The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 464 กองพลน้อยยานเกราะโจมตีกะทันหัน
แต่เริ่นเสี่ยวซู่เข้าป้อมปราการ 146 ก็เข้าสู้ตัวคนเดียว
มาตลอด แม้จะเจอเจิ้งย่วนตงที่เป็นสายลับจากสมาคมตระกูลชิ่ง
แต่ชายผู้นั้นก็แค่นำทางให้เท่านั้น ไม่ได้มาร่วมต่อสู้ด้วย
ก็อย่างที่เจิ้งย่วนตงว่า ต่อให้หลัวหลานสั่งให้ช่วยเริ่นเสี่ยวซู่
เขาก็จะมองความปลอดภัยของตัวเองเหนืออื่นใด
เริ่นเสี่ยวซู่เข้าใจดี เพราะวิถีโลกเป็นเช่นนี้
แต่หลังจากกองร้อยเจียนเตาบุกเขาป้อมปราการมาได้
ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ขณะที่เริ่นเสี่ยวซู่บาดเจ็บ คนคลั่งกลุ่ม
นี้ก็ตั้งปืนกลหนักน่าเกรงขามบนถนน คอยยิงปลิดชีพทหารสมาคม
ตระกูลจงที่ไล่ล่าเริ่นเสี่ยวซู่มา เป็นการคุ้มกันปกป้องเริ่นเสี่ยวซู่ไปใน
ตัว
เริ่นเสี่ยวซู่มือกดแผลตัวพิงกำแพง สองข้างถนนมีร้านค้าและ
อาคารผู้อยู่อาศัยอยู่ ชาวป้อมปราการในบ้านต่างตัวสั่นหวาดผวากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ว่าในการล้างแค้นคืนนี้นั้น เริ่นเสี่ยว
ซู่ระวังมากไม่ให้ชาวป้อมปราการผู้บริสุทธิ์โดนลูกหลงไปด้วย
ทุกอย่างก็เพราะจางเสียวหม่านเคยพูดว่าป้อมปราการ 178
มีหลักการของตัวเอง
“พวกนายเจอฉันได้ไง” เริ่นเสี่ยวซู่ถาม
กองร้อยเจียนเตาไม่รู้จักผังป้อมปราการ 146 อีกทั้งคืนนี้เริ่น
เสี่ยวซู่ก็สู้ไปเปลี่ยนตำแหน่งไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการระบุตำแหน่ง
เขาได้คงยากไม่น้อยเลย
จางเสียวหม่านยิ้มพลางบรรจุกระสุนว่า “หลังจากเข้า
ป้อมปราการมาก็เจอหมอดูคนหนึ่งน่ะ เขาชี้ทางให้พวกเรา ตอนแรก
พวกเราก็ไม่เชื่อนะ แต่หลังจากนั้นพวกเราก็ได้ยินเสียงปืนดังมาทาง
นั้น
จริงๆ”
เริ่นเสี่ยวซู่นิ่งงันไป “หมอดูที่นายว่าเป็นชายวัยกลางคน รูปร่าง
ผอม ไว้หนวด ใส่แว่นกันแดด แล้วก็มีธงที่ปักคำว่า ‘เทพทายทัก’
ใช่ไหมน่ะ”
“เอ๋?” จางเสียวหม่าหัวเราะ “นายรู้ได้ไง”ทหารสมาคมตระกูลจงถูกปืนกลหนักของกองร้อยเจียนเตา
ปราบไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ที่จริงทหารสมาคมตระกูลมากมายก็
บาดเจ็บล้มตายไปมากมายตั้งแต่เริ่มเปิดยิงแล้ว ทหารที่อยู่บนรถ
ออฟโรดเจอปืนกลหนักยิงกดแบบนี้ก็สู้กลับอะไรไม่ได้เลย
ถ้าเป็นสถานการณ์ทั่วไป ทหารสมาคมตระกูลจงไม่อ่อนแอ
ขนาดนี้หรอก แต่ว่าตอนนี้บุคลากรระดับสูงของสมาคมตระกูลจงไม่
ถูกฆ่าไปก่อนหน้านี้ก็บาดเจ็บกันหมด ขวัญกำลังใจทหารดิ่งวูบ
ส่วนทหารกองร้อยเจียนเห็นศัตรูกรีดร้องแพ้พ่าย ขวัญกำลังใจ
ตัวเองก็พุ่งสูง “นายรู้จักหมอดูคนนั้นด้วยเหรอ”
“คงงั้นแหละมั้ง” เริ่นเสี่ยวซู่งุนงงอยู่บ้าง หรือว่าหมอดูผู้นั้นคือ
ของจริงกันนะ แต่ว่าทำไมเขาต้องชี้ทางกองร้อยเจียนเตาให้มาช่วย
ตนด้วยล่ะ
จางเสียวหม่านยิ้มพูด “เขาเป็นคนของป้อมปราการ 178 เรา
ฉันเคยได้ยินเรื่องเขานะ ไม่นึกเหมือนกันว่าจะบังเอิญเจอเขาที่นี่”
เริ่นเสี่ยวซู่มึนตึบไปจริงๆ “เขามาจากป้อมปราการ 178?”“ใช่แล้ว” จางเสียวหม่านยิ้มว่า “ก่อนพวกเราจะมา
ผู้อำนวยการสำ นักข่าวกรองหวังเฟิงหยวนโทรมาแจ้งเราว่าจะมีคน
รอรับอยู่ที่ป้อมปราการ 146 ถ้าเขาพูดรหัสถูก แสดงว่าหมอดูผู้นั้น
เป็นสายลับป้อมปราการ 178 ที่ถูกส่งมาแฝงตัวอยู่ในสมาคมตระกูล
จงทางเหนือ จริงๆ หน้าที่เขาคือคอยวางตัวสายลับอยู่ที่นี่น่ะ”
เริ่นเสี่ยวซู่พลันรู้สึกว่ามันแปลกๆ แล้ว จึงถามอย่าง
ไม่สบอารมณ์ว่า “ฉายาเจ้านั่นคือ ‘เทพทายทัก’ เหรอ”
“เปล่า ฉายาเขาคือ ‘จ้าวสิบแปดมงกุฎ’ เห็นว่าก่อนหน้าฉายา
เขาก็คือ ‘เทพทายนักนะ’ แต่ว่าถูกเปลี่ยนเป็น ‘จ้าวสิบแปดมงกุฎ’
เพราะว่าชอบเหลี่ยมเอาเงินทหารคนอื่น…”
เริ่นเสี่ยวซู่รู้สึกไม่สู้ดีขึ้นมาทันที เขาเชื่อคำพูดหมอดูพวกนั้นไป
แปดส่วนแล้ว แต่ตอนนี้คิดดูๆ แล้ว ก็น่าจะเป็นจางจิ่งหลินที่บอกเขา
นั่นแหละว่าเริ่นเสี่ยวซู่มีญาติต่างสายเลือดอยู่
แถมเขายังมีหน้ามาพูดอีกนะว่า ‘ทางตะวันตกเฉียงเหนือคือ
สถานที่ที่นายจะรุ่งโรจน์’ ดูแล้วคงเป็นไม่จางจิ่งหลินก็หวังเฟิงหยวน
นั่นแหละที่ ‘เข้าทรง’ หวังว่าจ้าวสิบแปดมงกุฎจะทำให้เขาอยู่ต่อได้ส่วนเรื่องการคาดการณ์ว่าเดี๋ยวพวกเบื้องบนของสมาคม
ตระกูลจงมารวมตัวกันในไม่อีกกี่วันนั้น ก็คงเป็นข่าวกรองที่ได้รับ
มานั่นแหละ จากนั้นเริ่นเสี่ยวซู่ก็มีหมอดูคอยชี้ทางการล้างบาง
เบื้องบนของสมาคมตระกูลจง
ถึงว่าพอเริ่นเสี่ยวซู่ถามให้จ้าวสิบแปดมงกุฎทำนายอนาคตให้
ตนแล้วเขาก็เงียบกริบไปเลย คนแบบนั้นแม่*เขาเชื่อลงไปได้ไงวะ!
แต่ว่าทำไมเจ้าหมอดูถึงรู้จักหลี่ชิงเจิ้งด้วย หรือว่าเขาเป็นพวก
สิบแปดมงกุฎมาตั้งแต่อยู่ทางใต้แล้ว?
จนถึงตอนนี้เริ่นเสี่ยวซู่ก็ยังสงสัยในตัวคนผู้นั้น
เริ่นเสี่ยวซู่ถาม “จ้าวสิบแปดมงกุฎนี่อยู่ทางเหนือมาตลอดเลย
ไหม”
“ไม่รู้สิ” จางเสียวหม่านว่า
เริ่นเสี่ยวซู่คิดว่าคงยังหาคำตอบไปไม่ได้อีกนาน อันดับแรก
เขาควรทำแผลก่อน…
ขณะที่กองร้อยเจียนเตาสาดยิงใส่สมาคมตระกูลจงอยู่นั้น
เจียวเสี่ยวเฉินก็เห็นเริ่นเสี่ยวซู่ใช้นิ้วแทงเข้าไปควานหากระสุนแบบสดๆ เริ่นเสี่ยวซู่เจ็บมากจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าแดงก่ำ
แต่กระนั้นก็ไม่ปริปากร้องออกมา
เหล่าชายหยาบกระด้างแห่งกองร้อยเจียนเตาอึ้งตาค้างกัน
หมด ทุกคนชอบโม้เป็นนักหน้าว่าตัวเองเป็นนักรบคนหนึ่ง ยิ่งได้
ชื่อว่าเป็นนักรบ ย่อมมีหน้ามีหน้าในป้อมปราการ 178 เพราะถ้าคน
ไม่อาจทนความยากลำบากได้ ผู้อื่นจะอ้าปากล้อกัน
แต่ไม่ว่าจะใจกล้าแค่ไหน ก็คงไม่อาจถอนกระสุนด้วยตัวเอง
แบบนี้หรอก
หลังจากสมาคมตระกูลจงแพ้พ่ายไปแล้ว ทั้งป้อมปราการ 146
ก็ตกอยู่ในความโกลาหล พวกจางเสียวหม่านมารวมตัวกันแถวเริ่น
เสี่ยวซู่ “เอายาชาไหม แผลนายดู…”
พวกเขายังพูดไม่ทันจบ เริ่นเสี่ยวซู่ก็ถอนกระสุนนัดสองออกมา
ได้แล้ว เขากัดฟันกรอดระหว่างทายาดำลงแผล “ไม่เป็นไร เดี๋ยว
สามวันก็ดีขึ้น”
ทันใดนั้นเอง พวกจางเสียวหม่านก็ได้ยินเสียงล้อยานเกราะบด
พื้น ทหารในกองน้อยเจียนเตาตกตะลึง “เชี่ย เสียงกองพลน้อยยานเกราะเหรอวะ”
พวกเขาเจอกองพลน้อยที่ 131 ตอนอยู่แถวชายแดนสมาคม
ตระกูลจง ตอนนั้นพวกถึงกับถูกไล่ให้หนีเข้าร่องน้ำอยู่สองรอบ
หลังจากกองพลน้อยยานเกราะจากไปแล้ว รองผู้บัญชาการ
กรมที่ถูกจับตัวไว้ก็นำทางกองร้อยเจียนเตาไปปล้นโรงงานทหาร
จนได้รถยนต์มาจำ นวนหนึ่ง จากนั้นก็ใช้ทางลัดเร่งกลับมาที่
ป้อมปราการ 146
ระหว่างเดินทางมา พวกเขาไม่ได้เจอกองพลน้อยยานเกราะ
อีก เพราะอย่างนั้นจึงลืมเรื่องพวกเขาไปแล้ว
แต่พอพวกเขาได้ยินเสียงยานเกราะอีกรอบ พวกจางเสียนหม่า
นก็หน้าซีดเซียวไป ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะดุร้ายแค่ไหน ก็ไม่อาจ
สู้กับกองพลน้อยยานเกราะแบบซึ่งหน้าได้หรอกนะ
“หนีโว้ย! หนีออกไปจากที่นี่ด่วน!” จางเสียวหม่านคำราม
เริ่นเสี่ยวซู่ถามเสียงอ่อนแรง “ทำไมเหรอ“
“ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ขึ้นรถ!”จากนั้นพวกเขาก็แบกเริ่นเสี่ยวซู่ขึ้นรถ เหยียบคันเร่ง และขับไป
ทางตรงข้ามกับกองพลน้อยยานเกราะ
สมาคมตระกูลจงหน้าสุดกำลังหลบอยู่ที่หัวมุมถนน พร้อมกับ
กำลังถกกันเรื่องวิธีตอบโต้ ตอนนี้ผู้บัญชาการกรมที่เหลือ
เพียงผู้เดียวในกองพลน้อยชุดรบแห่งสมาคมตระกูลจลนั้นกำลัง
พยายามติดต่อเบื้องบน แต่เขาก็พบว่าไม่อาจติดต่อใครติดเลย
แต่พอพวกเขาได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำรามแล้ว ก็มีคนโผล่
หัวออกไปดูแล้วเกือบทำเอาเขาปัสสาวะราด “พวกเขาบุกมาแล้ว!
ผู้บัญชาการกรม พวกเขากำลังบุกเข้ามา!”
ผู้บัญชาการกรมก็ลอบโผล่หัวออกไปดู และก็ตกใจที่เห็น
รถยนต์ของกองร้อยเจียนเตาเร่งตัวเข้ามา ทำเอาผู้บัญชาการกรม
กเกือบปัสสาวะราดเช่นกัน “หนีๆๆ!”
และทันใดนั้น ทั้งป้อมปราการก็ตกอยู่ในความอลหม่านอีกครา