The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 486 เรื่องเสร็จตัวหนีจาก ไม่หวังซึ่งลาภยศสรรเสริญ
- Home
- The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์
- ตอนที่ 486 เรื่องเสร็จตัวหนีจาก ไม่หวังซึ่งลาภยศสรรเสริญ
เริ่นเสี่ยวซู่คิดว่าการคัดลอกพลังร่างแยกเงามาเป็นตัวเลือกที่
ฉลาดที่สุดตั้งแต่เขาสามารถคัดลอกพลังของคนอื่นได้
อยู่ในโลกอันวุ่นวายมานานนม ร่างแยกเงาเขาสร้างความดี
ความชอบมากมายนัก ถ้าไม่มีมัน เริ่นเสี่ยวซู่คงไม่อาจทำอะไรสำ เร็จ
ได้มากมายเช่นนี้
แน่นอนว่าร่างแยกเขามีข้อเสียเปรียบอยู่ อย่างเช่นว่ามันใช้ปืน
สไนเปอร์ไม่ได้ เพราะตัวมันเองไม่อาจคำนวณวิถียิงซับซ้อนหรือ
ปัจจัยภายนอกอื่นๆ ความแม่นยำจึงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
ตอนเริ่นเสี่ยวซู่ออกจากป้อมปราการนั้น เขาถึงกับสวนทางกับ
กองกำลังป้อมปราการ 63 ที่กำลังเข้ากระชับพื้นที่ด้วย แต่ว่าทหาร
เบื้องล่างไม่ทันเห็นตัวเริ่นเสี่ยวซู่ เพราะเขากำลังกระโจนอยู่เหนือ
อาคารต่างๆผู้มีพลังพิเศษที่อยู่ในกองกำลังผู้หนึ่งพลันแหงนหน้ามองฟ้า
เขาสัมผัสว่าอะไรกระโจนผ่านหัวไป แต่ว่าอีกฝ่ายเคลื่อนที่ไวเกินไป
จนเขานึกว่าตนเองตาฟาด
“เมื่อกี้บนหัวเรามีอะไรแปลกๆ ผ่านไปเปล่า” ผู้มีพลังพิเศษ
ถาม
“ไม่เห็น” ทหารคนอื่นๆ ส่ายหน้า
“ช่างเหอะ ไปจัดการปัญหาที่ถนนเสียหยางก่อนดีกว่า ถ้าอีก
ฝ่ายไม่มอบตัวก็จับตายได้เลย! ตั้งด่านทุกทางสัญจรด้วย!”
หลังหนีออกจากป้อมปราการแล้ว เริ่นเสี่ยวซู่ไม่อยู่รอดูในเมือง
น้อยต่อด้วยซ้ำ เขาแค่วิ่งไปตลอดทางจนเข้าแดนรกร้าง
ถ้าเขาต้องหนี ก็ต้องหนีให้ได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นเริ่นเสี่ยวซู่
จึงหนีไปอยู่ที่ป้อมปราการ 61 รอให้ทุกอย่างสงบโดยตรงเลย
ระหว่างทางนั้น เขาได้รับภารกิจระดับ C ในป้อมปราการ 63
ด้วย แต่รอบนี้เขาตัดสินใจทันทีว่าไม่ทำ
มือสังหารที่ทำภารกิจระดับ C สำ เร็จครบสามภารกิจในเก้าสิบ
วันจะถูกเลื่อนเป็นระดับ B แต่เริ่นเสี่ยวซู่มองว่าป้อมปราการ 63ตอนนี้เละเทะไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่กลับไปทำภารกิจที่นั่น!
…
ตอนนี้ถนนเสียนหยาง มังกรสีอำพันที่ปั้นมาจากน้ำตาลเหลว
เข้ากัดสนธยาคนหนึ่ง บดเคี้ยวกระดูกทั้งร่างให้เป็นผุยผง
ก่อนอรุณคนเดียวจากสามคนที่เหลืออยู่ยังคงลั่นไกยิง
พยายามทำลายมังกรอำพันนี้ แต่ว่าถึงตัวมังกรอำพันถูกยิง ก็แค่มี
สะเก็ดน้ำตาลกระเด็นออก ยังคงบินไปมาได้เหมือนเดิม
ส่วนตัวพยัคฆ์ที่ชายชราปั้นมาอย่างยากลำบากนั้นกำลังยืน
พิทักษ์อยู่ข้างกายเขา ชายชราพูดด้วยสีหน้าซีดเซียว “ฉันยื้อไม่ไหว
แล้ว รีบฆ่าพวกเขา!”
ถึงนกยูง มังกร และพยัคฆ์จะดูดุร้ายมาก แต่ชายชรามา
ถึงขีดจำ กัดแล้ว พูดตามตรง เขาไม่นึกเลยว่าจะมีสนธยากลุ่มหนึ่ง
รอซุ่มโจมตีอยู่
ชายชราเป็นแค่มือสังหารระดับ A รอบนี้เขาเสี่ยงชีวิตตนเพียง
เพราะต้องการเข้าร่วมอารามอันจิงเด็กหนุ่มที่ควบคุมเหล็กได้ ยิ้มพูดอยู่ข้างเขา “ใจเย็นน่าตาแก่
ยังไงพวกเขาก็ไม่รอด”
เด็กหนุ่มพุ่งตามถนนใหญ่ไปยังเหล่าสนธยา สนธยาคนหนึ่ง
พยายามยิงใส่เขา แต่ว่าปืนกลับลอยออกจากมือไปเบื้องหน้า
เด็กหนุ่ม
เช่นนั้นสนธยาจึงชักดาบที่เอวออก แต่ว่าตัวดาบก็ถูกเด็กหนุ่ม
ช่วงชิงไปเช่นกัน
หัวหน้ากลุ่มสนธยาแค่นเสียง “เซียงเฉา (วานิลลา) น่าเสียดาย
ที่รอบล่าสุดพวกเราฆ่านายไม่ได้”
เด็กหนุ่มนามเซียงเฉายิ้มกล่าว “สวรรค์ไม่ละทิ้งฉันไงล่ะ ไม่คิด
ว่าฉันจะโผล่มาที่นี่ได้สินะ ต่อไปอย่าลืมเอาดาบกระเบื้องมานะ”
พูดจบ ดาบและของที่ทำจากเหล็กทั้งหลายที่ลอยอยู่รอบตัว
เซียงเฉาก็พุ่งไปยังสนธยา
แต่ตอนนี้เหล่าสนธยาก็แสดงสุดยอดร่างกาย สามารถ
หลบหลีกวัตถุเหล็กทั้งหลายที่พุ่งมาอย่างรวดเร็วได้จนหมดแม้เซียงเฉาจะควบคุมเหล็กได้ ทั้งยังจำ นวนไม่น้อย แต่
ความเร็วในการควบคุมยังไม่มากพอ!
แต่ว่าสนธยาทั้งสามหลบการโจมตีจากเซียงเฉาเสร็จ ก็ถอยร่น
ไปอย่างเด็ดเดี่ยว เด็กหนุ่มพวกผู้ควบคุมเหล็กเองก็ไม่ไล่ตาม
ชายชราหอบแฮกพูด “ทำไมไม่ฆ่าพวกเขา”
“เดี๋ยวผู้มีพลังพิเศษของป้อมปราการ 63 ก็ล้อมตัวพวกเขาไว้
เอง ถ้าไล่ตามต่อ พวกเราจะหนีออกจากที่นี่ยังไงล่ะ” เซียงเฉายิ้ม
กล่าว “พวกเราต้องใช้พวกเขาล่อสายตาป้อมปราการ 63 ก่อน อีก
อย่าง…ปู่ไม่เห็นเหรอว่าฉันโจมตีพวกเขาโดนที่ไหนล่ะ…”
“เอาเถอะ งั้นฉันก็จะถอยด้วย” ชายชราว่า “ก่อนอรุณทุกคน
ถูกฆ่าไปแล้ว สนธยาเองก็ตายด้วย…”
เซียงเฉายิ้ม “ไม่ต้องห่วง หัวหน้าฉันต้องให้รางวัลปู่อยู่แล้ว”
ตอนนี้เอง เขาก็ได้ยินเสียงผ่านหูฟัง จึงหันไปส่งยิ้มให้ชายชรา “ยินดี
ด้วย 1383792 หัวหน้าเราบอกว่าปู่สามารถร่วมทดสอบเข้าร่วม
อารามอันจิงรอบหน้าได้ ตอนนี้ไปที่หลบภัยกันก่อน”
ชายชราแปลกใจ “จริงเหรอ”“อารามอันจิงไม่ให้คำสัญญาใครง่ายๆ ตามฉันมาได้เลย เดี๋ยว
พอเข้าร่วมอารามอันจิงอย่างเป็นทางการแล้ว ปู่จะได้ฉายาของ
ตัวเองด้วย บอกตามตรงนะ ชื่อกับเลขปัจจุบันปู่จำ โครตยาก” เซียง
เฉากลับตัวเดินออก
…
การไล่ล่าในป้อมปราการ 63 ดำเนินต่อไปอีกพักหนึ่ง การ
ไล่ล่านี้มีผู้มีพลังพิเศษอยู่ด้วยสองสามคน เซียงเฉาคิดแล้วว่า ต่อให้
คนของบริษัทหัวจ่งไม่ตาย สุดท้ายก็จะต้องลำบากมากอยู่ดี
อารามอันจิงสู้รบกับบริษัทหัวจ่งมาพักใหญ่แล้ว แต่ไม่รีบ
กำจัดแบบราบคาบ ที่จริงทั้งสองฝ่ายต่างไม่อาจทำเช่นนั้นได้ จึงได้
แต่ค่อยๆ วางแผนจัดการอีกฝ่ายไป
หลังจากพวกเขาจากไปแล้ว กระเรียนกระดาษจำ นวนหนึ่งก็
บินขึ้นท้องฟ้ารัตติกาล บ้างก็ลอบตามคนของบริษัทหัวจ่ง บ้างก็ไป
ยังจุดที่เริ่นเสี่ยวซู่เพิ่งสู้เสร็จไป
ฝูงกระเรียนกระดาษมาถึงดาดฟ้าที่เริ่นเสี่ยวซู่ถูกโจมตีก่อน
จากนั้นก็ตามเส้นทางหลบหนีไปจนถึงจุดที่เขาฆ่าสนธยาทั้งสามกระเรียนกระดาษจิ๋วสวยงามบินวนรอบดาดฟ้า ราวกับ
ต้องการบันทึกทุกรายละเอียด
ไม่นานนัก เหล่ากระเรียนกระดาษก็บินขึ้นฟ้าไปอีกครา พวก
มันบินขึ้นไปหลายร้อยเมตร ก่อนจะบินต่อไปยังป้อมปราการ 61 บิน
ไปรายงานข้อมูลล่าสุดแก่เจ้านายพวกมัน
อีกหนึ่งวันให้หลัง คนในบ้านก็ได้รับข้อความ ยิ่งอ่านไปก็ยิ่ง
ตะลึง “หัวหน้าบอกว่ามือสไนเปอร์ที่โผล่มาคืนนั้นล้างบ้างสนธยา
กลุ่มหนึ่งจนเหี้ยน ผู้มีพลังพิเศษผู้นี้โผล่มาจากไหนเนี่ย”
“คงไม่หรอกมั้ง ขนาดเซียงเฉายังทำอะไรตอนพวกเขาคิดหนี
ไม่ได้เลยไม่ใช่เหรอ”
“หัวหน้ายังบอกด้วยว่าคนผู้นี้เป็นมือสไนเปอร์ชั้นยอดมาก
ดูเหมือนว่าเขาจะปรับจังหวะการเต้นของหัวใจขณะเคลื่อนไหวบน
สนามรบได้ด้วย เจ้าปีศาจนี้โผล่มาจากไหนเนี่ย ทำไมเราไม่เคย
ได้ยินเรื่องเขามาก่อนเลยล่ะ” คนที่เป็นผู้อ่านข้อความพูด “แต่ว่านะ
หัวหน้าถามว่าตอนส่งภารกิจระดับ C ที่อยู่แถวนั้นไปแล้ว มีใครได้
เข้าไปทำไหม”“เสร็จแล้ว แต่ว่าไม่ใช่ 1583850”
“คิดว่า 1583850 คือผู้มีพลังพิเศษนี้เปล่า”
“ฉันว่าไม่ใช่นะ ผู้มีพลังพิเศษดุร้ายจะมายุ่งกับภารกิจระดับ D
ของเราทำไม ไปทำเรื่องอื่นไม่ดีกว่าเหรอ”