The Devil's Cage - บทที่ 417: ต้นไซเปรส
บทที่ 417: ต้นไซเปรส
ถนนชาร์ลี ถนนที่ยาวไม่เกิน 50 เมตร และจัตุรัสเล็กๆ ที่กล่าวถึงนั้นเป็นเพียงพื้นที่ใต้ต้นไซเปรสที่ปลูกไว้ตรงกลางเมื่อนานมาแล้ว
ต้นไซเปรสสูงอย่างน้อย 30 เมตร ทรงพุ่มหนาแน่นไม่ได้รับผลกระทบจากฤดูกาล แทนที่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเหี่ยวเฉา ใบเรียวเล็กคล้ายเข็มกลับกลายเป็นสีเขียวสดใส
มองจากระยะไกลก็ดูเหมือนร่มสีเขียวขนาดใหญ่
ใต้ต้นไม้มีม้านั่งหินสี่ตัวล้อมรอบลำต้นทั้งสี่ทิศ ทำหน้าที่เป็นจุดพักผ่อนสำหรับผู้คนและปกป้องต้นไม้ในลักษณะพิเศษ
มีเกวียนสี่ล้อสองคัน กว้างกว่าเกวียนทั่วไป จอดอยู่ใกล้กับม้านั่งหิน รถม้าถูกคลุมอย่างแน่นหนา นอกจากคนบนเกวียนแล้ว ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรอยู่ในเกวียนเหล่านั้น
รถบรรทุกอีกคันหนึ่งกำลังเคลื่อนเข้าใกล้จัตุรัสเล็กๆ อย่างช้าๆ และหยุดลงเมื่อห่างออกไปประมาณ 20 เมตร
“เอาล่ะ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันทำได้ ท่านเฮอร์เบิร์ต ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปคุณต้องไปคุยกับคนนั้นด้วยตัวเอง! ส่วนคุณ ท่าน 2567… โปรดอยู่ที่นี่ ฉันรู้ดีถึงความกล้าหาญและความสามารถของคุณ ดังนั้นอย่าทำอะไรให้เราสองคนจะต้องเสียใจนะ!”
บาร์โซซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับเกวียนกำลังพูดคุยกับจีหรานและเฮอร์เบิร์ตในรถม้า
ทั้งคู่ต่างไม่ตอบอะไรหลังจากสบตากัน เฮอร์เบิร์ตลงจากรถม้า ขณะที่จีหรานจ้องมองด้านหลังของนักวิชาการสูงวัย ก่อนจะขยับห่างออกไป
หลังจากที่เฮอร์เบิร์ตปรากฏตัวขึ้น ผู้คนบนถนนก็เริ่มลดน้อยลง จีหรานรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีคนจ้องมองพวกเขามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งรวมถึงสายตาอันร้ายกาจที่แหลมคมราวกับใบมีดที่จ้องมองพวกเขาโดยตรง ถึงกระนั้น จีหรานก็ยังคงเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง ขณะที่เขาทำราวกับว่าไม่มีอะไรผิดปกติ อย่างน้อยก็ภายนอก
อย่างไรก็ตาม เขาวิตกกังวล หัวใจเต้นเร็ว และความคิดในหัวของเขาก็หมุนไปอย่างรวดเร็ว
ศัตรูจะทำยังไงเพื่อกำจัดภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด?
เนื่องจากพวกเขามีทางเลือกในการฆ่าพยาน จึงไม่มีใครรอดพ้นไปได้ รวมถึงเขา เฮอร์เบิร์ต ปิแอร์ และคนอื่นๆ ทุกคนอยู่ในรายชื่อสังหารของศัตรู
จีหราน รู้ดีอยู่ในใจว่าหากมีข้อแตกต่าง ระหว่างพวกเขาในฐานะเป้าหมาย เฮอร์เบิร์ต คือสิ่งที่มีค่าที่สุด เนื่องจากเขาจำเป็นต้องเปิดเผยตำแหน่งที่ถูกปิดผนึกและคาถา
พูดแบบง่ายๆ ก็คือ เฮอร์เบิร์ตคงเป็นคนสุดท้ายที่จะตาย
ส่วนปิแอร์และคนอื่นๆ พวกเขาก็เหมือนนกในกรงอยู่แล้ว หากศัตรูต้องการประหารชีวิตเชลย สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการก็คือความคิด
ปัญหาและภัยคุกคามเดียวที่ศัตรูมีก็คือจีหราน!
เขารู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องกำจัดภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ได้ก่อน หากเขาอยู่ในสถานการณ์เดียวกับศัตรู
“พวกมันจะทำยังไง?
ขณะจ้องมองด้านหลังของเฮอร์เบิร์ต จีหรานก็เหลือบมองไปรอบๆ เล็กน้อย เขามองเห็นชายบางคนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีร่างคนซ้อนทับกันอยู่ภายในหน้าต่างบ้านทั้งสองข้างถนน แม้จะมองเห็นได้เพียงจุดเดียว แต่บ้านเหล่านั้นน่าจะมีคนมากกว่าเขาอย่างแน่นอน นั่นคือสิ่งที่เขาคิดว่าควรจำไว้
“ท่าน 2567 พวกเราอยู่ที่นี่ด้วยความจริงใจอย่างที่สุด! โปรดอย่าเอาพวกเราไปเปรียบเทียบกับพวก พวกรัตติกาล และ พวกลิง(เอป) เจ้าพวกผลงานล้มเหลวพวกนั้นเลย พวกเราก็มีศักดิ์ศรีของตัวเอง! อันที่จริง ก่อนที่พระองค์จะปิดผนึกตัวเอง พวกเราคือขุนนางที่แท้จริงในยุคนั้น ไม่ใช่พวกขยะไร้ค่าไร้ประโยชน์ที่ท่านรู้จัก! ถึงแม้คนอื่นๆ จะเรียกพวกเราว่าพวก พวกกลายพันธุ์ แต่เราก็มีศักดิ์ศรีและเกียรติยศที่คนอื่นปรารถนาจะคว้าเอาไว้ในบนเส้นทางของเรา…” บาร์โซกล่าวด้วยถ้อยคำอันไพเราะ
“มนุษย์กลายพันธุ์งั้นเหรอ?” คำนี้ดึงดูดความสนใจของจีหราน
“พวกเราถูกเรียกด้วยคำพูดเหยียดหยามเช่นนั้น เพราะพวกเขาอิจฉาพวกเรา! พวกเขากลัวพวกเรา! เพราะไม่เคยได้รับใช้ฝ่าบาทอย่างแท้จริง! พวกมันเป็นเพียงกบฏทรยศ! ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือพวกผลงานผลเหลว พวกมันล้วนเป็นพวกที่ด้อยกว่า แม้อาจจะมีสักคนหรือสองคนที่โดดเด่น ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง!” บาร์โซแสดงความภาคภูมิใจและเกียรติยศออกมา และก่อนที่จีหรานจะทันได้พูด เขาก็พูดต่อ
“บาร์โทสเป็นหนึ่งในนั้น และอีกคนหนึ่งคือเอ็ดการ์ ถึงแม้บาร์ทอสจะมีพละกำลังมหาศาล แต่เขาก็เป็นแค่สัตว์เดรัจฉานที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง มีเพียงเอ็ดการ์เท่านั้นที่แตกต่าง! แม้จะล้มเหลว ฉันต้องยอมรับว่าเขามีพรสวรรค์โดยกำเนิด ใครจะไปคิดกันล่ะว่าเขาจะเชี่ยวชาญเทคโนโลยีการตีเหล็ก!”
คำพูดของบาร์โซเชื่อมโยงกับข้อมูลลับบางอย่างที่จีหรานกังวลโดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นครั้งอื่น จีหรานคงตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ แน่ แต่มันไม่ใช่ตอนนี้ ในไม่ใช่เวลานี้
มีเสียงคล้ายฟิวส์ถูกจุดติดลอยอยู่ในหูของเขา จีหรานพอจะรู้ว่าพวกเขาจะใช้วิธีไหน
ระเบิด!
รถม้าที่เขานั่งอยู่มีวัตถุระเบิดจำนวนมากวางอยู่
“ช่างเป็นวิธีที่ง่าย และรวดเร็วจริงๆ!” จีหรานอุทานในใจ
บาร์โซคนขับเกวียนสามารถจอดรถเกวียนตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ หลังจากเฮอร์เบิร์ตจากไป เขาแค่ต้องใช้ลิ้นอันเฉียบคมเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของจีหราน
หาก จีหราน ประมาทอีกนิด และมีระดับสัญชาตญาณต่ำกว่า หรืออีกฝ่ายฝังวัตถุระเบิดไว้ลึกกว่านี้ เขาก็คงบาดเจ็บหนักแน่ถ้าไม่ตายจากแรงระเบิด
อย่างไรก็ตาม การทรยศแบบนี้เป็นอันตรายร้ายแรงเฉพาะเมื่อทำอย่างลับๆเท่านั้น เมื่อถูกเปิดเผยมันก็ไร้ประโยชน์
ปัง
จีหรานไม่ได้เปลี่ยนท่านั่ง เขาเตะตรง ๆ เข้าที่คอของบาร์โซราวกับหอก ไปพร้อมกับการพูดของอีกฝ่าย อย่างทรงพลัง จีหรานไม่รู้เลยว่าอะไรที่ทำให้บาร์โซยอมเสียสละในภารกิจนี้ หรือเขามีวิธีอื่นซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการระเบิด แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอะไร จีหรานก็ตั้งใจที่จะไม่ปล่อยให้บาร์โซมีชีวิตอยู่ต่อไป
บาร์โซไม่เพียงแต่เป็นศัตรูเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะการกระทำของเขาด้วย จีหรานไม่เคยคิดว่าคำพูดของเขาที่คฤหาสน์ของแลนเดอร์เป็นเรื่องตลก เพราะบาร์โซพูดมาแบบนั้น ปิแอร์และคนอื่นๆ คงได้รับการปฏิบัติพิเศษมามากมายแน่ๆ
แก๊ก!
เสียงบิดเบี้ยวที่คอทำให้ใบหน้าของบาร์โซดูว่างเปล่าอย่างเหลือเชื่อ ขณะที่เขาเอนกายลงบนเบาะรถม้า จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย เขาไม่รู้เลยว่าทำไมจีหรานถึงคิดจะฆ่าเขาขึ้นมา
วัตถุเรืองแสงสีเขียวพุ่งออกมาจากร่างของเขา ก่อนที่จีหรานจะคว้ามันไว้อย่างรวดเร็วและกระโดดออกจากรถม้า
ทันทีที่จีหรานกระโดดลงจากเกวียน…
ตู้มม!
ระเบิดทำให้ม้าและเกวียนลอยขึ้นไปบนฟ้า กลิ่นดินปืนและควันดำหนาทึบฟุ้งกระจายไปทั่วถนนราวกับหมอกยามเช้า
คลื่นกระแทกและพื้นดินที่สั่นสะเทือนทำให้เฮอร์เบิร์ตร่วงลงสู่พื้น จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าพื้นดินกำลังบิดเบี้ยวอย่างแปลกประหลาด
“ระวัง!”
เฮอร์เบิร์ตนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันใด ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะซีดเผือด เขาตะโกนเตือนจีหราน ทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้ว
คาบู้มมมม!
ทันทีที่จีหรานลงสู่พื้น ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นอีกครั้ง มันไม่ใช่เสียงระเบิด แต่มันดังกว่าครั้งก่อน
เถาวัลย์นับพันต้นผุดขึ้นมาจากพื้นดินและห่อหุ้มจีหรานไว้ทั้งหมด
ต้นไซเปรสสูง 30 เมตรที่มองจากระยะไกลกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที เมื่อเถาวัลย์ของมันงอกออกมาจากพื้นดิน มันสั่นไหวไปตามลำต้นและกิ่งก้านที่แข็งแรงราวกับต้นปาล์มที่กดทับลงบนพื้น รากของมันหลุดออกอย่างรวดเร็ว ทันทีที่รากโผล่พ้นพื้นดิน มันก็กลายเป็นกิ่งก้าน ทำให้มันยืนหยัดอย่างมั่นคงบนพื้น
โฮมมมมม !
เสียงคำรามอันดังจนหนวกหูดังออกมาจากลำต้น
มันก้าวไปข้างหน้าอย่างงุ่มง่ามไปหาจีหรานที่ถูกเถาวัลย์โอบล้อมไว้ ด้วยความสูง มันไม่ได้ช้าเลย
จากนั้นมันก็ฟาดกิ่งก้านที่แข็งแรงลงบนกองเถาวัลย์เหมือนกับไม้พายที่ซัดคลื่นใส่
บูม!