The Alchemist God ทะลุมิติเทพศาสตรา - EP.642 พระเจ้า
EP.642 พระเจ้า
“ตูม ตูม ตูม!”
ภายใต้การโจมตีของลั่วหลาน พื้นหินแทบทุกตารางนิ้วบนภูเขาแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ท่ามกลางฝุ่นควันตลบอบอวล ชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมองครักษ์มังกรคุกเข่าลงข้างหนึ่งขณะถือกระบี่ที่มีแสงประกายเลือนราง เขาเพียงนั่งก้มหัวอย่างเงียบงัน แต่พลังศักดิ์สิทธิ์สีทองของฝูซีเหนือศีรษะก่อตัวเป็นโล่ขนาดใหญ่ป้องกันร่างกายจากดาบโลหิตอสูร
“ฮ่าๆๆๆ”
ลั่วหลานหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “หลินมู่อวี่ เจ้ายังไม่ตายจริงๆ!”
เหล่าสมาชิกจวนเจ็ดแคว้นรอบด้านเริ่มสละอาวุธของตนเองทีละคน ไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้ความแข็งแกร่งของหลินมู่อวี่ มหาปราชญ์ราชันผู้ครอบครองวิญญาณยุทธ์สองดวง พลังเจ็ดประทีป กลยุทธ์ดวงดารา และวิทยายุทธ์ที่แข็งแกร่งอื่นๆ เขามีความแข็งแกร่งที่เทียบเทียมได้กับจุดสูงสุดของขอบเขตมหาปราชญ์ราชัน อีกทั้งยังมีความสามารถมากพอที่จะท้าทายพระเจ้า เขาเป็นบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด
เมื่อฝุ่นจางลง ในที่สุดหลินมู่อวี่ก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยชั้นหินและตะไคร่น้ำดูน่ากลัว แต่แสงในแววตายังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขามองลั่วหลานบนท้องฟ้าพร้อมกล่าวคำเบา “ลั่วหลาน เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
ลั่วหลานมองด้วยสายตาเหยียดหยามพร้อมกล่าวตอบ “มองหาเศษเสี้ยวพลังเทพของฉินอินเพื่อที่จะหลอมมันและนำมาใช้เอง หลินมู่อวี่ ในเมื่อเจ้ารู้คำตอบแล้วก็รีบไสหัวไปซะ จากนี้ไปพลังของฉินอินทั้งหมดเป็นของลั่วหลานผู้นี้!”
“ถุย!”
หลินมู่อวี่ถุยน้ำลายและเอ่ยคำเบา “นี่คือสถานที่ที่เสี่ยวอินหลับใหล เจ้าและเหล่าสาวกออกไปซะ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
“ฝันไปเถอะ!” ลั่วหลานหัวเราะ “เจ้าถูกผนึกให้กลายเป็นหิน แล้วคิดจะทำอะไรพวกข้าได้งั้นหรือ? หลินมู่อวี่ เจ้าสูญเสียพลังเจ็ดประทีปไปมาก หันมองดูตนเองเถิด…มัวแค่คร่ำครวญถึงหญิงสาว คนเช่นนี้น่ะหรือที่กล้าคิดทะเยอทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เจ้าควรยอมตายแต่โดยดีซะ มีเพียงนรกเท่านั้นที่เหมาะสมกับคนอย่างเจ้า!”
หลินมู่อวี่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดตอบ เขาเพิ่งค้นพบว่าร่างกายส่วนใหญ่กลายเป็นหินและเชื่อมติดกับแผ่นดินในขุมนรกโลหิตไปแล้ว แม้แต่เส้นเลือดก็เชื่อมต่อกับเถาวัลย์เส้นบาง ราวกับตัวเขาถูกจองจำอยู่ที่นี่และไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้
“เจ้ามันขยะ! รับคมดาบของข้าซะ!”
ลั่วหลานตะโกนดังพร้อมประกายไฟที่ลุกโชนในดวงตา ดาบโลหิตอสูรเต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่พวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง ลั่วหลานปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างน้อยสามสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำให้อากาศโดยรอบจับตัวราวกับน้ำแข็ง แม้คมดาบจะยังไม่ถูกฟาดฟัน แต่พื้นดินขุมนรกโลหิตกลับเริ่มพลังทลายทีละน้อยขณะที่เศษหินลอยหมุนคว้างขึ้นไปบนอากาศ!
แรงกดทับร่วงหล่นจากอากาศทำให้หลินมู่อวี่ไม่สามารถขยับตัวได้ อีกทั้งเขาสัมผัสได้ว่าฐานพลังยุทธ์ของลั่วหลานแตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมันเป็นพลังเทียบเท่าจุดสูงสุดของขอบเขตเทวะชั้นแรกแล้ว!
ภายในทะเลจิตมีกระแสเลือดอันโกลาหลปกคลุม เขาจึงไม่สามารถปลดปล่อยพลังได้มากนัก อีกทั้งพลังเพลิงราชันดูเหมือนจะไม่ตอบสนอง ทำให้มีเพียงรัศมีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งฝูซีเท่านั้นที่สามารถต้านทานพลังของศัตรูได้ ฉับพลันพลังศักดิ์สิทธิ์ควบแน่นเป็นเกราะรบมังกรโลหิตปรากฏขึ้นเหนือไหล่!
“ตูม!”
ร่างกายของหลินมู่อวี่สั่นสะท้านพร้อมร่วงหล่นลงไปใต้พิภพลึกหลายเมตร ขณะเดียวกันพื้นที่โดยรอบพังทลายจนสิ้น คลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่งออกมาอย่างฉับพลัน ทำให้เหล่าสาวกของลั่วหลานจำนวนมากที่มีฐานพลังยุทธ์ต่ำกว่าตกตะลึงและถูกกระแทกจนได้รับบาดเจ็บ
“ฟิ้ว!”
ภายในขุมนรกโลหิต แสงสีทองสว่างไสวยังคงแผ่ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาจากแก่นแท้ของเศษเสี้ยวพลังเทพที่ฉินอินทิ้งไว้ แต่ขณะนี้มันได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพลังทำลายล้างของลั่วหลาน
“หยุดซะ!”
หลินมู่อวี่เงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวพร้อมตะโกนเสียงดัง “ข้าบอกให้เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!”
“เป็นเพียงมดปลวกริอ่านตะโกนใส่ข้างั้นรึ?”
ในอากาศ ลั่วหลานสวมเสื้อคลุมสีทองพร้อมถือดาบโลหิตอสูรขณะมองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยาม “หลินมู่อวี่ เจ้าสำนึกถึงความแตกต่างระหว่างมนุษย์และพระเจ้าหรือไม่? พระเจ้าสามารถเอาชนะทุกสิ่งอย่าง ขณะที่มนุษย์…เป็นเพียงมดปลวกตัวเล็กๆ ความเจ็บปวดและความโศกเศร้าของเจ้านั้นไร้ค่า สำหรับข้า…มดตัวเล็กไม่คู่ควรที่จะเป็นปรปักษ์กับเทพเจ้าด้วยซ้ำ การโจมตีครั้งถัดไปข้าจะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์สี่สิบเปอร์เซ็นต์ ดูสิว่าเจ้าจะต้านทานมันได้อย่างไร!”
“วิ้ง…”
อักขระโบราณสีทองปรากฏขึ้น ซึ่งดูเหมือนเป็นรอยแยกมิติที่ถูกเปิดออกและถ่ายเทพลังศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ลั่วหลานราวกับว่าเขากำลังยืมพลังจากสรวงสวรรค์เพื่อสังหารหลินมู่อวี่!
เช่นนั้นสรวงสวรรค์เป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรมจริงหรือ? เกรงว่ามันจะไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
“ตูม!!”
การโจมตีครั้งที่สองของลั่วหลานตกลงบนไหล่ของหลินมู่อวี่อย่างรุนแรงพร้อมความเจ็บปวดที่แทงทะลุเข้าไปในหัวใจ ก้อนหินและพื้นรอบตัวหลินมู่อวี่แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนฟุ้งกระจาย อีกทั้งยังทำให้เขาบาดเจ็บจนต้องกระอักเลือด!
แม้ว่าการโจมตีครานี้จะสร้างความเสียหายให้หลินมู่อวี่อย่างหนักหน่วง แต่เขาก็ค้นพบว่ากระแสเลือดโกลาหลที่ปกคลุมภายในทะเลจิตเป็นเวลากว่าครึ่งปีถูกลั่วหลานทุบสลายไปแล้ว ฉับพลันเพลิงราชันหลั่งไหลลงสู่ทะเลจิตอย่างบ้าคลั่ง!
“ดูสิว่าเจ้าจะทนรับคมดาบได้สักเพียงใด!!”
หลินมู่อวี่เงยหน้าคำราม
“บังอาจ!”
ลั่วหลานลอยตระหง่านบนอากาศขณะที่ดาบโลหิตอสูรในมือส่งเสียงคำรามออกมา พลังศักดิ์สิทธิ์สีทองยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่องจนดูทรงพลังยิ่ง
“ทำลายล้าง!!”
ดาบโลหิตอสูรถูกยกขึ้นสูง ในพริบตาพลังศักดิ์สิทธิ์อันท่วมท้นร่วงหล่นลงจากท้องนภาพร้อมแทรกซึมเข้าสู่พื้นโลกจนเขย่าขุมนรกโลหิตรุนแรงและระเบิดออก ขุมนรกโลหิตซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉินอินทิ้งไว้ถูกทำลายอย่างรวดเร็ว
“หยุดเดี๋ยวนี้!!!”
หลินมู่อวี่คำรามก้องด้วยดวงตาแดงก่ำ
“โกรธงั้นรึ?”
ลั่วหลานหัวเราะเสียงดัง “ดี! โกรธไปเลย อย่างไรเจ้าก็ทำสิ่งใดไม่ได้ นอกจากมองดูข้าควบคุมทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้ นี่แหละคือความแตกต่างระหว่างพระเจ้าและมดปลวก! ตอนนี้ก็ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว!”
“ซูม!!”
ดาบโลหิตอสูรร่วงหล่นลงจากท้องนภาและฟาดฟันลงบนเกราะรบมังกรโลหิตที่ควบแน่นด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งฝูซีครั้งแล้วครั้งเล่า!
“เปรี้ยง!”
ท้องฟ้าสั่นสะเทือนขณะที่พื้นของขุมนรกโลหิตแตกกระจายอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันกำแพงเมืองไป๋หลิงที่อยู่ห่างออกไปพังทลายลงอย่างต่อเนื่อง ฐานพลังยุทธ์ของลั่วหลานในปัจจุบันทำให้ไม่สามารถดูถูกคำว่า “พระเจ้า” ได้อีกต่อไป
“ฟู่…”
เลือดสาดกระเซ็นลงพื้นขณะที่หลินมู่อวี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระนั้นความแน่วแน่ที่มีทำให้เขายืนหยัดต่อไป อีกทั้งสิ่งที่เขากังวลไม่ใช่การตายตก แต่เป็นขุมนรกโลหิตแห่งนี้อาจถูกลั่วหลานทำลายจนสิ้น
กลุ่มสาวกจวนเจ็ดแคว้นรอบด้านมองดูภาพเบื้องหน้าและยิ้มออกมา
“พลังของท่านเทพไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ในโลกมนุษย์แห่งนี้ หึ! ครานี้คงถึงเวลาตายของหลินมู่อวี่แล้ว!”
“เป็นเพียงมดปลวกริอ่านท้าทายอำนาจของเทพพระเจ้า ยโสยิ่งนัก!”
“ท่านเซียนตวัดดาบอีกเพียงครั้งเดียว หัวของเจ้าสุนัขรับใช้จักรวรรดิจะต้องถูกตัดสะบั้น!”
“ฮ่าๆๆๆ สี่วีรบุรุษแห่งเมืองหลันเยี่ยนหลินมู่อวี่ก็เป็นได้เพียงมดปลวกไร้ค่าเท่านั้น!”
“ท่านเซียนเป็นผู้ทรงพลังที่สุดแห่งจวนเจ็ดแคว้นของเรา!”
…
ดูเหมือนเสียงเย้ยหยันของผู้คนรอบข้างจะไม่ได้ลอยเข้าหูหลินมู่อวี่แม้แต่น้อย ความคิดของเขาจดจ่ออยู่ในทะเลจิต การโจมตีของลั่วหลานทำให้กระแสเลือดอันโกลาหลในทะเลจิตกระจายออกจากกัน…หากอีกฝ่ายโจมตีอีกครั้งอาจสามารถปัดเป่าข้อห้ามนี้ได้
“ยังไม่ยอมตายอีกรึ?”
ลั่วหลานยืนมองในอากาศอย่างเย้ยหยัน ขณะที่ดาบโลหิตอสูรยังคงส่งเสียงคำรามพร้อมควบแน่นพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็ว ครานี้เขาจะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์มากถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์!
“ตูม!!”
แผ่นดินแหลกสลายในพริบตาพร้อมร่างของหลินมู่อวี่ร่วงหล่นลงไปหลายร้อยเมตรตกลงสู่หินหนืดที่แผดเผา ขณะเดียวกันลั่วหลานโบกฝ่ามือแผ่วเบา ก่อนที่พลังศักดิ์สิทธิ์จะกางออกเสมือนตาข่ายขนาดใหญ่ป้องกันเหล่าสาวกกลุ่มหนึ่งไม่ให้ตกลงไปในขุมนรกโลหิตชั้นที่สอง
หลินมู่อวี่ยังคงอยู่ในท่าคุกเข่าและถือดาบในหินหลอมละลายที่เดือดพล่าน เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยดวงตาที่เปล่งประกายเป็นแสงสีทองเลือนราง!
“ซู่…”
รัศมีพลังศักดิ์สิทธิ์พลันโบกสะบัดอยู่ใต้ฝ่าเท้าพร้อมทะเลจิตที่ตื่นขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อีกทั้งรัศมีพลังแปรเปลี่ยนเป็นดวงดาราและหมุนวนราวกับจักรวาลภายในหน้าอก ทันใดนั้นหลินมู่อวี่ก็ทะลวงขอบเขตเข้าสู่เขตแดนสวรรค์ในที่สุด! ต้องขอบคุณการโจมตีครั้งที่สามของลั่วหลานที่ช่วยให้เขาทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราชญ์ชั้นที่สามได้ในคราเดียว!
ลั่วหลานมองเห็นทุกสิ่งอย่างจากบนอากาศและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสะท้านจากก้นบึ้งของหัวใจ ฉับพลันเขาถ่ายเทพลังศักดิ์สิทธิ์อีกสิบเปอร์เซ็นต์ลงในดาบโลหิตอสูรทำให้ทั่วท้องนภามัวหมอง ขณะเดียวกันแสงสีทองจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา เมื่อลั่วหลานลืมตาขึ้นก็ปรากฏแสงสีทองสว่างไสวในดวงตาทั้งสองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้า!
“ตายซะ!”
ลั่วหลานพุ่งลงมาจากท้องฟ้าพร้อมจดจ่อการโจมตีเป็นหนึ่งเดียว นี่เป็นกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดภายใต้ฐานพลังพลังยุทธ์ปัจจุบันของเขา!
หลินมู่อวี่ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย พลังศักดิ์สิทธิ์ยังคงไหลเวียนทั่วร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง “ครึ่ก” ชั้นหินที่เกาะติดบนผิวหนังหลุดลอกออก เขายกกระบี่ดวงดาราในมือขึ้นฟ้าเพื่อเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ไม่มีกระบวนท่าพิเศษใด…มีเพียงพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งฝูซีที่ใช้ต่อกรกับลั่วหลานเท่านั้น!
“ตูม! ตูม! ตูม!”
เสียงระเบิดดังกึกก้องติดต่อกันสามครั้งพร้อมเลือดสาดกระเซ็นในอากาศ
…
“ทะ…ท่านเซียน…”
“ท่านเซียน!”
“ปะ…เป็นไปไม่ได้…”
กลุ่มสาวกจวนเจ็ดแคว้นต่างมองดูด้วยความตะลึงงัน ร่างของลั่วหลานตกลงจากอากาศราวกับปุยนุ่น ส่วนหลินมู่อวี่ถือกระบี่ดวงดาราพร้อมดวงตาที่กลายเป็นสีทองอย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันแสงสีทองทะลุผ่านเมฆหมอกลงมาพร้อมอักขระโบราณสีทองลอยวนรอบกายของหลินมู่อวี่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่า…เขาทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทวะแล้ว!
วัตถุทรงกลมลักษณะโปร่งใสเปล่งแสงสว่างไสวรอบกายหลินมู่อวี่ ซึ่งแต่ละชิ้นมีความแวววาวและสีที่แตกต่างกัน สีแดงเสมือนเปลวไฟ สีฟ้าอ่อนเสมือนสายลม สีฟ้าเข้มเสมือนน้ำแข็ง สีทองเสมือนแสงสว่าง และสีม่วงเสมือนสายฟ้า!
พวกมันทั้งสิบสองชิ้นมีพลังศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนอยู่ ดวงตาสีทองของหลินมู่อวี่เต็มไปด้วยความโกรธขณะตะโกนเสียงดัง “แม้ว่าข้าจะเป็นเพียงมดไร้ค่า แต่ข้าสามารถสังหารเทพเจ้าที่น่ารังเกียจอย่างเจ้าได้!”
…
“ซูม!”
หลินมู่อวี่พุ่งตรงไปหาลั่วหลานราวกับอุกกาบาตพร้อมฟาดฟันกระบี่อย่างรุนแรง!
“หือ?!”
ลั่วหลานรีบยกดาบโลหิตอสูรเพื่อสกัดกั้น แต่เขาจะสามารถต้านทานพลังอันแข็งแกร่งนี้ได้อย่างไร? เพียงชั่วพริบตาดาบในมือก็ถูกทำลายขณะที่พลังแหวกรังสีแยกออกจากกระบี่ดวงดาราเข้าเฉือนร่างลั่วหลานจนขาดออกจากกัน ทั่วทั้งเมืองไป๋หลิงสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวและกำแพงเหล็กที่อยู่ห่างออกไปพังทลายลงทันที
สังหารเทพเจ้า!
“ท่านเซียน…”
“พระเจ้า…”
กลุ่มสาวกจวนเจ็ดแคว้นต่างตกตะลึง แต่เมื่อพวกเขาเห็นดวงตาสีทองของหลินมู่อวี่ก็อดไม่ได้ที่จะคุกเข่าลงทันที ในขณะนี้พวกเขาเป็นเพียงมดที่ต่ำต้อย ส่วนหลินมู่อวี่นั้นเป็นดั่งพระเจ้าที่แท้จริง!
……….……….……….……….