The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 490 ภารกิจลึกลับ
การสู้รบในป้อมปราการดำเนินไปค่อนคืนยังไม่รู้จบ เริ่นเสี่ยว
ซู่ที่อยู่ในลานบ้านยังได้ยินเสียงยิงปืนเป็นพักๆ อยู่เลย
เริ่นเสี่ยวซู่คิดว่าถ้าเขาตอนนั้นเขาไม่เข้าไปป้อมปราการ 63
ล่ะก็ การสู้รบก็คงสืบยาวต่อเนื่องขนาดนี้แหละ
โชคดีที่เพราะมีการสู้รบกันอยู่ ทำให้กองกำลังรักษาการณ์ของ
ป้อมปราการ 61 ต้องเคลื่อนไหว ไม่อย่างนั้นศัตรูคงออกมาตามหา
โจวอิ๋งเสวียแล้ว
ไม่รู้ตอนโจวอิ๋งเสวียหนีนั้นถูกใครพบเห็นหรือเปล่า
แต่ว่าเขาควรเอาอย่างไรกับโจวอิ๋งเสวียดี หลังจับเธอมัดแล้ว
เริ่นเสี่ยวซู่ก็พลันนึกได้ว่ารอบที่แล้วที่เจอโจวอิ๋งเสวียก็จับเธอมัด
เหมือนกัน เจอทีไรสภาพเป็นอย่างนี้ตลอดทำเอาเขารู้สึกว่ามัน
ไม่ค่อยถูกเลยโจวอิ๋งเสวียค่อยๆ ได้สติขึ้นมา หลังจากได้สติ ก็ดิ้นเล็กน้อยอยู่
บนเก้า ก่อนจะรู้ตัวว่าขยับตัวไม่ได้เลย เธอเงยหน้ามองเริ่นเสี่ยวซู่
“นายจะทำอะไร แล้วทำไมนายถึงอยู่ที่นี่ นายมาจับฉันเหรอ อย่า
บอกนะว่านายเข้าร่วมกับบริษัทหัวจ่งหรือไม่ก็สมาคมตระกูลหวัง
แล้วน่ะ”
“หยุดก่อนเลย!” เริ่นเสี่ยวซู่พูด “นี่มันบ้านฉันโว้ย เธอต่างหาก
ที่บุกเข้าบ้านคนอื่นกลางค่ำกลางคืน ยังจะกล้าถามอีกนะว่าทำไม
ฉันอยู่ที่นี่ มันใช่เรื่องที่ควรถามด้วยเหรอ ฉันสิต้องเป็นคนถามว่าเธอ
มาทำอะไรที่นี่ คิดวางแผนร้ายอะไรใส่ฉัน”
โจวอิ๋งเสวียได้ยินแบบนั้นก็โมโหจนแทบกระอักเลือด ใคร
วางแผนร้ายใส่นายฮะ!
แต่โจวอิ๋งหลงไม่เข้าใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นบ้านของ
เริ่นเสี่ยวซู่ไปได้ ที่นี่มันเมืองน้อยนอกป้อมปราการ 61 ไม่ใช่เหรอ
โจวอิ๋งเสวียคิดว่าเริ่นเสี่ยวซู่เป็นผู้มีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งกว่า
เธอมาก เขาไม่ควรจะอาศัยอยู่ในเมืองน้อยแบบนี้สิแต่เธอเสียเลือดไปมากจนสมองเบลอไปหมดแล้ว จึงได้แต่พูด
โต้กลับไป “โกหก ขี้โม้! คนแบบนายจะมาอาศัยอยู่ที่แบบนี้ได้ยังไง!”
จากนั้นโจวอิ๋งเสวียก็มองเริ่นเสี่ยวซู่ชูแม่ลูกกุญแจขึ้นมาอย่าง
เงียบงัน พอเขาไขกุญแจ แม่กุญแจก็ปลดออก
อย่างกับเริ่นเสี่ยวซู่กลัวโจวอิ๋งเสวียมองไม่ชัด เลยทำการล็อก
แม่กุญแจอีกครั้งและไขปลดอีกรอบ และก็ทำแบบนั้นซ้ำ ไปซ้ำ มาอยู่
หลายครั้ง
ราวต้องการหยอกล้อโจวอิ๋งเสวียอย่างไรอย่างนั้น
โจวอิ๋งเสวียสมองปวดแปลบ “พอ พอแล้ว เลิกไขสักทีเหอะ!”
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมโลกนี้ถึงมีคนน่ารำคาญแบบนี้ได้!
เริ่นเสี่ยวซู่หัวเราะหึหึ “นี่กุญแจบ้านฉัน ต้นไม้ที่ปลูกหลังบ้าน
ฉันก็ปลูกเอง เก้าอี้ที่เธอนั่งก็เป็นฝีมือช่างไม้ที่ฉันจ้าง หนังสือในชั้น
ข้างเก้าอี้ก็เป็นหนังสือที่ฉันขโมย…ไม่ใช่สิ ยืมมาจากห้องสมุด
ป้อมปราการ 88”
โจวอิ๋งเสวียจึงยอมเชื่อในที่สุด เธอเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะถาม
“แล้วสรุปนายทำอะไรอยู่ที่นี่ หลังป้อมปราการ 88 ถูกทำลายแล้วนายหายไปไหน แล้วเรื่องนั้นเป็นฝีมือนายหรือเปล่า”
เริ่นเสี่ยวซู่ถาม “เธอเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยข่าวกรองสมาคม
ตระกูลหยาง จะไม่รู้ได้ยังไงว่าเป็นฝีมือของทหารนาโนแมชชีนของ
สมาคมตระกูลหลี่ คืนนั้นเธอต้องได้เจอทหารเสียสติพวกนั้นอยู่แล้ว
ว่าแต่เธอช่วยแม่ได้ไหม”
“อืม ฉันช่วยแม่ออกมาได้” พอโจวอิ๋งเสวียนึกได้ว่าเธอช่วย
แม่ทันเพราะเริ่นเสี่ยวซู่ยอมปล่อยตัวเธอ ความโมโหก็ลดทอนลงไป
แต่นึกๆ ดูอีกครั้ง โจวอิ๋งเสวียก็รู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว ตอนนั้นเริ่น
เสี่ยวซู่เป็นคนจับเธอมัด เธอเพิ่งซื้อของชำ เสร็จ กำลังจะกลับบ้านไป
ทำอาหารให้แม่ แต่ดันไปเจอคนผู้นี้ระหว่างทางจนถูกตีจนสลบ!
โจวอิ๋งเสวียถาม “นายต้องการอะไรจากฉัน”
“อืม ตอบคำถามฉันสักหน่อย” เริ่นเสี่ยวซู่ยิ้ม “เธอเป็นคนของ
อารามอันจิงหรือเปล่า”
“เปล่า” โจวอิ๋งเสวียส่ายหัว “ยังไม่ใช่”
“งั้นเธอก็คงเป็นมือสังหารระดับ A ล่ะสิ” เริ่นเสี่ยวซู่ยิ้ม “เพราะ
เธอเป็นผู้หญิง ไม่เหมาะให้ฉันค้นตัว เก็บมือถือไว้ที่ไหน มอบออกมาซิ”
โจวอิ๋งเสวียไม่มีท่าทางทรงเสน่ห์อย่างที่มีตอนอยู่ห้องสมุด
ตอนนี้ใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงแนบเนื้อสีดำดูคล่องแคล่ว
ที่จริงโจวอิ๋งเสวียไม่ใช่หญิงหน้าตางดงาม นับว่าสูงกว่า
ค่าเฉลี่ยอยู่บ้างเท่านั้น แต่ว่ามีสภาวะบางประการที่ทำให้เธอ
โดดเด่นขึ้นมา
โจวอิ๋งเสวียพลันถาม “นายรู้เรื่องอารามอันจิงกับมือสังหาร
รับจ้างได้ยังไง”
“อะแฮ่ม” เริ่นเสี่ยวซู่พูดอ้อมแอ้ม “บังเอิญว่าฉันก็เป็น
มือสังหารรับจ้างเหมือนกัน”
โจวอิ๋งเสวียตะลึงจริงๆ แล้ว “นายก็เป็นมือสังหารระดับ A
เหรอ”
“เปล่า ฉันอยู่ระดับ D…” เริ่นเสี่ยวซู่ควักมือถือระดับ D ที่ฉก
มาให้เธอดู
โจวอิ๋งเสวียหัวเราะลั่น “อะไรนะ นายน่ะนะระดับ D! ล้อฉันเล่น
เปล่าเนี่ย ผู้มีพลังพิเศษอย่างนายจะเป็นมือสังหารระดับ D ได้ยังไง”เริ่นเสี่ยวซู่พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “น่าตลกตรงไหน ไม่ใช่ว่า
พวกเราต้องทำภารกิจเลื่อนขั้นขึ้นไปเรื่อยๆ เหรอ เธอไม่ได้เริ่มที่
ระดับ D เหรอไง”
“แหงแหละว่าไม่ใช่” โจวอิ๋งเสวียหัวเราะตัวโยน “ถ้าผู้มีพลัง
พิเศษพิสูจน์ตัวเองได้แล้วก็จะได้รับมือถือเครื่องใหม่ ภารกิจที่ได้รับ
ก็จะต่างออกไปด้วย นายขโมยมือถือนั่นมาจากมือสังหารระดับ D
ล่ะสิเลยไม่มีภารกิจระดับ A ให้ทำ แล้วก็โทรศัพท์ของมือสังหาร
ระดับกับ A ต้องจับคู่กับลายนิ้วมือเจ้าของด้วย”
“ไม่ใช่นะ ฉันก็ได้รับข้อความภารกิจระดับ A เหมือนกัน” เริ่น
เสี่ยวซู่งุนงง
เดี๋ยวก่อนนะ! ที่จริงเขายังไม่เคยรับภารกิจระดับ A มาก่อน
แต่หลังจากเขาสร้างปัญหาที่ป้อมปราการ 61 กับ 63 เขาก็เริ่มได้รับ
ข้อความ
เขาควักมือถือโจวอิ๋งเสวียมาจากกระเป๋ากางเกงข้างขวาของ
เธอ โทรศัพท์ของโจวอิ๋งเสวียดูหรูกว่าของเขามาก กล้องเองก็ชัดกว่า
ทั้ง
มีจุดให้แสกนลายนิ้วมือปลดล็อกหน้าจอด้วยคือหลังจากเขาสร้างปัญหาเสียเยอะ อารามอันจิงก็เลยให้
ข้อมูลภารกิจระดับ A เป็นพิเศษน่ะนะ
ต่อไปจะทำภารกิจ เขาคงต้องระวังกว่านี้แล้ว
ถึงเขาจะเลื่อนเป็นระดับ A ได้เลยถ้าบอกอารามอันจิงว่า
ตนเองเป็นผู้มีพลังพิเศษอย่างที่โจวอิ๋งเสวียทำ แต่เขายังไม่อยาก
เปิดเผยตัวตนตอนนี้
เขาคิดจะขโมยมือถือของมือสังหารระดับ A แต่อารามอันจิง
จะให้โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่มีระบบยืนยันลายนิ้วมือแก่มือสังหาร
ระดับ A เสียได้ มือสังหารแต่ละคนจะได้มือถือที่มีแต่พวกเขาเองที่
ปลดล็อกได้
ดังนั้นหากมือสังหารขึ้นไปเป็นระดับ A แล้ว ก็ต้องเปลี่ยนเป็น
มือถือเครื่องใหม่ ประเด็นถ้าเริ่นเสี่ยวซู่อยากเปลี่ยนเป็นมือถือเครื่อง
ใหม่ ก็ต้องไปเจอกับคนของอารามอันจิงตัวต่อตัวเพื่อทำการจัดตั้ง
รหัสลายนิ้วมือ แบบนั้นตัวตนเขาก็ถูกเปิดโปงสิ
เริ่นเสี่ยวซู่ถาม “คนของอารามอันจิงเอามือถือมาให้เธอเอง
เลยเหรอ”“เปล่า” โจวอิ๋งเสวียส่ายหน้า “มันมีกระเรียนกระดาษเอามาส่ง
อารามอันจิงไม่เคยถามที่มาของมือสังหาร จะเก็บตัวตน
เป็นความลับหรือเปิดเผยก็แล้วแต่เลย”
เริ่นเสี่ยวซู่เข้าใจในพลัน เป็นเช่นนี้นี่เอง ไม่ต้องเจอคนแบบ
ต่อหน้าก็ดีแล้ว ในที่สุดเขาก็ยืนยันได้เสียทีว่ากระเรียนกระดาษเป็น
พลังของผู้มีพลังพิเศษจากอารามอันจิง แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าคนผู้นั้น
มีตำแหน่งอะไรในองค์กรกันแน่
คงไม่ได้มีตำแหน่งสำ คัญมากหรอกมั้ง? ดูไปแล้วคงเป็นแค่คน
ส่งข้อความอะไรเทือกนั้น…
โจวอิ๋งเสวียโพล่งขึ้นมา “แก้มัดฉันหน่อย ฉันต้อง
ทำความสะอาดแผล หลังจากนั้นนายจะถามอะไร ฉันตอบหมดเลย
ถ้าไม่รีบรักษา ฉันได้ตายแน่…”