The Alchemist God ทะลุมิติเทพศาสตรา - EP.653 สังสารวัฏหกชาติ
ЕР.653 สังสารวัฏหกชาติ
ณ สระมายาบนสรวงสวรรค์
ร่างวิญญาณของเด็กสาวหลี่เมิ่งเย่ค่อยๆ โบยบินออกมา ใบหน้าอันงดงามช่างดูคุ้นเคย นางมองหลินมู่อวี่ด้วยรอยยิ้มขณะที่ดวงตาเผยความโหยหาอย่างหาที่สุดไม่ได้ ฉับพลันร่างของนางก็ถูกบังคับดึงขึ้นสู่ท้องนภา
น้ำตาหลั่งไหลออกจากดวงตาของจื่อเหยา “หากอาอวี่รู้ว่า...นั่นคือร่างของฉินอิน เขาจะต้องเสียใจมากเพียงใดกัน…”
ราชาปีศาจเจ็ดประทีปกล่าวด้วยท่าทางเคร่งขรึม “อาอวี่ไม่รู้ว่านางคือฉินอิน และฉินอินก็ไม่รู้ว่าเขาคือาอวี่ ทุกสิ่งอย่างถูกสวรรค์ลิขิตไว้แล้ว ฉินอินสิ้นชีพในร่างของพระผู้เป็นเจ้าและอยู่ในสังสารวัฏ*ทั้งหก ซึ่งได้แก่ แดนมนุษย์ แดนสรรพสัตว์ แดนอสูร แดนภูต แดนชำระล้าง และแดนสวรรค์ อนิจจา…ขณะนี้เพียงผ่านพ้นแดนมนุษย์เท่านั้น”
*สังสารวัฏ แปลว่า การท่องเที่ยวไปในอาการที่เป็นวัฏฏะ การหมุนวนอยู่ในการเวียนว่ายตายเกิด เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วัฏสงสาร
เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า “แต่…หากไม่ใช่เพราะการเสียสละของฉินอิน อาอวี่คงไม่สามารถผ่านพ้นดินแดนที่ถูกลืมเลือนและเข้าสู่สถานะวิถีแห่งผู้ทรงอำนาจอย่างแท้จริง”
จื่อเหยาเพียงนิ่งเงียบและไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใด
...
“ตูม!!”
ผลึกมังกรนภาขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงจากฟากฟ้าบดขยี้กลุ่มทหารม้าตระกูลเป่ยฉีโดยตรง รัศมีอันทรงพลังกระแทกออกไปเป็นบริเวณกว้างจนทหารม้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลินมู่อวี่สวมชุดเกราะที่สร้างจากมังกรผลึกโลหิตขณะที่ดวงตาสีทองเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและไร้อารมณ์ ทันใดนั้นกระบี่เล่มยาวก็ถูกยกขึ้นและฟาดฟันออกไปอีกครั้ง
“อะไรน่ะ?!”
ฝานอวิ๋นตกตะลึงพร้อมรีบยกดาบขึ้นซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์อักขระระดับยิ่งยวดหมวดน้ำแข็ง ฉับพลันโล่น้ำแข็งขนาดใหญ่ก็ควบแน่นเบื้องหน้าเขา!
“เปรี้ยง!”
ปราณกระบี่ทะลวงโล่น้ำแข็งพร้อมตัดร่างฝานอวิ๋นออกเป็นสองท่อน ก่อนจะตวัดคมกระบี่อีกครั้งจนตัดศีรษะของเขาขาดสะบั้น ใบหน้าฝานอวิ๋นเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่คาดคิดว่าชีวิตตนเองจะจบลงเช่นนี้
“ท่านพ่อรีบหนีเร็วเข้า!”
เป่ยฉีหน่านปกป้องเป่ยฉียิงหนีออกไปอย่างเร่งรีบ แต่พวกเขาจะหนีไปไหนได้?
บนท้องนภามีเมฆสีทองปกคลุมอย่างหนาแน่น หลินมู่อวี่ก้าวเท้าเหยียบความว่างเปล่า ขณะที่ทุกย่างก้าวมีระลอกคลื่นศักดิ์สิทธิ์สีทองส่องประกาย พลังเทพในทะเลจิตค่อยๆ ควบแน่นขณะที่พลังศักดิ์สิทธิ์อันไม่มีที่สิ้นสุดหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายหลินมู่อวี่ พลังของวิถีแห่งผู้ทรงอำนาจนั้นเหนือกว่าอีกสี่ระดับมาก อีกทั้งยังมีพลังทำลายล้างที่สามารถปัดเป่าโลกให้กลายเป็นจุณ
หลินมู่อวี่ยกมือซ้ายขึ้น ทันใดนั้นแสงสว่างของดวงดาราบนท้องนภาหลั่งไหลลงมาก่อนจะปรากฏดวงอาทิตย์สีม่วงแดงบนฝ่ามือ ซึ่งมันเป็นกลยุทธ์ดวงดาราขั้นที่หก…สุริยันเขย่าโลกา! หลังจากหลับใหลมาถึงสี่ปี…เขามีเวลามากพอที่จะทำความเข้าใจทักษะระดับสูงสุดของกลยุทธ์ดวงดารา
พระอาทิตย์สีม่วงเปล่งประกายสว่างไสวยามค่ำคืนราวกับเวลากลางวัน หลินมู่อวี่เหลือบมองดูผืนโลกด้วยดวงตาสีทองราวกับกำลังมองดูมดปลวก ขณะนี้เขามีรัศมีเปรียบดั่งพระเจ้าผู้สามารถควบคุมความเป็นความตายทั้งหมด
“ซูม!”
คลื่นพลังอาทิตย์สีม่วงพวยพุ่งออกจากแขนและร่วงหล่นลงพื้นทันที!
“ฮะ?!”
รัศมีพลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อเป่ยฉียิง เป่ยฉีหน่าน เป่ยฉีหงและคนอื่นๆ หันกลับไป ใบหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือดราวกับไม่มีเลือดหล่อเลี้ยง…หรือนี่จะเป็นการลงโทษจากทวยเทพที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้?!
“ตูม!!”
การระเบิดของพลังสุริยันเขย่าโลกาทรงพลังมากจนทำลายล้างกลุ่มคนพร้อมพื้นที่รอบบริเวณจนราบเป็นหน้ากลองในพริบตา!
...
หลุมยักษ์รัศมีหลายร้อยเมตรปรากฏขึ้นในขุมนรกโลหิตซึ่งเกิดจากพลังทำลายล้างของกลยุทธ์ดวงดาราขั้นที่หก พลังของมันแข็งแกร่งมากจนเทียบเทียมได้กับกระสุนปืนใหญ่ผลึกอสูรขนาดใหญ่ หรือบางทีมันอาจจะทรงพลังยิ่งกว่า!
ไม่มีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่ในป่าแห่งนี้อีกแล้ว…
หลินมู่อวี่ฟื้นฟูพลังศักดิ์สิทธิ์และได้รับความทรงจำทั้งหมดกลับมาอย่างสมบูรณ์ เขาพึมพำแผ่วเบา “เสี่ยวอิน…เจ้าอยู่ที่ใดกัน?”
รัศมีแสงสีทองของพลังศักดิ์สิทธิ์บนร่างกายค่อยๆ จางหายไปขณะที่ดวงตากลับมาเป็นสีปกติ เกราะรบค่อยๆ สลายกลายเป็นมังกรผลึกโลหิตที่ร้องคร่ำครวญอยู่ด้านข้างผู้เป็นนาย
หลินมู่วี่หยิบถุงสรรพสิ่งจากเป่ยฉียิง สิ่งของทั้งหมดยังคงอยู่ เขาพลันหยิบเสื้อคลุมสีขาวและชุดเกราะแห่งจักรวรรดิออกมาสวมใส่ ก่อนจะค้นหาศพที่ไหม้เกรียมของหลี่เมิ่งเย่ท่ามกลางซากศพและเถ้าถ่าน จากนั้นเขาอุ้มศพของนางขึ้นมาและก้าวเท้าเข้าสู่ความว่างเปล่า
“เปรี้ยง!” เสื้อคลุมปลิวไสวพร้อมเสียงดังก้องของคลื่นกระแทกจากด้านหลังซึ่งบ่งบอกได้ถึงความเร็วเหนือเสียง และเนื่องจากพลังศักดิ์สิทธิ์มีสำรองเพียงพอ เขาจึงเร่งความเร็วยิ่งขึ้น ฉับพลันระนาบพื้นผิวเริ่มสร้างความรู้สึกของลำดับชั้นราวกับมีสี่เหลี่ยมจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏอยู่เบื้องหน้าและสามารถเลือกเคลื่อนย้ายมวลสารได้ นี่เป็นความสามารถของการทะลุผ่านมิติหรือ?
พลังมิติที่สี่!
“ฟิ้ว!”
ในชั่วพริบตารอยแยกมิติก็ปรากฏห่างออกไปยี่สิบไมล์ ซึ่งเป็นระยะทางเคลื่อนย้ายสูงสุดที่ขอบเขตเทวะชั้นแรกจะสามารถทำได้
กลางดึกหลินมู่อวี่เหาะเหินจากฟากฟ้าลงมายังเมืองอันเงียบสงบ ตามที่หลี่เมิ่งเย่เคยบอกก่อนหน้า บ้านของนางควรจะอยู่บริเวณนี้
หลินมู่อวี่ก้าวออกไปอย่างเชื่องช้าขณะอุ้มศพหลี่เมิ่งเย่ในมือ ไม่นานเขาก็พบยามเฝ้าหมู่บ้านจึงเอ่ยถามด้วยความเคารพ “ท่านผู้อาวุโส…ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าบ้านของหลี่โชวอยู่ที่ใด?”
“หลี่โชว?” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ยามยกตะเกียงขึ้นมองและพบดาวสีทองสามดวงที่คอเสื้อของหลินมู่อวี่ เขาตกใจจนวิญญาณแทบออกจากร่าง ผู้ที่ครอบครองดาวสีทองสามดวงจะต้องเป็นอย่างน้อยผู้บัญชาการระดับสูง ซึ่งเขาไม่เคยพบเห็นผู้คนเช่นนั้นมาก่อน และหากชายชรารู้ว่าหลินมู่อวี่เป็นราชาแห่งจักรวรรดิฉินหนึ่งในสามราชา เขาคงเป็นลมล้มพับเป็นแน่
“หลี่โชวอาศัยอยู่ในบ้านหลังสุดท้ายของถนนสายนี้ ประตูบ้านของเขาเป็นสีเขียว”
“ขอบคุณมากขอรับ”
หลินมู่อวี่กอดร่างหลี่เมิ่งเย่และเดินตรงไปยังบ้านหลังหนึ่งที่มีประตูสีเขียว แต่เนื่องจากขาของหลี่โชวบาดเจ็บ หลินมู่อวี่จึงไม่ได้เคาะประตูและกระโดดเข้าไปยังลานหลังบ้านแทนก่อนกล่าวว่า “มีผู้ใดอยู่ไหมขอรับ?”
“นั่นใคร?” หลี่โชวตื่นจากการหลับใหล
หลินมู่อวี่กล่าวตอบ “หลี่เมิ่งเย่…จากไปแล้ว ข้าพานางกลับบ้าน”
“ละ…หลานสาวของข้า นาง…”
ชายชรากลิ้งลงจากเตียงและเดินกะเผลกออกมาเปิดประตู เขาพบหลินมู่อวี่กอดร่างอันไหม้เกรียมร่างหนึ่ง หลินมู่อวี่สวมชุดเกราะทหารระดับสูงและมีดอกจื่อยินสีทองปักอยู่บนเสื้อคลุมขาว แต่ขณะนี้ชายชราไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด เขาจดจำใบหน้าของหลี่เมิ่งเย่ได้ก่อนจะทรุดลงพื้นร่ำไห้เสียงดัง
หลินมู่อวี่คุกเข่าพร้อมวางศพของหลี่เมิ่งเย่ลงพื้นเบื้องหน้าและกล่าวว่า “ท่านผู้เฒ่า นางเป็นเด็กดี แต่กลับถูกคนชั่วช้าทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตเพื่อปกป้องข้า…ข้าจะชดใช้ให้ท่านไปตลอดชีวิตเหลืออยู่นี้เอง”
หลินมู่อวี่หยิบตั๋วทองออกมาวางบนพื้นพร้อมกล่าวว่า “นี่คือตั๋วทองมูลค่าหนึ่งแสนเหรียญทอง คงเพียงพอสำหรับท่านและมารดาของเมิ่งเย่ไปตลอดชีวิต เมื่อข้ากลับไป ข้าจะส่งคนมารับพวกท่านไปอาศัยอยู่ในเมืองหลันเยี่ยนของจักรวรรดิ”
“เงินจำนวนนี้…ซื้อชีวิตเมิ่งเย่กลับมาได้หรือไม่?” ร่างกายของชายชราสั่นเทา
“ไม่ได้ขอรับ…”
หลินมู่อวี่คุกเข่าทำความเคารพชายชราพร้อมกล่าวว่า “ข้าช่วยนางไม่ได้ ข้าขออภัย ขะ…ข้าไม่สามารถปกป้องเมิ่งเย่และทำให้นางต้องตาย…”
“ทะ…ท่านเป็นใครกัน?”
“นามของข้าคือหลินมู่อวี่”
“ท่าน…” ชายชราตกใจ “ทะ…ท่านคือราชาแห่งจักรวรรดิฉินหลินมู่อวี่งั้นหรือ?”
“ราชาแห่งจักรวรรดิฉิน…คงเป็นเช่นนั้น” หลินมู่อวี่เอ่ยคำเบา
“ท่านราชา…เข้าสู่ขอบเขตเทวะแล้ว ทะ…ท่านเป็นเทพเจ้าใช่หรือไม่?”
“ข้าคิดว่าเป็นเช่นนั้น”
“พระเจ้า…” หลี่โชวรีบลุกขึ้นประคองหลินมู่อวี่ “ท่านเซียนมิควรคุกเข่าให้แก่มนุษย์ ขะ…ข้าไม่คู่ควร…”
“ไม่”
หลินมู่อวี่กล่าว “มนุษย์และพระเจ้าต่างเป็นร่างกายเดียวกันและไม่มีความแตกต่างอื่นใด ท่านผู้เฒ่า ข้าไม่สามารถปกป้องเมิ่งเย่ได้ หวังว่าท่านจะให้อภัย แต่บุคคลที่สังหารเมิ่งเย่ ข้าได้กำจัดเพื่อแก้แค้นให้นางแล้ว”
“เช่นนั้นคงดีแล้ว” ร่างกายหลี่โชวสั่นเทา “ฝ่าบาททรงเป็นวีรบุรุษผู้พิชิตเผ่าปีศาจ ไม่เช่นนั้นมณฑลหลิงหนานคงกลายเป็นดินแดนของพวกมันไปนานแล้ว พระองค์ทรงกอบกู้แผ่นดินและช่วยเหลือเผ่าพันธุ์มนุษย์ ทรงอย่ารู้สึกผิดในสิ่งใดก็ตาม เมิ่งเย่…คงเป็นเกียรติที่นางจากไปเพื่อพระองค์…”
“ไม่ นางไม่ควรต้องตายเพื่อผู้ใด”
หลินมู่อวี่ประสานหมัดกล่าว “ข้าคงต้องขอลา ท่านผู้เฒ่าโปรดรักษาตนเองให้ดี ในไม่ช้ากองทัพมังกรผงาดจะมารับท่านและมารดาของเมิ่งเย่ไปยังเมืองหลันเยี่ยน และโปรดอย่าได้กังวลเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลย”
“เป็นพระกรุณาอย่างยิ่งท่านราชาแห่งจักรวรรดิฉิน…” ชายชราก้มศีรษะลงครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเงยหน้าขึ้น หลินมู่อวี่ก็ก้าวเท้าออกไปสู่ความว่างเปล่าและหายไปในสายลม
ชายชราตกตะลึงพร้อมพึมพำ “นี่หรือคือพระเจ้าที่แท้จริง…”
...
หลังจากปลุกพลังเทพวิถีแห่งผู้ทรงอำนาจ หลินมู่อวี่ก็ไม่สามารถสัมผัสถึงปราณของฉินอินในขุมนรกโลหิตอีกต่อไป แม้แต่เศษเสี้ยวพลังเทพของนางก็สูญหายไปตามกาลเวลา เช่นนั้นเขาไม่มีเหตุผลต้องอยู่ในขุมนรกอีกแล้ว ตามการเล่าลือของชาวบ้าน...บ้างก็ว่าถังเสี่ยวซียังไม่ตาย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่รองลงมาคือการตามหาถังเสี่ยวซีและค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นในครานั้น อีกทั้งความเป็นความตายของนางไม่ชัดเจนนัก ทำให้หลินมู่อวี่รู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่ง
เขาเชื่อเสมอว่าถังเสี่ยวซีไม่มีทางทรยศต่อฉินอิน ฉินอินเองก็คงเชื่อเช่นนั้น มันจะต้องมีเหตุผลบางประการสำหรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นแน่
อีกสิ่งที่เขาได้รู้จากชาวบ้านคือเฟิงจี้สิงยังคงอยู่ในมณฑลหลิงหนานเพื่อฟื้นฟูเมืองสายัณห์ หลินมู่อวี่จึงรีบมุ่งหน้าไปทันที แม้การทะลุมิติจะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์มากโข แต่ความเร็วนั้นมากกว่าการเดินทางโดยม้าศึกอย่างยิ่ง เพียงชั่วข้ามคืนหลินมู่อวี่ก็สามารถเดินทางเป็นระยะกว่าสองพันไมล์และถึงเมืองสายันห์ในเวลารุ่งสางวันถัดมา
“ตุบ!”
ร่างของหลินมู่อวี่ตกลงกลางเมืองสายัณห์ กลุ่มพ่อค้าขายเล่าปิ่งและธัญพืชต่างจับจ้องไปยังชายผู้ที่เพิ่งร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า ทุกคนรู้ดีว่าจอมยุทธ์ขอบเขตปราชญ์ยังไม่มีความสามารถนี้ มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่สามารถเหาะเหินลงจากอากาศ สิ่งหนึ่งคือนก ส่วนอีกสิ่งคือพระเจ้า และชายเบื้องหน้านี้ก็เป็นสิ่งมีชีวิตแบบหลัง
หลินมู่อวี่ไม่ได้สนใจสายตาที่จ้องมองมาด้วยความตกใจ เขาเดินตรงไปยังโถงหลักตำหนักซีหยาง ภายในโถงยังคงสว่างไสว แต่การตกแต่งดูเรียบง่ายขึ้น โคมไฟประดับประดาถูกย้ายออกไปทั้งหมด ขณะที่ด้านหน้าประตูมีกลุ่มทหารกองทัพองครักษ์กำลังรักษาการอยู่ เมื่อเห็นหลินมู่อวี่เดินเข้ามา เหล่าทหารจดจำชายเบื้องหน้าไม่ได้ แต่พวกเขารู้จักเครื่องแบบทหารดี
“นายท่านเป็นใครหรือขอรับ?”
“หลินมู่อวี่ขอเข้าพบราชาผู้เชื่อมั่นเฟิงจี้สิง”
“ฮะ?!”
กลุ่มทหารพลันทรุดตัวลงคุกเข่าทันที “ละ...หลินมู่อวี่…ท่านราชาแห่งจักรวรรดิฉิน!!”
……….……….……….……….