กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 8.1 เด็กหนุ่ม
บทพิเศษ ตอนที่ 8.1 เด็กหนุ่ม
จินหลี่เหมือนหญิงงามผู้รอบรู ้ในบทกวีบทเพลงยุคโบราณ เพียงแต่นางร่ายเวทอ าพรางตาปกปิดรูปโฉมงามสะคราญเอาไว้
ใบหน้าที่แท้จริงของนางไม่แพ้ให้อินหนี และอินหนีก็คือหนึ่งใน สิบสาวงามแห่งไพศาลที่มีชื่อเสียงทัดเทียมกับซ่งพิ่น เนี่ยชุ่ยเอ๋อ
นับตั้งแต่เชื้อพระวงศ์ผู้ใกล้ชิดราชสานัก ไปจนถึงตระกูลผู้มั่งคั่ง ในนครหลวง สืบเนื่องไปถึงเหล่าคหบดีผู้ทรงอิทธิพลในหัวเมืองต่างๆ ของราชส านักต้าโซ่วมีกระแสนิยมอย่างหนึ่ง บางครั้งเมื่อได้ อนุภรรยาที่หน้าตางดงามมาครองก็มักจะรู ้สึกเป็ นเกียรติ ไม่เพียงแต่ ไม่เลี้ยงดูอย่างหลบๆ ซ่อนๆ กลับกันยังกลัวว่าคนในใต้หล้าจะไม่รู ้ไม่ เห็น
ก่อนหน้านี้พวกเขาออกจากภูเขา อ้อมผ่านวังหลวง เลือกร ้าน เหล้าที่เปิดอยู่บนถนนที่คึกคักรุ่งเรือง ได้เห็นพวกคนเมาที่หน้าแดงหู แดงเดินกอดคอกันอยู่บนถนน ปากเรียกขานกันเป็ นพี่เป็ นน้อง พวก สตรีจากตระกูลขุนนางก็ไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยมารยาทกุลสตรีในห้อง หอใดๆ เดินกรีดกรายอยู่บนถนนอย่างเปิดเผย ในมือถือพัดกลม บ้าง ก็ถือโคมประดับลวดลายงดงาม พวกพ่อค้าร ้านค้าแผงลอยที่เก็บร ้าน กันไปแล้ว เข็นรถเข็นคันเล็ก บนใบหน้าแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้า ได้กลิ่นสุราหรือไม่ก็กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋น สายตาก็ฉายแววคิดไม่ตก
ได้แต่รีบก้มหน้าเข็นรถก้าวยาวๆ ผ่านไป ม้าไม่มีหญ้าให้กินตอน กลางคืนก็ย่อมไม่อ้วนพี พวกเสมียนขุนนางจอมขี้เกียจของที่ว่าการ ได้รายได้พิเศษนอกเหนือจากรายได้หลักที่ที่มาไม่สะอาดนัก ยัง สามารถปลีกเวลาไปหาความสาราญจากเหล่าโสเภณีในพื้นที่ลับๆ ของตน ดึงกางเกงขึ้นจัดสายเอวแล้วเดินไปยังตรอกที่มีเสียงร ้องเรียก ลูกค้า จากนั้นก็ไปบ่นพึมพ ากับแม่เล้าหน้าประตูอยู่สองสามค าว่า ไฉนถึงไม่มีคนหน้าใหม่ๆ มานานแล้ว…แม้ราชส านักต้าโซ่วจะเป็ น ชั้นวางที่ว่างเปล่าก็ยังเป็ นชั้นชั้นหนึ่ง โดยภาพรวมแล้วโลกทางฝั่งนี้ ยังมีการขับร ้องฟ้ อนราอย่างรื่นรมย์อยู่ทั่วไป ดูราวกับบ้านเมืองสงบ สุข
เพียงแต่ว่าบางครั้งก็เห็นชายร่างกายาแต่งชุดลาลอง สายตา เฉียบคมทั้งยังระแวดระวังเดินก้าวเร็วๆ ไปมาอยู่บนถนน
ราชสานักต้าโซ่วไม่ใช่ว่าฟ้ าจะเปลี่ยน แต่ฟ้ าได้เปลี่ยนไปแล้ว ภายในเวลาร ้อยปี ตระกูลชั้นสูงที่เคยคบค้าพึ่งพาบารมีของราชครู อย่างหลิวเร่า บางคนก็ลอบยินดี รู ้สึกว่าลูกหลานในตระกูลของตนจะ ก้าวหน้ารุ่งเรืองในอาชีพราชการ มีอนาคตที่ดีรอคอยอยู่ บางคน เคียดแค้นอย่างหนัก รู ้สึกว่าต้องเป็ นคนตาบอดเท่านั้นถึงจะไปหามา สู่กับหลิวเร่า บางคนก็ไม่คิดอะไรมาก ราชส านักต้าโซ่ววันพรุ่งนี้ ต่อ ให้ฝ่ายเจ้าร ้องจบฝ่ ายข้าขึ้นเวที ตระกูลใหญ่และเหล่าขุนนางบัณฑิต อย่างพวกเราจะต้องกลัวสิ่งใดเล่า
หลิวชาดื่มเหล้าชามใหญ่อย่างสาแก่ใจ ออกมาจากสวนกงเต๋อ ของศาลบุ๋นแล้วก็รู ้สึกมีความสุขอย่างถึงที่สุด ส่วนเรื่องที่ถูกศาลบุ๋ นส่งตัวมาเป็ นองค์รักษ์ข้างกายอิ่นกวานหนุ่มหลายปี ไม่นับเป็ นเรื่อง น่าอัดอั้นตันใจใดๆ
เฉินผิงอันยกขามเหล้าขึ้นจิบเหล้าหนึ่งอีก มองไปยังหวังจูที่นั่ง อยู่ฝั่งตรงข้าม ถามว่า “ทาอะไรบุ่มบ่ามเช่นนี้ ขอบเขตถดถอยไปกี่ ขั้น?”
หวังจูเอ่ย “พอได้ รักษาเซียนเหรินเอาไว้ได้”
จินหลี่จึงอดไม่ไหวรู ้สึกไม่เป็ นธรรมแทนองค์หญิงของตัวเอง ขึ้นมาอีก อุตส่าห์ไปช่วยเจ้าด้วยความหวังดี ท าไมถึงไม่ได้ดีตอบ แทน ถูกต าหนิว่าท าอะไรบุ่มบ่าม? พวกบัณฑิต เจ้าคนสารเลว!
หวงจูรู ้นิสัยของนางดีจึงใช ้สายตาบอกเป็ นนัยกับนางว่าพูดให้ น้อยหน่อย ดื่มเหล้าให้มาก จินหลี่จึงคืบเนื้อตุ๋นซีอิ๊วหมักด้วยกาก เหล้าซึ่งเป็ นอาหารขึ้นชื่อของเมืองหลวงให้องค์หญิง
เฉินผิงอันพยักหน้า เอ่ยว่า “เกินครึ่งทางฝั่งของศาลบุ๋นก็น่าจะ ให้ผลลัพธ ์เป็ นว่าความดีความชอบและความผิดหักล้างกันจนเสมอ กัน”
หวังจูเอ่ย “หากเป็ นเช่นนี้ก็ถือว่าอยู่เหนือที่คาดคิดเอาไว้”
ใช ้โชคชะตาน้าของมหาสมุทรโดยพลการถือเป็ นความผิด มหันต์ หากเป็ นยุคบรรพกาลก็ยิ่งต้องเจอกับโทษประหาร ควรต้อง
ขึ้นแท่นสังหารมังกรเพื่อรับทัณฑ์ทรมานที่ต้องถูกถลกหนังดึงเส้น เอ็นตัดหัว ศพถูกโยนทิ้งไปในสระมังกร
เฉินผิงอันกล่าว “รสชาติการเป็ นมนุษย์ของผู้ที่ได้ครอบครอง อ านาจ นับแต่โบราณมาก็คือดาบสองคม เจ้าไม่เพียงแต่เป็ นสุ่ยจวิน ของมหาสมุทรแห่งหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็ นแบบอย่างของเหล่า ทายาทแห่งสายน้าจานวนนับร ้อยล้านทั่วหล้า ก็ควรทาความเข้าใจ หลักการนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
จินหลี่เห็นด้วยอย่างยิ่ง คาพูดนี้พูดได้ถูกหลักมาตรฐาน องค์ หญิงของเราทุกวันนี้ถือเป็ นหัวใจหลักของเผ่าพันธ ์เจียวหลงจานวน นับไม่ถ้วน จะปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ให้ศาลบุ๋นคว้าจุดอ่อน เอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด
หวังจูเอ่ย “ทราบแล้ว”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ทราบแล้วอย่างไร ไหนลองว่ามาสิ”
หวังจูแค่นเสียงหยัน “เสพติดการเป็ นอาจารย์ในโรงเรียนแล้ว หรือไร?”
จินหลี่เอ่ยคล้อยตามว่า “ราชครูเฉินก้าวก่ายเกินควรแล้ว ยุ่ง แค่ต้าโซ่วที่เป็ นราชวงศ์ใต้อาณัติก็พอท าเนา ไฉนจึงยังมายุ่งกับจวน วารีของพวกเราด้วยเล่า”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “หากไม่ยุ่ง เวลานี้สหายจินหลี่ก็ไม่รู ้ว่าจะไป เดินอยู่บนทางเส้นไหนแล้ว”
จินหลี่สะอึกอึ้งพูดไม่ออก ก็จริงนะ เมื่อครู่นี้คนมหัศจรรย์ที่มา เยือนต าหนักอวี้เซียวบน ยอดเขามีค่อนข้างเยอะ ก็โชคดีที่องค์หญิง ปรากฏตัวทันเวลา หากตนท าอะไรบุ่มบ่ามจะไม่ท าให้จวนวารีทะเล ตะวันออกต้องเดือดร ้อนไปด้วยหรือ?
เฉินผิงอันยกชามเหล้าขึ้น เอ่ยว่า “แล้วนับประสาอะไรกับที่เรื่อง บนฟ้ าข้ายังยุ่งมาแล้ว ไฉนจวนวารีทะเลตะวันออกแห่งเดียวจะยุ่ง ไม่ได้?”
จินหลี่ไม่เพียงแต่ไม่อับอายจนพานเป็ นโกรธ กลับกันยังยก นิ้วโป้ งให้กับคนหนุ่มที่พูดจาแข็งกร ้าวผู้นี้ด้วย “ข้าแค่กล้าก่อกบฏ ต่อศาลบุ๋น แต่เจ้ากลับกล้ากบฏต่อสวรรค์ ข้าแพ้เจ้า!”
เฉินผิงอันส่ายหน้า “โจวมี่ถือเป็ นสวรรค์ที่ไหนกัน ข้าก็แค่เดิน ไปตามมรรคาเท่านั้น”
จินหลี่คลี่ยิ้มหวาน “องค์หญิงการาบกบฏระดับอักษรดิน (ระดับที่ สอง เปรียบเปรยว่าร้ายกาจเป็ นอันดับต้นๆ) อย่างข้าได้ ศาลบุ๋นไม่ ควรเพิ่มคุณความชอบให้กับจวนวารีทะเลตะวันออกหรือ?”
นางยังพอจะมีความรู ้ความเข้าใจในตัวเองอยู่บ้าง โจวมี่ต่างหาก ถึงจะเป็ นระดับอักษรฟ้ า
ลูกศิษย์ผู้สืบทอดของหลิวเร่า จินหลี่เด็กสาวที่อีกเดี๋ยวจะ กลายเป็ นฮองเฮาคนใหม่ของต้าโซ่ว อันที่จริงก็แค่เพราะโชควาสนา อานวยถึงได้รับกลิ่นอายมหามรรคาส่วนหนึ่งของนางไป
ยังมีซานจวินหญิงอินหนีผู้นั้น นางคือสาวทอผ้าของสรวงสวรรค์ บรรพกาลกลับชาติมาเกิดจริงๆ จินหลี่จึงมอบมหามรรคาส่วนหนึ่งไว้ บนร่างของพวกนาง
ถือเสียว่าเป็ นของขวัญจากลาที่ออกมาจากราชสานักต้าโซ่ว มา อาศัยอยู่ในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของผู้อื่นเงียบๆ ถือเป็ นการจ่ายค่า เช่าอย่างหนึ่ง นางจินหลี่แบ่งแยกบุญคุณความแค้นชัดเจน ท าอะไร ตรงไปตรงมา ยึดถือคุณธรรมมาเป็ นอันดับหนึ่ง!
พูดถึงแค่ปี นั้นพลังอานาจของเผ่าน้ายิ่งใหญ่น่ าเกรงขาม ผลประโยชน์เรื่องดีๆ ทั้งหมดล้วนอยู่กับพวกนางพี่น้องทั้งหมด รอ กระทั่งงานที่เกือบสาเร็จกลับพังทลายลงไม่เป็ นท่า ความผิดและ ผลลัพธ ์ที่ตามมาก็ล้วนเป็ นนางที่แบกรับไว้เยอะมาก
หวังจูไม่มาหาตน ตนหรือจะกล้าเปิดเผยตัวตนเป็ นฝ่ ายไปหา นางที่จวนวารี โจรกบฏที่แฝงตัวร่อนเร่อยู่ในยุทธภพ ไปเยี่ยมเยือน จวนอ๋องเจ้าเมือง หากไม่ใช่เพื่อวางแผนลับก่อกบฏ แล้วยังจะทาอะไร ได้อีก?
ตอนนั้นองค์หญิงได้สถานะมังกรที่แท้จริงกลับคืนมา ศาลบุ๋นแต่ง ตั้งนางให้เป็ นสุ่ยจวินแห่งมหาสมุทรบูรพา นางยังประหลาดใจอย่าง มาก นางกลัวที่สุดว่าภายนอกศาลบุ๋นแผ่นดินกลางมอบอิสระให้กับ องค์หญิงก่อน จากนั้นค่อยให้เหล่าอริยะปราชญ์ที่เฝ้ าพิทักษ์ม่านฟ้ า คอยจับตามองทุกการกระทาของนาง คอยจับผิดในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ รอกระทั่งหาโอกาสที่เหมาะสมเจอก็ใช ้ข้ออ้างว่าผดุงความเป็ นธรรม
แทนสวรรค์สังหารนาง….นางไม่เชื่อใจศาลบุ๋น แล้วก็ไม่เชื่อใจซิ่วหู แห่งต้าหลีที่เชี่ยวชาญการขยายผลประโยชน์ให้ใหญ่ที่สุดผู้นั้น แต่ นางเชื่อบัณฑิตคนหนึ่งที่ยินดีตายเพื่อปกป้ องมนุษย์ธรรมดาทุกคนที่ อยู่ในถ้าสวรรค์หลีจู แล้วก็ยินดีเชื่อในตัวของนักบัญชีคนหนึ่งที่ไม่ เคยเล่าเรียนเซียนอ่านซึ่งเคยถูกผีบังตาอยู่ในทะเลสาบซูเจี่ยน เจ้า ขุนเขาหนุ่มคนหนึ่งที่สร ้างภูเขาลั่วพั่วขึ้นมากับมือตัวเอง ยอมให้ภูต น้อยรับหน้าที่เป็ นผู้ถวายงานพิทักษ์ภูเขา ผู้ฝึกกระบี่ต่างถิ่นคนหนึ่ง ที่ขนาดเฉินชิงตูยังให้การยอมรับในนิสัยใจคอ ยอมมอบภาระหนักอึ้ง ไว้ให้
เฉินผิงอันกล่าว “สหายจินหลี่ไปที่จวนวารีก็อย่าเอาแต่คิด อยากจะยุยงให้หวังจูก่อ“กฏอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน”
จินหลี่เบ้ปาก ยิ้มเอ่ยว่า “คาพูดนี้ของราชครูเฉินเอ่ยเหมือนคนมี ความรู ้ตื้นเขินเกินไปแล้ว เปิดต าราประวัติศาสตร ์แต่ละยุคแต่ละสมัย ราชวงศ์ในโลกมนุษย์ที่แคว้นล่มสลาย มีราชวงศ์แห่งใดบ้างที่ไม่ใช่ ฮ่องเต้ก่อกบฏเอง? คนอื่นก่อกบฏจะก่อกบฏอะไรได้”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “กษัตริย์ทรราชกับขุนนางชั่วร ้ายมักจะส่งเสริม กันสร ้างผลงานถึงจะสามารถทิ้งชื่อเสียงไว้ในประวัติศาสตร ์ได้ทั้งคู่”
จินหลี่อึ้งค้าง นางเงียบไปนานก็ยังคิดหาเหตุผลมาตอบโต้ไม่ได้ ได้แต่เอ่ยอย่างขัดเคืองไว้ “พอจะมีเหตุผลที่เอนเอียงอยู่บ้าง”
หวังจูหลุดหัวเราะอย่างอดไม่อยู่ พลันรู ้สึกว่าจินหลี่ที่พูดมากน่า ร าคาญก็ใช่ว่าจะไม่มีส่วนใดที่น่าชื่นชมเสียเลย
หลิวชาเงยหน้าขึ้นมองไปยังนักพรตเฒ่าคนหนึ่งที่ทาท่าทางลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงหัวเลี้ยวของตรอก เหลือบมองไปทีหนึ่งแล้วก็ไม่มองมาก อีก เพียงดื่มเหล้าต่อไป
เฉินผิงอันกวักมือเรียก “ผู้อาวุโสเซียนฉา มาดื่มเหล้าด้วยกันสิ”
นักพรตเฒ่าถูมือ ไม่สะดวกจะนั่งลงข้างกายหวังจูหรือจินหลี่ หากเล่าลือออกไปจะถูกคนเอาไปซุบซิบนินทาได้ เดี๋ยวกุ้ยฮูหยินจะ สงสัยว่าตนเจอคนใหม่แล้วคิดจะเปลี่ยนใจไปจากนาง
ดังนั้นกู้ชิงซงจึงยื่นมือไปผลักจอมยุทธเคราดกที่นั่งขัดสมาธิอยู่ บนม้านั่งยาว หลิวชาไม่สะทกสะท้าน คนพายเรือเฒ่าก็ได้แต่เริ่มร่าย วิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตด้วยการด่าหลิวชาว่าเจ้าอีราดกางเกงก็ เลยเปื้อนม้านั่งหรือ? อ่านต าราอยู่ในสวนกงเต๋อศาลบุ๋นไม่กี่วัน รู ้ หลักจารีต มโนธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และความละอายต่อความ ชั่ว (หลักคุณธรรมสี่ประการในคติขงจื๊อ) แล้ว ก็เลยกลัวว่ากลิ่นจะไป รมลูกค้าร ้านเหล้าที่จ่ายเงินมาแต่ต้องมาซวยดมกลิ่นอี? ได้ผลดี ขนาดนี้ก็น่าจะขังเจ้าไว้อีกหลายๆ วัน แบบนั้นเจ้าก็คงได้นั่งม้านั่งเย็น ได้กินเนื้อหัวหมูด้วยแล้ว หากมีวันนั้นจริง ข้าจะต้องไปโขกหัวให้กับ ภาพเหมือนของหลิวชาในศาลบุ๋นของสถานที่ต่างๆ ตบบ้องหูตัวเอง สองสามที ไฉนปีนั้นถึงได้มีหน้าไปนั่งร่วมโต๊ะดื่มเหล้ากับอริยะหลิว ชาได้นะ
หลิวชาจะต่อยเขาก็ไม่ได้ หากจะให้ด่าสู้กับเจ้าคนผู้นี้ หลิวชาก็ ท าไม่ได้อีกเหมือนกันก็เลยได้แต่ขยับก้น ดื่มเหล้าเงียบๆ ของตัวเอง ต่อไป
กู้ชิงซงนั่งลง เอ่ยว่า “เฉินผิงอัน ข้าไม่จาเป็ นต้องพูดจาเล่นแง่ อะไรกับเจ้า คืนนี้ทาหน้าหนามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อดื่มเหล้า แต่เพราะมี เรื่องจะปรึกษา”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “วางใจเถอะ ข้าไปถึงเปลี่ยวร ้างแล้วจะต้องไป เยี่ยมลู่เฉินแน่นอน”
กู้ชิงซงถาม “แค่ไปเยี่ยมหรือ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือเพื่อ คุณธรรมได้หรือ?”
นี่ก็น่าจะเป็ นครั้งแรกที่กู้ชิงชงพูดคุยกับคนอื่นนอกเหนือจากกุ้ย ฮูหยินอย่างระมัดระวังขนาดนี้ ไม่มีความกร่างความกล้าแม้แต่น้อย
เฉินผิงอันเอ่ย “ข้าต้องประเมินก าลังของตัวเองก่อนจะท าอะไร เจ้าก็อย่าคาดหวังมากเกินไป ต้องลดความคาดหวังในใจตัวเองให้ ต่าลง”
กู้ชิงซงเข้าใจความนัยได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย มีคารับปากนี้ก็ เพียงพอแล้ว! สหายน้อยเฉินพูดจาหรือท าอะไรล้วนรอบคอบ ระมัดระวังมาโดยตลอด ก็ไม่แปลกที่เขาจะเข้าใจความคิดจิตใจของ สตรีเป็ นอย่างดี ชายเจ้าชู้มากประสบการณ์ที่ชอบโอ้อวดตัวเองอย่าง พวกเจียงซ่างเจิน หมื่อวี้จะนับเป็ นผายลมอะไรได้ เจอกับสหายน้อย
เฉิน ระยะห่างก็ไม่อาจใช ้ระยะทางมาค านวณได้แล้ว…คนพายเรือ เฒ่าอารมณ์ดีอย่างมาก คิดว่าจะขอแผนการอันแยบยลจากเฉินผิง อันอีกสักสี่ห้าแผน เขากับกุ้ยฮูหยิน วาสนารักครั้งนี้ได้ถูกวิถีทางโลก ถ่วงรั้งมานานเกินไป แม้จะบอกว่าหลังจากที่เฉินผิงอันให้คาชี้แนะ แล้วก็พอจะเห็นผลอยู่บ้าง แต่ก็ยังขาดแรงไฟอยู่อีกเล็กน้อย ในใจ ของคนพายเรือเฒ่าวางแผนไว้เรียบร ้อยแล้วจึงยกมือขึ้น “เถ้าแก่ เอา สุราดีๆ มาหน่อย!”
นักพรตเฒ่าดื่มจนเมาอย่างรวดเร็ว ดื่มจนน้าตาไหลนองหน้า แต่กลับประหลาดมากนักพรตเฒ่าที่สารรูปหลังเมามายค่อนข้าง อัปลักษณ์น่าอายกลับกลายมาเป็ นคนพูดน้อยเหมือนคนใบ้ แค่ดื่ม ติดๆ กันชามแล้วชามเล่า
เฉินผิงอันโน้มน้าวอยู่หลายครั้งก็ไม่เป็ นผล ได้แต่ใช ้ท่าไม้ตาย บอกว่าหากเจ้ายังดื่มแบบนี้ต่อไป ข้าจะไปฟ้ องใครบางคนแล้ว… นักพรตเฒ่าสะดุ้งโหยง รีบลุกขึ้นยืนขอตัวลาทันใด ไม่ลืมจ่ายเงินกับ เถ้าแก่ที่นอนฟุบตัวบนโต๊ะคิดเงินพลางชมทัศนียภาพอันงดงามไป ด้วย
ผู้เฒ่าที่ในมือไม่มีไม้พายเดินอยู่บนบก เรือนกายโซเซ เขาดื้อดึง อย่างมาก ไม่ยอมสลายฤทธิ์เหล้าและกลิ่นเหล้าทิ้งเด็ดขาด ค่อยๆ เดินจากไปไกลบนถนนของตลาดที่คึกคักจอแจ
ไม่รู ้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ยามที่อาทิตย์อัสดง ลมตะวันตกพัดโชยมา นักพรตหนุ่มที่ในอนาคตมรรคาและวิชาความรู ้จะต้องแตกแขนง
ออกไปในใต้หล้าจูงม้าผอมแห้งตัวหนึ่งที่แก่ชราและอ่อนแรง เดินไป บนเส้นทางโบราณที่มุ่งหน้าไปยังมหาสมุทรช ้าๆ
ตั้งแต่บนบกไปถึงริมทะเล ปล่อยม้ากลับคืนสู่ภูเขา นักพรตที่ถุง เงินว่างเปล่าจ้างคนพายเรือคนหนึ่งให้ล่องเรือออกทะเล ได้เห็นดวง จันทร ์และดวงดาวที่สว่างไสวที่สุด เคยเห็นดวงอาทิตย์โผล่พ้นทะเล ตะวันออกและแสงอัสดงยามเย็นที่เรืองรองอยู่สุดขอบฟ้ าซึ่งงดงาม อลังการที่สุด แล้วก็เคยกินปลาทะเลตุ่นที่ยากจะกลืนลงคอมื้อแล้วมื้อ เล่า เป็ นเหตุให้ยามที่นักพรตทะยานลมออกจากใต้หล้าบ้านเกิดจึง เหมือนดวงจันทร ์ที่ผุดขึ้นมาเหนือมหาสมุทรในโลกมนุษย์ คนพาย เรือที่กราบอาจารย์ไม่สาเร็จร่าไห้เสียงดัง เสียใจอย่างถึงที่สุด
รอกระทั่งกู้ชิงซงตัดใจเดินออกไปจากโต๊ะเหล้าได้สาเร็จ คนที่มา นั่งแทนที่เขาก็คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เดินย่องมา เอ่ยอย่างตกตะลึงว่า “ว้าว หลิวชา! ตัวเป็ นๆ เลยนะนี่”
หลิวชาไม่เงยหน้า ชุยตงชานเอาชายแขนเสื้อสีขาวหิมะข้างหนึ่ง ปาดไปบนผิวโต๊ะเบาๆ ยิ้มถามว่า “หลิวชา หากให้เจ้าไปจัดการหย่า งจื่อ เจ้าจะทาหรือไม่?”
หลิวชาเอ่ย “ข้าเป็ นแค่องค์รักษ์เฝ้ าเรือน ไม่ใช่นักฆ่าที่รับเงิน มาแล้วทางาน เชื่อว่าเฉินผิงอันก็ทาเรื่องจ้างคนไปฆ่าคนแบบนี้ไม่ลง เหมือนกัน”
ชุยตงซานเอียงไหล่เอนไปหาหลิวชา ยื่นมือมาป้ องข้างปาก กด เสียงลงต่าเอ่ยว่า “ขอแก้หน่อยนะ เจ้ากับหย่างจื่อต่างก็ไม่ใช่คน”