กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 63.1 อดีตและปัจจุบันค ำนับทักทำยกัน
บนต้นไม้ในจวนรำชครูไม่เพียงแต่มีดอกท้อผลิใหม่เพิ่มมำอีก หกดอก
ยังมีกิ่งที่เกือบจะแห้งเหี่ยวโรยรำอีกสองกิ่งที่ก็เกิดกำร เปลี่ยนแปลงอันมหัศจรรย์รำวกับไม้แห้งได้เจอกับวสันต์ฤดู ถึงกับมี หน่อใหม่แตกออกมำเป็นพรวนด้วยตัวเอง
ทว่ำเหตุกำรณ์เหล่ำนี้ล้วนไม่ถือว่ำลี้ลับมหัศจรรย์ที่สุด บนต้นยัง มีกิ่งไม้เอี่ยมอีกกิ่งหนึ่งงอกออกมำ
นอกจำกซ่งอวิ๋นเจียนจะตกตะลึงระคนยินดีแล้ว เขำก็รู้สึก เสียดำยอยู่บ้ำง เพรำะดอกท้อแถบใหญ่บนต้นค่อยๆ สีซีดจำงลงไป ให้ควำมรู้สึกว่ำแค่โยกไหวก็อำจโรยรำได้ทุกเมื่อ
หลินโส่วอีมำที่นี่ ยืนเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยว่ำ “บอกลำสิ่งเก่ำ ต้อนรับสิ่งใหม่คือหลักธรรมชำติแห่งฟ้ำดิน”
ซ่งอวิ๋นเจียนพยักหน้ำ “หลักกำรเหตุผลข้ำย่อมเข้ำใจ ก็แค่อด จะสงสำรและเสียดำยไม่ได้”
ดอกไม้ที่เบ่งบำนใหม่ก็คือขุนนำงในวัยหนุ่มฉกรรจ์ที่ก ำลังจะ แสดงฝีไม้ลำยมืออยู่ในที่ว่ำกำรที่แตกต่ำงกันไปอย่ำงพวกกวนอี้
หรำน เจี่ยนเฟิง
กิ่งท้อแห้งเหี่ยวสองกิ่งที่ผลัดเปลี่ยนโฉมหน้ำใหม่เปลี่ยนมำมี ชีวิตชีวำ แน่นอนว่ำต้องเป็นแซ่สกุลซ่ำงจู้กั๋วอย่ำงสกุลชิวฝูเฟิงและ ที่ว่ำกำรอย่ำงส ำนักตรวจกำร
ส่วนกิ่งใหม่กิ่งนั้นกลับบอกได้ยำกแล้ว
พลังตบะของซ่งอวิ๋นเจียนไม่เพียงพอ แล้วก็ไม่เชี่ยวชำญกำร อนุมำน ตอนนี้จึงยังไม่อำจแน่ใจได้
หลินโส่วอีทรุดตัวลงนั่งยอง หยิบดินขึ้นมำ เอ่ยว่ำ “สหำยอิงหนิง จะเอำแต่จับจ้องกิ่งไม้และดอกท้อไม่ได้ ดินต่ำงหำกถึงจะส ำคัญที่สุด”
ซ่งอวิ๋นเจียนยิ้มบำงๆ “ได้รับค ำสั่งสอนแล้ว”
กองทัพม้ำเหล็กต้ำหลี เรือกระบี่ ป๋ำยอวี้จิงจ ำลอง จุดพักม้ำที่
มำกมำยดุจขนวัว…สิ่งเหล่ำนี้ล้วนคือควำมแข็งแกร่งที่สำมำรถ มองเห็นได้ด้วยตำเปล่ำ
“ดิน” ที่หลินโส่วอีเอ่ยเตือน หมำยถึงอำณำเขตของภูเขำสำยน ้ำ ที่กว้ำงใหญ่ จ ำนวนประชำกรที่มำกมำยมหำศำล ใจคนที่รวมเป็น หนึ่ง จะขำดอย่ำงใดอย่ำงหนึ่งไปไม่ได้
ซ่งอวิ๋นเจียนถำมอย่ำงใคร่รู้ “ตอนที่รำชครูเป็นเด็กหนุ่ม เขำเป็น อย่ำงไร?”
หลินโส่วอีส่ำยหน้ำด้วยรอยยิ้ม “ต ำรำเล่มนี้ไม่ให้ใครยืมอ่ำน”
ซ่งอวิ๋นเจียนหัวเรำะเสียงดัง
ห้องประชุม ขุนนำงจดบันทึกที่ถูกดึงตัวมำให้ครบจ ำนวนอย่ำ งอวี่สืออู้ได้เป็นพยำนในขั้นตอนส ำคัญหนึ่งของประวัติศำสตร์กับตำ ตัวเอง
เขำใคร่รู้อย่ำงยิ่งว่ำรำชครูเฉินมองเจ้ำกรมจ้ำวอย่ำงไร
ชำติก ำเนิดและประวัติชีวิตของจ้ำวตวนจิ่นน่ำจะเป็นจุดสูงสุด ของขุนนำงต้ำหลีได้แล้ว คือทำยำทสำยตรงสกุลจ้ำวเสำค ้ำยันแคว้น ตอนที่อำยุน้อยก็ไปเรียนหนังสืออยู่ที่ส ำนักศึกษำชำนหยำ เป็นปั้งเห ยี่ยนตอนอำยุสิบเก้ำปี มีลูกศิษย์ลูกหำอยู่ทั่วใต้หล้ำ เข้ำไปอยู่ใน ส ำนักฮั่นหลิน ไปที่กรมพิธีกำร เริ่มรับหน้ำที่จำกต ำแหน่งหลำงจง กระทั่งเป็นรองเจ้ำกรม แล้วจึงเป็นเจ้ำกรม กลำยมำเป็นผู้น ำในวงกำร ประพันธ์ของรำชส ำนัก คือบรรพบุรุษผู้บุกเบิกภูเขำของตัวอักษร แบบก่วนเก๋อ องค์ชำยสองคนต่ำงก็เคยเรียนรู้กำรเซียนพู่กันจีนจำก จ้ำวตวนจิ่น…หำกจะพูดถึง ‘ควำมสูงศักดิ์” มองไปทั่วรำชส ำนักต้ำ หลี ก็หนีไม่พ้นเช่นนี้เอง
ตอนมีชีวิตอยู่ขำดก็แค่ยศมหำบัณฑิตประจ ำต ำหนักหลวง หลังจำกตำยไปก็ขำดแค่สมัญญำนำมค ำว่ำ “เหวิน” รวมไปถึงกำร ได้รับบูชำร่วมในศำลบรรพกษัตริย์ที่เป็นดั่งน ้ำมำล ำคลองก่อเกิด เท่ำนั้น
ในควำมเห็นของอวี๋สืออู้ เจ้ำกรมพิธีกำรท่ำนนี้ไม่มีกลิ่นอำย ควำมร ่ำรวยสูงศักดิ์และควำมเป็นคุณชำยอะไรเลย แต่บนร่ำงของเขำ
หำกจะพูดให้น่ำฟังก็คือกลิ่นอำยของบัณฑิตไม่น่ำฟังก็คือมีกลิ่นอำย ของนักวิชำกำรหัวโบรำณคร ่ำครึมำกเกินไป
บุคคลที่เป็นเช่นนี้ เอำไปอยู่ในที่ว่ำกำรกรมพิธีกำร ตำมหลัก แล้วต้องเหมำะสมอย่ำงมำก
แต่จะเหมำะกับกำรเป็นเจ้ำกรมพิธีกำรรำชส ำนักต้ำหลีหรือไม่ ดูหเมือนว่ำจะยังต้องรอพิจำรณำไปก่อน
เฉินผิงอันเคยขอเทียบอักษรจำกจ้ำวตวนจิ่นเป็นกำรส่วนตัว ไม่ ถือเป็นอะไร แต่หลิวเจียที่เป็นผู้ถวำยงำนประจ ำตระกูลสกุลจ้ำว เทียนสุ่ยกลับช่วยเฝ้ำประตูให้กับศิษย์พี่ชุยฉำนของเฉินผิงอันมำ นำนหลำยปี
ครั้งนี้จ้ำวตวนจิ่นมำเข้ำร่วมกำรประชุม เดิมทีก็เต็มไปด้วยควำม กังวลใจ ก่อนหน้ำนี้ทำงตระกูลมำรวมตัวกันก็ยังคิดหำข้อสรุปอะไร เป็นเรื่องเป็นรำวไม่ได้ คลื่นมรสุมที่ทะเลสำบเหล่ำอิงก่อนหน้ำนี้ กรม พิธีกำรและศำลหงหลูแสดงออกได้ไม่ดี เป็นเหตุให้ต่งหูรองเจ้ำกรม พิธีกำรฝ่ำยซ้ำยต้องใช้เรื่องนี้มำเป็นข้ออ้ำงในกำรลำออก เพรำะกรม พิธีกำรต้องมอบค ำอธิบำยให้กับจวนรำชครูและฮ่องเต้ต้ำหลี ยังดีที่
ฮ่องเต้และจวนรำชครูต่ำงก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ทว่ำศำลหงหลูกลับ ไม่ได้รับกำรปฏิบัติเช่นนี้แล้ว เยี่ยนหย่งเฟิงผู้เป็นขุนนำงหลักลำป่วย เส้ำชิงแห่งศำลหงหลูมิอำจทนรับกำรตรวจสอบได้ จึงไปอยู่เป็นเพื่อน พวกเจ้ำกรมมู่แล้ว ชำวบ้ำนของเมืองหลวง แต่ไหนแต่ไรมำก็ “เลือก กิน” มำโดยตลอด พูดสัพยอกเรื่องนี้ บอกว่ำเวลำนี้ในห้องขัง คำดว่ำ
คงจะสำมำรถรวบรวมจนได้ “กำรประชุมรำชส ำนักวงเล็ก” ของเหล่ำ เก้ำมนตรีน้อยใหญ่แล้ว จะพูดคุยกันเรื่องอะไร ก็ต้องด่ำที่ว่ำกำร เหนือ ด่ำรำชครูเฉินน่ะสิ
จ้ำวตวนจิ๋นรู้ดีอยู่แก่ใจว่ำคลื่นมรสุมครั้งนั้น อันตรำยอย่ำงมำก หำกรำชครูเฉินจัดกำรได้ไม่เหมำะสม ก็จะกลำยมำเป็นจุดอ่อน ง่ำย ที่จะชักน ำให้คนในวงกำรขุนนำงมีศัตรูร่วมกัน
ยังดีที่เรื่องรำวพัฒนำไปในทิศทำงที่อยู่เหนือกำรคำดกำรณ์ของ ทุกคน รำชส ำนักสกุลอินต้ำโซ่วแห่งแผ่นดินกลำงถึงกับกลำยมำเป็น แคว้นใต้อำณัติของสกุลซ่งต้ำหลี
นี่คือเรื่องที่แม้แต่ฝันจ้ำวตวนจิ่นก็ยังไม่กล้ำฝัน ขนำดเจ้ำกรม ของกรมหนึ่งยังเป็นเช่นนี้ ทั่วทั้งรำชส ำนักต้ำหลีก็ยิ่งสะท้ำนสะเทือน
ได้ยินมำว่ำในกองโหรำศำสตร์มียอดฝีมืออยู่คนหนึ่งที่เชี่ยวชำญ กำรมองลมปรำณบอกว่ำบรรยำกำศของต้ำหลีในทุกวันนี้เหมือนกับ ….กระแสน ้ำขึ้น
เฉินผิงอันยิ้มถำม “ช่วงนี้เจ้ำกรมจ้ำวยังคัดลำยมือตำมแบบอยู่ อีกไหม?”
เดิมทีจ้ำวตวนจิ่นคิดว่ำรำชครูเฉินจะคิดบัญชีย้อนหลังกับกรม พิธีกำร เป็นชุนกวำนของต้ำหลีมำนำนหลำยปีขนำดนี้ รำชครูเฉิน ต้องกำรอะไรกันแน่ ในใจของจ้ำวตวนจิ่นพอจะรู้อยู่บ้ำง รำชครูเฉินดู แคลนที่จะเล่นงำนใครบำงคน สิ่งที่เขำต้องกำรอย่ำงแท้จริงก็คือกำร
ท ำต้นก ำเนิดให้สะอำดบริสุทธิ์ คือกำร “ปรับเปลี่ยนขนบธรรมเนียม” ของที่ว่ำกำรใหญ่แห่งหนึ่งและของตระกูลทั้งตระกูล
แต่ช่วงนี้จ้ำวตวนจิ่นไม่มีอำรมณ์จะฝึกเซียนอักษรเท่ำไรจริงๆ
ทุกวันต้องคัดตัวอักษรพันกว่ำค ำ เดิมทีก็เป็นควำมเคยชินที่ต่อ ให้ฟ้ำผ่ำก็ไม่สะเทือนของเจ้ำกรมจ้ำวอยู่แล้ว
เพียงแต่ว่ำรำชครูถำมอย่ำงนี้ จ้ำวตวนจิ่นก็ไม่ได้โง่จนถึงขั้นที่
ต้องตอบไปตำมจริง
แล้วนับประสำอะไรกับที่ค ำว่ำ “ช่วงนี้” ก็สำมำรถหมำยถึงหนึ่งถึง สองเดือนที่ผ่ำนมำได้เหมือนกันนี่นำ
จ้ำวตวนจิ๋นตอบ “ช่วงนี้ก ำลังคัดลอกผลงำนจริงของ ‘คัมภีร์หลิง เฟย (หลิงเฟยจิง) สี่สิบสำมเล่ม”
เฉินผิงอันพยักหน้ำ “ทุกครั้งที่เจอกับเรื่องใหญ่ต้องสงบนิ่ง ท ำงำนอยู่ในกรมพิธีกำรควรต้องมีสภำพจิตใจเช่นนี้จริงๆ”
เงียบไปพักหนึ่ง เฉินผิงอันที่เกิดแรงบันดำลใจก็ยิ้มเอ่ยว่ำ “ปีนั้น อยู่เฝ้ำก ำแพงเมืองปรำณกระบี่ ข้ำเองก็มักจะหลอมตัวอักษรบ่อยๆ เหมือนกัน ได้ประโยชน์อย่ำงมำก”
แต่จ้ำวตวนจิ่นกลับไม่เข้ำใจควำมหมำยที่แท้จริงของค ำว่ำ “หลอม” นี้
ในเมื่อรำชครูหนุ่มเป็นฝ่ำยพูดถึงกำรเซียนพู่กันจีน นี่คือควำม ถนัดของจ้ำวตวนจิ๋นคือหนึ่งในควำมสำมำรถเฉพำะตัว แน่นอนว่ำไม่ จ ำเป็นต้องถ่อมตนอะไร
เฉินผิงอันเอ่ย “ภูเขำบ้ำนข้ำมีนักพรตคนหนึ่งที่มำขออำศัยพื้นที่
ฝึกตน ไม่ถือว่ำเป็นผู้ฝึกตนบนท ำเนียบภูเขำลั่วพั่วของพวกเรำ ชื่อ ว่ำหลินเฟยจิง หลินที่เซียนด้วยตัวอักษรมู่สองตัว ครอบครัวเขำคือ พ่อค้ำเกลือรำยใหญ่ของแคว้นหนึ่งที่อยู่ทำงทิศใต้ ได้ยินมำว่ำบรรพ บุรุษของเขำเคยเก็บรักษำผลงำนจริงของคัมภีร์หลิงเฟยไว้ส่วนหนึ่ง ภำยหลังถูกนักพรตคนหนึ่งมำทวงคืนกลับไป บอกว่ำตำมหลักแล้ว ต ำรำเล่มนี้ควรเป็นของลัทธิเต๋ำ แต่เพื่อให้เป็นของขวัญตอบแทนจึง ได้ช่วยตั้งชื่อให้เขำว่ำหลินเฟยจิง ยังบอกอีกว่ำในอนำคตจะต้องมี โชควำสนำครั้งหนึ่ง ต้องให้เขำเดินทำงขึ้นเหนือ”
สำยตำของจ้ำวตวนจิ่นฉำยประกำยร้อนแรง “บนโลกถึงกับมี เรื่องบังเอิญแบบนี้ด้วยหรือ ไม่ทรำบว่ำในตระกูลของนักพรตผู้นี้มี ส ำเนำเก็บไว้หรือไม่? หำกว่ำมี ขอข้ำยืมอ่ำนบ้ำงได้ไหม?”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ครำวหน้ำข้ำจะช่วยถำมให้”
จ้ำวตวนจิ่นดีใจอย่ำงยิ่ง ต่อให้เป็นฉบับคัดลอกที่เป็นรองผลงำน จริงก็ถือเป็นสมบัติล ้ำค่ำอย่ำงถึงที่สุดแล้ว
“คัมภีร์หลิงเฟย แรกเริ่มสุดแพร่มำจำกใต้หล้ำมืดสลัว ส่วน รำยละเอียดว่ำใครเป็นคนน ำมำยังไพศำลเป็นคนแรก ผู้คนพำกันพูด
ไปหลำกหลำย บ้ำงก็บอกว่ำเป็นนักพรตเต๋ำคนหนึ่งที่ตอนได้รับยศ เทียนจวิน ได้อัญเชิญเทพมำตำมพิธีกำรของลัทธิเต๋ำ ได้มำจำกมือ ของเจ้ำลัทธิท่ำนหนึ่งของป๋ำยอวี้จิง แล้วก็มีบอกว่ำนักพรตไม่ทรำบ นำมเคยมำเยือนป๋ำยอวี้จิงในควำมฝัน ได้รับควำมช่วยเหลือจำกองค์ เทพ นับแต่นั้นก็แพร่ไปในเก้ำทวีปของไพศำล
แต่เฉินผิงอันกลับรู้ควำมจริงที่ถูกต้อง
ทว่ำเขำไม่ยินดีจะเล่ำให้ใครฟัง
รำชครูกับเจ้ำกรมพูดคุยกันอย่ำงถูกชะตำ บรรยำกำศในห้อง โถงใหญ่ก็ผ่อนคลำยลงหลำยส่วน ในที่สุดก็ไม่มีปรำณสังหำรซุ่ม ซ่อนอยู่รอบทิศอีกแล้ว
จ้ำวตวนจิ่นเป็นกังวลว่ำเผยเม่ำจะโต้เถียงรำชครูเฉิน กังวลว่ำชิว เฮ้อจะตอบค ำถำมได้ไม่ถูกต้อง เดือดร้อนให้ทำงตระกูลต้องสูญเสีย โอกำสในกำรหวนกลับมำยังรำชส ำนักไปอย่ำงสิ้นเชิง กังวลว่ำจ่ำง ซุนเม่ำจะรักษำเกียรติในช่วงบั้นปลำยเอำไว้ไม่ได้ ขออย่ำให้ทุกสิ่งที่
ท่ำนผู้เฒ่ำท ำมำต้องสูญเปล่ำ กังวลว่ำอนำคตของคนหนุ่มรุ่นเยำว์ อย่ำงพวกเฉำเกิงซินกวนอี้หรำนจะได้รับผลกระทบหรือไม่….แน่นอน ว่ำจ้ำวตวนจิ่นก็กังวลถึงสภำพกำรณ์ของตัวเองและกรมพิธีกำรด้วย ตอนนี้ในเมืองหลวงมีค ำพูดมำกมำย เล่ำลือกันเป็นฉำกๆ บอกว่ำ รำชส ำนักต้ำหลีวำงแผนจะรื้อกรมพิธีกำร ดึงเอำกิจธุระของบนภูเขำ ออกมำแล้วสร้ำงที่ว่ำกำรใหม่เอี่ยมอีกแห่งหนึ่งขึ้นมำ น่ำจะมีระดับขั้น เดียวกับเก้ำมนตรีเล็ก ประสำนงำนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขำสำยน ้ำ
และพรรคตระกูลเซียนโดยตรง สำมำรถอ้อมผ่ำนกรมพิธีกำรรำยงำน กิจธุระต่ำงๆ ให้จวนรำชครูทรำบเพียงฝ่ำยเดียวได้…
จ้ำวตวนจิ่นโล่งใจเหมือนได้ยกภูเขำออกจำกอก ยังดี รำชครู เฉินยังยินดีมอบควำมคำดหวังให้กับกรมพิธีกำร
ในใจของผู้ที่อยู่เบื้องบนทุกคนล้วนซ่อนหนังสือไว้สองเล่มที่เก็บ เป็นควำมลับไม่บอกกล่ำวแก่ใคร เล่มหนึ่งชื่อว่ำสมุดคุณควำมชอบ อีกเล่มชื่อว่ำสมุดน ้ำใจไมตรี
ขุนนำงเล็กกลัวว่ำสมุดเล่มแรกจะถูกเปิด ขุนนำงใหญ่กลับกลัว สมุดเล่มหลังมำกกว่ำ
หำงตำของเจ้ำกรมจ้ำวเหลือบมองไปยังทูตผู้ตรวจกำรเผย
เขำเชื่อมั่นมำโดยตลอดว่ำสหำยรักเผยเม่ำมีควำมสำมำรถโดด เด่นและวิสัยทัศน์ยิ่งใหญ่
เห็นเจ้ำโง่จ้ำวตวนจิ่นคิดว่ำตัวเองผ่ำนด่ำนไปได้แล้ว
เผยเม่ำก็รู้สึกหมดค ำจะพูด
กำรประชุมในวันนี้ รำชครูเฉินผิงอันคุยเรื่องอะไรกับเจ้ำ พูดเรื่อง พู่กันจีน พูดคุยเรื่องกำรอธิบำยค ำศัพท์ตำมหลักคัมภีร์ วิจำรณ์คดี ในวงกำรปัญญำชน มองดูเหมือนกลมเกลียวปรองดอง พูดคุยกัน อย่ำงถูกคอ แต่เขำได้พูดเรื่องใหญ่ของบ้ำนเมืองกับเจ้ำสักครึ่งค ำ ไหม?
ยิ่งรำชครูเฉินพูดคุยกับเจ้ำกรมจ้ำวอย่ำงผ่อนคลำยสบำย อำรมณ์มำกเท่ำไร เยี่ยนหย่งเฟิงซื่อชิงแห่งศำลหงหลูที่ตัวเล็กเตี้ยแต่ แกร่งก ำย ำก็ยิ่งอำรมณ์หนักอึ้งมำกเท่ำนั้น เส้ำชิงของที่ว่ำกำรบ้ำน ตนไปอยู่ในศำลต้ำหลี่แล้ว ถูกก ำหนดโทษ โทษอะไร โทษใหญ่แค่ ไหนเยี่ยนหย่งเฟิงถึงขั้นไม่กล้ำสืบข่ำวด้วยซ ้ำ
เมื่อคืนวำนภรรยำของเส้ำชิงผู้นั้นจงใจพำลูกมำร้องไห้โหยหวน ที่บ้ำน รำวกับก ำลังร้องไห้ในงำนศพอย่ำงไรอย่ำงนั้น ท ำให้เยี่ยนหย่ง เฟิงที่เดิมทีก็อำรมณ์ไม่ดีอยู่แล้วยิ่งหงุดหงิดเข้ำไปใหญ่ แล้วยังต้อง พูดดีๆ เกลี้ยกล่อมนำง ส่งนำงกลับไป สตรีตั้งท่ำชัดเจนว่ำต้องกำรให้ เขำช่วยวิ่งเต้นให้พ้นผิด วิ่งเต้นกับมำรดำเจ้ำสิ หำกข้ำเดือดร้อนต้อง เข้ำไปอยู่ในคุกด้วย ใครจะมำวิ่งเต้นช่วยข้ำ
สองพี่น้องไม่มีอำรมณ์ที่จะนั่งนิ่งตกปลำ กินเมล็ดแตงชมเรื่อง สนุกเหมือนตอนแรกๆ อีกแล้ว
คนหนึ่งคือเจ้ำประมุขคนปัจจุบันของสกุลเยี่ยนจื่อจ้ำว คือบุคคล ที่ออกหน้ำในที่สำธำรณะ อีกคนหนึ่งคือคนสนิทรู้ใจของรำชครูคน ก่อน ในมือกุมอ ำนำจเรื่องกำรเลื่อนขั้นลดขั้นของผู้ฝึกตนติดตำม กองทัพทุกคนของต้ำหลี นิสัยของพวกเขำแตกต่ำงกันอย่ำงสิ้น เชิง เยี่ยนหย่งเพิ่งมีนิสัยตรงไปตรงมำ ท ำอะไรรวดเร็วฉับไว เยี่ยนเจี่ยวห รำนกลับชอบวำงแผนก่อนแล้วค่อยลงมือ เป็นดั่งส ำลีซ่อนเข็ม
สกุลเยี่ยนไม่ขำดศักดิ์ศรีหน้ำตำ และเนื้อในก็ยิ่งแข็งแกร่ง เพียงพอ
ชำวบ้ำนที่ไม่รู้เรื่องวงในมักจะจัดอันดับให้สกุลเยี่ยนอยู่ท้ำยสุด ของบรรดำแซ่สกุลเสำค ้ำยันแคว้น แต่แท้จริงแล้วกลับไม่ได้เป็น เช่นนั้น
ปัญหำคือวันนี้ไม่เหมือนวันวำน เพรำะเรื่องกำรเข้ำคุก เยี่ยน เจี่ยวหรำนถูกต ำหนิจำกรำชครูหนุ่ม สูญเสียอ ำนำจส่วนที่สำมำรถ ท ำให้แช่สกุลเสำค ้ำยันแคว้นทั้งหมดกริ่งเกรงไปแล้ว และรำกฐำน ตระกูลสกุลเยี่ยนก็ต้องเสียหำยไปมำกเพรำะเรื่องนี้ ภำยนอกเยี่ยน เจี่ยวหรำนถือว่ำพอจะสงบเยือกเย็นอยู่บ้ำง แต่ขุนนำงที่กุมอ ำนำจอยู่ เบื้องหลังกลับต้องกลำยมำเป็นนกกระเรียนป่ำเดียวดำย ก็ย่อมต้อง ใช้เวลำพักหนึ่งในกำรปรับตัว ในอนำคตสกุลเยี่ยนจะไปอยู่ที่ไหนไป ท ำอะไร ก็ควรต้องวำงแผนในระยะยำวกันใหม่
สัมผัสได้ถึงสำยตำของรำชครูเฉินที่มองมำ เส้นเอ็นหัวใจของ เยี่ยนเจียวเฟิงก็ขึงตึงทันที ฝืนท ำตัวให้กระปรี้กระเปร่ำ ยึดเอวขึ้นตรง ตำมจิตใต้ส ำนึก
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “เรื่องครึกครื้นที่เกิดขึ้นหน้ำบ้ำนตัวเอง เยี่ย นชื่อชิงไม่ดูจะเสียเปล่ำนะ”
เยี่ยนหย่งเฟิงไม่กล้ำรับค ำส่งเดช บอกว่ำใช่ ชื่อชิงคนหนึ่งของ ศำลหงหลไปร่วมวงควำมครึกครื้น สมควรหรือ? หรือว่ำจะเอำอย่ำง พวกชำวนำในชนบทที่ยกม้ำนั่งตัวเล็กมำนั่งแทะเมล็ดแตงอยู่หน้ำ ประตูบ้ำน? แล้วนับประสำอะไรกับที่รำชครูเฉินก็เหมือนจะต้องกำรไล่
คนอยู่แล้ว แต่หำกจะบอกว่ำไม่ใช่ เยี่ยนหย่งเฟิงจะพูดคุยอะไรกับ รำชครูเฉินได้ ให้เสนอควำมคิดเห็นและวำงแผนแนะน ำหรือ?
ที่ว่ำกำรของศำลหงหลูสร้ำงไว้ตรงทิศใต้สุดของตรอกหนันชวิน ระเบียงพันก้ำว หำกไม่ผิดไปจำกที่คำด หงจี้แห่งที่ว่ำกำรเหนือก็ น่ำจะไปวำงกองก ำลังไว้ที่นั่นแล้ว
เฉินผิงอันเอ่ย “ตอนนี้ข้ำยังหำซื่อชิงแห่งศำลหงหลูที่เหมำะสม กว่ำเจ้ำไม่ได้”
เยี่ยนหย่งเฟิงแอบผ่อนลมหำยใจโล่งอก
ช่วงนี้เฉินผิงอันได้เรียกดูและตรวจสอบเอกสำรของศำลหงหลู ตลอดสิบปีที่ผ่ำนมำส่วนใหญ่ถือว่ำพอใช้ได้ เพรำะถึงอย่ำงไรศำลหง หลูก็ถูกเรียกขำนว่ำเป็นหน้ำเป็นตำของแคว้น นิสัยของเยี่ยนหย่งเฟิง ก็แข็งกร้ำวมำกพอ สำมำรถควบคุมสถำนกำรณ์ทั้งในและนอกต้ำหลี ได้อย่ำงอยู่หมัด แน่นอนว่ำในบำงเรื่องก็ต้องเพิ่มคะแนน นั่นก็คือเรื่อง ของกลุ่มเด็กหนุ่มที่สวมรอยเป็นคณะทูต พยำยำมจะหลอกเอำ ของขวัญที่ต้ำหลีต้องมอบกลับคืนไปให้ศำลหงหลูจัดกำรได้อย่ำง เหมำะสม ไม่ได้จงใจปิดบังเรื่องนี้ ไม่ได้พยำยำมปกปิดข้อบกพร่อง กำรตัดสินใจในท้ำยที่สุดก็สอดคล้องกับกฎหมำยทั้งยังสมเหตุสมผล แสดงออกให้เห็นถึงควำมใจกว้ำงของแคว้นเหนือหัว ทั้งยังมีน ้ำใจ มำกพอ
เฉินผิงอันเอ่ย “ส่วนต ำแหน่งว่ำงของกองส่งสำร ตอนนี้เจ้ำก็ไม่ เหมำะจะไปเสริมต ำแหน่ง รอไปก่อนแล้วกัน”
สีหน้ำของเยี่ยนหย่งเฟิงกระอักกระอ่วน เมื่อสองวันก่อนนี้เองที่
เขำกับเยี่ยนเจียวหรำนยังรู้สึกว่ำต ำแหน่งขุนนำงหลักถือตรำประทับ ของกองส่งสำรคือต ำแหน่งที่แค่เอื้อมมือคว้ำก็ได้มำครอง
เฉินผิงอันเอ่ยสัพยอก “คำดว่ำทำงฝั่งของระเบียงพันก้ำวน่ำจะไม่ อำจยุติเหตุกำรณ์ได้ศำลหงหลูของพวกเจ้ำก็อย่ำอยู่ว่ำงเลย สำมำรถ เอำโต๊ะสี่ห้ำตัวไปวำงไว้หน้ำประตู เตรียมน ้ำชำไว้ให้พร้อม มนุษย์เรำ มีควำมเร่งด่วนอยู่สำมอย่ำง หำกอยำกจะขอยืมใช้ห้องส้วม ศำลหง หลูก็อย่ำท ำให้พวกเขำต้องล ำบำกใจ อะไรที่ควรให้ยืมก็ยังต้อง ให้ยืม”
เยี่ยนหย่งเฟิงมองรำชครูหนุ่ม
ซื่อชิงแห่งศำลหงหลูกลัวว่ำตัวเองจะเผลอเหม่อไม่ทันมอง หำก รำชครูเฉินบอกเป็นนัยให้ศำลหงหลูใส่อะไรลงไปในน ้ำชำล่ะ?
เฉินผิงอันยกนิ้วชี้หน้ำเยี่ยนหย่งเฟิง “นี่เป็นเยี่ยนซื่อชิงที่ใช้ใจ คนถ่อยมำวัดใจของวิญญูชนแล้ว”
เยี่ยนหย่งเฟิงรู้ว่ำตัวเองคิดผิดไป ไม่ควรลังเลอะไรอีก เขำลุกขึ้น ยืนแล้วเดินจำกไปทันที ไปจัดกำรงำนตำมที่สั่งอย่ำงว่องไว
เผยเม่ำพยำยำมตีหน้ำเคร่ง ขณะที่เกือบจะหลุดมำดก็ต้องยกมือ ขึ้นแสร้งท ำเป็นจับปลำยคำง บิดหมุนล ำคอ
มำรดำมันเถอะ ชั่วร้ำยจริงๆ
ทุกคนในห้องล้วนท ำท่ำกระจ่ำงแจ้ง ท่ำทำงเหมือนรู้กันโดยไม่ ต้องเอื้อนเอ่ย แม้ว่ำวิธีกำรจะไม่สง่ำงำม แต่ก็ประหยัดแรงกำยแรงใจ ไปได้มำก
เฉินผิงอันเอ่ยอย่ำงอ่อนใจ “พวกเจ้ำไม่มีใครเป็นคนดีสักคน”
นี่แสดงให้เห็นว่ำทฤษฎีผลงำนอันเป็นรูปธรรมของชุยฉำนได้ซึม ลึกถึงใจคน แทบจะไม่มีภำระทำงใจด้ำนคุณธรรมอะไรกันอีกแล้ว
เยี่ยนหย่งเฟิงขอตัวลำกลับไปแล้วก็ไปยังศำลหงหลู เอำโต๊ะ หลำยตัวออกมำตั้ง เยี่ยนซื่อชิงจะเรียกตำแก่ที่คุ้นหน้ำคุ้นตำกันดี ทั้งหลำยมำดื่มชำ
เฉินผิงอันนั่งโน้มตัวมำด้ำนหน้ำเล็กน้อย หันหน้ำไปทำงสวีถง รองเจ้ำกรมกลำโหมถำมเหมือนชวนคุยว่ำ “รองเจ้ำกรมสวี เจ้ำมอง ทฤษฎีผลงำนอันเป็นรูปธรรมของรำชส ำนักต้ำหลีพวกเรำอย่ำงไร? เจ้ำคิดว่ำมีจุดไหนที่ต้องตรวจสอบหำช่องโหว่แล้วเติมเต็มให้สมบูรณ์ หรือไม่?”
สวีถงตกตะลึงอยู่บ้ำง แม้จะไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ไม่ถึงขั้นหวำดผวำ ตื่นตระหนกอะไร
ทว่ำอวี๋สืออู้กลับเห็นว่ำเผยเม่ำเปลี่ยนท่ำทีในเสี้ยววินำที
ประหนึ่งพยัคฆ์ที่ก ำลังนอนหลับพลันลืมตำขึ้นมำ
สวีถงจัดกำรกับอำรมณ์ของตัวเองให้ดีได้อย่ำงว่องไว ครั้นจึง ตอบว่ำ “ทฤษฎีผลงำนอันเป็นรูปธรรมของรำชครูชุยสำมำรถแบ่ง ออกเป็นสำมช่วงคือหน้ำกลำงหลัง หน้ำหลบซ่อนกลำงและหลัง แสดงออก ช่วงแรกทฤษฎีผลงำนอันเป็นรูปธรรมถือก ำเนิดขึ้นมำได้ อย่ำงไร มีรำกฐำนอยู่ตรงไหน ช่วงที่สองก็คือศำสตร์ คือกลยุทธ์ คือ ฝีมือ คือวิธีกำร มีทั้งแผนเปิดและแผนลับ เป็นทั้งยุทธวิธีทำงตรงและ ทำงอ้อม ใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อนควบคู่กัน ทั้งในเรื่องกำรให้รำงวัล และกำรลงโทษ ระหว่ำงชื่อเสียงกับควำมเป็นจริง ระหว่ำงจังหวะเวลำ และควำมพลิกแพลง ระหว่ำงกำรรักษำสมดุลและกำรค ้ำยัน สถำนกำรณ์ไม่ให้ล้มลง ท้ำยที่สุดแล้ว ก็คือกำรค่อยๆ สะสมผลลัพธ์ เล็กๆ ทีละขั้น จนก่อรูปเป็นผลลัพธ์ใหญ่ในที่สุด”
บทพิเศษ ตอนที่ 63.2 อดีตและปัจจุบันค ำนับทักทำยกัน
“คนบนโลกเข้ำใจผิดคิดว่ำทฤษฎีผลงำนอันเป็นรูปธรรมของต้ำ หลีก็คือกำรพูดถึงผลประโยชน์อย่ำงเดียวโดยไม่สนเรื่องคุณธรรม ศีลธรรม ก็เหมือนกับที่คนบนโลกเข้ำใจผิดคิดว่ำลัทธิขงจื๊อพูดแต่ เรื่องคุณธรรมน ้ำใจ โดยที่ไม่รู้ว่ำแก่นแท้นั้นอยู่ที่ค ำว่ำ “กำรเรียนรู้ กับฝึกฝน” และ “ควำมแยบยลกับกำรหยั่งรู้”
“จุดที่ต้องตรวจสอบแล้วชดเชยแก้ไขแน่นอนว่ำต้องยังมี เพียงแต่ว่ำตอนนี้ข้ำยังคิดไม่ออก”
เฉินผิงอันไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ
เผยเม่ำมองสวีถงแห่งกรมกลำโหม
ถือว่ำเป็นคนฉลำด ตรงไหนที่คิดไม่ออกก็จะไม่กล้ำพูดอธิบำย เพรำะเกี่ยวพันไปถึงสำยแยกฝ่ำยในของสำยเหวินเซิ่งว่ำ ท ำไมซุย ฉำนถึงได้หลอกลวงอำจำรย์ลบล้ำงบรรพชนถึงขั้นที่ยังเกี่ยวพันไป ถึงศึกตรีจตุของฝ่ำยในลัทธิขงจื๊อด้วย แค่นี้ก็ใช้ได้แล้ว เอำเป็นว่ำ เฉินผิงอันเข้ำใจยิ่งกว่ำใครทั้งนั้น ก็แค่แกล้งโง่เท่ำนั้น
จ้ำวตวนจิ่นรู้สึกว่ำต้องมองสวีถงเสียใหม่ ควำมรู้ของลัทธิขงจื๊อ นั้นวำงรำกฐำนอยู่บนใจคนและวิถีทำงโลก ปูถนนสร้ำงสะพำนอยู่ใน โลกมนุษย์ เป็นเหตุให้น้อยนักที่จะพูดถึงกำรสื่อสำรระหว่ำงคนและ เทพ ส่วนใหญ่จะเลือกพูดถึงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงผู้คนมำกกว่ำ
ดูท่ำวันหน้ำหำกมีโอกำสต้องพูดคุยกับรองเจ้ำกรมสวีให้มำก หน่อยแล้ว เรื่องของวิชำควำมรู้ต้องมีกำรขัดเกลำ ควรจะต้องหำคน มำประลองฝีมือบ้ำง
สวีถงนั้นถือว่ำเป็นรองเจ้ำกรมอำวุโสของกรมขุนนำงแล้ว อยู่ใน ต ำแหน่งนี้มำเกือบห้ำสิบปี มีควำมสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับรองเจ้ำกรมคน ใหม่อย่ำงอู๋หวังเฉิง ภำระงำนในที่ว่ำกำรหนักหน่วง แล้วก็เพรำะต้องปู เบำะนอนบนพื้นด้วยกันเป็นประจ ำ จึงได้พูดคุยกันบ่อยครั้งแล้วก็ ค่อนข้ำงถูกชะตำกัน ควำมไม่พอใจที่ใหญ่ที่สุดที่มีต่ออู๋หวังเฉิงก็คือ ไอ้หมอนี่มักจะนอนหลับได้เร็วกว่ำตนเสมอ เสียงกรนดังสนั่นฟ้ำ เป็น เหตุให้ทั้งๆ ที่สวีถงง่วงอย่ำงถึงที่สุดแต่กลับท ำได้เพียงเหม่อมองฝ้ำ เพดำน มีอยู่หลำยครั้งที่นึกอยำกจะตบปำกอู๋หวังเฉิงให้เขำตื่นขึ้นมำ
ก่อนหน้ำนี้เรื่องรำวของแม่ทัพมี่โจวและรองแม่ทัพอู้โจวท ำให้ กรมกลำโหมสองแห่งมีแรงกดดันสูงมำก สูงอย่ำงถึงที่สุด
เกิดจลำจลในกองทัพชำยแดน?
ในประวัติศำสตร์ของรำชส ำนักต้ำหลี นี่คือเรื่องหำยำกที่ไม่เคย เกิดขึ้นมำนำนแค่ไหนแล้ว?
หำกไม่เป็นเพรำะรำชครูเฉินจูงม้ำให้เจ้ำกรมผู้เฒ่ำด้วยตัวเอง ถือเป็นกำรก ำหนดทิศทำงให้กับกรมกลำโหมอย่ำงเปิดเผย เสิ่นเฉิน มีคุณูปกำรต่อต้ำหลี กรมกลำโหมจะเป็นกรมกลำโหมที่คือฝูงมังกร ไร้ผู้น ำหรือไม่ ณ เวลำนี้ใจคนก็มีแต่จะยิ่งกระวนกระวำย
ท ำไมเสิ่นเฉินจะต้องแย่งชิงกับสหำยร่วมงำน ให้ที่ว่ำกำรใน ระเบียงพันก้ำวแห่งแรกที่รำชครูคนใหม่ย่ำงกรำยไปเยือน ต้องเป็น กรมกลำโหมให้จงได้?
แค่ช่วงชิงศักดิ์ศรีหน้ำตำเท่ำนั้นหรือ?
แน่นอนว่ำไม่ได้เรียบง่ำยเพียงเท่ำนี้ เพรำะฝ่ำยงำนที่รำชครูเฉิน ให้ควำมส ำคัญมำกที่สุดก็คือสองกรมอย่ำงกลำโหมและพิธีกำร
ก่อนหน้ำนั้นให้เกียรติไปเยือนกรมพิธีกำร สมเหตุสมผลตำม หลักฟ้ำดินอย่ำงยิ่งแล้วเพรำะรำชครูเฉินคือลูกศิษย์ผู้สืบทอดของเห วินเซิ่ง
ไปถึงกรมกลำโหมก่อน ก็สมเหตุสมผลเช่นเดียวกัน อย่ำลืมล่ะ ว่ำก่อนที่เฉินผิงอันจะรับหน้ำที่เป็นรำชครู เขำมีต ำแหน่งขุนนำงอะไร
อิ่นกวำนแห่งก ำแพงเมืองปรำณกระบี่
เจ้ำจะเอำแต่ตะเบ็งคอแข็งเอ่ยประโยคว่ำ “เขำเฉินผิงอันจะไป เข้ำใจอะไรกับกำรระดมก ำลังพล จัดทัพสั่งกำรแม่ทัพนำยกอง” ก็คง ไม่ได้กระมัง?
คนนอกอำชีพกลัวจะเจอผู้เชี่ยวชำญ ผู้เชี่ยวชำญก็ยิ่งกลัวว่ำจะ เจอปรมำจำรย์ในงำนด้ำนนี้
เฉินผิงอันเป็นอิ่นกวำนคนสุดท้ำยเป็นได้อย่ำงไร ศำลบุ๋น แผ่นดินกลำงและยอดเขำของใต้หล้ำไพศำลมีข้อสรุปกันมำนำนแล้ว
หำกจะบอกว่ำเฉินผิงอันกับจ้ำวตวนจิ่นพูดคุยกันได้ค่อนข้ำง “สบำยๆ” และพูดคุยกับเยี่ยนหย่งเฟิงก็ค่อนข้ำงตำมแต่ใจ ถ้ำอย่ำง นั้นค ำพูดที่เขำพูดคุยกับสวีถงก็เห็นได้ชัดว่ำเข้ำประเด็นอย่ำงไม่อ้อม ค้อม เขำถำมตรงๆ ว่ำ “สวีถง ฝ่ำบำทรู้สึกว่ำเจ้ำสำมำรถรับหน้ำที่
ดูแลกรมกลำโหมของแคว้นได้ ข้ำรู้สึกว่ำเจ้ำเหมำะจะไปเป็นเจ้ำกรม กลำโหมที่เมืองหลวงส ำรองมำกกว่ำ ไปฝึกประสบกำรณ์ที่นั่นสักสี่ห้ำ ปี เจ้ำคิดว่ำอย่ำงไร?”
สวีถงรองเจ้ำกรมฝ่ำยซ้ำยกรมกลำโหมมีชำติก ำเนิดมำจำก ตระกูลปัญญำชนในท้องถิ่น แต่กลับไม่ใช่ตระกูลชนชั้นสูงอันดับหนึ่ง หรือตระกูลผู้มีชื่อเสียงในพื้นที่
สวีถงอึ้งตะลึง
เห็นได้ชัดว่ำไม่มีทำงเลือกให้เขำเลยสักนิด
ในใจของใต้เท้ำรองเจ้ำกรมพลันวูบโหวง
หำกจะให้บอกว่ำไม่อยำกเข้ำรับต ำแหน่งเจ้ำกรมที่ว่ำงอยู่ พัฒนำรุดหน้ำไปอีกขั้นอย่ำงรำบรื่นอะไรเลย แม้กระทั่งตัวสวีถงเองก็ ยังไม่เชื่อ
รองเจ้ำกรมฝ่ำยซ้ำยกับเจ้ำกรม นี่ก็น่ำจะเป็นเหมือนควำมต่ำง ระหว่ำงก่อก ำเนิดกับหยกดิบของบนภูเขำ ห่ำงกันแค่ก้ำวเดียวก็ต่ำง รำวก้อนเมฆกับดินโคลน
ครั้งนี้เขำสำมำรถมำเข้ำรวมกำรประชุมได้ ทว่ำรองเจ้ำกรมฝ่ำย ขวำอย่ำงอู๋หวังเฉิงกลับไม่ได้มำ เดิมทีสวีถงก็มีเป้ำหมำยอยู่ที่ “เจ้ำกรม” อยู่แล้ว แต่ฟังจำกควำมหมำยของรำชครูเฉิน เจ้ำกรมนี้ไม่ เหมือนเจ้ำกรม รองเจ้ำกรมฝ่ำยซ้ำยของกรมกลำโหมเมืองหลวงไป รับหน้ำที่เป็นเจ้ำกรมที่เมืองหลวงส ำรอง ก็แค่กำรย้ำยต ำแหน่งใน ระดับขั้นที่เท่ำเทียมกันเท่ำนั้น
เฉินผิงอันคลี่ยิ้มมีเลศนัย “รองเจ้ำกรมฝ่ำยซ้ำยอย่ำงเจ้ำไม่อำจ เป็นเจ้ำกรมได้ เขำอู๋หวังเฉิงเพิ่งจะเป็นรองเจ้ำกรมฝ่ำยขวำได้นำน เท่ำไรกันเชียว ยิ่งไม่มีทำงเป็นไปได้”
“เสิ่นเฉินค่อนข้ำงลังเลในกำรเลือกระหว่ำงเจ้ำกับอู๋หวังเฉิง ไม่ เพียงแต่ลังเลว่ำเลือกใครดีกว่ำกัน ยังลังเลว่ำให้พวกเจ้ำรับหน้ำที่ใน กรมกลำโหมจะใช่ทำงเลือกที่ดีที่สุดหรือไม่ เพรำะเจ้ำกรมผู้เฒ่ำรู้สึก ว่ำพวกเจ้ำสองคนเหมือนจะยังขำดควำมหมำยบำงอย่ำงไป”
แน่นอนว่ำเจ้ำกรมผู้เฒ่ำเสิ่นเฉินมิอำจเป็นผู้ตัดสินได้ว่ำจะเลือก ใครมำแทนที่ต ำแหน่งที่ว่ำงลง แต่รำชส ำนักก็จะต้องพิจำรณำ ควำมเห็นของเขำอย่ำงรอบคอบ
สวีถงได้ยินอย่ำงนี้ในใจก็รู้สึกดีขึ้นมำหน่อย แต่ก็เป็นห่วงกรม กลำโหมของเมืองหลวงในอนำคตขึ้นมำทันทีเหมือนกัน เรียกได้ว่ำ อำรมณ์ซับซ้อนอย่ำงถึงที่สุด
ไหวอ๋องซ่งจ่ำงจิ้งและลั่วอ๋องซ่งมู่ต่ำงก็อยู่ที่เปลี่ยวร้ำง และสวีถง เองก็รับผิดชอบประสำนงำนกิจทำงกำรทหำรในเปลี่ยวร้ำงกับอ๋องหัว เมืองทั้งสองท่ำนนี้อยู่ตลอด ไปรับหน้ำที่เป็นเจ้ำกรมกลำโหมที่เมือง หลวงส ำรองก็เหมำะมำกจริงๆ เรื่องมำถึงขั้นนี้สถำนกำรณ์ใหญ่ถูก ก ำหนดมำไว้แล้ว เพียงไม่นำนสวีถงก็จัดกำรกับอำรมณ์ของตัวเอง ได้ถึงขั้นที่ว่ำกลับยังกระตุ้นปณิธำนฮึกเหิมที่ไม่เคยมีมำนำนขึ้นมำ ได้ ในเมื่อวันนี้ท่ำนรำชครูเฉินรู้สึกว่ำข้ำสวีถงไม่เหมำะจะเอำมำใช้ ท ำงำนใหญ่ ไม่อำจรับต ำแหน่งเจ้ำกรมได้ แต่สักวันหนึ่ง เก้ำอี้ตัวนี้ก็ จะต้องยังเป็นข้ำสวีถงที่ได้นั่ง! เขำลุกขึ้นประสำนมือคำรวะ “สวีถง รับค ำสั่ง!”
จ้ำวตวนจิ่นรู้สึกเสียดำยสวีถงอยู่บ้ำง เพรำะถึงอย่ำงไรทิวทัศน์ แห่งเมืองหลวงย่อมไม่เหมือนฤดูกำลของที่อื่น ดอกบัวที่ต้อง แสงอำทิตย์ย่อมแดงงดงำมเป็นพิเศษ
เผยเม่ำพยักหน้ำ รองเจ้ำกรมกลำโหมอย่ำงสวีถงผู้นี้ถือว่ำไม่เลว ทว่ำคนที่อยู่ในสถำนกำรณ์มักจะมองไม่ออก สวีถงยังอ่อนหัดไปสัก หน่อย จับจ้องมองอยู่แค่ต ำแหน่ง “เจ้ำกรมกลำโหม อย่ำงเดียว เท่ำนั้น ไม่ได้คิดไปถึงต ำแหน่งจ่งตู (ผู้ส ำเร็จรำชกำร ผู้ว่ำกำรใหญ่ ข้ำหลวงใหญ่หรืออุปรำช ต ำแหน่งขุนนำงระดับสูง มีอ ำนำจ บัญชำกำรทั้งฝ่ำยทหำรและพลเรือน ปกครองดูแลพื้นที่ขนำดใหญ่ที่
ประกอบด้วยหลำยมณฑล) บุคคลอันดับหนึ่งที่ปกครองภำคทั้งหลำย หรือไม่ก็…เวินจู้กั๋ว (ฝ่ำยบุ๋นผู้เป็นเสำหลักค ้ำยันแผ่นดินหรือต ำแหน่ง
ช่ำงจู้กั๋ว) อู๋สวินโซ่ว (ฝ่ำยบู๊ผู้ตรวจตรำแผ่นดิน) ที่มีต ำแหน่งใหญ่ยิ่ง กว่ำ เพรำะถึงอย่ำงไรหำกกองทัพต้ำหลีเลือกที่จะกรีฑำทัพลงใต้ เรื่องอะไรบ้ำงที่จะเกิดขึ้นไม่ได้? ถอยไปหนึ่งก้ำว ตอนนี้ต้ำหลียังไม่ คิดจะฮุบกลืนทั้งทวีปใหม่อีกครั้ง แต่รอกระทั่งฝั่งของเปลี่ยวร้ำงถอน ก ำลังทัพหลักออกไป แม่ทัพปู่ผู้มีคุณูปกำรกลุ่มใหญ่ซึ่งมีเฉำผิงเป็น หนึ่งในนั้นหวนกลับมำยังรำชส ำนัก ตอนนี้เจ้ำคิดว่ำเจ้ำกรมเมือง หลวงส ำรองเป็นดั่งซี่โครงไก่ ถึงเวลำนั้นกลับจะรู้แล้วว่ำมันล ้ำค่ำถึง เพียงใด ดังนั้นตำมควำมเห็นของเผยเม่ำ ถือว่ำเฉินผิงอันเห็นแก่ ไมตรีเก่ำที่เคยมีต่อกันของกรมกลำโหมมำกพอแล้ว
ในขณะที่สวีถงก ำลังจะก้ำวข้ำมธรณีประตู พลันได้ยินรำชครู เฉินพูดว่ำ “สวีถง เจ้ำมีควำมคิดเห็นเฉพำะต่อทฤษฎีผลงำนอันเป็น รูปธรรม ในทิศทำงส่วนใหญ่แล้วถือว่ำถูกต้อง”
ดูท่ำแล้วเหมือนสวีถงที่หมุนตัวกลับมำจะอยำกพูดอะไรบำงอย่ำง แต่ก็อดทนเอำไว้เพียงก้ำวยำวๆ ออกจำกจวนรำชครูไป
จ้ำวตวนจิ่นเผยสีหน้ำยินดี เขำรู้สึกดีใจแทนรองเจ้ำกรมสวี
นี่แทบจะเป็นค ำชมที่ใหญ่ที่สุดที่รำชครูเฉินมีต่อขุนนำงต้ำหลี คนหนึ่งแล้ว มำกไปกว่ำนี้ไม่ได้อีกแล้ว
คิดดูแล้วตอนที่รองเจ้ำกรมสวีออกจำกเมืองหลวงไปรับหน้ำที่ก็ คงไม่รู้สึกอัดอั้นตันใจอีกกระมัง
เป็นรองเจ้ำกรมของกรมกลำโหมเหมือนกัน สวีถงเข้ำร่วมกำร ประชุมครั้งแรก แต่อู๋หวังเฉิงได้เข้ำประชุมครั้งที่สอง
มองดูเหมือนทั้งสองฝ่ำยต่ำงก็มีโอกำส
กำรประชุมครั้งแรกยังไม่สิ้นสุด ที่ว่ำกำรกรมกลำโหม อู๋หวังเฉิง รองเจ้ำกรมฝ่ำยขวำจัดกำรงำนรำชกำรในมือเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นเดิน ออกมำจำกห้องท ำงำนของตัวเอง เจ้ำกรมผู้เฒ่ำเสิ่นลำออกจำกกำร เป็นขุนนำงกลับบ้ำนเกิดไปแล้ว บนโต๊ะหนังสือที่เก็บกวำดอย่ำง สะอำดเอี่ยมในห้องท ำงำนแห่งนั้น ด้ำนบนวำงจำนฝนหมึกโบรำณที่
ท ำจำกวัสดุธรรมดำไว้ใบหนึ่ง ตัวอักษรที่แกะสลักก็ไม่ใช่ฝีมือของ ช่ำงผู้มีชื่อเสียงอะไร ทว่ำจำนฝนหมึกที่หำกเอำไปขำยที่หลิวหลีฉ่ำง ก็คงขำยได้เงินแค่ไม่กี่ต ำลึงใบนี้ กลับถูกรองเจ้ำกรมกลำโหมแต่ละ รุ่นของต้ำหลีมองเป็น “ตรำประทับขุนนำง” ที่แท้จริง
อู๋หวังเฉิงยืนอยู่ข้ำงโต๊ะหนังสือ ไม่ได้ยื่นมือไปแตะต้องจำนฝน หมึกชิ้นนั้น
มันอยู่ในกรมกลำโหมต้ำหลีมำเจ็ดแปดร้อยปีแล้ว เจ้ำกรม กลำโหมต้ำหลีเปลี่ยนไปแล้วรุ่นเล่ำ แต่มันกลับยังคง “พักอำศัย” อยู่ บนโต๊ะตัวนี้
หรงอวี๋หิ้วกล่องใบหนึ่งมำ หยิบน ้ำชำ ผลไม้และขนมออกมำจำก กล่อง
อวี๋สืออู้ช่วยแจกจ่ำยให้กับทุกคน ด้ำนข้ำงเก้ำอี้ของทุกคนมีโต๊ะ น ้ำชำวำงไว้อยู่แล้ว
เฉินผิงอันลุกขึ้นยืน เดินไปอยู่ข้ำงชั้นมำกสมบัติที่วำงติดผนัง
ห้องโถงกว้ำงขวำงที่ขยับขยำยใหม่ของจวนรำชครูห้องนี้ ของ ประดับตกแต่งส่วนในเป็นเครื่องกระเบื้องที่มำจำกเตำเผำทำงกำรของ หลงเฉวียน
กระทั่งบัดนี้ ทุกคนที่ยังอยู่ในกำรประชุมถึงจะมีเวลำว่ำงนึกขึ้นมำ ได้ว่ำรำชครูเฉินคือคนของเขตหลงเฉวียน
คนมีใจบำงคนมองหลี่จือจ้ำวที่นั่งตัวตรงอย่ำงส ำรวม คนผู้นี้ก็คือ คนบ้ำนเดียวกับรำชครูเฉิน
จ้ำวตวนจิ่นฉวยจังหวะที่รำชครูเฉินก็พักผ่อนด้วยลุกขึ้นยืน เดิน ไปหยุดอยู่ข้ำงๆ ที่ใส่พู่กันขนำดใหญ่ท ำจำกเครื่องกระเบื้อง ด้ำนใน มีทั้งแกนม้วนภำพ แล้วก็มีทั้งพัดพับ อัดรวมแน่นอยู่ด้วยกัน จ้ำวต วนจิ่นคลี่พัดพับเล่มหนึ่งออก คือเนื้อหำของคัมภีร์ลัทธิเต๋ำที่คัดด้วย ตัวอักษรเสี่ยวข่ำย เดิมทีคิดว่ำเป็นลำยมือของเทพเชียนบนยอดเขำ ท่ำนใด แต่พอเห็นค ำลงนำมถึงรู้ว่ำเป็นลำยมือของรำชครูเฉินเอง ยัง มีลำยตรำประทับส่วนตัวหลำยอันประทับไว้ด้วย
จ้ำวตวนจิ่นรวบพัดพับเก็บใส่ไว้ในชำยแขนเสื้อของตัวเองอย่ำง ไม่กระโตกกระตำกแค่ช่วยย้ำยบ้ำนให้มันเท่ำนั้นเอง
หรงอวี๋กระแอมเบำๆ เจ้ำกรมจ้ำวก็ได้แต่หยุดมือ
ผู้เฒ่ำคนหนึ่งที่วันนี้โชคดีได้มำเป็นผู้ฟังกำรประชุมพร้อมกับซึ่ง ซึ่งมีรอยยิ้มอย่ำงอ่อนโยน มองดูเหมือนเป็นคนใจกว้ำงร่ำงใหญ่ เขำ ชื่อว่ำไต้หง คือคนบนเส้นทำงเดียวกันกับต่งครึ่งเมือง สองฝ่ำยถือ เป็นน ้ำบ่อที่ไม่ยุ่งกับน ้ำคลอง ต่ำงคนต่ำงหำเงิน หลำยปีมำนี้ทั้งไม่ เคยร่วมงำนกัน แล้วก็ไม่เคยมีควำมขัดแย้งกัน ในเรื่องกำรค้ำขำยที่
เงินทองไหลมำเทมำยังมีกำร “ยอมให้กันอย่ำงมีมำรยำท” ซึ่งถือเป็น ควำมรู้ใจกันโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ทั่วทั้งรำชส ำนักต ำำหลี คนที่รู้จัก ชื่อไต้หงนี้ มีอยู่แค่ไม่กี่คน ดังนั้นรู้จักไต้หงหรือไม่ ในระดับใหญ่แล้ว ก็สำมำรถตัดสินได้ว่ำคนมีเงินคนหนึ่ง สรุปแล้วมีเงินอย่ำงแท้จริงหรือ มีเงินหลอกๆ กันแน่
ไต้หงคือผู้ร่วมฟัง ต ำแหน่งอยู่ด้ำนหลังเก้ำอี้ของเฉำเกิงซิน ก่อน หน้ำนี้ใต้เท้ำเฉำเจ้ำกรมเฉำแห่งเมืองหลวงส ำรองคอยหันกลับไปมอง เป็นระยะ ดูจำกท่ำทำงแล้วอยำกจะพูดคุยกับอีกฝ่ำย ท ำเอำไต้หงรู้สึก ตึงเครียดอย่ำงมำก เวลำนี้เฉำเกิงซินได้ออกไปจำกห้องโถงแล้วไต้ หงดื่มชำพลำงฉวยโอกำสตอนที่ไม่มีใครมองมำแอบหยิบส้มหวำน ลูกหนึ่งจำกในถำดเครื่องกระเบื้องแกะสลักลำยเมฆบนโต๊ะน ้ำชำใส่ไว้ ในชำยแขนเสื้อ จะบอกว่ำธรรมดำก็ธรรมดำ ดูเหมือนว่ำจะเป็นส้ม หวำนหย่งเฉวียนจำกแถบเมืองหลินไห่ จะบอกว่ำไม่ธรรมดำก็เพรำะ ของชิ้นนี้เป็นของที่น ำจำกจวนรำชครูกลับไปบ้ำน บุตรสำวที่เขำรัก และเอ็นดูที่สุดหลงใหลในบันทึกกำรเดินทำงเล่มหนึ่งมำก แล้วก็
เลื่อมใสจอมยุทธพเนจรหนุ่มน้อยคนหนึ่งเป็นที่สุด กลับไปถึงบ้ำนจะ ได้คุยโวกับบุตรสำวได้ แน่นอนว่ำต้องเตรียมค ำพูดไว้ให้ดีๆ
ด้ำนข้ำงผู้เฒ่ำยังมีหญิงสำวที่แต่งกำยเรียบง่ำยคนหนึ่งนั่งอยู่ ไม่ใช่ผู้ฝึกตนที่สำมำรถควำมเยำว์วัยเอำไว้ได้ นำงอำยุน้อยมำกจริงๆ เพิ่งจะยี่สิบกว่ำปีเท่ำนั้น แต่ออกไปจำกจวนแห่งนี้ ออกไปจำกเมือง หลวงต้ำหลี สถำนะของนำงก็จะไม่ธรรมดำอย่ำงมำกแล้ว
พรรคในยุทธภพของต้ำหลีที่ถูกกรมอำญำจดลงบันทึกอย่ำง ลับๆ มีมำกถึงสองร้อยกว่ำแห่ง กระจำยกันอยู่ร้อยกว่ำมณฑล แม้ว่ำ รำชส ำนักต้ำหลีจะมอบแผ่นดินครึ่งทวีปของแจกันสมบัติทวีปคืน กลับไปให้แล้ว ทว่ำทำงทิศใต้ของล ำน ้ำใหญ่ ยุทธภพก็ยังคงเป็นยุทธ ภพแห่งเดิม
อำจำรย์ของนำง คือเจ้ำต ำหนักของต ำหนักสู่หลีคนก่อน ก็คือ คนที่ในอดีตถูกพรรคเกือบครึ่งของยุทธภพสนับสนุนให้เป็นผู้น ำแห่ง กลุ่มพันธมิตร
เมื่อหลำยปีก่อนนำงได้สืบทอด “กิจกำรยิ่งใหญ่ที่สืบเนื่องมำ ยำวนำนหลำยร้อยปี” แห่งนี้ พรรคในยุทธภพก็มี “ตระกูลขุนนำง เก่ำแก่’ เหมือนกัน ต ำหนักสู่หลีก็คือหนึ่งในนั้น อย่ำง “ท่ำนหก” กำร ที่นำงให้กำรสนับสนุนพรรคอวี๋หลงก็เพรำะหวงเหลียนที่เป็นองค์หญิง อยำกจะงัดข้อกับสตรีที่เป็น ‘เจ้ำต ำหนัก’ อย่ำงนำง
พ่อค้ำหลวงไต้หงรู้จักตัวเองดี รู้ว่ำตัวเองก็คือหนึ่งในถุงเงินที่ออก หน้ำออกตำของรำชส ำนักต้ำหลี
กำรค้ำบำงอย่ำงที่ทำงกำรต้ำหลีไม่เหมำะจะท ำ เขำเหมำะ แต่ กำรค้ำที่ทำงกำรรำชส ำนักต้ำหลีแตะต้อง เขำกลับห้ำมแตะต้อง เด็ดขำด
ดังนั้นเขำถึงได้นั่งอยู่ตรงนี้อย่ำงสบำยใจ แล้วยังกล้ำยื่นมือไป ฉวยส้มหวำนลูกหนึ่งมำเก็บไว้
ผู้เฒ่ำมองประเมินสตรีในยุทธภพที่ดูเหมือนว่ำจะชื่อเกำสุยผู้นี้ มองปรำดๆ คล้ำยหญิงชำวบ้ำนผู้แต่งกำยแบบพื้นบ้ำนเรียบง่ำย ใช้ ผ้ำสีเขียวคลุมศีรษะเหมือนกำรแต่งตัวตำมชนบท แต่ถึงอย่ำงไรก็มี ควำมงำมตำมธรรมชำติยำกจะละทิ้ง มองอย่ำงละเอียดก็ยังคงเป็น โฉมสะครำญที่รูปโฉมงำมล ้ำโดดเด่น ว่ำกันว่ำเจ้ำต ำหนักแต่ละรุ่น ของต ำหนักสู่หลีล้วนเป็นสตรีที่มีรูปโฉมและบุคลิกไม่เป็นรองเฮ้อ เสี่ยวเหลียงและซูเจี้ยเลย วันนี้ไต้หงได้เห็นนำงกับตำตัวเอง ในใจก็ คิดว่ำค ำเล่ำลือไม่ถือว่ำไร้สำระ
เพียงแต่ไม่รู้ว่ำเจ้ำต ำหนักสำวผู้นี้จะถือสำตนหรือไม่
อะไรที่บอกว่ำสถำนที่ที่รำชส ำนักต้ำหลีไม่ควบคุม ต ำหนักสู่หลี ยังคงควบคุมได้ ค ำพูดเกินจริงที่คล้ำยคลึงกันนี้ อันที่จริงยังมีอยู่เยอะ มำก อย่ำงค ำที่เกินจริงที่สุดก็คือต ำหนักสู่หลีสำมำรถชักน ำปรำณ
มังกรได้ พวกนำงเป็นผู้ตัดสินชะตำชีวิตที่แท้จริงของโอรสสวรรค์ สมัยแล้วสมัยเล่ำ
หรงอวี๋ไม่ได้สนใจเกำสุ่ยที่คลุกคลีอยู่ในยุทธภพเท่ำใดนัก
แต่เกำสุ้ยกลับมองหรงอวี๋อยู่หลำยที
ตัวส ำรองเจ้ำต ำหนักของต ำหนักสู่หลีทุกรุ่น นับแต่เด็กมำพวก นำงก็เชี่ยวชำญศำสตร์กำรมองลมปรำณ มองฟ้ำเก่งเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมำคือมองดิน จำกนั้นจึงจะเป็นมองคน
หลังจำกที่เกำสุ้ยเข้ำมำในจวนแห่งนี้ถึงได้ยอมรับชะตำกรรม นำงถึงจะได้สัมผัสกับหลักกำรเหตุผลที่อำจำรย์เคยพูดไว้ในปีนั้นกับ ตัวเอง
รำชส ำนักต้ำหลี ประหนึ่งนกนำงแอ่นหน้ำศำลเทพเชียน ดุจปลำ หลีในสระแห่งยุทธภพ
เฉินผิงอันไม่ได้กลับไปนั่งที่เดิม เพียงแค่หันหน้ำมำพูดว่ำ “ไต้หง เจ้ำไปเยือนส ำนักตรวจกำรรอบหนึ่ง ดูสิว่ำผู้ตรวจกำรหยวนและชิว โย่วไถ (รองผู้ตรวจกำรฝ่ำยขวำ) มีตรงไหนที่ต้องกำรให้เจ้ำ ช่วยเหลือหรือไม่ เจ้ำเชี่ยวชำญศำสตร์จี้หรำน (กลยุทธ์ค้ำขำย กำร จัดกำรกำรเงินและกำรค ำนวณเชิงผลประโยชน์) กำรตรวจสอบบัญชี ของกรมคลังต่อจำกนี้ต้องมีพื้นที่ให้เจ้ำได้แสดงฝีมือแน่นอน”
ไต้หงลุกขึ้นยืน ในใจสงบนิ่งได้อย่ำงเต็มที่
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “หำกไม่คิดว่ำยุ่งยำกก็เอำผลไม้ทั้งถำดไปได้ เลย ไม่ใช่ผลไม้ตระกูลเซียนอะไร รำคำแค่ไม่กี่แดงเท่ำนั้น”
ไต้หงมีสีหน้ำกระอักกระอ่วน พูดอย่ำงอึดอัดว่ำ “ไม่ดีกระมัง?”
ก็เพรำะเขำกลัวว่ำใต้เท้ำรำชครูจะพูดประชดน่ะสิ
เฉินผิงอันเอ่ย “ไม่ต้องคิดมำก”
ไต้หงจึงเทผลไม้ใส่ไว้ในชำยแขนเสื้อทั้งหมด แล้วผูกปมที่ปลำย ชำยแขนเสื้อ ถือถำดกระเบื้องเคลือบไว้ในมือ ไม่อิดออดชักช้ำเลย สักนิด
เฉินผิงอันเบนสำยตำมำเล็กน้อย “เกำสุ่ย วันหน้ำจะมีคนที่ชื่อชู หลำงหรือไม่ก็หลัวฟู่เม่ยเป็นฝ่ำยติดต่อไปหำต ำหนักสู่หลีของพวก เจ้ำด้วยตัวเอง”
เกำสุ่ยรีบลุกขึ้นทันที กุมมือคำรวะ “หญิงสำมัญ (ค ำเรียกแทน ตัวเองอย่ำงนอบน้อม) เกำสุ้ยจะท ำตำมค ำสั่งไม่ให้เกิดควำม ผิดพลำด”
เฉินผิงอันเอ่ยเตือนว่ำ “ก่อนจะออกไปจำกเมืองหลวงต้ำหลี ไป หำบรรพจำรย์ที่อยู่สกุลชิวฝูเฟิงมำนำนหลำยปีของเจ้ำคนนั้น หำก นำงยินดีก็สำมำรถไปสร้ำงผลงำนอยู่ที่จวนสุ่ยจวินมหำสมุทรบูรพำ ได้ เพรำะสำยรองของสกุลชิวไม่มีทำงมีมังกรปรำกฏตัว”
แม้ว่ำเกำสู้ยจะไม่เข้ำใจต้นสำยปลำยเหตุ แต่ก็ได้แค่บำกหน้ำ ตอบรับไป นำงเดินออกจำกประตูใหญ่ เดินสวนไหล่กับหรงอวี๋
องค์รักษ์หญิงที่อยู่ข้ำงกำยชิวหล่งผู้นั้น มีควำมเป็นมำ
โชคชะตำบู๊ในทวีปมีจ ำกัด ปรมำจำรย์ขอบเขตปลำยทำงเรียก ได้ว่ำมีน้อยดุจขนหงส์เขำกิเลน ขอบเขตยอดเขำก็มีน้อยจนนับนิ้ว ได้ หำกจะพูดถึงแจกันสมบัติทวีปในทุกวันนี้ ผู้ฝึกยุทธขอบเขตเดิน ทำงไกลคนหนึ่ง ไม่ถือว่ำหำยำกอะไร แต่หำกนำงยังมีสถำนะผู้ฝึก กระบี่ขอบเขตก่อก ำเนิดเพิ่มมำอีกชั้นหนึ่ง ก็มำกพอที่จะมีคุณสมบัติ ถูกจวนรำชครูจดลงบันทึกอย่ำงลับๆ แล้ว
บทพิเศษ ตอนที่ 63.3 อดีตและปัจจุบันค ำนับทักทำยกัน
เฉินผิงอันกลับไปนั่งที่เดิม “เผยเม่ำ ก่อนที่เสิ่นเฉินจะออกจำก เมืองหลวง เคยพยำยำมอย่ำงสุดก ำลังที่จะแนะน ำให้เจ้ำเป็นเจ้ำกรม กลำโหม”
ตอนนั้นผู้เฒ่ำนั่งอยู่บนหลังม้ำ สำมำรถพูดได้ว่ำแนะน ำเผยเม่ำ อย่ำงไม่ออมแรง พูดตำมตรงว่ำกวำดตำมองไปทั่วทั้งแคว้น คนที่ควร มำกุมอ ำนำจในกรมกลำโหมต้องเป็นเขำเผยเม่ำเท่ำนั้น
หำกฮ่องเต้และรำชครูตัดสินใจได้แล้ว แน่นอนว่ำเสิ่นเฉินก็ยินดี จะยอมให้รองเจ้ำกรมสองคนอย่ำงสวีและอู๋มำรับต ำแหน่งในกรม กลำโหม
ทว่ำส ำหรับในใจของเจ้ำกรมผู้เฒ่ำแล้ว ทูตผู้ตรวจกำรเผยเม่ำ จึงจะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง
เผยเม่ำเอ่ยด้วยน ้ำเสียงเรียบเฉย “นอกจำกข้ำแล้ว ใครจะเป็น เจ้ำกรมกลำโหมได้ดีอีก?”
คงเป็นเพรำะถูกค ำตอบที่ตรงไปตรงมำนี้ของเผยเม่ำท ำให้สะอึก อึ้งไปแล้ว รำชครูเฉินถึงได้เงียบไปพักหนึ่ง
เส้นแสงสีทองลอดทะลุผ่ำนหน้ำต่ำงเข้ำมำ ส่องสว่ำงให้กับห้อง โถงใหญ่
เฉินผิงอันยิ้มถำม “ท ำไมถึงมีแต่เจ้ำเผยเม่ำเท่ำนั้นที่สำมำรถรับ ต ำแหน่งเจ้ำกรมกลำโหมได้ เพรำะระดับขั้นสูงหรือ? เฉำผิงก็เป็นทูต ผู้ตรวจกำรเหมือนกันไม่ใช่หรือไร หรือจะบอกว่ำคิดว่ำชื่อเสียงใน กำรเป็นขุนนำงของตัวเองดีพอ?”
หำกเผยเม่ำมำรับต ำแหน่งในกรมกลำโหมที่ว่ำงอยู่ นอกจำกเชื้อ พระวงศ์สองคนอย่ำงไหวอ๋องซ่งจ่ำงจิ้งและลั่วอ๋องซ่งมู่แล้ว เผยเม่ำก็ คือบุคคลอันดับหนึ่งในวงกำรขุนนำงต้ำหลีอย่ำงสมต ำแหน่งแล้ว
หำกไม่ผิดไปจำกที่คำด สวีถงรองเจ้ำกรมกลำโหมฝ่ำยซ้ำยของ เมืองหลวงไปรับหน้ำที่เป็นเจ้ำกรมกลำโหมของเมืองหลวงส ำรอง อู๋ หวังเฉิงที่เป็นรองเจ้ำกรมฝ่ำยขวำก็ต้องมำรับต ำแหน่งรองเจ้ำกรม ฝ่ำยซ้ำยที่วำงลงแทนที่ หลิวสวินเหม่ยรองเจ้ำกลำโหมของเมืองหลวง ส ำรองก็จะมำแทนที่ต ำแหน่งที่ว่ำงลงของอู๋หวังเฉิง ระดับขั้นไม่มีกำร เปลี่ยนแปลง แต่ก็ถือว่ำต่ำงคนต่ำงได้ขยับไปข้ำงหน้ำก้ำวเล็กๆ
ถ้ำอย่ำงนั้นเจ้ำกรมกลำโหมคนใหม่ของรำชส ำนักต้ำหลี สุดท้ำยแล้วดอกไม้ดอกนี้จะไปหล่นร่วงอยู่ในลำนบ้ำนของใคร ก็ยัง เป็นปริศนำใหญ่ที่ผู้คนทั้งหลำยจับตำมอง
เผยเม่ำเข้ำใจผิดว่ำตัวเองยังต้องแย่งชิงกับพวกเพื่อนร่วมงำน อย่ำงเขำผิงอีกสักหนอย
อวี๋สืออูโล่งอก รำชครูเฉินทั้งไม่ได้พุ่งเป้ำเล่นงำนเผยเม่ำ เผย เม่ำเองก็ไม่ปฏิเสธ ต่ำงก็เป็นคนเปิดเผยกันทั้งคู่
เผยเม่ำย้อนถำม “พวกเฉำผิงจะท ำอย่ำงไร?”
ทูตผู้ตรวจกำรเผยก็ดี เจ้ำกรมเผยที่เป็นกำรปักบุปผำลงบนผ้ำ แพรก็ช่ำง แน่นอนว่ำเผยเม่ำคือขุนนำงใหญ่ แต่เขำก็เป็นเผยเม่ำแห่ง กองทัพชำยแดนด้วยเช่นกัน
เฉินผิงอันกล่ำว “จะจัดกำรอย่ำงเหมำะสม”
เผยเม่ำถำม “ไม่กลัวจริงๆ หรือว่ำข้ำดูแลกรมกลำโหมแล้วจะไม่ ค่อยถูกกับจวนรำชครู”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “กลัวก็แต่เจ้ำจะเอำใจจวนรำชครูทุกเรื่อง”
เผยเม่ำเงียบงัน
ซ่งอวิ๋นเจียนขมวดคิ้วยกมือขึ้นปิดจมูก หันหน้ำไปมองมุมหนึ่ง ตำมจิตใต้ส ำนึก
ตรงระเบียงมีผู้เฒ่ำลักษณะคล้ำยเศรษฐีคนหนึ่งเดินมำ ทั่วร่ำง เหม็นกลิ่นสำบเงิน น่ำจะเป็นพ่อค้ำหลวงของต้ำหลี
ก็คือไต้หง เขำไม่มีควำมกล้ำมำกพอจะขยับเข้ำใกล้ต้นท้อที่อยู่ ในลำนบ้ำนแห่งนั้นเหมือนอย่ำงซ่งชิง
ซ่งอวิ๋นเจียนพลันหลุดหัวเรำะ ใต้รักแร้ไอ้หมอนี่เหน็บถำดผลไม้ กระเบื้องเคลือบมำด้วย เกิดอะไรขึ้น? ฉวยหยิบติดมือมำจำกในห้อง ประชุมหรือ?
ผู้เฒ่ำเดินอยู่ในระเบียง เดินผ่ำนห้องท ำงำนของเลขำธิกำร ฝ่ำยบุ๋นแห่งจวนรำชครูห้องแล้วห้องเล่ำ แต่ละห้องแขวนป้ำยไม้เอำไว้ เป็นกำรขำนรับให้สอดคล้องกับที่ว่ำกำรเก้ำมนตรีน้อยใหญ่ของรำช ส ำนัก เดินผ่ำนห้องท ำงำนแห่งหนึ่งที่แขวนป้ำยไม้อักษร “หลี่” (มำรยำท พิธีกำร) ไต้หงก็ก้ำวเร็วๆ ตอนเดินผ่ำนห้องอักษร “หรง” (อำวุธหรือเรื่องเกี่ยวกับทำงด้ำนทหำร) ผู้เฒ่ำก็ชะลอฝีเท้ำให้ช้ำลง โดยไม่รู้ตัว
วีรบุรุษระดับแนวหน้ำล้วนอยู่ที่ชำยแดน
ซ่งอวิ๋นเจียนเก็บควำมดูแคลนก่อนหน้ำนั้นมำทันที
ถอนสำยตำกลับมำ ซ่งอวิ๋นเจียนยำกจะปกปิดสีหน้ำยินดีได้ เมื่อ มองอย่ำงละเอียดเป็นดอกท้อต้นเดียวกัน ทว่ำสีสันกลับมีเข้มอ่อนไม่ เหมือนกัน
อย่ำงเช่นดอกที่สีแดงเข้มที่สุดก็คือดอกท้อบนกิ่งก้ำนหลักสอง กิ่งอย่ำง “กรมกลำโหม” ของสองเมืองหลวง
ควำมบกพร่องเพียงหนึ่งเดียวท่ำมกลำงควำมสมบูรณ์แบบก็คือ ดอกท้อแต่ละดอกอยู่ค่อนข้ำงห่ำงกัน แน่นอนว่ำดอกท้อนั้นทั้งใหญ่ ทั้งสีสด จึงท ำให้ดูสะดุดตำเป็นพิเศษเช่นกัน
หลินโส่วอีสังเกตเห็นว่ำดอกท้อพวกนี้เริ่มเกิดลำงว่ำจะมีกำร เชื่อมโยงเป็นแผ่นเดียวกัน
ใต้ต้นท้อ ซ่งอวิ๋นเจียนมอง “บัณฑิตที่เดินทำงมำสอบ” ซึ่งถูก รำชครูเฉินเรียกหยอกเย้ำว่ำหลินหยกดิบผู้นี้
ขอบเขตก่อก ำเนิดที่เพิ่งจะอยู่ในวัยไม่สับสน (สี่สิบปี) อันที่จริง ถือว่ำหนุ่มมำก หนุ่มมำกๆ เพียงแค่เพรำะคนรุ่นเยำว์ของถ ้ำสวรรค์ หลีจูสะดุดตำกันเกินไปถึงได้ท ำให้หลินโส่วอีไม่ได้ดูโดดเด่นถึงเพียง นั้น หำไม่แล้วหำกเอำไปไว้ในรำชวงศ์ต้ำตวนของแผ่นดินกลำง หลิน โส่วอีก็คือลูกรักของสวรรค์อย่ำงสมชื่อแล้ว
ต่อให้หลินโส่วอีจะเคยเห็นทัศนียภำพบนภูเขำมำมำกมำย แต่ก็ ยังคงทอดถอนใจอยู่เป็นประจ ำว่ำโลกอันกว้ำงใหญ่ไพศำล เต็มไป ด้วยควำมมหัศจรรย์หลำกหลำย
ปีนั้นในขบวนเดินทำงไปขอศึกษำต่อที่ส ำนักศึกษำซำนหยำต้ำ สุย หลินโส่วอีถึงจะเป็นคนแรกที่เดินไปบนเส้นทำงกำรฝึกตน
ซ่งอวิ๋นเจียนยิ้มถำม “รำชครูเฉินต้องกำรหำหุนเจ่อกลุ่มใหม่ ให้กับต้ำหลีแล้ว”
อย่ำงหลินเจิ้งเฉิงบิดำของหลินโส่วอี ก็คือหุ้นเจ่อของเมืองเล็กที่
ชุยฉำนเลือกไว้
เยี่ยนเจียวหรำนถูกเฉินผิงอันตัดทิ้งไปแล้ว เหนี่ยนชื่นรับหน้ำที่
ดูแลคุกแห่งนั้น
นี่ก็หมำยควำมเยี่ยนเจี่ยวหรำนสูญเสียสถำนะของหุนเจ่อ ประเภทนี้ไปแล้ว
หลินโส่วอีพยักหน้ำ “เป็นเรื่องของคนที่อยู่ในหน้ำที่ใดก็สมควร ท ำหน้ำที่นั้น”
ซ่งอวิ๋นเจียนเห็นว่ำเขำยังหัวทึบ ไม่เหมือนแกล้งโง่ ก็ได้แต่พูด อย่ำงชัดเจนว่ำ “เจ้ำถูกรำชครูเฉินเอำมำเฝ้ำสังเกตกำรณ์ใครบำง คน”
หลินโส่วอีถำมอย่ำงสงสัย “ใคร?”
ซ่งอวิ๋นเจียนยิ้มเอ่ย “มองไปทั่วที่ว่ำกำรต้ำหลี ที่ไหนมีรอง เจ้ำกรมใหญ่ เจ้ำกรมเล็ก?”
จ้ำวเหยำที่สูงศักดิ์เป็นถึงรองเจ้ำกรมของกรมอำญำ หลินโส่วอีที่
ยังไม่ได้เข้ำร่วมกำรสอบเคอจวี่
หลินโส่วอีหัวเรำะ ไม่ได้เอ่ยอะไร
พวกเขำคือคนบ้ำนเดียวกันวัยเดียวกัน เป็นคนของสำยเหวินเซิ่ง เหมือนกัน ล ำดับอำวุโสของทั้งสองฝ่ำยก็เหมือนกัน ทุกวันนี้ต่ำงก็ เป็นศิษย์หลำนของเฉินผิงอัน
แต่ตอนที่อยู่ในโรงเรียน จ้ำวเหยำคือเด็กรับใช้ของอำจำรย์ฉี เขำกับซ่งจี๋ซินสนิทสนมกันมำก มักจะเล่นหมำกล้อมด้วยกันเป็น ประจ ำ
อันที่จริงไม่ว่ำกับใคร หลินโส่วอีก็มีควำมสัมพันธ์ที่ธรรมดำ ทั้งนั้น เพียงแต่วำสนำอ ำนวยถึงได้เลือกที่จะติดตำมหลี่ไหวไล่ตำม เฉินผิงอันกับหลี่เป่ำผิงไป
ส่วนเจ้ำเศษสวะที่ในดวงตำมีแต่เงินอย่ำงต่งสุยจึง ปีนั้นเป็นฝ่ำย ละทิ้งเส้นทำงกำรศึกษำหำควำมรู้ไปเอง หลำยปีมำนี้กลับหำเงินได้ไม่ น้อย ต่งครึ่งเมืองใกล้จะได้เป็นติ่งครึ่งทวีปแล้ว แต่ก็ยังเป็นเจ้ำเศษสวะ ขี้ขลำดอยู่ดีไม่ใช่หรือ
ซ่งอวิ๋นเจียนพูดแก้ไขให้ว่ำ “ต่ำงฝ่ำยต่ำงงัดข้อกัน และยิ่งต่ำง ฝ่ำยต่ำงช่วยกันแก้ไขควำมผิด”
ยังเป็นเพรำะได้รับค ำเตือนจำกซ่งชิ่ง ซ่งอวิ๋นเจียนถึงพลันเข้ำใจ ค ำถำมยำวเป็นพรวนในเสี้ยววินำที บอกว่ำสมองเปิดกว้ำงทันตำก็ไม่ เกินจริงเลยสักนิด
หลินโส่วอีเอ่ยเย้ยหยันตัวเอง “รอให้ข้ำสอบติดจิ้นซื่อก่อนค่อย ว่ำกันเถอะ”
หรงอวี๋คือหุ้นเจ่อของจวนรำชครู
หยวนฮว่ำจิ้งคือหุ้นเจ่อของบนภูเขำ
เห็นได้ชัดว่ำรำชครูเฉินไม่ได้ไว้ใจหยวนฮว่ำจิ้งมำกนัก ถึงได้ เตรียมจะแนะน ำอวี๋สืออู้ที่มีควำมสัมพันธ์เรียบง่ำยกับรำชส ำนักต้ำหลี
ในเมื่อร่ำงแห่งมรรคำของเฉินผิงอันในทุกวันนี้ก็คือหนึ่งแคว้น
ถ้ำอย่ำงนั้นก็สำมำรถบอกได้ว่ำต้นท้อต้นนี้คือกำรจ ำแลงมหำ มรรคำที่มำจำกโชคชะตำบนร่ำงของเขำและโชคชะตำแคว้นของต้ำ หลี
รอกระทั่งนำทีที่ต้นท้อต้นนี้ “ก ำหนดรูปร่ำงได้แน่นอน” นั่นก็ น่ำจะเป็นช่วงเวลำที่รำชครูเฉินลงมือจัดกำรเรื่องส่วนตัวอย่ำงเป็น ทำงกำร
จ้ำวตวนจิ่นแห่งกรมพิธีกำรออกมำจำกห้องโถงเร็วกว่ำเผยเม่ำ เผยเม่ำนั้นถือว่ำเป็นสมำชิกผู้ร่วมประชุมที่อยู่จนถึงสุดท้ำย และคน สุดท้ำยที่ลุกขึ้นเดินออกมำยังมีหลี่เป่ำเจินอีกคน
กำรประชุมครั้งแรกในจวนรำชครูวันนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ดู เหมือนว่ำจะมีแค่หลี่จือจ้ำวแห่งอวี๋โจวผู้นี้เท่ำนั้นที่ถูกเมินเฉยไม่ได้รับ ควำมสนใจ
ในเมื่อรำชครูเฉินไม่ได้ถำมอะไร ก็ไม่มีโอกำสให้หลี่เป่ำเจินได้ พูดแม้แต่ค ำเดียว
หลี่เป่ำเจินเดินข้ำมธรณีประตูออกมำจำกห้องประชุมพร้อมกับ พวกทูตผู้ตรวจกำรเขำจงใจหยุดรออยู่ที่ระเบียง มองไปยังมังกรพัน เสำ
เฉินผิงอันเดินข้ำมธรณีประตูออกมำ
หลี่เป่ำเจินรีบก้มหัวประสำนมือคำรวะ “หลี่เป่ำเจินแห่งส ำนักทอ ผ้ำขอลำรำชครูเฉิน
ดูเหมือนว่ำในที่สุดก็จ ำได้ว่ำกำรประชุมในจวนรำชครูวันนี้มีคน ผู้นี้อยู่ด้วย
ดังนั้นรำชครูเฉินจึงหยุดเดิน ยืนอยู่ในต ำแหน่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกล
หลี่เป่ำเจินก้มหน้ำอยู่ตลอดเวลำ รอคอยกำรตอบกลับจำก รำชครูเฉินเงียบๆ
บอกว่ำยื่นคอรอให้ตัด ปล่อยให้คนเขำฆ่ำแกงได้ตำมใจก็อำจจะ เกินจริงไปหน่อย แม้ว่ำหลี่จือจ้ำวจะไม่ใช่ขุนนำงน ้ำใสที่มำจำกสำย กำรสอบตรง แต่จะดีจะชั่วก็เป็นขุนนำงชั้นสี่ชั้นเอก
ทั้งไม่ได้เปิดปำกพูดคุย ไม่ได้ต ำหนิสั่งสอนหรือโอภำปรำศรัย ตำมมำรยำท แต่รำชครูเฉินก็ไม่ได้ขยับเท้ำก้ำวจำกไป
หลี่เป่ำเจินก็ได้แต่ค้อมเอวอยู่เนิ่นนำน ค้ำงอยู่ในท่ำที่ค่อนข้ำง น่ำกระอักกระอ่วนนี้
ฮ่องเต้ต้ำโซ่ว บอกว่ำจะฆ่ำก็ฆ่ำทิ้งทันที
อีกทั้งอีกฝ่ำยยังอยู่ในเมืองหลวงต้ำหลีด้วย
ในที่สุดรำชครูเฉินก็ยอมเปิดปำกเสียที “ไม่ต้องตื่นเต้นหรอก เป็นข้ำที่เรียกเจ้ำมำ จึงไม่ถือว่ำเจ้ำผิดสัญญำ”
หลี่เป่ำเจินยังคงก้มหัวน้อมรับฟังค ำสั่งสอน
รำชครูเฉินยิ้มเอ่ย “เจ้ำก้มหัวให้ใคร?”
หลี่เป่ำเจินเอ่ยเสียงเบำ “สถำนกำรณ์ใหญ่”
ไม่ใช่ “อ ำนำจ”
นี่ก็น่ำจะเป็นควำมฉลำดของหลี่เป่ำเจินแล้ว ทั้งไม่ยอมให้ตัวเอง พูดโกหกที่ผิดต่อมโนธรรมในใจ แล้วก็สำมำรถพูดจำได้ไพเรำะน่ำ ฟัง
รำชครูเฉินถำมอีก “ก้มหัวให้กับอะไร?”
หลี่เป่ำเจินหน้ำแดงก ่ำ อัดอั้นอยู่นำน ก่อนจะเอ่ยว่ำ “หลักกำร เหตุผลที่พวกเรำไม่เคยรู้สึกว่ำมีเหตุผล”
ในใจเขำโศกเศร้ำและเคียดแค้นนัก
นี่ท ำให้หลี่เป่ำเจินรู้สึกห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรงยิ่งกว่ำกำรที่…เฉินผิง อันหมิ่นเกียรติเขำต่อหน้ำคนมำกมำยในห้องโถงใหญ่เสียอีก
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “เป็นขุนนำงของเจ้ำไปให้ดี พื้นที่ในรำช ส ำนักต้ำหลีกว้ำงขวำงจ ำนวนรำยชื่อมีเยอะ เก้ำอี้มีเยอะ หมวกขุน นำงมีเยอะ ไม่มีทำงที่จะไม่เหลือพื้นที่ยืนให้ส ำหรับคนอย่ำงพวกหลี่
เป่ำเจิน”
เฉินผิงอันยื่นมือมำกดไหล่หลี่เป่ำเฉิน “เงื่อนไขคืออย่ำให้ข้ำจับ ได้”
หลี่เป่ำเจินรู้สึกเหมือนตกลงไปในหลุมน ้ำแข็งทันที ควำมโกรธ แค้นมหำศำลขุมนั้นในใจเขำพลันเปลี่ยนมำเป็นควำมหวำดกลัว เหมือนกระแสน ้ำโถมเชี่ยวกรำก
เฉินผิงอันตบไหล่อีกฝ่ำย “ขุนนำงชั้นสี่ ยังเป็นมือหนึ่งของส ำนัก ทอผ้ำ จะบอกว่ำใหญ่ก็ไม่ใหญ่ แต่จะบอกว่ำเล็กก็ไม่เล็กแล้ว ใน อนำคตจะเดินขึ้นสู่ที่สูงหรือเดินลงเนิน อันที่จริงไม่ได้อยู่ที่ว่ำข้ำคิด อย่ำงไร แต่อยู่ที่ว่ำหลี่เป่ำเจินท ำอย่ำงไร ต่อให้เจ้ำเสแสร้ง ก็ต้องเส แสร้งแกล้งท ำให้ดีหน่อย ไม่อย่ำงนั้นเจ้ำก็คงต้องไปอยู่ทวีปอื่นแคว้น อื่นนำนแล้ว”
หลี่เป่ำเจินเงยหน้ำขึ้น “รำชครูเฉิน ข้ำไม่มีทำงเป็นฝ่ำยลำออก จำกกำรเป็นขุนนำงด้วยตัวเองแน่”
เฉินผิงอันยิ้มรับ
ตอนที่เดินไปถึงต้นท้อ หลินโส่วอีกลับไปยังห้องอ่ำนหนังสือแล้ว ซ่งอวิ๋นเจียนไปหำหวงหลงชื่อเพื่อเล่นหมำกล้อมด้วยกัน
หรงอวี๋ถำมเสียงเบำ “รำชครู ทำงฝั่งของซือถูเตี้ยนอู่?”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ให้เขำเข้ำมำในจวนรำชครูแค่พอเป็นพิธีก็ พอ”
ได้ยินหรงอวี๋พูดให้ฟังถึงค ำขอร้องของหมอผีใหญ่ยุคบรรพกำล
เฉินผิงอันก็หลุดหัวเรำะพรืด “อยำกจะยืมเงินข้ำ? เขำก็ช่ำงคิด ได้นะ”
หรงอวี๋เองก็รู้สึกว่ำน่ำสนใจ
หมอผีใหญ่ใช้นำมแฝงว่ำเฉินอี้ ก่อนหน้ำนี้เซี่ยโก่วเป็นคนช่วย ตั้งให้ อันที่จริงเขำได้บอกชื่อจริงแก่นำงและกวอจู๋จิ่วแล้ว ชื่อว่ำสีชำน
เฉินผิงอันขยับเท้ำ พูดพึมพ ำกับตัวเองว่ำ “เขำอยำกจะหำเงิน ด้วยวิธีกำรที่ถูกต้องก็ไม่ง่ำยหรอกหรือ”
ไปเจอเขำแล้ว เฉินผิงอันก็ถำมเข้ำประเด็นทันที “เคยได้ยินชื่อ ของกองโหรำศำสตร์ไหม?”
สีซำนพยักหน้ำ “แน่นอน”
เฉินผิงอันถำมต่ออีกว่ำ “ควำมจ ำเจ้ำเป็นอย่ำงไร?”
สีซำนตอบ “ถือว่ำไม่เลว”
เฉินผิงอันกล่ำว “ถ้ำอย่ำงนั้นเจ้ำสำมำรถคัดลอกภำพดวงดำว ในควำมทรงจ ำของตัวเองออกมำขำยให้กับกองโหรำศำสตร์ อืม สำมำรถคัดลอกเป็นสำมฉบับ ฉบับหนึ่งเก็บไว้ในจวนรำชครู ฉบับ หนึ่งขำยให้กองโหรำศำสตร์ ส ำเนำฉบับสุดท้ำยขำยให้กับสกุลลู่ หยินหยำงคำดว่ำสหำยลู่เสินน่ำจะยอมเปิดรำคำสูง หำกว่ำเจ้ำหน้ำ บำง ข้ำสำมำรถช่วยเจ้ำคุยเรื่องรำคำได้ รำคำต้นทุนเจ้ำก ำหนดเอำ เอง ก ำไรที่ได้เพิ่มมำ แบ่งกันคนละครึ่ง…..น่ำจะยังต้องคัดส ำเนำอีก หนึ่งฉบับ ถือว่ำมอบให้เป็นของขวัญพบหน้ำแก่ศำลบุ๋นแผ่นดินกลำง เพิ่งจะมำถึงใหม่ๆ ก็ต้องกรำบภูเขำสักหน่อย”
รำชครูเฉิน ไม่ถูกสิ ต้องเรียกว่ำนักบัญชีที่ไม่ได้ท ำอำชีพเก่ำมำ นำนจับปลำยคำงครุ่นคิด “ภำพปรำกฏกำรณ์ดวงดำวบนท้องฟ้ำ
ภำพหนึ่งขำยหนึ่งเหรียญเงินฝนธัญพืช ไม่ถือว่ำเกินกว่ำเหตุเลย จริงๆ เพรำะถึงอย่ำงไรของที่หำยำกก็ล้วนล ้ำค่ำ”
เฉินผิงอันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ก็ถำมอย่ำงใคร่รู้ว่ำ “มีอยู่ประมำณ กี่รูป?”
หมอผีใหญ่แห่งยุคบรรพกำลตอบจ ำนวนที่แม่นย ำออกไปตำม สัตย์จริง “มีทั้งหมดหนึ่งหมื่นหกพันสำมร้อยหกสิบเก้ำรูป”
เฉินผิงอันพลันเพิ่มระดับน ้ำเสียง “เท่ำไรนะ?!”
ศำลบุ๋นแผ่นดินกลำงมีบันทึกในต ำรำโบรำณ บอกว่ำเคยมีหมอ ผีใหญ่สิบท่ำนที่ขึ้นลงอยู่ในมหำบรรพต เรื่องวงในพวกนี้ เฉินผิงอัน ยังพอจะรู้มำบ้ำง
และผู้น ำของพวกเขำก็คือสตรีหนึ่งในสิบผู้กล้ำยุคบรรพกำลคน นั้น นำมในกำรฝึกตนของนำง หรือควรจะบอกว่ำชื่อจริงของนำง มี อักษรแค่ค ำเดียว “อู”
หมอผีพูดด้วยน ้ำเสียงทุ้มต ่ำ “ไม่ต้องเอำเงินฝนธัญพืชบนภูเขำ หรอก ภำพดวงดำวหนึ่งภำพแค่หนึ่งเหวินก็พอแล้ว หรือว่ำจะให้ข้ำ ติดค้ำงไว้ก่อน ในอนำคตยังต้องใช้คืนให้กับพวกเขำ”
“ข้ำไม่ขำยแลกเงิน แค่ขอยืมเงินจำกพวกเจ้ำและพวกเขำ”
“ดังนั้นไม่ว่ำจะเป็นใคร เป็นจวนเซียนพื้นที่ประกอบพิธีกรรมแห่ง ใด กองโหรำศำสตร์ของแคว้นใดทวีปใด ขอแค่พวกเขำต้องกำร ข้ำ ก็จะมอบให้เปล่ำๆ”
กวอจู๋จิ่วที่ปืนก ำแพงกลับเข้ำมำในจวนรำชครูแล้วพยักหน้ำ ยก นิ้วโป้งให้เขำ
คำดไม่ถึงว่ำเฉินผิงอันจะเอ่ยว่ำ “เชื่อข้ำเถอะ พวกเรำไม่ขำย รำคำสูงเทียมฟ้ำ แต่ไม่อำจมอบให้เปล่ำๆ ได้ หนึ่งภำพตั้งรำคำไว้ที่
หนึ่งเหรียญเงินร้อนน้อย แต่อนุญำตให้คนซื้อสำมำรถเลือกช่วงปีได้”
กวอจู๋จิ่วพยักหน้ำรับแรงๆ
เฉินผิงอันไม่มองกวอจู๋จิ่ว เพียงแค่ยื่นนิ้วชี้ไปที่นำง “หญ้ำบน ยอดก ำแพง”
กวอจู๋จิ่วหัวเรำะฮ่ำๆ
หรงอวี๋หลุดหัวเรำะอย่ำงอดไม่อยู่
หมอผีใหญ่มีนิสัยดึงดัน ต้องซักไช้ถำมให้รู้เรื่อง “ไม่เข้ำใจ เพรำะอะไร?”
เฉินผิงอันเอ่ย “เจ้ำยอมมอบวิชำควำมรู้ให้กับทุกคน แน่นอนว่ำ เป็นเรื่องดี แต่วิชำคำถำไม่ควรแพร่งพรำยให้ใครรู้ง่ำยๆ มรรคำไม่ อำจขำยได้ในรำคำต ่ำ ดังนั้นเจ๊กอย่ำได้ดูแคลนวิชำควำมรู้ของ ตัวเอง วิถีทำงโลกในทุกวันนี้…”
เงียบไปพักหนึ่ง เฉินผิงอันก็พึมพ ำในใจตัวเองหนึ่งประโยค บำง ทีเจ้ำอำจจะถูก
สีซำนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้ำยังคงรู้สึกว่ำไม่รับเงินจะดีกว่ำ”
เฉินผิงอันมองหมอผีใหญ่ท่ำนนี้ด้วยดวงตำเป็นประกำย ระยิบระยับ ยิ้มเอ่ยว่ำ “ได้! วิชำควำมรู้ของเจ้ำ แน่นอนว่ำเจ้ำต้องเป็น คนตัดสินใจเอง”
สีซำนกล่ำว “เจ้ำต้องรับรองกับข้ำว่ำห้ำมแอบหำก ำไรอย่ำงลับๆ ไม่อย่ำงนั้นข้ำก็จะไม่มอบให้เลย”
เฉินผิงอันเอ่ยอย่ำงขันๆ ปนฉุน “ข้ำมอบใจให้เจ้ำ แต่เจ้ำกลับกึ่ง เชื่อกึ่งกังขำในตัวข้ำหรือ?”
กวอจู๋จิ่วพูดคล้อยตำม “ไม่ควรนะ”
หรงอวี๋อืมรับหนึ่งที “เกินไปแล้ว”
สีซำนเกำหัว “ถือเสียว่ำข้ำใช้ใจคนถ่อยไปวัดใจวิญญูชนก็แล้ว กัน อำจำรย์เฉิน ข้ำต้องขอโทษท่ำนจำกใจจริง”
เฉินผิงอันพลันประสำนมือคำรวะอีกฝ่ำย
คนโบรำณตรงหน้ำมำเยือนโลกยุคปัจจุบัน
ตั้งใจแน่วแน่ที่จะสืบทอดวิชำควำมรู้ที่สำบสูญของบรรพปรำชญ์ ในอดีต
หมอผีโบรำณท่ำนนี้กุมหมัดคำระกลับคืนด้วยท่ำทำงขัดๆ เล็กน้อย
อีกฝ่ำยไม่เคยดูแคลนวิชำควำมรู้ของตน
อดีตกับปัจจุบันเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว ลมหำยใจเดียวไหล ทะลุถึงกัน ดุจสำยน ้ำที่ไหลไม่ขำดสำย โหมซัดกึกก้องไพศำล