The Alchemist God ทะลุมิติเทพศาสตรา - EP.638 ไล่ตามสิ่งที่รัก
EP.638 ไล่ตามสิ่งที่รัก
วันที่ยี่สิบเจ็ดกุมภาพันธ์ ณ ป่าตงซานในมณฑลหลิงหนาน กองทัพจักรพรรดิอี้เหอผู้ยิ่งใหญ่หยุดอยู่เชิงเขา ขณะที่หลงเซียนหลินควบม้าเข้ามาเพื่อพบฉินอี้
หลังประสบกับความล้มเหลวในหุบเขาชางหลิน ผมของฉินอี้ดูจะเป็นสีขาวมากยิ่งขึ้น
หลงเซียนหลินลงจากหลังม้าและคุกเข่าพร้อมกล่าวว่า “กระหม่อมขออภัยที่ตามมาช่วยเหลือสายเกินไป ราชาผู้พิชิตทรงอภัยให้กระหม่อมด้วย!”
“แม่ทัพหลงลุกขึ้นเถิด”
ฉินอี้พยุงหลงเซียนหลินขึ้นด้วยตนเองขณะที่ดวงตาเต็มไปด้วยความโล่งอก “แม่ทัพหลงนำทหารสองแสนนายและยังเหลือกองทัพอันแข็งแกร่งเช่นนี้ไว้ให้จักรวรรดิอี้เหอ มันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่!”
หลงเซียนหลินเงยหน้ามองฉินอี้พร้อมกล่าวว่า “ราชาผู้พิชิต แม่ทัพจื่อเย่าพ่ายแพ้ต่อศัตรูจริงหรือ?”
“อืม”
ฉินอี้พยักหน้าและกล่าวตอบ “ข้าเข้าใจจื่อเย่าผิดไป ปรากฏว่าเขาเป็นเพียงคนเลวที่เห็นแก่ตัวและกลัวตาย แม่ทัพหลงรู้หรือไม่ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นในเมืองไป๋หลิง?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลงเซียนหลินกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ฉินอินเข้าสู่ขอบเขตเทวะแล้ว ด้วยแรงระเบิดจากศึกของถังเสี่ยวซีทำให้เกิดหลุมอากาศเรียกว่า “ขุมนรกโลหิต” ราชาผู้พิชิต…ขุมนรกโลหิตนี้ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กระหม่อมเกรงว่าเมืองไป๋หลิงอาจถูกกลืนกินทั้งหมดในอีกไม่นาน”
ฉินอี้พึมพำ “อืม ข้าเองก็คิดว่ามันต้องเป็นเช่นนั้น ตามความคิดของแม่ทัพหลง ข้าควรทำอย่างไรต่อดี?”
หลงเซียนหลินกล่าวตอบ “กองทัพเฉียนเฟิงยังคงไม่มีการเคลื่อนไหว ขณะที่กองทัพของหลินมู่อวี่นอกหุบเขาชางหลินสูญเสียหนัก แต่แหล่งอาหารและหญ้าของเผ่าปีศาจถูกตัดขาด พวกมันจะต้องถอยทัพในไม่ช้า จากนั้นหลินมู่อวี่จะเข้าร่วมกับเซี่ยงอวี้ ถังเจิ้น หลัวซิน และคนอื่นๆ พวกมันมีกองกำลังอย่างน้อยสามแสนนายพร้อมขวัญกำลังใจสูงส่ง รวมถึงยังมีปืนใหญ่ลึกลับที่ทรงพลัง มันคงยากสำหรับเราที่จะคว้าชัยชนะจากศึกครานี้ ในความคิดกระหม่อม…คงดีกว่าหากเราเลี่ยงเมืองไป๋หลิงและออกเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากเซียนลั่วหลานที่จวนเจ็ดแคว้น”
“แม่ทัพหลงต้องการละทิ้งมณฑลหลิงหนานหรือ?” พื้นที่มณฑลหลิงหนานเป็นศักดินาตำแหน่งราชาเจิ้นหนานของฉินอี้ เขาจึงไม่ต้องการที่จะสูญเสียมันไป
หลงเซียนหลินกล่าว “มณฑลหลิงหนานไม่ปลอดภัยอีกต่อไป หลินมู่อวี่ เฟิงจี้สิง และกองทัพเซี่ยงอวี้กำลังจะมาถึง ซึ่งพวกเราไม่สามารถต้านทานได้อย่างแน่นอน แต่มณฑลหมิงซานและมณฑลหลิงคงมีภูเขาเป็นปราการป้องกันทำให้พวกมันไม่สามารถบุกเข้ามาโดยง่าย ดังนั้นเราจำเป็นต้องถอยทัพ แล้วจึงส่งสารขนนกถึงแม่ทัพติงซี่ที่เมืองสายัณห์เพื่อให้เตรียมพร้อมตอบโต้อีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ”
“อืม สิ่งที่แม่ทัพหลงกล่าวฟังดูเข้าท่า!”
ในช่วงเย็นวันนั้น กองทัพจักรวรรดิอี้เหอทั้งหมดเคลื่อนทัพออกจากป่าและตรงไปยังมณฑลหมิงซานเพื่อขอความช่วยเหลือ
…
ทางใต้สุดของมณฑลหลิงหนานมีภูเขาล้อมรอบและมีจวนอันสง่างามตั้งตระหง่านอยู่ยอดเขา มันคือจวนเจ็ดแคว้น ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของลั่วหลานในดินแดนมนุษย์และเป็นหนึ่งในจวนที่โอ่อ่ามากที่สุดในจักรวรรดิ
“ท่านเซียน”
ศิษย์คนหนึ่งคุกเข่าลงพร้อมกล่าว “ท่านหานจวิ้นเสียชีวิตแล้ว”
“อะไรนะ? หานจวิ้นเสียชีวิตแล้ว?!”
ลั่วหลานกล่าวด้วยสายตาเย็นชา “ข่าวได้รับการยืนยันแล้วใช่หรือไม่?”
“ขอรับ เขาถูกร่างจิ้งจอกเก้าหางของถังเสี่ยวซีสังหาร แต่…” เขายกยิ้ม “ข้ามีข่าวดีอีกอย่างจะรายงานท่านเซียน”
“กล่าวมา!”
“ถังเสี่ยวซีเคียดแค้นฉินอินมากเนื่องจากการตายของถังหลาน นางจึงลงมือสังหารฉินอิน พลังศักดิ์สิทธิ์ถูกกระตุ้นจากการล่มสลายของพลังเทพที่ตื่นขึ้นในตัวฉินอินจนกลายเป็นขุมนรกโลหิต ครึ่งหนึ่งของเมืองไป๋หลิงถูกทำลาย ส่วนถังเสี่ยวซีก็เสียชีวิตท่ามกลางความหายนะครั้งนั้น นอกจากนี้ตามข่าวที่ได้รับ ฉินอินก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทวะในเวลาอันสั้น ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ควบแน่นอย่างมหาศาล มันจะต้องเป็นเทพแห่งโชคชะตาในบันทึกโบราณ เมื่อฉินอินตาย ขุมนรกโลหิตกลายเป็นทะเลหินหลอมเหลว ผลึกพลังของนางก็ตกลงไปในนั้นและกลายเป็นผลึกสีทองซึ่งมีพลังวิญญาณอย่างล้นหลาม หากได้รับผลึกนั้นมาใช้ในการฝึกฝน…เราจะสามารถดึงพลังการเป็นอมตะจากวิถีแห่งเทพได้เป็นแน่!”
“จริงหรือ?”
ลั่วหลานอดไม่ได้ที่จะยืนขึ้นพร้อมกล่าวว่า “สิ่งที่เจ้ากล่าวมาเป็นความจริงงั้นหรือ?”
“จริงแน่นอนขอรับ”
“เอาล่ะ เหล่าสาวกทั้งหลายตามข้าไปยังขุมนรกโลหิต ข้าต้องการเห็นการล่มสลายพลังเทพของฉินอินกับตาตนเอง”
“ขอรับ!”
…
แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องลงมาด้านนอกเมืองไป๋หลิง ขณะเดียวกันขุมนรกโลหิตรัศมีหลายสิบไมล์กำลังระเหยพลังร้อนระอุออกมา เมื่อมองจากระยะไกลมันไม่ต่างจากนรกโลกันตร์บนพื้นดินเลย ชาวเมืองไป๋หลิงต่างพากันวิ่งหนีออกมา ทุกคนรู้ดีว่าขุมนรกโลหิตขยายใหญ่ขึ้นทุกวัน และหากไม่ออกจากเมือง พวกเขาคงทำได้เพียงนั่งรอความตายเท่านั้น
“กุบกับ กุบกับ”
ท่ามกลางเสียงเท้าม้า หลินมู่อวี่และเหล่าทหารควบม้าเข้ามา
เมื่อมองเห็นขุมนรกโลหิต ดวงตาทั้งสองพลันมีน้ำตารื้นขึ้น เขาสามารถสัมผัสได้ถึงรัศมีพลังที่แทรกซึมอยู่ในขุมนรกนั้น ซึ่งมันคือพลังผลึกมังกรนภาของฉินอินที่แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“เสี่ยวอิน…”
หลินมู่อวี่ลงจากม้าและคุกเข่าลงที่ขอบขุมนรกโลหิตอย่างสิ้นหวัง เขามองลงในส่วนลึกของขุมนรกก่อนที่ร่างกายจะสั่นสะท้านและขดตัวร้องไห้อย่างขมขื่นราวกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บ ไม่มีใครรู้ถึงความแข็งแกร่งของฉินอินดีไปกว่าหลินมู่อวี่ ด้วยพลังของนางไม่มีทางเลยที่จะถูกถังเสี่ยวซีฆ่า มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ ฉินอินยอมที่จะถูกเสี่ยวซีฆ่ามากกว่าที่จะทำร้ายอีกฝ่ายด้วยพลังตนเอง
อย่างไรก็ตาม ทั้งฉินอินและถังเสี่ยวซีต่างตายตกอยู่ในขุมนรกโลหิตแห่งนี้
“อะ…อึก...”
หลินมู่อวี่สะอื้นไห้ราวกับสัตว์ร้ายพร้อมพลังระเบิดออกมา กระแสลมพัดโหมกระหน่ำและมีคลื่นพลังกระแทกออกไปรอบบริเวณ ขณะที่บนท้องฟ้ามีเสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะ แม้แต่แผ่นดินก็สั่นสะเทือนตอบสนองต่อพลังของเขา
เดิมทีเขาคิดว่าการที่ตนเองมีฉินอินและถังเสี่ยวซีทำให้เขาเป็นชายที่มีความสุขที่สุดในโลก แต่ตอนนี้…หลินมู่อวี่กลับสูญเสียทุกสิ่งอย่างจนเหลือเพียงความสิ้นหวังในจิตใจ
…
“นายท่าน...” เว่ยโฉวมองหลินมู่อวี่จากระยะไกลขณะที่มีน้ำตาไหลริน
ซือตู่เฉว่ปาดน้ำตาบนใบหน้าก่อนจะหันไปถามซือตู่เซินด้านข้าง “ท่านพี่คิดว่า…เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้? เหตุใดพระเจ้าจึงทำกับคนดีอย่างท่านแม่ทัพเช่นนี้?”
ซือตู่เซินนิ่งเงียบ ไม่นานเขากล่าวตอบ “มีหลายสิ่งเกิดขึ้นมากมายในโลกนี้ ใครจะให้คำตอบนั้นได้…”
ทันใดนั้นหลินมู่อวี่ลุกขึ้นและกระโดดลงขุมนรกโลหิตต่อหน้าทุกคน!
“นายท่าน!!” ซือตู่เฉว่กรีดร้องราวกับวิญญาณกำลังจะออกจากร่าง “ไม่นะ!!”
ซือตู่เซินและเว่ยโฉวรีบพุ่งตัวออกไป พวกเขามองเห็นเพียงเปลวเพลิงสีทองที่ลุกโชติช่วงในขุมนรกโลหิตและหินหลอมเหลวสีแดงฉาน แต่กลับมองไม่เห็นร่างของหลินมู่อวี่อีกเลย…
“ทำไม…ทำไมกัน…” ซือตู่เฉว่ทรุดตัวลงขอบเหวและร้องไห้คร่ำครวญ
ซือตู่เซินคุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมก้มศีรษะลงด้วยความเคารพพร้อมกล่าวว่า “หลินมู่อวี่ ท่านเป็นวีรบุรุษผู้ทรงเกียรติของจักรวรรดิฉินเสมอ ข้าซือตู่เซิน…รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน!”
เว่ยโฉวยืนตะลึงงันอยู่ที่เดิมราวกับท้องฟ้าได้ถล่มลงมา เสียงหัวเราะและคำก่นด่าของแม่ทัพผู้ชาญฉลาดแห่งกองทัพมังกรผงาด ผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์ และวิทยายุทธ์ที่โดดเด่น ทุกสิ่งอย่างพลันหายไปต่อหน้า พลังงานในขุมนรกพวยพุ่งและแผดเผาอย่างรุนแรง แล้วผู้ที่กระโดดลงไปจะมีทางรอดได้อย่างไร?
…
ความแสบร้อนจากการถูกแผดเผาแผ่ขยายไปทั่วร่างกาย หลินมู่อวี่กำลังว่ายอยู่ในหินหลอมละลายที่เดือดพล่าน เสื้อคลุมของเขาถูกเผาไหม้จนหมดเหลือเพียงชุดเกราะและกระบี่ที่ได้รับการป้องกันจากผนึกอมตะ บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเศร้าหมอง กระนั้นก็ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เขาเจ็บปวดไปกว่าการสูญเสียฉินอินและถังเสี่ยวซีไปพร้อมกันอีกแล้ว…
พลังงานเลือดในทะเลจิตเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้แทบหายใจไม่ออก เขากระตุ้นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งฝูซีขึ้นมาต่อต้านการกัดเซาะพลังของขุมนรกโลหิตก่อนจะว่ายออกไปเบื้องหน้า เขาสามารถสัมผัสได้ถึงปราณของฉินอินเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มันจะต้องเป็นสถานที่ที่ฉินอินและถังเสี่ยวซีเสียชีวิตเป็นแน่
น้ำตาพลันไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ มันหยดลงในหินหลอมละลายและระเหยลอยเข้ามาในดวงตาทั้งสองจนรู้สึกแสบทันที
เมื่อหลินมู่อวี่มาถึงฝั่ง เขาเห็นก้อนหินสีดำโผล่ขึ้นพร้อมรายล้อมด้วยแสงสีทองที่เปล่งประกายเล็กน้อย นั่นคือพลังแห่งเทพของฉินอินใช่หรือไม่?
“เสี่ยวอิน…”
หลินมู่อวี่เหยียดฝ่ามือออกไปเพื่อหวังจะคว้ามันไว้ แต่ทันใดนั้นพลังแห่งเทพก็แตกสลายหายไปในอากาศ
“เสี่ยวอิน…”
หลินมู่อวี่คุกเข่าลงบนก้อนหินขณะถือกระบี่ดวงดาราในมือข้างหนึ่ง เขาทิ่มปลายกระบี่ลงไปในหินเพื่อพยุงร่างกายของตนเอง ขณะเดียวกันขี้เถ้าในขุมนรกโลหิตพัดผ่านละลายกลายเป็นหินและหลอมรวมขาของเขาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของก้อนหิน
ไม่นานทั่วทั้งร่างกายของเขาก็กลายเป็นหินโดยไม่คาดคิด!
ภายในทะเลจิต หลินมู่อวี่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ทอดยาวพร้อมตะโกนด้วยความเจ็บปวด “ราชาปีศาจเจ็ดประทีป! พี่ใหญ่!! เห็นข้าใช่หรือไม่? โปรดช่วยข้าที…ช่วยด้วย…”
…
เหนือขึ้นไปบนดินแดนหมื่นจักรวรรดิ ราชาปีศาจเจ็ดประทีปยืนตะลึงงันอยู่ขอบตำหนัก เขามองลงดูภาพในทะเลจิตด้วยดวงตาแดงก่ำขณะกำหมัดแน่น “เจ้าเด็กโง่ เหตุใดเจ้าจึงดื้อรั้นเช่นนี้…”
เทพผู้สง่างามสวมกระโปรงยาวด้านข้างพลันกระซิบ “ท่านราชาปีศาจ…อาอวี่เป็นน้องชายของท่าน หากห่วงใยนัก เหตุใดจึงไม่ลงไปช่วยเขา?”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้องการช่วย แต่ข้าช่วยเขาไม่ได้”
ราชาปีศาจเจ็ดประทีปถอนหายใจ “เกิดและตายเป็นวัฏจักรชีวิตที่ต้องเกิดขึ้น แม้แต่เทพเองก็สามารถตาย นับประสาอะไรฉินอินผู้มีเทพแห่งโชคชะตาในร่างกาย อย่างไรนางก็หนีวัฏจักรนี้ไม่พ้นและไม่มีใครช่วยนางได้…”
“โอ้ เช่นนั้นจะทำอย่างไร?”
“นี่คือชะตากรรมของอาอวี่ เขาต้องเผชิญหน้ากับเส้นทางของตนเอง หากอาอวี่สามารถผ่านเหตุการณ์ร้ายนี้ได้ มันจะเป็นการพิสูจน์ได้ว่าเขาบรรลุถึงทุกสิ่งอย่างแล้ว ช่างน่าเวทนาเจ้าเด็กผู้โง่เขลา จื่อเหยา…เรื่องนี้ข้าควบคุมไม่ได้ แต่ด้วยความสามารถของเจ้า หากเป็นไปได้ช่วยข้ากระตุ้นเจ้าเด็กนี่ให้สู้ต่อไปที เจ้าเป็นดั่งเทพเจ้าแห่งชีวิต บางทีอาจช่วยเขาได้บ้าง”
จื่อเหยายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ท่านราชาปีศาจเพิ่งกล่าวว่านี่คือเส้นทางของเขาและทำได้เพียงมองดูเท่านั้น”
“เฮ้อ…”
ราชาปีศาจเจ็ดประทีปถอนหายใจและหันหลังกลับ
จื่อเหยายิ้มเล็กน้อยขณะมองดูดินแดนเบื้องล่างและกล่าวว่า “อาอวี่…ฉินอินคงตายจากไปแล้ว ข้าทำได้เพียงช่วยเจ้าขึ้นมายังที่นี่ เช่นนั้นเจ้าห้ามยอมแพ้เด็ดขาด…”
…
ในพริบตาหลินมู่อวี่ก็ถูกขี้เถ้าในขุมนรกโลหิตปกคลุมทั่วร่างกาย เขานั่งคุกเข่าอยู่ที่นั่นราวกับรูปปั้นหินพร้อมถือกระบี่ดวงดาราที่มัวหมอง ขณะเดียวกันมีหินก้อนหนึ่งอยู่ใต้หน้าอก
“ซู่…”
ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านในอากาศ ร่างชายชราพลันปรากฏตัวขึ้น ซึ่งเขาก็คือฉินฮั่น
เมื่อเห็นร่างของหลินมู่อวี่ในปัจจุบัน เขารู้สึกลำบากใจขณะพึมพำ “อาอวี่ ลูกหลานของข้า…เหตุใดจึงทรมานตนเองเช่นนี้?”
ร่างของหลินมู่อวี่ยังคงคุกเข่าอย่างเงียบงัน
ฉินฮั่นลอยลงมายืนด้านหน้าหลินมู่อวี่พร้อมกล่าวว่า “ทุกสิ่งในโลกมีวัฏจักรชีวิต ข้ารู้ว่าเจ้ารักเสี่ยวอิน แต่เจ้าต้องปล่อยวาง เจ้าและเสี่ยวอินพบกันในเมืองหลันเยี่ยนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น เสี่ยวอินเต็มใจที่จะตกลงมาในขุมนรกโลหิตทั้งๆ ที่รู้ว่ามีความตายรออยู่ นางสามารถปล่อยวางได้ แล้วเหตุใดเจ้าถึงยังหมกมุ่นอยู่กับมันล่ะ?”
ในที่สุดหลินมู่อวี่ก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองฉินฮั่นพร้อมกล่าวคำเบา “ไม่ใช่ว่าข้าหมกมุ่นกับมัน แต่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ หากไม่ไล่ตามสิ่งที่ท่านรัก แล้วอะไรคือเหตุผลของการมีชีวิต?”
ฉินฮั่นนิ่งเงียบ
…
หลังผ่านไปครู่หนึ่งฉินฮั่นกล่าวตอบ “นั่นคือเส้นทางของเจ้าที่จะนำไปสู่ขอบเขตเทวะ หากไม่สามารถเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้ เจ้าจะสูญเสียมันไปตลอดชีวิต อย่างไรก็ตามข้าจะขึ้นสู่สรวงสวรรค์ในไม่ช้า อาอวี่…โปรดดูแลตนเองให้ดี!”
……….……….……….……….