหนึ่งแล้ว เต้ากวานของป๋ายอวี้จิ งถูกลิขิตมาแล้วว่าจะต้องตายตกกันไปนับไม่ถ้วน
ก่อนที่เจิ้งจวีจะออกหน้าทําตัวเป็น “คนค้ําประกัน” ด้วยตัวเอง
เดิมทีสองใต้หล้าอย่างไพศาลกับเปลี่ยวร้างคุมเชิงกันมานานหลายปี เหมือนถังดินปืนในคลังยุทโธปกรณ์ที่อาจจะถูกจุดได้ทุกเมื่อเพียง เพราะเรื่องเล็กๆ เรื่องหนึ่ง และจะลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ เจียงเซ่อที่มีฐานะเป็นปฐมบรรพบุรุษสํานักการทหารสามารถนั่ง มองไฟชายฝั่ง นั่งรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์โดยไม่ต้องลงแรง
โชคชะตาบู๊ที่เกิดขึ้นเพราะสงครามในโลกมนุษย์ย่อมต้องเอนเอียง เข้าหาเจียงเซ่อ ลองจินตนาการถึงภาพหนึ่ง พูดถึงแค่ใต้หล้ามืดสลัว ป๋ายอวี้จิงแห่งหนึ่งรวมกับสิบสี่มณฑล เหมือนสายน้ําโชคชะตาบู๊สิบ
ห้าเส้นที่ไหลมารวมกันตรงปากทางน้ําแห่งหนึ่งแล้วเดือดพล่านไม่
หยุด ถูกเจียงเซ่อเอามาหลอมร่างทอง สุดท้ายกลายเป็นเทพด้วยวิถี
แห่งวรยุทธ โลกมนุษย์ก็จะมีขอบเขตสิบห้าใหม่เอี่ยมที่ไม่มีคําว่า เทียม” เพิ่มเข้ามา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก “การสลายมรรคาของบรรพจารย์ สามลัทธิ” “และฟ้าบนก็ไม่มีโจวมี่
ลองถามเจียงเซ่อขอบเขตสิบห้าดูเถิดว่า โลกมนุษย์มีผู้ที่ไร้ศัตรู
เทียมทานหรือไม่?
ทั้งๆ ที่ไม่ต้องทําอะไรทั้งนั้น แค่ถือคําว่า ให้มั่นก็พอ เจียงเซ่อกลับเหมือนคนขาดสติ
เจียงเซ่อพูดหยอกล้อว่า “ตีกับพวกเขาสามคนไปรอบหนึ่ง ทุก วันนี้ไม่เหลือไส้แล้ว”
เฉินชิงหลิวเป็นคนพูดจาไม่เข้าหูคน “บอกว่าสามคนร่วมมือกัน
ก็ยังไม่ใช่ว่าเฉินผิงอันคนเดียวสังหารเจียงเซ่อหรอกหรือ”
เจียงเซ่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกความคิดที่แท้จริงออกมา “รออีกไม่ได้แล้ว”
อู่เหยียนยิ้มเอ่ย “เมื่อระยะเวลาลงทัณฑ์สิ้นสุดลงก็มาหาข้าก่อน
เลย ฝืนนิสัยแสร้งทําเป็นเดินทางเที่ยวเล่นไปรอบหนึ่ง ก่อนจะตรงดิ่ง
ไปที่เรือราตรีลํานั้น”
เฉินชิงหลิวเอ่ยอย่างปลงอนิจจังว่า “น่าสงสารหัวอกคนเป็นพ่อ
เป็นแม่ในใต้หล้า”
หลังออกมาจากภูเขาลั่วคั่ว เจียงเซ่อก็มักจะเดินเท้าเป็นประจํา ทั้งไม่ทะยานลม ยิ่งไม่นั่งเรือข้ามฟาก คือการกระทําที่จงใจ ในอนาคตโชคชะตาบู๊ของแจกันสมบัติทวีปโชติช่วง คือแนวโน้ม
ของสถานการณ์ใหญ่
นี่ไม่ต่างอะไรจากการที่เจ้าแห่งถ้ําปี้เซียวเดินเท้าออกจากเมือง
หลวงต้าหลี
เฉินชิงหลิวคิดว่าตัวเองขอบเขตไม่ต่ํา อยู่บนพื้นดินกลับไม่มี
วิชาอภินิหารที่คล้ายคลึงการ “ประกาศรับรองและแต่งตั้ง” เว้นเสีย จากว่าจะ “ลุยน้ํา
เจียงเซ่อ “เห็นชอบ” กับการเรียนวรยุทธในแจกันสมบัติทวีป โชคชะตาบู๊ของแจกันสมบัติทวีปก็จะต้อง “ให้ความเคารพอย่างนอบ
น้อม
ต้องรู้ว่าเผยเฉียนคือผู้ฝึกยุทธ และยิ่งเป็นลูกสาวของเจียงเซ่อ
นี่ก็หมายความว่าเผยเฉียนอยู่ในแจกันสมบัติทวีปก็จะมี โชคชะตาบู๊ที่มิอาจบรรยายได้อย่างหนึ่งคอยให้การปกป้อง นี่ก็คือ “ความสัมพันธ์ควันธูป” ที่ลี้ลับมหัศจรรย์อย่างยิ่ง
เฉินชิงหลิวเอ่ย “ได้ยินมาว่าอวี่โต้วปฏิบัติต่อเต้ากวานอย่าง เข้มงวดและโหดร้ายมาโดยตลอด แต่เขากลับโปรดปรานผู้ฝึกยุทธ
มาก แม้จะบอกว่าเขาย่อมมีแผนการเป็นของตัวเอง มีความเกี่ยวข้อง
กับห้าร้อยหลิงกวาน แต่เจ้าไปอยู่ที่นั่นกลับจะยิ่งเหมือนปลาที่ได้น้ํา
ร่วมมือกับคนอย่างอวี่โต้วก็ยังถือว่ามีค่ามากพอให้เจ้าวางใจได้”
หากป๋ายอวี้จิงไม่มีอวี่โต้ว สิบสี่มณฑลของใต้หล้ามืดสลัว ป่านนี้
ก็คงไม่รู้ว่าจะกลายเป็นหนึ่งร้อยสี่สิบมณฑลหรือเจ็ดแปดมณฑลไป
แล้วกระมัง
ก็เหมือนที่หากแจกันสมบัติทวีปไม่มีซิ่วหูผู้นั้น ดินแดนใต้ฝ่าเท้า ของพวกเขาในเวลานี้จะเป็นแซ่ของไพศาลหรือเปลี่ยวร้างก็ยังไม่แน่
ล้วนเป็นผู้กล้ากันทั้งนั้น
อู่เหยียนมีความคิดละเอียดอ่อนรอบคอบ ดูเหมือนว่าสหายชิงจู่
จะให้คําวิจารณ์ที่ไม่ต่ําต่ออวี่โต้ว?
เจียงเซ่อหัวเราะเยาะ “ใครๆ ก็โทษอวี่โต้ว ใครๆ ก็อิจฉาอวี่โต้ว ใครที่นั่งอยู่ในตําแหน่งของอวี่โต้วก็ล้วนสู้อวีโต้วไม่ได้”
เฉินชิงหลิวยิ้มเอ่ย “ในเมื่อมีความประทับใจที่ไม่เลวต่ออวี่โต้ว ทําไมถึงไม่วางแผนไปพร้อมกับเขาเล่า?”
หากป่ายอวี้จิงสามารถดึงเจียงเซ่อไปเป็นพวกได้จริง ก็ไม่แน่
เสมอไปว่าอู๋ซวงเลี้ยงจะกล้าก่อกบฏ
ต่อให้กล้า จุดจบก็มีแต่จะเหมือนเป่าหลินที่มาถามกระบี่ แล้ว
นับประสาอะไรกับที่อู่ซวงเจี้ยงก็ไม่ใช่เป่าหลิน อวี้โต้วย่อมไม่มีทางให้
โอกาสเขาเป็นครั้งที่สองแน่
หนึ่งเพราะอู๋ซวงเจี้ยงแห่งตําหนักสุ่ยฉย่อมต้องเป็นเต้ากวาน แต่
พื้นฐานกลับยังคงเป็นคนของสํานักการทหาร ก็แค่ทาทองเคลือบไว้
ชั้นหนึ่งเท่านั้น
อู๋ซวงเจี้ยงเกิดความขัดแย้งบนมหามรรคาที่มองไม่เห็นกับเจียง
เซ่อ ไม่จําเป็นต้องมาเจอหน้ากัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการพบเจอกันบน
สนามรบที่หันอาวุธเข้าใส่กัน
อีกอย่างหากป่ายอวี้จิงมีเจียงเซ่อนั่งบัญชาการณ์ ไม่ว่าสิบสี่
มณฑลจะทําสงครามอย่างไร อย่างเช่นว่าราชสํานักที่อยู่ใต้สังกัด ของสายป๋ายอวี้จิงพ่ายแพ้ ความเสียหายของโชคชะตามหามรรคา ของป๋ายอวี้จิงก็จะถูกลดทอนลงไปด้วย แต่หากชนะสงครามมาได้
หนึ่ง ก็เท่ากับว่าพวกอู๋ซวงเจี้ยงแพ้สองครั้งติดทั้งในทางลับและทาง
แจ้ง
สงครามแบบนี้ จะสู้รบกันอย่างไร?
เว้นเสียจากว่าอู๋ซวงเจี้ยงสามารถบุกโจมตียึดครองภูเขาอวี้จึงได้
ในรวดเดียว แต่นี่เป็นไปได้หรือ? แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้
อวีโต้วไม่ได้กินหญ้า
ทุกวันนี้เหยาชิงสามารถคุมเชิงกับอวี่โต้วอยู่ไกลๆ ก็ถือเป็น
วีรกรรมที่น่าตะลึงพรึงเพริดมากพอแล้ว
“ผู้ไร้เทียมทานที่แท้จริง” เป็นฉายาคนอื่นที่แต่งตั้งให้ อันที่จริง
ไม่ใช่ว่าอวี่โต้วแต่งตั้งเองอย่างที่เล่าลือกันไปส่งเดช
https://novel-Ik.com/
แต่อวี่โต้วเคยปฏิเสธด้วยหรือ?
เจียงเซ่อพ่นเสียงหัวเราะดังพรืด “ลูกผู้ชายจะยอมอึดอัดอยู่ใต้
คนอื่นเนิ่นนานได้อย่างไร จะอยู่ต่ํากว่าคนคนเดียวอยู่เหนือคนนับ
หมื่นก็ไม่ได้เหมือนกัน”
เฉินชิงหลิวพยักหน้า “เข้าใจได้”
เจียงเซ่อเอ่ยอย่างห้าวเหิม “อวีโต้วไม่ นที่ฝีมืออ่อนด้อย
แน่นอน แต่ข้าคือเจียงเซ่อ”
เฉินชิงหลิวพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ คงไม่ใช่ว่าซิ่วหูได้เตรียมการ
ไว้สองด้านมานานแล้ว? หากระยะเวลาลงทัณฑ์หมื่นปีครบถ้วน เจียง เซ่อออกจากภูเขา เลือกจะไปช่วยป๋ายอวี้จิง ด้วยความสัมพันธ์
ระหว่างเฉินผิงอันกับเผยเฉียน สักวันหนึ่งหากถามกระบี่พ่ายแพ้ เจียงเซ่อก็จะต้องลงมือช่วยเหลือครั้งหนึ่ง? ต่อให้เฉินผิงอันจะฝืน
นิสัยของตัวเอง ในชีวิตนี้จะต้องถามกระบี่กับป่ายอวี้จิงอีกครั้งแน่นอน
แต่อย่างน้อยเขาก็มีโอกาสที่จะรอดชีวิตกลับคืนมาเพิ่มมาครั้งหนึ่ง?
ปีนั้นเฉินชิงหลิวออกจากเปลือกนอกอย่าง “นักพรตตาบอดเงี่ย เฉิง” ชุยฉานที่เชี่ยวชาญวิถีแห่งวิญญาณก็ตามหาเขาพบ
คําพูดที่ใช้กระชับเรียบง่าย เจอหน้ากันก็พูดสิ่งที่ตัวเองต้องการ
ทันที ชุยฉานไม่ได้โอภาปราศรัยอะไรตามมารยาทแม้แต่คําเดียว
“หากข้ารักษาแจกันสมบัติทวีปไว้ไม่ได้ ศาลบุ๋นก็ไม่มีทางรักษา
แปดทวีปของไพศาลไว้ได้”
“หากเมืองหลวงต้าหลีพ่ายแพ้รักษาที่มั่นไม่ได้ ข้ากับองค์เทพ สูงสุดที่กลับชาติมาจุติใหม่อย่างหร่วนซิ่วและหลี่หลิ่วก็จะอ้อมผ่าน
ศาลบุ๋น ทําลายตราผนึกแห่งมหามรรคาที่กั้นขวางระหว่างใต้หล้ามืด
สลัวและใต้หล้าไพศาลไปโดยตรง ชักนําโชคชะตาน้ําของไพศาลไป ยังใต้หล้ามืดสลัว ช่วยให้เจ้าเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตสิบห้า
ค่าตอบแทนก็คือเฉินซิงหลิวจะต้องบุกทะลวงไปในใต้หล้าเปลี่ยวร้าง เมื่อไหร่ที่เผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร้างถอยออกไปจากไพศาลการค้า
ระหว่างเจ้าและข้าครั้งนี้จึงจะถือว่าสิ้นสุดลง
“เฉินชิงหลิว การค้าครั้งนี้ จะทําหรือไม่?” ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่เก่าแก่คนใด ก็ล้วนสังหารได้
ยากมากแล้ว
กลายเป็นขอบเขตสิบห้า ขนาดอยากตายยังเป็นเรื่องยาก ก็เหมือนการ “เดินลงน้ํา” ครั้งหนึ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีตและ
*สิวไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแค่จ้องซิ่วหูผู้นั้นเขม็ง
ชุยฉานมีสีหน้าสงบนิ่งน้ําเสียงราบเรียบ
เหมือนการนัดหมายดื่มสุรากับสหายที่พอเจอหน้ากันแล้วก็บอก
ว่าข้าจะไปทํากับแกล้มมาสักสองจาน
คนบ้า
แน่นอนว่าเฉินชิงหลิวเองก็ไม่ใช่คนปกติทั่วไป
เขาปฏิเสธไป
เรื่องของการประสบความสําเร็จบนมรรคา ไม่ยินดีจะยืมมือของ
คนอื่น
สายเหวินเซิ่งพูดคุยกับผู้อื่น ดูเหมือนว่าจะมีลักษ ะพิเศษที่โดด
เด่นอย่างมาก
หากจะบอกว่าคําพูดของซุยฉานถ้าไม่ห ให้คนตกใจกลัวจะไม่
ยอมเลิกรา
ถ้าอย่างนั้นศิษย์น้องทั้งหลายของเขา หลิวสือลิ่วไม่พูดไร้สาระ ฉีจิ้งชุนพูดแค่เรื่องธรรมดาทั่วไป ส่วนจั่วโย่วก็ยิ่งไม่พูดเลย เจียงเซ่อถาม “สหายชิงจู่ ด้วยคุณสมบัติของเจ้า ไม่เคยคิดจะ ช่วงชิง “อันดับหนึ่ง” มาบ้างเลยหรือ หรือว่าเคยคิดแต่กลับทําไม่ได้?” เฉินชิงหลิวยิ้มบางๆ “ผ่านช่วงวัยที่จะชอบเอาชนะและแข่งขัน อย่างดุเดือดมานานมากแล้ว ชีวิตนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่จําเป็นต้องทําและ ต้องทําให้สําเร็จอีกแล้ว” พูดถึงชาติกําเนิด เฉินชิงหลิวยังสู้เฉินผิงอันแห่งตรอกหนีผิง ไม่ได้ด้วยซ้ํา เขาเคยเป็นเด็กรับใช้ในหอนางโลม ทุกวันทําแต่งาน เบ็ดเตล็ดไร้สาระ
เขาเองก็กินข้าวร้อยบ้านเติบโตมาเหมือนกัน แต่คนที่เลี้ยงดูเขา จนเติบใหญ่คือหญิงคณิกาทั้งหลาย ภายหลังได้เป็นเทพเซียนบน
ภูเขา ทุกครั้งที่ลงจากภูเขาก็จะไปตอบแทนพวกนางทุกคน บน เส้นทางของการฝึกตนก็ไม่เคยอายที่จะพูดเรื่องที่ตนเป็นลูกกําพร้า
เคยใช้ชีวิตอยู่ในหอนางโลม เป็นเหตุให้คลื่นมรสุมบนภูเขาหลาย ครั้งที่เกิดขึ้นภายหลังต่างก็เกิดเพราะเขา เฉินชิงหลิวเป็นคนทําอะไร เด็ดขาดหนักแน่นมาโดยตลอด ไม่เคยทิ้งพยานให้รอดชีวิต
หากพูดถึงการแบ่งแยกบุญคุณความแค้นอย่างชัดเจน การมี
แค้นต้องชําระ อันที่จริงยังมีบุคคลที่สุดโต่งยิ่งก งยิ่งกว่าเฉินชิงหลิวอีก คน ผู้นั้น…..ค่อนข้างคล้ายคลึงกู้ซ่าน ยามที่ทุกข์ยากอาศัยความเด็ดเดี่ยว ยามที่ยากจนอาศัยความ
อดทน คนเบื้องล่างกลายเป็นคนเบื้องบนแล้วจะยังทําอย่างไรได้อีก?
ย่อมดีขึ้น
ตระกูลคนยากจ วไม่มีทางไปมากที่สุด เมื่อมีทางไปดวงก็ ตระกูลร่ํารวยกลัวไม่มีทางออกมากที่สุด ไม่มีทางออกก็ต้องทอด
ถอนใจด้วยความเสียดาย
เจียงเซ่อยิ้มเอ่ย “ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนั่นจะไปที่ใต้หล้ามืดสลัว
เมื่อไหร่”
เฉินชิงหลิวเอ่ย “สรุปก็คือสามารถรักษาตัวรอดได้ถึงจะมี
คุณสมบัติลั่นวาจาอํามหิตเป็นขอบเขตสิบสี่ย่อมดีที่สุด หรืออย่างแย่ ที่สุดก็ควรต้องเป็นขอบเขตบินทะยานขั้นสมบูรณ์แบบ”
เจียงเซ่อกล่าว “ขอบเขตสิบเอ็ดของวิถีวรยุทธ คิดอยากจะรักษา ตัวรอดไม่ใช่เรื่องยากอะไร”
เฉินชิงหลิวเอ่ย “นั่นเรียกถามหมัด ไม่ใช่ถามกระบี่แล้ว” อู่เหยียนถามหยั่งเชิง “วันนี้มีจ้าวซวีถัว พรุ่งนี้ก็จะมีแผนการที่ มากกว่าเดิม ภูเขาลั่วคั่วเป็นเป้าให้ผู้คนโจมตีแล้ว สหายชิงจู่ เจ้ามี
กลยุทธอันยอดเยี่ยมหรือไม่?”
เฉินชิงหลิวยิ้มเอ่ย “เจ้าเป็นญาติกับภูเขาลั่วคั่ว ข้าไม่ใช่เสีย หน่อย ก่อนหน้านี้อยู่ที่จวนสุ่ยจวินมหาสมุทรบูรพา ข้าเองก็มีเรื่อง
กระทบกระทั่งกับเขาเหมือนกัน” เจียงเซ่อกล่าว “ทําไมไม่ตีกันล่ะ ใครขี้ขลาดก่อน?”
อู่เหยียนยกศอกถองเจียงเซ่อ
เฉินชิงหลิวนวดคลึงปลายคาง “ข้าใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง เขา เองก็ใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อน แต่สถานการณ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกเรา
แต่ละคนมีความคิดที่ต่างกันไป”
ต่อให้เป็นเจียงเซ่อก็ยังคิดว่าค่ายกลใหญ่พิทักษ์ภูเขาของภูเขา
ลั่วคั่วพอจะฝืนเรียกได้ว่าครบทั้งป้องกันและโจมตี
จูเหลี่ยนเคยเล่าให้ฟังคร่าวๆ ถึงการ “เพิ่มข้าวของเครื่องใช้ใน
บ้าน เหมือนนกนางแอ่นคาบดินมาทํารังของเจ้าขุนเขาบ้านตน
ในอดีตเดินทางท่องอยู่ในใบถงทวีป เทียนจวินผู้เฒ่าของภูเขา ไท่ผิงเคยมอบภาพค่ายกลให้ ขอยืมมรรคกถามาจากลู่เฉิน บุกเข้า ไปในเปลี่ยวร้างพร้อมกับพวกหนิงเหยา ฉีถิงจี้เยื้องกรายไปยังพื้นที่ ใจกลางอย่างนครอวี้ป่านของราชวงศ์อวิ๋นเหวิน ได้กระบี่บินสิบสอง เล่มมาจากเย่พู่ฮ่องเต้ที่มีฉายาว่า ‘ตู่ปู้” ขณะที่บรรพจารย์สามลัทธิ มาเยือนเมืองเล็กด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นเจ้าแห่งถ้ําปี้เซียวก็ใช้สิ่งของ แลกเปลี่ยนสิ่งของ มอบภาพห้ามหาบรรพตที่แท้จริงมาให้ ภาพนี้ถูก ซุยตงซานเอาไปหลอม ปราณม่วงลอยแผ่อบอวลเต็มภูเขา ดวงตะวัน
ลอยอยู่บนฟ้าคราม ดวงจันทร์อยู่ท่ามกลางพุ่มไม้นับหมื่น สร้างฟ้า ดินขึ้นมาด้วยตัวเอง ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์มีขึ้นมีลง บวกกับการเดิน ทางไกลไปนอกฟ้ามารอบหนึ่ง จานฝนหมึกชิ้นนั้นของเจิ้งจวีจง มี
ครบทั้งตะวัน จันทราและดวงดาว…
ข้อบกพร่องเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความสมบูรณ์แบบก็คือ หากภูเขาลั่วคั่วเปิดใช้ค่ายกลใหญ่นี้จะสิ้นเปลืองปราณวิญญาณไป
เป็นจํานวนมาก
ทุกวันนี้ภูเขาลั่วมั่วมีว่าที่คู่บําเพ็ญเพียรอย่างเสี่ยวโม่และเซี่ย โก่วนั่งบัญชาการณ์ และยังมีเฒ่าหูหนวกที่ติดใจการเป็นอาจารย์ สอนหนังสือ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลิวซาที่อยู่ภูเขาหวงหูซึ่งเป็น “นักสู้” ที่ ศาลบุ๋นเลือกตัวมาเอง
มาทําให้เสียเรื่อง?
ดังนั้นถึงได้ยินมาว่าซุยตงซานมีความคิดบรรเจิดอย่างหนึ่ง นั่น คือวางแผนว่าจะย้ายภูเขาลั่วตั่วออกไปให้หมดแล้วให้คนอื่นมาเช่า
หลายร้อยปี
เงิน?
หากปล่อยกระบี่ ผู้ฝึกกระบี่ยังไม่ทันมาถึง แสงกระบี่กลับนํามา ดังนั้นถึงได้ยินมาว่าซุยตงซานมีความคิดบรรเจิดอย่างหนึ่ง นั่น คือวางแผนว่าจะย้ายภูเขาลั่วตั่วออกไปให้หมดแล้วให้คนอื่นมาเช่า
หลายร้อยปี เงิน?
Am Lam
หากปล่อยกระบี่ ผู้ฝึกกระบี่ยังไม่ทันมาถึง
ก่อนแล้ว
กระบี่กลับนํามา