กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 9.1 ความดีงาม
บทพิเศษ ตอนที่ 9.1 ความดีงาม
ฟ้ ายังไม่ทันสว่างดี ภาพบรรยากาศใหม่เอี่ยม พลิกเปิดปฏิทิน เหลืองดูแล้ว วันนี้เหมาะแก่การออกจากภูเขาเดินทางไกลมากที่สุด พรุ่งนี้เหมาะกับการแต่งงาน
เสียงไก่เริ่มขัน จูเหลี่ยนเตรียมอาหารมื้อเช ้าไว้อย่างอุดม สมบูรณ์ อาหารวางเต็มโต๊ะตัวใหญ่ ถึงอย่างไรก็มีพวกจงเชี่ยนอยู่ ไม่ ต้องกลัวว่าจะสิ้นเปลือง ต่อให้แม้กระทั่งพวกเขาก็ยังกินไม่หมด ก็ สามารถนาไปส่งให้กับเฉาอิงเฉายางที่อยู่ภูเขาด้านหลังหรือที่ภูเขา เที่ยวอวี๋ได้
วันนี้ฟ้ ายังไม่ทันสาง หมี่ลี่น้อยก็ลาดตระเวนภูเขาเสร็จสิ้นแล้ว เรือนของพ่อครัวเฒ่าก็คือสถานที่ที่คึกคักที่สุดในภูเขา ทุกวันจะต้อง มีควันจากการปรุงอาหารลอยกรุ่นเช่นนี้เหมือนกับมาขานชื่ออย่างไร อย่างนั้น
ตามแผนการที่ทุกคนช่วยกันปรึกษาหารือ วันนี้เช ้าออกจาก ประตูภูเขาก็จะทะยานลมไปที่ท่าเรือหนิวเจี่ยว นั่งโดยสารเรือข้าม ฟากของตาหนักฉางชุนที่เดินทางไปทางทิศใต้
อันที่จริงภูเขาลั่วพั่วมีเรือข้ามฟากเพิ่งยวนอยู่ลาหนึ่งที่เดินทาง ไปท าการค้าข้ามทวีปแต่ว่าหากใช ้คาพูดของเฉินหลิงจวินก็คือครั้งนี้ พวกเราลงจากภูเขาไปหาประสบการณ์ ไม่ได้ไปเสวยสุขข้างนอก ยิ่ง
ไม่ได้โอ้อวดบารมีกับใคร ล าบากนิดหน่อย ขัดเกลาเส้นเอ็นและ กระดูกเพิ่มพูนความรู ้ คบหาสหายที่มีปณิธานเดียวกันในโลกโลกีย์ เพิ่มอีกหลายคนก็ต้องมีความกล้าหาญที่จะชักดาบเข้าช่วยเหลือเมื่อ เจอกับความอยุติธรรม….พูดไปพูดมา เด็กชายชุดเขียวก็เริ่มไม่เชื่อ ตัวเองแล้ว เขามองสบตากับแม่นางน้อยชุดด าแล้วหัวเราะฮ่าๆ เผยเฉียนมองสบตากับหน่วนซู่ เจ้าพวกติ๊งต๊องสองคนนี้นี่นะ
วันนี้บนโต๊ะอาหารเช ้ามีชายฉกรรจ์เคราดกแปลกหน้าคนหนึ่ง เพิ่มมา บอกว่าตัวเองชื่อหลิวเชิน เป็ นคนที่ท่องอยู่ในยุทธภพ มาขอ ข้าวกินจากที่ภูเขาลั่วพั่ว
เฉินหลิงจวินขยับเข้ามาพูดคุยด้วย หลิวเชินผู้นี้เอาแต่ก้มหน้า ก้มตาดื่มโจ๊ก ตอบรับเขาเสียงอู้อี้แค่อืมๆๆ อาๆๆ คือน้าเต้าตันคน หนึ่ง เฉินหลิงจวินจึงรู ้สึกเสียดายอยู่บ้าง ตนจะต้องออกเดินทางไกล แล้ว หาไม่แล้วจะต้องเลี้ยงเหล้าเข้าเขาสักสี่ห้ามื้อ หลิวเชินที่ตอนนี้ ยังค่อนข้างขี้อายก็จะเปิดใจให้เอง กินอาหารเช ้ากันอย่างเต็มอิ่มไป มื้อหนึ่ง หลิวเชินวางชามและตะเกียบลง สอบถามว่าบริเวณใกล้เคียง มีที่ไหนเหมาะให้ตกปลาหรือไม่ เฉินหลิงจวินบอกว่าที่ภูเขาหวงหูก็ ไม่เลว หลิวเชินจึงก้าวยาวๆ เดินออกจากเรือนไป เฉินหลิงจวินมอง แผ่นหลังของชายที่ก้าวยาวๆ จากไปโดยที่ไม่คิดอะไรมาก แค่รู ้สึกว่า อีกฝ่ายเป็ นคนประหลาด
เว่ยป้ อเดินเข้ามาในเรือน เอ่ยว่า “บรรพจารย์จิ่งชิง เจ้าขุนเขา เชิญท่านให้ไปพูดคุยกันที่ยอดเขา”
เฉินหลิงจวินรีบกลืนชาลาเปาไส้เนื้อชิ้นหนึ่งลงคอ หัวเราะร่วนชี้ ไปที่เว่ยเสินจวิน บอกว่าเจ้านี่ชุกชนจริงๆ เลื่อนขั้นขุนนางแล้วร ้าย กาจนักหรือ
เส้นทางในการเดินทางครั้งนี้ เจ้าขุนเขาไม่ได้ให้คาแนะนามาก นัก แค่บอกให้พวกเขาจ าไว้ว่าเวลาผ่านทวีปบางแห่งสามารถไป เยี่ยมเยือนผู้อาวุโสบนภูเขาคนใดได้บ้าง อย่างเช่นที่ใบถงทวีปก็มี ชิงถงบรรพจารย์บุกเบิกภูเขาของภูเขาอู่ถง และยังมีเงินเหรินผู้เฒ่า เหลียงส่วง บริเวณใกล้เคียงกับท่าเรือชวีซาน สวีเซี่ยที่ถูกเรียกขาน ว่า “เซียนกระบี่สวีจวิน ผู้นั้นก็สามารถส่งเทียบขอเข้าพบได้เช่นกัน เกราะทองทวีปมีสานักบนทะเลแห่งแหนึ่งที่ชื่อว่าตาหนักเสียเฟิง ไป ถึงหน้าประตูภูเขาแล้วก็สามารถบอกชื่อของตัวเอง คิดอยากจะไปขอ กินขอดื่มอยู่ที่นั่นสักสี่ห้าวันก็ไม่น่าจะยาก…
มองจากภายนอกแล้วก็ค่อนข้างจะเป็ นเส้นทางที่หยาบอยู่บ้าง
คราวก่อนเฉินหลิงจวินเดินทางท่องเที่ยวไปในอุตรกุรุทวีป เดิน ลงน้าของลาน้าจี้ตู๋ เจ้าขุนเขาขาดก็แค่ไม่ได้ระบุไว้ว่าเด็กชายชุด เขียวควรจะไปขับถ่ายที่ไหนก็เท่านั้น
แต่อันที่จริงเรื่องจัดหาผู้พิทักษ์มรรคาให้กับพวกหมี่ลี่น้อย เฉิน ผิงอันทุ่มเทความคิดจิตใจไปไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่นให้เวินจื่อซี่รับ หน้าที่ดูแลเส้นทางในแจกันสมบัติทวีป ทางฝั่งของใบถงทวีปให้ชิงถึง ช่วยใส่ใจหน่อย ให้การดูแลพวกเขาอย่างลับๆ พอไปถึงฝูเหยาทวีป ส านักฝูเหยาของกู้ช่านและราชครูคนใหม่บางคนของราชวงศ์จินผู้
ที่มาดื่มเหล้าบนภูเขาลั่วพั่วไปไม่น้อย ก็สามารถหาเวลาว่างมาดูแล พวกเขาหน่อยได้ ส่วนเกราะทองทวีปก็ไม่ใช่ว่ายังมีตาหนักเสียเพิ่ง ของนักพรตโช่วซุนอยู่หรือ…นี่ก็น่าจะสอดคล้องกับวลีติดปากของบร รพารย์จิ่งชิงที่บอกว่าออกจากบ้านไปอยู่ข้างนอกมีสหายเยอะ ต่อให้ ต้องท่องไปทั่วใต้หล้าก็ไม่กลัวแล้ว
กระท่อมที่ตั้งอยู่บนทะเลสาบหวนเจี้ยน จู๋ซู่ยังปิดด่าน หนิงเหยา จึงช่วยเฝ้ าด่านให้หลิวชาเพิ่งมาถึงภูเขาลั่วพั่วก็ไปอยู่ที่นั่นกับเฉินผิง อันมาพักหนึ่ง น่าเสียดายที่ปลาในทะเลสาบมีไม่เยอะ
พอเฒ่าหูหนวกกลับมาถึงยอดเขาฮวาอิ่งก็เรียกผู้ศึกษามรรคาที่ ขณะนั้นยังไม่ได้หยุดพักผ่อน รวมไปถึงเกาเจินอายุน้อยทั้งหลาย ของภูเขาเถาฝูมา ท าการถ่ายทอดวิชาให้พวกเขาชดเชยไปครั้งหนึ่ง
จางอิงลูกศิษย์ที่เพิ่งรับมาใหม่ไปที่จวนราชครูของหลิวเร่า จะไป ฝึกประสบการณ์อยู่ที่นั่นก่อนสักสี่ห้าปี เฒ่าหูหนวกทิ้งตาราพื้นฐาน สองเล่มไว้ให้เด็กหนุ่ม นัดหมายกันไว้เรียบร ้อยแล้วว่าเลื่อนเป็ นห้า ขอบเขตกลางเมื่อไหร่ก็จะให้มาเยือนยอดเขาฮวายิ่งของภูเขาลั่วพั่ว แล้วชดเชยงานพิธีกราบอาจารย์ให้ เขาที่เป็ นอาจารย์คือผู้ถวายงาน อันดับรอง ดังนั้นขอแค่จางอิงกราบอาจารย์อย่างเป็ นทางการก็จะได้ มีชื่อบันทึกอยู่ในทาเนียบศาลบรรพจารย์ของยอดเขาจี้เช่อโดยตรง จางอิงที่ได้ยินหัวใจก็แกว่งไกวขึ้นมาอีกครั้ง อาจารย์ที่หล่นลงมาจาก ฟ้ าได้มาเปล่าๆ คนนี้ของข้าร ้ายกาจขนาดนี้เลยหรือ?
เพียงแต่พอคิดถึงสถานการณ์ที่กาลังสั่นคลอนของราชสานักต้า โซ่ว เด็กหนุ่มก็ได้แต่ถามอาจารย์ว่ามีเวทลับตระกูลเซียนที่สามารถ เดินขึ้นฟ้ าได้ในก้าวเดียวหรือไม่ คุณสมบัติของเขาไม่แย่ วันนี้ฝึก วิชาพรุ่งนี้สร ้างโอสถวันมะรืนเป็ นก่อกาเนิดก็จะได้ไปกราบอาจารย์ที่ ภูเขาบรรพบุรุษเร็วหน่อย….พอคาพูดนี้เอ่ยออกมาก็ถูกเฒ่าหูหนวก ที่ชอบทาตัวเป็ นครูของผู้อื่นด่าจนไม่เหลือชิ้นดี บอกว่าผู้ที่ศึกษา มรรคาจะทาตัวเหลาะแหละใจร ้อนวู่วามแบบนี้ได้อย่างไร เจ้าจงอยู่ ข้างกายสหายหลิวขัดเกลาจิตใจไปให้ดี หากในอนาคตไปเจอกันบน ภูเขาแล้วอาจารย์เห็นว่าจิตใจของเจ้ายังไม่อาจเอามาใช ้ในงานใหญ่ ได้อีก วันที่กราบอาจารย์จะขับไล่เจ้าออกจากส านักทันที! ท าเอาเด็ก หนุ่มตกใจ เอ่ยขอโทษยอมรับผิดไม่หยุดปาก เฒ่าหูหนวกจึงถือ โอกาสนี้ถ่ายทอดวิชาลับในการฝึกตนยุคโบราณของผีต้าโซ่วแช่ไฉ ตนหนึ่งให้เขา บอกเขาว่าหากฝึกวิชานี้สาเร็จก็จะได้ไปเยือนยอด เขาฮวาอิ่งเช่นกัน
สองพี่น้องอย่างชุยตงซานและเจียงช่างเจินลงจากภูเขากันไป นานแล้ว บอกว่าจะไปสร ้างกิจการยิ่งใหญ่ไว้ที่ทะเลสาบซูเจี่ยน และ ยังจะรีบเรียกตัวเซียนดิน ปรมาจารย์วิถีวรยุทธที่ตอนนั้นถูกอาจารย์ ผู้เฒ่าเจียงจับโยนออกมาจากชายแขนเสื้อมาที่แจกันสมบัติทวีป โดยเร็ว เมื่อผ่านการโน้มน้าวด้วยคาพูดดีๆ ค่อยๆ ชี้แนะและสั่งสอน อย่างมีเหตุมีผลจากเขาและรองเจ้าขุนเขาเจียงก็ย่อมท าให้พวกเขา
ตื่นรู ้ ร ้องไห้น้ามูกน้าตาไหล ชาระจิตใจและเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่ ท าความดีชดใช ้ความผิด กลับตัวกลับใจเป็ นคนใหม่ เรือข้ามฟากตาหนักฉางชุนลาหนึ่งขับออกจากเมืองหลวงต้าหลี มายามค่าคืน มุ่งหน้าไปยังลาน้าใหญ่ที่อยู่ภาคกลาง ท่านหกผู้นั้น นางได้ตั้งนามแฝงในนามแฝงให้ตัวเองว่า “หวงฉงเสีย” คือบุคคลใน ละครเรื่องหนึ่งที่เคยเป็ นจ้วงหยวนหญิง ราชบุตรเขยหญิง
เรือลานี้จะต้องผ่านภูเขาพีอวิ๋นและภูเขาลั่วพั่วพอดี จะไปจอด เทียบท่าที่ท่าเรือหนิวเจียวครึ่งชั่วยาม พวกผู้โดยสารจะลงจากเรือไป เที่ยวเล่น หรือจะไปจุดธูปกราบไหว้ที่ศาลมากมายก็ได้ เพราะถึง อย่างไรในอาณาเขตของถ้าสวรรค์หลีจูเก่าก็ได้กลายเป็ นสถานที่ ท่องเที่ยวที่เซียนซือบนภูเขา ลูกหลานของตระกูลชนชั้นสูงและเหล่า สตรีในตระกูลขุนนางชอบแวะเวียนกันไปเที่ยวอยู่แล้ว บนเรือข้าม ฟากมีเรือยันต์ตระกูลเชียนอยู่สามลาซึ่งจะแยกย้ายกันไปยังตีนเขา ของขุนเขาเหนือ อาเภอไหวหวงและศาลเทพวารีแม่น้าเถี่ยฝู
เฉินผิงอันนั่งอยู่บนขั้นบันไดมองเด็กชายชุดเขียวที่เดินเตร็ดเตร่ มาถึงข้างกายตน เฉินผิงอันถามเสียงเบา “นักพรตเซียนเว่ยยังนอน หลับไม่ตื่นหรือ?”
เฉินหลิงจวินพยักหน้า “คนขี้เกียจมักจะมีโชคนี่นะ”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ไหนลองพูดถึงแผนการของเจ้าให้ฟังหน่อยสิ ที่แจกันสมบัติทวีปนี่ไม่ต้องพูดถึงแล้ว เจ้าจะไปเดินเล่นเตร็ดเตร่ อย่างไรก็ตามใจ”
เฉินหลิงจวินมั่นใจอย่างมาก พูดเจื้อยแจ้วถึงแผนการของตัวเอง ให้ฟัง “โดยสารเรือข้ามทวีปของสานักกุยหยกที่นครมังกรเฒ่า ไปลง เรือที่ใบถงทวีป พอดีกับที่เป็ นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของเจินเหรินผู้ เฒ่าลู่ ลู่ยง ข้าได้ยินชื่อเสียงยิ่งใหญ่ของตาหนักพยัคฆ์เขียวแห่ง ภูเขาชิงจิ้งมานานแล้ว ต้องพาหมี่ลี่น้อยไปเที่ยวเล่นที่นั่นสักหน่อย”
เฉินผิงอันอิ่มรับหนึ่งที เอ่ยเสริมมาประโยคหนึ่งว่า “จ้าวรู ้ยังเป็ น เค่อชิงในศาลบรรพจารย์ของพวกเราด้วย”
เฉินหลิงจวินยิ้มกว้าง “ก่อนหน้านี้ข้าจงใจหาโอกาสไปคุยเล่น กับอาจารย์และศิษย์สองคนอย่างจ้าวจู้และกานซิ่ง ไม่คุยกันก็ไม่รู ้ พอ ได้คุยกันก็ต้องตกใจสะดุ้งโหยง เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าจิตแห่งมรรคา ของจ้าวรู ้ใสกระจ่าง พูดจาเปิดเผยตรงไปตรงมา อนาคตยาวไกลไร ้ที่ สิ้นสุด จ้าวจู่ได้ยินก็ดีใจมาก บอกว่าขอให้สมพรปากสหายจิ่งชิง…”
เจอมะเหงกไปทีหนึ่ง เด็กชายชุดเขียวก็กุมหัวเปลี่ยนไปพูดเรื่อง อื่น “ลาน้าใหญ่ที่ว่ากันว่าในอนาคตจะต้องเปลี่ยนเป็ นลาน้าร ้อยบุป ผา จะต้องแวะไปดูแน่นอน ยังมี “ศาลบรรพจารย์” ที่สร ้างขึ้นมา ชั่วคราวในแคว้นอวิ๋นเหยียน เซียนกระบี่ใหญ่หมี่บอกว่าเหล้าลูก เดือยที่กินกับปลาย่างของที่นั่นคือสุดยอดอาหาร จะต้องพาหมี่ลี่น้อย ไปลองชิมให้ได้ อีกอย่างก็คือได้ยินมาว่าเมืองหลวงตอนเข้าหน้า
หนาวของราชวงศ์ต้าเฉวียน ขอแค่หิมะตก นครเสิ่นจิ่งก็จะงดงาม เหมือนดินแดนเซียนแก้วใส หากอยากจะชมหิมะ พวกเราก็สามารถ เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ในแจกันสมบัติทวีปให้ช ้าหน่อยได้ เดิน เท้าให้มากหน่อย นั่งเรือให้น้อยหน่อย ดังนั้นเรื่องนี้ไว้รอตัดสินใจอีก ที และยังมีภูเขาไท่ผิงที่เพิ่งสร ้างขึ้นมาใหม่ รวมถึงสานักกุยหยกที่อยู่ ทางใต้ พื้นที่มงคลถ้าเมฆาที่อีกเดี๋ยวก็จะไม่ได้ “แซ่เจียง” ตามโจว อันดับหนึ่ง อ้อ ไม่ถูกสิ ต้องบอกว่าเป็ นรองเจ้าขุนเขาโจว ข้า หมี่ลี่ น้อยและจงอันดับหนึ่งต่างก็ยังไม่เคยไปมาก่อน เผยเฉียนบอกว่า คู่ควรแก่การไปเยือน”
ภายนอกใบถงทวีปมีสภาพการณ์เหมือนหม้อสามขา มีกอง ก าลังสามฝ่ ายอย่างส านักกระบี่ชิงผิงที่เป็ นมังกรข้ามแม่น้า สานักกุย หยกที่เป็ นงูเจ้าถิ่นและราชวงศ์ต้าเฉวียนของล่างภูเขาคุมเชิงกัน
เฉินผิงอันเอ่ย “เอาเป็ นว่าพวกเจ้าเดินทางไปก็สืบข่าวไปด้วย แล้วกัน ที่ไหนมีของอร่อย น่าสนุก สวยงามน่ามอง ก็ไปที่นั่น ออกไป อยู่ข้างนอกอย่าได้ก่อเรื่อง แต่ไม่ว่าใครมาหาเรื่องเจ้าก็อย่าได้ตกใจ กลัว”
เฉินหลิงจวินตบอกรับรอง “พาหมี่ลี่น้อยไปด้วย ถึงอย่างไรก็ไม่ เหมือนข้าเดินทางคนเดียว นายท่านเจ้าขุนเขาวางใจเถอะ พวกเรารู ้ ว่าควรทาเช่นไร แล้วนับประสาอะไรกับที่ยังมีจงเชี่ยนด้วย เขาคนนี้ อย่าเห็นว่าเวลาปกตินิสัยดี ไม่ว่าพูดอะไรเขาก็ไม่ถือสา อ่อนนุ่มนิ่ม แต่หากเจอกับเรื่องที่อัดอั้นคับข้องใจ ก็มีแต่จะนุ่มบ่ามยิ่งกว่าข้า ร ้อง
โหวกเหวกว่าจะสู้สุดชีวิตกับคนอื่น นายท่านเจ้าขุนเขาก็วางใจได้ เลย ข้าจะกาชับจงอันดับหนึ่งซ้าๆ ว่าอยู่ในพื้นที่มงคลรากบัวเป็ น อันดับหนึ่ง แต่พอมาอยู่ใต้หล้าไพศาลแล้ว ผู้ฝึ กยุทธขอบเขตร่าง ทองยังไม่มากพอจะเดินกร่างได้ แล้วก็อย่าคิดว่าใช ้สองมือสองเท้า แล้วจะอธิบายหลักการเหตุผลได้อย่างชัดเจน พวกเราสามคนก็ยังมี ภูเขาลั่วพั่วไม่ใช่หรือ ยังมีสหายมากมายขนาดนั้นที่นายท่านเจ้า ขุนเขารู ้จักไม่ใช่หรือ ไยต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพียงเพราะดึงดันทาตาม อารมณ์ชั่ววูบด้วย เจ้าจงเชี่ยนบอกว่าคนตายหงายขึ้นฟ้ า อย่างมาก สิบแปดปีให้หลังก็ยังเป็ นวีรบุรุษเป็ นลูกผู้ชาย แต่พวกเราที่เป็ นสหาย จะไม่เสียใจตายเลยหรือ”
เฉินผิงอันลูบหัวเด็กชายชุดเขียว “ในที่สุดก็พอจะฉลาดขึ้นบ้าง แล้ว”
“รวมเล่มคนผ่านทาง” ของเฉินหลิงจวินและยังมีสมุดบัญชีหีบ เล็กใบนั้นของเผยเฉียนตาราวีรบุรุษของป่ ายเสวียน ล้วนเป็ น ประเพณีสืบทอดอันดีงามของภูเขาลั่วพั่วที่สืบทอดต่อกันมา
จงเชี่ยนกับเวินจื่อซี่ คนหนึ่งคือผู้ฝึกยุทธเต็มตัวที่มาจากพื้นที่ มงคลรากบัว อีกคนคือนักพรตที่ได้รับธรรมโองการจากตาหนักหลิง เฟย เมื่อคืนวานได้กลายเป็ นเค่อชิงที่ได้รับการบันทึกชื่อของภูเขาลั่ว พั่วแล้ว และยังเป็ นประเภทที่มีเก้าอี้อยู่ในศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี้ เซ่อด้วย
หยวนหวงเองก็ถือว่าได้สมปรารถนา อีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็ นลูก ศิษย์ผู้สืบทอดของเฉินผิงอันแล้ว ไม่มีพิธีการยิบย่อยอะไรให้ต้อง พิถีพิถัน แค่หาเวลาเหมาะๆ หวงหยวนโขกหัวกราบอาจารย์ที่ชั้นสอง ของเรือนไม้ไผ่ เฉินผิงอันดื่มน้าชากราบอาจารย์ก็กลายเป็ นอาจารย์ และลูกศิษย์กันแล้ว
อันที่จริงสถานที่ที่เฉินหลิงจวินอยากไปมากที่สุด ยังคงเป็ นเกราะ ทองทวีปแห่งนั้น
เพราะมีข่าวลือเล็กๆ ในรายงานภูเขาสายน้าบางส่วนบอกว่าอยู่ที่ เกราะทองทวีป บอกชื่อ “เจิ้งเฉียน” ออกไปก็ใช ้ได้ผลยิ่งกว่าอะไร ทั้งนั้น เฉินหลิงจวินกึ่งเชื่อกึ่งกังขาจึงอยากจะไปลองพิสูจน์ด้วย ตัวเองสักรอบ หากเป็ นจริง ถ้าอย่างนั้นเขาก็มีเรื่องที่ต้องพูดแล้ว บอกว่าปรมาจารย์เจิ้ง เจิ้งเฉียนพวกเจ้าที่พวกเจ้าเลื่อมใส ชื่อจริง ของนางคือเผยเฉียน ปี นั้นที่นางขึ้นเขาไปยังเป็ นถ่านดาน้อยที่ ซุกซนเกเรชอบไปแหย่รังผึ้ง เป็ นข้าที่มองดูนางเติบใหญ่มา…
ส่วนระหว่างที่ท่องเที่ยวอยู่ในภูเขาชิงกงที่หลิวเสียทวีป ระหว่างนี้ จะไปเยี่ยมหาเทพเซียนผู้เฒ่าจิงหรือไม่ จนถึงตอนนี้เฉินหลิงจวินก็ยัง คิดไม่ตก ในฐานะลูกศิษย์ที่รักของจิงเฮาเนี่ยชุ่ยเอ่อจึงขึ้นเขามาเชื้อ เชิญตนให้ไปเป็ นแขกที่นั่นด้วยตัวเอง คิดไปคิดมาก็มักจะรู ้สึกว่ามี อะไรผิดปกติ เจ้าแห่งทวีป พี่ใหญ่บนภูเขาอย่างจิงเฮาก็แค่ลดเกียรติ มาดื่มเหล้าเช ้าบนภูเขาลั่วพั่วกับตนไม่กี่มื้อเท่านั้น นั่นเป็ นเพราะเห็น แก่หน้านายท่านเจ้าขุนเขาบ้านตน บรรพจารย์จิ่งชิงอะไรนั่นก็เป็ น
แค่คาเรียกหยอกล้อที่คนของภูเขาลั่วพั่วสัพยอกเขา พอไปถึงนอก ภูเขา ใครที่คิดเป็ นจริงเป็ นจังก็เห็นได้ชัดว่าคือคนโง่
แน่นอนว่าอุตรกุรุทวีปก็ควรจะแวะไปเที่ยวดูให้มากหน่อย เพียงแต่ไม่รู ้ว่าจะได้เจอกับสารถีป้ ายหมางและเฉินจั๋วหลิวบัณฑิต ยากจนหรือไม่ พวกเขาต่างก็เป็ นพี่น้องที่ดีที่มีทุกข์ร่วมต้านของเขา เลยนะ
ยังดีที่หลานเจิ้งที่คราวก่อนขึ้นเขามาเป็ นแขกยังรู ้จักวางตัว ทา ได้ดีกว่าอาจารย์ที่พึ่งพาไม่ได้ของเขาเยอะเลย ยังรู ้จักทิ้งวิธีติดต่อ เอาไว้ บอกว่าตอนที่ไปถึงบริเวณใกล้เคียงกับราชวงศ์เฉิงกวานของ ทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง ก็ให้บอกกล่าวกับหลานชายอย่างเขาสัก ค า ต่อให้ตนไม่อาจไปต้อนรับด้วยตัวเองได้ก็จะต้องมีคนออกหน้าไป ต้อนรับ
ก็ไม่รู ้ว่าหลานชายผู้นี้อยู่ที่บ้านเกิดเป็ นขุนนางใหญ่แค่ไหน ราชวงศ์เฉิงกวาน นั่นคือราชวงศ์อันดับหนึ่งของไพศาลเชียวนะ แล้ว ยังอยู่หน้าราชวงศ์ซ่งต้าหลีและราชวงศ์ต้ายงด้วย!
เฉินหลิงจวินจึงส่ง “จดหมายทางบ้าน ฉบับหนึ่งไป เซียนที่อยู่ อย่างชัดเจน ส่งไปให้กับคนที่ชื่อว่าหวงหม่าง ซึ่งเขาจะช่วยส่งต่อไป ให้กับหลานเจิ้ง