The Alchemist God ทะลุมิติเทพศาสตรา - EP.652 มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด
ЕР.652 มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด
“ฟิ้ว!”
ศรมากมายพรั่งพรูเข้ามาราวกับสายฝนโดยที่หลินมู่อวี่ไม่ทันได้ตั้งตัว ฉับพลันปราณยุทธ์ควบแน่นบนแผ่นหลังของเขาและกลายเป็นเกราะป้องกันร่างกายที่สกัดศรทั้งหมดไว้จนเกิดเสียงดังกึกก้อง
“โธ่เว้ย เขามีเกราะปราณยุทธ์!”
เป่ยฉียิงเจ็บใจยิ่ง หากเขารู้คงสั่งให้ทหารใช้ศรเศวตรมณีโจมตีไปแล้ว!
“โจมตีด้วยดาบซะ!”
เหล่าทหารทิ้งคันธนูก่อนชักดาบออกมาและพุ่งเข้าไปทันใด ทหารเหล่านี้ล้วนเป็นทหารของตระกูลเป่ยฉีที่ฝึกฝนมานานหลายปีจนชำนาญด้านการต่อสู้ระยะประชิดยิ่ง
...
หลินมู่อวี่ลุกขึ้นพลางมองดูกองทหารที่ดาหน้าเข้ามาด้วยแววตาเย็นชา ชายหนุ่มกระชับด้ามกระบี่ดวงดาราที่ไม่สามารถดึงออกจากฝักได้พร้อมกล่าวออก “พวกเจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงต้องยุ่งวุ่นวายกับข้านัก?”
นายทหารยกยิ้ม “พวกข้าคือคนที่อยากให้เจ้าตายไงล่ะ!”
แสงดาบส่องสว่าง ทหารหลายคนเป็นถึงจอมยุทธ์ขอบเขตนภา!
หลินมู่อวี่ตวัดกระบี่ออกไปทั้งฝักเพื่อสกัดดาบของอีกฝ่ายทันทีตามสัญชาตญาณ เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็วก่อนปล่อยลูกเตะพลังมหาศาลใส่หน้าอกของทหารจอมยุทธ์ขอบเขตนภาจนกระเด็นออกไปไกล!
เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของหลินมู่อวี่ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาทีละน้อย
หัวใจของเป่ยฉีหงสั่นไหว จอมยุทธ์ขอบเขตนภาราวสามถึงห้าคนกำลังปิดล้อมหลินมู่อวี่ ทว่ากลับไม่อาจจัดการอีกฝ่ายได้เลย เขารีบหันไปกล่าวกับเป่ยฉียิงอย่างร้อนรน “ท่านผู้นำ พลังของหลินมู่อวี่กำลังฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ข้าเกรงว่าเขาจะสามารถฟื้นคืนพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ในไม่ช้า ท่านฝานอวิ๋นรีบลงมือก่อนที่หลินมู่อวี่จะได้พลังทั้งหมดคืนเถอะขอรับ!”
“ย่อมได้ ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว!”
ดวงตาของฝานอวิ๋นฉายแววเลือดเย็นขณะก้าวออกจากป่าทึบ เขตแดนพลังแผ่ออกมารอบกาย เหล่าทหารโดยรอบต่างถอยหลังออกมาทันใด
“แกรก…”
ก้อนหินบนพื้นสั่นสะเทือนด้วยแรงกดทับมหาศาลจากเขตแดนพลังของฝานอวิ๋น เขาเดินเข้าไปหาหลินมู่อวี่พร้อมเอามือไขว้หลังเฉกเช่นผู้เป็นนายพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มจาง “หลินมู่อวี่ เจ้ายังจำข้าได้หรือไม่?”
“หลินมู่อวี่รึ? เจ้าเรียกผู้ใดว่าหลินมู่อวี่? เจ้าเป็นใคร? เจ้ารู้จักข้าหรือ?” หลินมู่อวี่รู้สึกเหมือนตนเพิ่งคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ ชายเบื้องหน้ารู้ว่าเขาเป็นใคร
“ฮ่าๆ แน่นอน ข้าจะไม่รู้จักผู้ที่สังหารนายของข้าได้อย่างไร วันนี้ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้า!”
เขตแดนพลังของฝานอวิ๋นแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ “แควก!” เสื้อคลุมหนังสัตว์บนตัวของหลินมู่อวี่ระเบิดออกเนื่องจากไม่สามารถทนต่อแรงกดดันมหาศาลนี้ได้ ก้อนหินที่อยู่บนพื้นโดยรอบค่อยๆ แตกออกทีละก้อน ชายหนุ่มรู้สึกไม่ค่อยดีนัก ร่างกายของเขาเหมือนกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แม้อยากจะต่อต้านเพียงใดเขาก็ไม่รู้ต้องทำอย่างไร หลินมู่อวี่ลืมวิธีต้านทานเขตแดนพลังของศัตรูไปจนหมดสิ้น
“อ่อก...”
ชายหนุ่มกระอักเลือดออกมาขณะทรุดกายลงกับพื้น เขาดึงมีดเสียงปีศาจออกมาจากเอวก่อนปักมันลงบนพื้นหญ้าอย่างรุนแรง
“ฮ่าๆๆ”
ความเคียดแค้นฉายชัดบนใบหน้าของฝานอวิ๋นขณะที่เขาก้าวเข้าไปเหยียบหลังศีรษะของหลินมู่อวี่ เสียงหัวเราะอันหยิ่งผยองดังกึกก้อง “ฮ่าๆๆ… เทพรึ? นี่น่ะหรือหลินมู่อวี่ที่ชาวจักรวรรดิเคารพนับถือเยี่ยงเทพ? ฮ่าๆๆ ช่างน่าสมเพชนัก ข้าสามารถฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ โดยแทบไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ!”
ฉับพลันหลินมู่อวี่ใช้มีดเสียงปีศาจเฉือนเอ็นร้อยหวายของฝานอวิ๋นอย่างรวดเร็ว เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วขณะที่ขาของเขากระตุกอย่างรุนแรง
ชายหนุ่มไม่กล่าวคำใดแต่ปล่อยหมัดซ้ายที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงราชันลงบนอกของฝานอวิ๋นทันที เขาตะโกนเสียงต่ำ “ไปให้พ้น!”
“ตู้ม!”
แรงระเบิดอันรุนแรงทำให้ฝานอวิ๋นกระเด็นออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ก่อนตกลงสู่พื้นหลังกระแทกต้นไม้ใหญ่ไปหลายต้น
เป่ยฉียิง เป่ยฉีหนานและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน
“ยุทธภัณฑ์อักขระ ใช้ยุทธภัณฑ์อักขระเดี๋ยวนี้!”
เป่ยฉียิงคำราม “ใช้ยุทธภัณฑ์อักขระสวรรค์หมวดลมโจมตีได้!”
“ขอรับท่านพ่อ!”
อักขระวิเศษส่องแสงเรืองรองทันทีที่เป่ยฉีหนานยกดาบยาวขึ้น พลังแห่งโลกและสวรรค์พลันก่อตัวบนฟากฟ้า วินาทีต่อมาพายุโหมกระหน่ำพัดโจมตีร่างของหลินมู่อวี่ราวกับใบมีดอันแหลมคม
...
“เฮือก…”
หลินมู่อวี่คุกเข่าลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ขณะที่เกราะปราณยุทธ์บนร่างกำลังพยายามช่วยชีวิตนายของมันอย่างเต็มที่!
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งร่างกายของหลินมู่อวี่ก็เต็มไปด้วยบาดแผลจากพลังแห่งอักขระหมวดลม หุบเขาเล็กๆ แห่งนี้ตกอยู่ในสภาพพังพินาศ ผืนหญ้าในบริเวณโดยรอบหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงพื้นดินที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนของใบมีด
“ใช้อักขระหมวดไฟ!”
เป่ยฉียิงตะโกนเสียงต่ำ
นายทหารยกดาบในมือขึ้น อักขระวิเศษสีทองปรากฏขึ้นบนปลายดาบพร้อมกระตุ้นพลังแห่งสวรรค์และโลก ทันใดนั้นเปลวเพลิงโปรยปรายลงมาแผดเผาหลินมู่อวี่ผู้น่าสงสารราวกับสายฝน
“อ๊าก...”
อุณหภูมิอันร้อนแรงเพียงพอที่จะฆ่าผู้คนให้ตายตกอย่างทุกข์ทรมาน หลินมู่อวี่กลิ้งไปมาบนพื้นราวกับสัตว์เดรัจฉาน เขาไม่รู้ว่าจะต้านทานพลังแแห่งอักขระวิเศษได้อย่างไร ชายหนุ่มเหมือนกับต้องคำสาปที่ระงับพลังยุทธ์ของเขาไว้จนหมดสิ้น
หลินมู่อวี่ถูกแผดเผาอย่างน่าเวทนาอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิง
เป่ยฉียิงเย้ยหยัน “เขาไม่ได้แข็งแกร่งเช่นเดิมอีกแล้ว เอาล่ะ ใช้ยุทธภัณฑ์อักขระหมวดดินโจมตี!”
“ขอรับ!”
ริ้วแสงสีครามพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า ฉับพลันหินแหลมคมมากมายผุดขึ้นจากพื้นดินเปลี่ยนพื้นที่โล่งกว้างให้กลายเป็นเหมือนปากของสัตว์ร้าย ร่างกายของหลินมู่อวี่ถูกหินนับไม่ถ้วนทิ่มแทงจนเลือดสาดกระเซ็น เกราะปราณยุทธ์บนร่างของเขาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ชายหนุ่มไม่สามารถต้านทานพลังอันแกร่งกล้านี้ได้อีกต่อไป
“เยี่ยม เขากำลังจะตาย”
เป่ยฉียิงกล่าวด้วยรอยยิ้มจาง “ตามข้ามา”
“ขอรับ!”
แท่งหินสลายกลายเป็นผุยผงเมื่อพลังแห่งอักขระจางหายไป หลินมู่อวี่ตกลงไปในกองฝุ่นอย่างน่าสังเวชขณะที่เป่ยฉียิงก้าวเข้ามาดึงถุงมิติออกจากเอวของเขา ชายชราเปิดมันและหยิบตำราแห่งสวรรค์ของฝูซีในตำนานออกมา!
“มันคือตำราแห่งสวรรค์… ตำราแห่งสวรรค์ที่เทพจักรพรรดิฝูซีทิ้งไว้! ในที่สุด…”
เป่ยฉียิงยืนตัวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้พบสมบัติล้ำค่าที่ตามหามาแสนนาน “ข้าเจอตำราแห่งสวรรค์แล้ว!” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ตัวหนังสือมากมายปรากฏแก่สายตาเมื่อเขาเปิดตำรา
ขณะนั้นเป่ยฉีหนานชักกระบี่ออกจากฝักและแตะลงบนหน้าอกของหลินมู่อวี่ “ท่านพ่อ เช่นนั้น…ข้าจะกำจัดเขาเพื่อล้างแค้นให้น้องชายสองเอง!”
“ช้าก่อน!”
เป่ยฉียิงเปิดตำราสวรรค์ไปจนถึงบทสุดท้ายแต่กลับพบว่ามันไร้ซึ่งตัวอักษร ชายชรากล่าวออกอย่างไม่มีทางเลือก “ตำราแห่งสวรรค์บทนี้ไม่มีตัวอักษร ข้าต้องเค้นบางสิ่งจากหลินมู่อวี่ก่อน มัดเขาไว้และทำลายทะเลปราณของเขาซะ!”
“ขอรับ!”
เป่ยฉีหน่านยกยิ้มก่อนตวัดกระบี่เจาะบริเวณทะเลปราณของหลินมู่อวี่ทันใด ปราณแท้พรั่งพรูออกมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงมัดเขาด้วยเส้นเอ็นอันเหนียวแน่นและทนทานซึ่งถือเป็นวัสดุชั้นดีในการทำคันธนู ทว่าก็สามารถมัดคนได้ดีไม่แพ้กัน ยิ่งพยายามดิ้นเท่าใด เอ็นชนิดนี้ก็จะยิ่งรัดแน่นเท่านั้น
...
ตกกลางคืน ทุกคนตั้งค่ายพักบริเวณถ้ำแห่งหนึ่งและโยนหลินมู่อวี่ไว้ในส่วนลึกสุดของถ้ำ ชายหนุ่มยังคงไม่ได้สติแม้จะถูกสาดน้ำใส่ อาการบาดเจ็บของเขาสาหัสเกินไป
ไม่นานทุกคนก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า แสงจากกองไฟส่องสว่างจากนอกถ้ำ
หลินมู่อวี่รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวทันทีที่ลืมตาตื่น หลังจากดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ขณะนี้เขารู้สึกสับสนยิ่ง ฝานอวิ๋นกล่าวว่าเขาเป็นเทพ แต่เหตุใดเทพจึงมีสภาพเช่นนี้ได้?
ทันใดนั้นเสียงกุกกักดังขึ้นจากทางด้านหลัง เหมือนว่าใครบางคนกำลังตัดเส้นเอ็นที่มัดตัวเขาอยู่
เมื่อหันไปเขาจึงพบกับใบหน้าอันคุ้นเคยของเด็กหญิงตัวน้อย หลี่เมิงเย่!
“ชู่…”
หลี่เมิ่งเย่แสดงท่าทางให้เขาเงียบเสียงก่อนใช้มีดเสียงปีศาจที่หลินมู่อวี่มอบให้ตัดเส้นเอ็นอย่างเชื่องช้า ต้องขอบคุณมีดเสียงปีศาจอันแหลมคมที่ทำให้เส้นเอ็นขาดออกอย่างง่ายดาย หากเป็นกริชธรรมดา การตัดเส้นเอ็นนี้คงยากลำบากมิน้อย
เด็กหญิงตัดเส้นเอ็นที่รัดตัวเขาออกจนหมด ทว่าทหารรักษาการณ์ที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น หลินมู่อวี่ไม่สามารถกระตุ้นพลังใดออกมาได้ ปราณแท้ในร่างของเขาถูกระบายออกไปจนหมด หลี่เมิ่งเย่ชี้ไปด้านหลังพลางกระซิบ “ถ้ำนี้มีทางออกอยู่อีกทาง รีบหนีไปจากที่นี่เถอะเจ้าค่ะ ท่านเซียนอย่าส่งเสียงดังเชียว…”
หลินมู่อวี่รู้สึกสมเพชตนเองไม่น้อยเมื่อได้ยินคำว่าเซียนอีกครั้ง หากเขาเป็นเซียนจริงๆ ดั่งที่ผู้อื่นกล่าว เหตุใดจึงต้องพึ่งเด็กหญิงที่ไม่มีแม้แต่แรงจะมัดไก่เพื่อเอาชีวิตรอดเช่นนี้?
หลี่เมิ่งเย่ทำหน้าที่เป็นไม้เท้าของหลินมู่อวี่ที่ค่อยพยุงเขาให้ก้าวไปในถ้ำอย่างเชื่องช้า หลังจากเดินไปตามถ้ำราวหนึ่งถึงสองลี้ พวกเขาก็มาถึงอีกฟากหนึ่งของภูเขา
“ท่านเซียน เราปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ!”
เด็กหญิงกลิ้งไปมาบนพื้นหญ้าอย่างมีความสุขก่อนนำหญ้าหัวใจนภาที่เก็บไว้บริเวณเอวออกมา “ท่านเซียน ข้าให้สมุนไพรนี้แก่ท่าน ตอนนี้ท่านต้องการมันยิ่ง”
“ไม่ ข้าจะไปเก็บเอง”
“ฮึ่ม ท่านเซียนช่างดื้อด้านนัก” เด็กหญิงขมวดคิ้ว
หลินมู่อวี่จำได้ว่าเขาเก็บหญ้าหลิงฉีมา แต่น่าเสียดายที่มันถูกพลังแห่งอักขระหมวดลมบดขยี้จนแหลกสลายไปแล้ว มิเช่นนั้นเขาคงมอบมันให้เด็กหญิงเพื่อนำไปรักษาปู่ของนาง
ขณะนั้นแสงจากคบเพลิงส่องสว่างจากระยะไกล เสียงเกือกม้าของเป่ยฉียิง ฝานอวิ๋นและคนอื่นๆ กำลังตามเขามา!
...
“เจ้าหนีไปซะ ข้าจะสกัดพวกเขาไว้!” หลินมู่อวี่ผายฝ่ามือออก ทว่าเขากลับไม่สามารถกระตุ้นพลังใดออกมาได้เลย
ความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตาของหลี่เมิ่งเย่ “ท่านเซียน ระ…เราหนีไม่พ้นแล้วใช่หรือไม่?”
กลุ่มคนจากตระกูลเป่ยฉีควบม้าเข้ามาอย่างรวดเร็วและล้อมทั้งสองไว้ในพริบตา
“คิดจะหนีงั้นรึ? หึ เจ้าเด็กนี่แส่ไม่เข้าเรื่องเสียจริง!”
ฝานอวิ๋นถอนหายใจก่อนผายฝ่ามือออกอย่างเลือดเย็น แรงดึงดูดไร้ลักษณ์พุ่งตรงมายังหลี่เมิ่งเย่ทำให้นางลอยไปอยู่ในมือของฝานอวิ๋นทันใด
ใบหน้าแดงก่ำของนางกล่าวออกอย่างน่าสงสาร “ท่านเซียนช่วยข้าด้วย…”
“เขาน่ะหรือเซียน?” ฝานอวิ๋นหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “ในตอนนี้เขาก็เป็นแค่เศษสวะ”
“ไม่ ท่านเซียนมีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด!” หลี่เมิงเย่เอ่ยขัดดังลั่น
“น่ารำคาญเสียจริง” ฝานอวิ๋นเหวี่ยงแขนของเขา ฉับพลันหลี่เมิ่งเย่ลอยไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่
“พวกเจ้า!”
หลินมู่อวี่กัดฟันกรอดขณะที่พลังสีโลหิตพลุ่งพล่านอยู่ในทะเลจิต เขากำหมัดแน่นพลางคำรามดังลั่น “เหตุใดสัตว์เดรัจฉานเยี่ยงพวกเจ้าจึงต้องเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างไม่เลือกหน้าเช่นนี้?!”
“ตู้ม!”
ฝ่ามือของฝานอวิ๋นกระแทกลงบนหน้าอกของหลินมู่อวี่อย่างรุนแรงและผลักเข้าไปติดกับหน้าผาด้านหลังจนชั้นหินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ฝานอวิ๋นหัวเราะแผ่วเบา “หลินมู่อวี่ เจ้าก็เป็นแค่ขยะ เหตุใดจึงบ้าบิ่นนัก? ”
ฝานอวิ๋นใช้ฝักกระบี่ตอกไหล่ซ้ายของหลินมู่อวี่เข้ากับผาหินด้านหลังจนเลือดสาดกระเซ็น กระบี่เล่มนั้นคือกระบี่ดวงดาราของเขา!
“เหอะ ไอ้สวะ…นี่น่ะหรือเทพ?” ฝานอวิ๋นหัวเราะก่อนผายมืออีกข้าง เปลวเพลิงพลันพุ่งทะยานไปบนท้องนภา ฝ่ามือนี้อันตรายยิ่ง เขาต้องการปลิดชีพหลินมู่อวี่ด้วยกฎแห่งเปลวเพลิง
“อย่าทำร้ายเขานะ!”
หลี่เมิ่งเย่วิ่งมาตีแผ่นหลังของฝานอวิ๋นอย่างรุนแรง ทว่าเกราะปราณยุทธ์กลับทำให้ร่างเล็กกระเด็นออกไปไกล
“เจ้าแมลงวันน่ารำคาญ!”
ฝานอวิ๋นกระตุ้นพลังบนฝ่ามือด้วยความขุ่นเคือง ทันใดนั้นโซ่แห่งเปลวเพลิงปรากฏขึ้นและพันธนาการร่างของเด็กหญิงตัวน้อย
“ขะ…ข้าเจ็บ…” หญ้าหัวใจนภาในมือของเด็กหญิงเริ่มไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน เปลวเพลิงกลืนกินใบหน้าและร่างกายอันงดงามของนางไปอย่างเชื่องช้า ทว่าเด็กหญิงยังคงจ้องมองหลินมู่อวี่พลางกล่าวออกด้วยกำลังอันน้อยนิด “ทะ…ท่านเซียนมีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด…”
...
หยาดน้ำใสเอ่อล้นจากดวงตา หลินมู่อวี่คำรามในลำคอราวกับสัตว์ร้าย สำหรับเด็กหญิงตัวน้อย เขามีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด!
“วิ้ง!”
แสงสีทองอร่ามสาดส่องไปทั่วบริเวณ พลังศักดิ์สิทธิ์หวนคืนสู่ร่างของหลินมู่อวี่ราวกับพายุโหมกระหน่ำ ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าขณะที่เกล็ดสีโลหิตพวยพุ่งออกจากรอยแยกมิติและควบแน่นเป็นเกราะรบมังกรผลึกโลหิตคลุมร่างกายของเขา
“ฉึก!”
หลินมู่อวี่ดึงกระบี่ออกจากไหล่ของตนพลางคำรามอย่างบ้าคลั่ง กระบี่ดวงดาราถูกดึงออกจากฝักอย่างเชื่องช้า ขณะที่แสงสีทองพุ่งทะยานสู่ท้องนภา
“พวกเจ้าทั้งหมดต้องตาย!”
………..………..………..………..