The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 466 จำนวน 184 นาย คงแถว 183 นาย...
วันก่อน ตอนที่หลี่เสินถานสะกดจิตกองพลน้อยยานเกราะนั้น
เขาสั่งให้ฆ่าได้แต่ทหารสมาคมตระกูลจง ห้ามยุ่งกับผู้บริสุทธิ์
การสะกดจิตของหลี่เสินถานดั่งเทพสร้าง ต่างไปจากพลัง
พิเศษของจงเฉิงที่เปลี่ยนคนให้กลายเป็นเครื่องจักรฟังแต่คำสั่ง พลัง
ของหลี่เสินถานสามารถใส่คำสั่งเฉพาะเข้าไปใต้จิตสำ นึกของคนได้
ด้วย
เป้าหมายที่หลี่เสินถานสะกดจิตจะมีสำ นึกเป็นของตัวเอง ว่า
ง่ายๆ คือรู้ว่าใครเป็นสมาคมตระกูลจงและใครไม่ได้เป็น
ถึงเริ่นเสี่ยวซู่และกองร้อยเจียนเตาจะขับรถของสมาคมตระกูล
จงอยู่ แต่ว่าตัวใส่ชุดผู้อพยพไว้ดังนั้นถึงกองพลน้อยยานเกราะจะไล่ตามทหารสมาคมตระกูล
จงอยู่ข้างหลัง พวกเขาก็ไม่ลงมือสังหารกองร้อยเจียนเตาผู้บริสุทธิ์ที่
ขวางทางไว้
แต่พอกองร้อยเจียนเตาออกจากขบวนไล่ล่าไป กองพลน้อย
ยานเกราะก็เริ่มยิงใส่ทหารสมาคมตระกูลจงทันที
ทหารแตกทัพกลุ่มหนึ่ง จะไปสู้กับกองพลน้อยยานเกราะครบ
ทัพได้อย่างไร
หรือจะพูดได้ว่า เพราะทหารกองกำลังอื่นๆ อยู่แนวหน้ากัน
หมด หน่วยคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดในทั่วป้อมปราการสมาคมตระกูล
จงแห่งแดนตะวันตกเฉียงเหนือคือกองพลน้อยรักษาการณ์
ป้อมปราการ 146
ดังนั้นกองพลน้อยที่ 131 จึงไม่มีคู่ต่อกรใด
ทหารในกองพลน้อยที่ 131 นั่งเงียบงันอยู่ในยานเกราะ เพราะ
ไม่ได้พักผ่อนมานานมากแล้ว ขอบตาจึงดำคล้ำไปหมด
แต่พวกเขาไม่อาจหลับ ไม่อาจหลับจนกว่าจะไปเยือนถึงประตู
แห่งความตายกองร้อยเจียนเตามองกองพลน้อยยานเกราะขับไป จากนั้นก็
หันไปมองเริ่นเสี่ยวซู่ “คือยังไงกันแน่เนี่ย”
เริ่นเสี่ยวซู่คิดพักหนึ่ง “ฉันคิดว่ามีคนชื่อหลี่เสินถานกำลัง
ควบคุมพวกเขาอยู่”
ที่จริงเริ่นเสี่ยวซู่ไม่มีหลักฐานเป็นมั่นเป็นเหมาะอะไหรอก
ต่อให้กองร้อยเจียนเตาจะไม่ถูกโจมตีแม้อยู่ในระยะยิง เริ่นเสี่ยว
ซู่รู้สึกว่ามันไม่ชอบมาพากล แต่ลางสังหรณ์ก็เป็นแค่ลางสังหรณ์
พอเห็นว่ากองพลน้อยยานเกราะนั่นกำลังมุ่งไปยังป้อมปราการ
ต่อไป เริ่นเสี่ยวซู่ก็คิดว่าหลี่เสินถานช่วยป้อมปราการ 178 บุญคุณ
ใหญ่แล้ว หรือว่าที่จริงหลี่เสินถานตั้งใจช่วยตนนะ?
แต่ไม่ว่าความจริงเป็นอย่างไร กองพลน้อยยานเกราะนี้ก็ทำให้
สมาคมตระกูลจงไม่ทันตั้งตัวแน่นอน
เริ่นเสี่ยวซู่ถาม “สงครามทางใต้ของพวกผู้บัญชาการ
จางเป็นไงบ้างแล้วน่ะ”
“ก็ยังดีอยู่ แต่ว่าสมาคมตระกูลจงที่แนวหน้ายังไม่ยอมแพ้
ชัยชนะของพวกเราเป็นเรื่องแน่นอนแล้ว แต่ว่าก็ยังมีคนต้องเสียสละชีวิตไปอยู่ดี” จางเสียวหม่านถอนหายใจ
“อีกอย่างนะเสี่ยวซู่ นายฆ่าเบื้องบนพวกเขาไปครึ่งหนึ่ง ตอนนี้
สมาคมตระกูลจงต้องวุ่นวายขนานใหญ่แล้วแหง” เจียวเสี่ยวเฉินว่า
พอเริ่นเสี่ยวซู่ได้ยินว่าป้อมปราการ 178 ชนะสงครามได้ก็รู้สึก
โล่งขึ้นเยอะมาก แต่ว่ารองผู้บัญชาการกรมที่ถูกจับตัวไว้อยู่ว่า
“อาจจะไม่ใช่อย่างงั้นก็ได้ จงอิงผู้บัญชาการกองกำลังตระกูลจงใน
แนวหน้าได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงจากคนในกองทัพ อีก
อย่างหลายปีมานี้เขาขยายอิทธิพลไม่หยุด เพราะอย่างนั้นเบื้องบน
คนของสมาคมตระกูลจงเลยจับตาเขามาตลอดสามปีนี้ แต่ว่าตอนนี้
ทางเบื้องบนไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อ อาจจะใช้โอกาสนี้
รวบรวมสมาคมตระกูลจงและขึ้นเป็น…”
“ไม่ดีแล้ว ฉันจะแจ้งผู้บัญชาการ” จางเสียวหม่านขัด
เขากดหมายเลขที่โทรศัพท์ดาวเทียม จากนั้นก็ทวนคำพูดของ
รองผู้บัญชาการกรมให้หวังเฟิงหยวน แต่เขาตอบกลับว่า “ไม่ต้อง
ห่วง จงอิงไม่รอดคืนนี้หรอกพวกจางเสียวหม่านมองหน้ากัน เริ่นเสี่ยวซู่ว่า “ดูเหมือน
ผู้บัญชาการจางจะมีแผนจัดการเขาอยู่แล้ว”
พูดตามสัตย์ คือป้อมปราการ 178 มีแผนสำ รองเรื่องนั้นแล้ว
จริง ตั้งแต่สูเสี่ยนฉู่ลอบโจมตีกองกำลังสมาคมตระกูลจงในทะเล
ทราบโกบีสำ เร็จ แผนการสำ รองอื่นๆ ก็ปฏิบัติการสืบต่อ อย่าง
เช่นว่ามีหมอดูผู้หนึ่งเข้าขวางเส้นทางหนีคนบ้านตระกูลจงสายรองที่
สามที่โชคดีรอดมาได้จำ นวนหนึ่ง
และจงอิงที่แนวหน้าก็ไม่รู้เลยว่าอันตรายคืบเข้ามาใกล้
หลังหายตัวไปสิบกว่าปี ทันทีที่จางจิ่งหลินกลับมาแดน
ตะวันตกเฉียงเหนือ สมาคมตระกูลจงก็ถูกทำลายทันที นับจากนี้ไป
แดนตะวันตกเฉียงเหนือป้อมปราการ 178 จะไร้คู่ต่อกร ตลอดทั้ง
แดนตะวันตกเฉียงเหนือและเฉียงใต้ จะเหลือเพียงป้อมปราการ 178
และสมาคมตระกูลชิ่งโดยมีแม่น้ำสายหนึ่งขวางกั้น
ถ้าคนอื่นไปถามหวังเฟิงหยวน เขาไม่มีทางเปิดเผยอะไรแน่
มีเพียงกองร้อยเจียนเตาที่มีสิทธิพิเศษจนได้ข้อมูลจากปากเขา
มาบ้างใช่ว่าใครก็ทำลายป้อมปราการ 146 ได้เสียหน่อย…
ตอนที่เหล่านายทหารระดับบัญชาการในแนวหน้าทั้งหลาย
ได้ยินว่ากองร้อยเจียนเตายึดป้อมปราการ 146 ในทางเหนือได้แล้ว
สีหน้าก็เผยความอิจฉาขึ้นมากันหมด
จางเสียวหม่านกับกองร้อยเจียนเตาทำภารกิจตัวเองสำ เร็จไป
แล้ว เดิมทีคือไม่มีงานอะไรอีก กองร้อยเจียนเตาได้รับคำสั่งให้
กลับมารวมตัวกับกองพันทหารทัพหน้าของโจวอิงหลง จะจัดทัพใหม่
ก่อนค่อยกลับป้อมปราการ 178 ไป
จางเสียวหม่านยิ้มระรื่น “เบื้องบนสมาคมตระกูลจงเล่นโดน
กองร้อยเจียนเตาฆ่าไปแบบนี้ รอบนี้พวกเราได้เหรียญซิงอวิ๋นแหง
พวกเราเป็นแค่กองร้อยเดียว แต่รู้สึกอย่างกับเป็นกองพลน้อยหนึ่ง
แน่ะ”
“ถุ้ย” เจียวเสี่ยวเฉินด่าขำๆ “เป็นผู้บังคับกองร้อยที่หน้าไม่อาย
ฉิบ ผลงานเรานี่เป็นฝีมือเริ่นเสี่ยวซู่หมดชัดๆ มันไปเกี่ยวอะไรกับ
นายด้วย ถ้าไม่มีเริ่นเสี่ยวซู่ ป่านนี้พวกเราซี้แหงไปแล้ว”“แต่เริ่นเสี่ยวซู่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกองร้อยเจียนเตาเรานะ” จาง
เสียวหม่านเบ้ปาก “อยู่หน่วยงานเดียวกันหนิ เข้าใจมะ”
ทหารอ่อนล้าแห่งกองร้อยเจียนเตาที่นั่งอยู่บนรถอย่าง
ผ่อนคลาย ในที่สุดสงครามในแดนตะวันตกเฉียงเหนือก็จบลงแล้ว
การรบที่เหลือไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาอีก
แต่พอทุกคนนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา ก็เป็นอย่างเช่นเจียวเสี่ยวเฉิน
ว่า ถ้าไม่มีเริ่นเสี่ยวซู่ พวกเขาคงตายไปนานแล้ว
พวกเขายึดเขาติ้งย่วนได้ ยึดเขากวนซานได้ โจมตีแม่น้ำเป่ยวา
นเพื่อล่อให้กำลังหลักของศัตรูโจมตีมา ข้ามแม่น้ำที่เขาเฉียงวาน
เพื่อเข้าเขตแดนของสมาคมตระกูลจง ทำลายสายส่งกำลังของ
ป้อมปราการ 144 ถล่มโรงงานทหารพวกเขา และสุดท้ายก็ทำลาย
ป้อมปราการ 146
ไม่แปลกใจที่เหล่าผู้บังคับบัญชาในแนวหน้าจะเกิดความอิจฉา
ขึ้นมาหน่อยๆ ถึงกองร้อยเจียนเตาจะไม่ได้ร่วมรบในการรบดุเดือด
ใด แต่สิ่งที่พวกเขาทำก็เหนือล้ำว่ากองกำลังใดแล้ว แถมพวกเขา
ยังมีจำ นวณแค่หนึ่งร้อยแปดสิบสี่นายเท่านั้น!มีคนเหลือบไปมองเริ่นเสี่ยวซู่ที่นั่งอยู่ในรถเช่นกัน หลังจาก
สงครามนี้จบ ไม่ว่าใครก็คงนับถือเขาแล้วสินะ
แน่นอนว่าเริ่นเสี่ยวซู่ยังอยู่ไกลกับคำว่าเหมาะกับการขึ้นเป็น
ผู้บัญชาการป้อมปราการ อย่างไรเสีย ‘สู้เป็น’ กับ ‘บัญชาการเป็น’ ก็
เป็นคนละเรื่องกัน
แต่ในอนาคตยังมีเวลาอีกมาก ทุกคนเชื่อว่าสักวันหนึ่ง
เด็กหนุ่มผู้นี้จะเติบโตไปเป็นกระดูกสันหลังของป้อมปราการ 178
เช่นเดียวกับจางจิ่งหลิน
กว่าพวกทหารมาถึงจุดรวมพลก็ตกเย็นแล้ว โจวอิงหลงรออยู่
หน้าค่ายมาพักใหญ่ ไม่ใช่แค่โจวอิงหลงที่มารอ ยังมีหวังเฟิงหยวน
จางจิ่งหลิน และผู้บังคับบัญชาหลักคนอื่นๆ อีก
จุดรวมพลนี้เป็นศูนย์บัญชาการทางเหนือของป้อมปราการ
178
หลังจากจางเสียวหม่านและกองร้อยเจียนเตากระโดดลงจาก
รถก็ทำท่าเป็นเดินกะโผลกกะเผลก โจวอิงหลงเตะจางเสียวหม่านไป
ทีแล้วว่า “บาดเจ็บก็ไม่ จะแสดงละครทำเพื่อ”จางเสียวหม่านรีบยืนตัวตรงทันทีและยิ้มทะเล้นๆ “แบบนั้นก็
ทำให้พวกเราดูองอาจขึ้นไม่ใช่เหรอ”
ระหว่างพวกเขาคุยกัน กองร้อยเจียนเตาก็มาเข้าแถวหลังจาง
เสียวหม่าน จางเสียวหม่านตะโกน “นับจำ นวน!”
“หนึ่ง!”
“สอง!”
“…”
“ร้อยแปดสิบสอง!”
ระหว่างนับจำ นวน เหล่าทหารส่งเสียงดังสนั่น แต่พอนับ
ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบสองจางเสียวหม่านก็คิดว่าไม่ถูกแล้ว “ทำไม
พวกเราหายไปคนล่ะ”
ถ้านับจางเสียวหม่านด้วย พวกเขาควรมีหนึ่งร้อยแปดสิบสี่คน
สิ แต่ทำไมหายไปคนหนึ่งล่ะ
เจียงเสี่ยวเฉินถาม “เดี๋ยวนะ เริ่นเสี่ยวซู่หายไปไหน”
“ใช่! เริ่นเสี่ยวซู่หายไปไหน!”จางจิ่งหลินยืนนิ่งอยู่หน้าแถว เหล่าผู้บังคับบัญชาที่อยู่ข้างหลัง
ต่างมารออยากเห็นว่าเริ่นเสี่ยวซู่ในตำนานหน้าตาเป็นอย่างไร
สุดท้ายเริ่นเสี่ยวซู่กลับหายตัวไป?
โจวอิงหลงมองจางเสียวหม่าน “เอ็งทำเริ่นเสี่ยวซู่หายไปได้
ยังไง”
จางเสียวหม่านตื่นตระหนก “มีใครเห็นเริ่นเสี่ยวซู่ไหม”
“เมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลยนะ เขาเพิ่งนั่งอยู่ท้ายรถบรรทุกไปเอง
ไม่รู้อยู่ๆ หายไปตอนไหน”
“ใช่ๆ ฉันก็เห็นเขานะ”
จางจิ่งหลินถอนหายใจ “ช่างเถอะ ปล่อยเขาไป”
จางจิ่งหลินรู้ว่าเริ่นเสี่ยวซู่เข้าร่วมป้อมปราการ 178 ชั่วคราวก็
เพราะสมาคมตระกูลจง ตอนนี้สมาคมตระกูลจงจบเห่แล้วเขาย่อม
จากไป อย่างไรหัวใจเขาก็ไม่ได้อยู่ที่นี่
หวังเฟิงหยวนกระซิบ “หรือว่าเขามีเรื่องผิดใจกับเรา…”
จางจิ่งหลินส่ายหน้าแล้วว่า “ไม่สำ คัญหรอก”
จากนั้นจางจิ่งหลินก็หันไปหาจางเสียวหม่าน “ต่อ”จางเสียวหม่านยืนแถวตรง ยกมือวันทยหัตถ์ด้วยท่าทาง
ฮึกเหิม “รายงานผู้บัญชาการ! กองร้อยเจียนเตาทั้งสิ้น 184 นาย คง
แถว 183 นาย…”
ขณะพูดไป จางเสียวหม่านก็เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิ แต่
ตอนนี้กองร้อยเจียนเตาคนขาดไปหนึ่งนาย ในใจก็รู้สึกโหวง
เศร้าสร้อยนัก
เริ่นเสี่ยวซู่จากไปโดยไม่ร่ำลา
นึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมานับเดือน ความยากลำบากและ
อันตรายทั้งหลายตราตรึงฝังใจ
ยิ่งพูดไปเขายิ่งเจ็บปวดใจ โจวอิงหลงดุเขาไปที “พวกเรา
ชนะสงครามแล้วไม่ใช่เหรอ สีหน้านั่นอะไร!”
“รายงานผู้บัญชาการกองพัน! พวกเราตกลงกันแล้วว่า
จะกลับมาด้วยกันหมด แต่สุดท้ายก็ไม่อาจพาเริ่นเสี่ยวซู่กลับมา
ด้วยกันได้!”
ทุกคนเงียบไป ไม่มีใครคิดว่าทั้งกองร้อยเจียนเตาจะรอด
กลับมาได้ดวงอาทิตย์แดงเลือด ลับขอบฟ้า[1]
[1] เส้นทางหลัวซาน (忆秦娥·娄山关) โดยเหมาเจ๋อตุง แต่งขึ้น
หลังกองทัพแดงชนะพรรคก๊กมินตั๋งที่ยึดครองภูเขาหลัวซานใน
จังหวัดกุ้ยโจ้ว
ลมตะวันตกโหมกระหน่ำคลั่งบ้า
ฝูงห่านป่าร่ำร้องใต้ดวงจันทร์ยามเช้ายะเยือก
ใต้ดวงจันทร์ยามเช้าเย็นยะเยือก
เสียงเกือกม้ากระทบกันลั่น
แตรสะอื้นไห้แผ่วเสียงลง
ไร้ผลจะอวดโอ่ทางผ่านนั้นเป็นปราการเหล็ก
ด้วยการสาวเท้าก้าวอย่างเด็ดเดี่ยว เรากำลังฝ่าข้ามยอดเขา
เรากำลังเคลื่อนผ่านยอดเขาบนยอดสูงแลเห็นทิวภูอื่นดุจลอนคลื่นสีฟ้าทะเล
ดวงอาทิตย์แดงเลือด ลับขอบฟ้า
สำ นวนแปลจาก 1001 nights editions