The Devil's Cage - บทที่ 459: เสียงฟ้าร้องในที่เงียบสงัด
บทที่ 459: เสียงฟ้าร้องในที่เงียบสงัด
ความเย่อหยิ่งและท่าทีครอบงำของจีหรานไม่เป็นที่พอใจในหมู่ผู้เข้าร่วมการทดสอบ
แต่การที่มีสัตว์ประหลาดกลืนคนปรากฎขึ้น ทำให้ผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบรู้สึกไม่สบายใจมากยิ่งกว่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อสองตัวตนที่พวกเขาเกลียดที่สุดกำลังจะปะทะกัน มันก็เป็นเรื่องที่มีความสุขที่สมควรแก่การเฉลิมฉลองจริงๆ แม้ว่าการกระทำการบางอย่างจะขัดแย้งกับความเชื่อของพวกเขาก็ตาม
“ไปดูกันเถอะ?”
ออร์เกตัน หยุดวิ่งเมื่อเห็นผู้เข้าร่วมการทดสอบที่กำลังพาสัตว์ประหลาดตัวนั้นออกไป เขาพูดกับเฟนิกซ์ซึ่งหยุดอยู่ข้างๆ เขา
ฟีนิกซ์ไม่ตอบแต่เขามุ่งหน้าไปทางสัตว์ประหลาด ออร์เกตันตามมาด้วยรอยยิ้ม
ในความเป็นจริง ผู้เข้าร่วมการทดสอบส่วนใหญ่ก็ทำเช่นเดียวกัน พวกเขาเพียงรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากสัตว์ประหลาด
พวกเขามีความคิดเดียวกันในใจ ขณะที่พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะเห็น จีหราน ทำตัวเป็นตัวตลก!
จีหรานอาจจะแข็งแกร่งมาก ทุกคนยอมรับ แต่เขาจะแข็งแกร่งได้ขนาดไหน เขาอาจจะสามารถกดทุกคนได้ด้วยพลังออร่าเพียงนิดเดียว บังคับให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ แต่อสูรร้ายตรงหน้านี้แข็งแกร่งยิ่งกว่า!
มันปล่อยการโจมตีด้วยคลื่นหิมะอันน่าสะพรึงกลัว และมีออร่ากดดันของจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แค่นี้มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้ที่ติดตามมาซึ่งตื่นตระหนกสรุปได้ว่า สัตว์ประหลาดนั้นแข็งแกร่งกว่าจีหราน
ฉะนั้นพวกเขาคิดว่า จีหรานจะต้องตายอย่างน่าอนาถแน่ๆ เพราะอีกฝ่ายทำตัวโง่เง่า.. คนอื่นๆที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายก็ต่างกระตือรือร้นที่จะเห็นภาพนั้น เมื่อมันเกิดขึ้นความภาคภูมิใจที่บอบช้ำของพวกเขา จึงจะรู้สึกดีขึ้น
การคาดเดาอันชั่วร้ายของพวกเขา ไปไกลถึงขั้นเดาว่าผู้ดูแลสำนักศักดิ์สิทธิ์จัดฉากสัตว์ประหลาดตัวนี้ขึ้นมาเพื่อแก้แค้นจีหรานโดยเจตนา
ความคิดที่น่ารังเกียจเริ่มบิดเบือนความเชื่อของพวกเขา แต่ไม่มีใครตระหนักถึงสิ่งนั้น
อย่างไรก็ตาม ฉากทั้งหมดถูกบันทึกไว้ภายใต้สายตาของนิซิล ผ่านลูกแก้วคริสตัลของเขา
“บ้าเอ๊ย! ฉันรู้ว่ามันต้องเกิดขึ้น! บ้าเอ๊ย! บ้าเอ๊ย ไอ่สมัลเดอร์! แกจะทำลายทุกอย่าง!”
นิซิล เห็นภาพฉายในลูกแก้วคริสตัลของเขาและเริ่มสบถด่าสิ่งที่เห็น จากนั้นเขาก็รีบหันเหไปยังบริเวณของจีหราน
สมองเขากำลังปั่นป่วน เขาหวังว่าจะไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นกับจีหราน ความคิดนี้จริงจังขึ้น เพราะถ้าจีหรานเป็นอะไรไป เขาคงไม่ได้เจอหน้านิโคเรย์อีกในอนาคต ดังนั้น เขาจึงต้องมั่นใจว่าจีหรานจะปลอดภัย แต่เขาจะรับมือกับสัตว์หิมะนั่นยังไงล่ะ?
“บ้าเอ๊ย ฉันรับมือมันไม่ไหว!”
นิซิลกัดฟันแน่นเพื่อเตรียมเปิดใช้งานไม้ตายของเขา แต่สิ่งที่ลูกแก้วคริสตัลฉายออกมาในช่วงเวลาต่อมากลับทำให้เขาต้องเบิกตากว้างและอ้าปากค้าง
“เป็นไปได้ยังไง… เป็นไปได้ยังไงกัน?!” นิซิลพูดด้วยความตกใจ
ไม่เพียงแต่ นิซิล เท่านั้นที่ตกตะลึง ผู้เข้าร่วมการทดสอบคนอื่นๆ ทุกคนที่เห็นภาพดังกล่าวต่างก็มีสีหน้าเดียวกันกับ นิซิล
ฉากที่พวกเขาอยู่นั้นเกินกว่าที่พวกเขาจะเข้าใจได้
–
แกร็ก แคร็ก อึก แกร็ก!
บางทีหลังจากกลืนผู้เข้าทดสอบไปหลายคนแล้ว สัตว์หิมะตัวนี้ก็ไม่หิวอีกต่อไป มันเริ่มเคี้ยวเหยื่ออย่างช้าๆ แต่ผู้เข้าทดสอบที่สัตว์หิมะกำลังไล่ตามกลับรู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม
เสียงเคี้ยวของกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นเหมือนเสียงปีศาจที่สามารถพาจิตวิญญาณของพวกเขาออกมาได้ทุกเมื่อ หากพวกเขาได้ยินมัน
เลือดและเนื้อสับกระจายไปทั่วปากของสัตว์หิมะ ขนสีขาวราวหิมะถูกย้อมเป็นสีแดง เศษเนื้อกระจายเต็มหน้าอก เหล่าผู้เข้าทดสอบที่ได้เห็นสัตว์หิมะเปื้อนเลือดต่างก็หวาดกลัว
สัตว์หิมะไปตามไม่เลิก หลังจากที่คนสุดท้ายที่ไล่ตามถูกฟันที่เปื้อนเลือดบดขยี้ ในที่สุดมันก็มาถึงกระท่อมน้อยที่จีหรานอยู่
ประสาทรับกลิ่นอันเฉียบคมบอกว่ายังมีอาหารอยู่ในกระท่อมนั้นอีก
สัตว์ควรมีทัศนคติอย่างไรต่ออาหารของมัน?
สัตว์ร้ายจะพุ่งเข้าใส่เหยื่อและกินมันด้วยพลังทั้งหมด และมันก็ทำเช่นนั้น
ตัวที่กลืนเข้าไปก็พิสูจน์แล้วว่ามันจะง่ายเหมือนอย่างที่ผ่านๆมา ตัวที่อยู่ในกระท่อมก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน
โฮกกกกกกกกกกกก!
มันอ้าปากใหญ่ๆ ของมันด้วยฟันที่แหลมคม พร้อมที่จะกินอาหารต่อ แต่ในขณะที่มันพุ่งตัวเข้าหากระท่อม ท้องฟ้าและพื้นดินก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ดินแดนสีขาวโพลนถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดในทันที มืดยิ่งกว่าความมืด และลึกยิ่งกว่าเหว
สัตว์หิมะชะงักกะทันหัน ผู้เข้าร่วมการทดสอบที่ตามมาก็หวาดกลัวเช่นกัน ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือดขณะที่กำลังถอยกลับ ความรู้สึกอันตรายผุดขึ้นมาในหัวใจ
สำหรับสัตว์หิมะ สัญชาตญาณอันเฉียบแหลมของมันทำให้มันรับรู้ได้มากกว่าผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบ
สัตว์หิมะหยุดการโจมตีโดยสัญชาตญาณ และสำรวจความมืดรอบตัวด้วยดวงตาอันแหลมคม แต่ความมืดเหนือธรรมชาตินั้นไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น แม้แต่สัตว์หิมะก็ยังมีความรู้สึกอันตรายผุดขึ้นมาในใจ
มันเริ่มส่งเสียงคำรามอย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามขู่ศัตรูให้หนีไปแต่ก็ไร้ประโยชน์
ความมืดมิดภายในกำลังก่อตัว ครวญครางอย่างรุนแรง มันกำลังแย่งชิงแสงและเสียงไป ทำให้ตาพร่ามัว และหูเงียบงัน
การมองเห็นและการได้ยินของสัตว์หิมะถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์
ความเงียบสงัดทำให้สัตว์ร้ายตื่นตระหนก มันคำรามไม่หยุด พยายามรวบรวมความกล้า
ไม่กี่วินาทีต่อมา ดวงตาอันดุร้ายของมันก็มองเห็นแสงสีม่วงอ่อนๆ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความมืด
ทันใดนั้น สายฟ้าสีม่วงขนาดใหญ่ก็ฟาดลงมาจากด้านบน ฟาดลงมาที่สัตว์ร้าย
เปรี๊ยงงงง!
สัตว์หิมะสะดุ้งสุดตัว แม้แต่กล้ามเนื้อหนาก็ไม่ไหวติ่ง สายฟ้าที่ฟาดลงมา มันต้านทานไม่ได้และวิ่งหนีสายฟ้าไม่ทัน ทว่ามันไม่ได้ตายในการโจมตีครั้งเดียว มันกลับแทบไม่ได้รับอันตรายใดๆ
ซึ่งทำให้สัตว์หิมะโกรธมากขึ้น คำรามดังขึ้นและก้องกังวานกว่าเดิม
แต่ในชั่วพริบตา ขนสีขาวที่ทนทานต่อคมมีดและมีดทั่วไปก็เริ่มหมองลง ไร้ซึ่งประกายแวววาว กรงเล็บบนฝ่ามือที่สามารถใช้ฟันฝ่าหินแข็งในฤดูหนาวก็เริ่มหลุดร่วง ร่างกายที่วิ่งอย่างไม่หยุดยั้งสามวันสามคืนโดยไม่มีปัญหาใดๆ เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจนถึงขั้นง่วงนอนอย่างที่สุด
ด้วยสัญชาตญาณ.. มันได้บอกว่าหากมันหลับไป มันจะหมายถึงความตาย
สัตว์หิมะดิ้นรนพยายามที่จะสลัดความง่วงนอนออกไปแต่ก็ทำไม่ได้
เมื่อ 1 ใน 7 บาปความเกียจคร้าน ปรากฏตัวข้างๆ สัตว์ร้ายพร้อมกับหาว สัตว์ร้ายที่กำลังโคลงเคลงก็หลับไปอย่างไม่อาจต้านทาน
ทันใดนั้น ร่างที่หลับใหลของมันก็ถูกพัดพาไปตามสายลมแห่งกาลเวลา ค่อยๆ เลือนหายไป ร่องรอยแห่งชีวิตค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงซากศพที่สลายไปกับสายลม
ฟูมม
ความมืดเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง และสลายไปเร็วกว่าตอนที่ปรากฏเหมือนหมอกและแสงสว่าง
เมื่อลมหนาวพัดเข้ามาในบริเวณนั้น ความมืดเพียงเล็กน้อยก็หายไป และสัตว์หิมะก็ถูกพัดจนแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทำให้สถานกลับคืนสู่ทุ่งหญ้าสีขาวดังเช่นก่อนหน้านี้
เมื่อความมืดไม่บดบังสายตาหายไป ผู้เข้าร่วมการทดสอบจึงสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนในที่สุด แต่พวกเขาก็ไม่พบอะไรเลย นอกจากร่องรอยเล็กๆ น้อยๆ บนพื้น
หากไม่มีพวกเขาจำนวนมากที่ตายและพบเห็นความสยดสยองด้วยตาของตนเอง ผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบอาจคิดว่ามันเป็นแค่ภาพลวงตาเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม กล่องใสและม้วนกระดาษสองม้วนข้างในบอกพวกเขาว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริง
แก๊ก!
ในที่สุดกระท่อมที่ดูทรุดโทรมก็เปิดประตูออกได้ แม้แต่หิมะที่สะสมอยู่หน้าประตูก็ไม่สามารถหยุดประตูไม่ให้เปิดได้
หิมะขาวที่สะสมถูกผลักและเหยียบย่ำโดยประตูไม้
จากนั้นจีหรานก็เดินออกไปอย่างช้าๆ
ทันใดนั้น ผู้เข้าร่วมการทดสอบคนอื่นๆ ก็หายใจหอบ พวกเขาเริ่มถอยกลับเมื่อจีหรานออกมา
หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว…
เมื่อจีหรานเข้าใกล้กล่องโปร่งใส ผู้เข้ารับการทดสอบก็ลังเลมากกว่าที่เคย
พอจีหรานอยู่ข้างกล่องจริงๆ ผู้เข้าร่วมการทดสอบบางคนก็เริ่มหายใจแรง