The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 492 ตลาดมืด
โจวอิ๋งเสวียมองไปที่เริ่นเสี่ยวซู่ “นายชอบหยางเสียวจิ่นใช่ไหม”
เริ่นเสี่ยวซู่เงียบไป ไม่ยอมตอบคำถามเธอ
โจวอิ๋งเสวียพูดต่อ “ถ้าเป็นหยางเสียวจิ่นล่ะก็ ฉันยอมรับก็ได้ว่าเธอสวยกว่าฉันโข แต่นายไม่ได้ออกป้อมปราการ 88 พร้อมเธอเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นหยางเสียวจิ่นเลยล่ะ”
โจวอิงเสวี๋ยจำได้ว่าก่อนหน้านี้เริ่นเสี่ยวซู่กับหยางเสียวจิ่นได้รับภารกิจปราบโจร แต่หลังจากนั้นก็ไม่เห็นตัวหยางเสียวจิ่นแล้ว
เริ่นเสี่ยวซู่เหลือบมองโจวอิ๋งเสวีย “ยุ่งเรื่องตัวเองไปเถอะ ว่าแต่ตอนอยู่ที่นี่ ได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับผู้ก่อจลาจลบ้างไหม”
“ไม่ได้ยินเลยนะ” โจวอิ๋งเสวียส่ายหน้า “ถึงช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้ก่อจลาจลมีการเคลื่อนไหวอยู่บ้าง แต่องค์กรพวกเขาทั้งลึกลับทั้งระวังตัวกว่าที่เราคิด มีคนบอกว่าพวกเขาแฝงตัวคอ อยบงการจากฉากหลังอยู่ในอีกองค์กรหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าองค์กรที่ว่าคือที่ไหน”
“อืม” เริ่นเสี่ยวซู่ถอนหายใจ ถึงเขาจะอยู่ที่ราบตอนกลางมาสองเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอใครเลย
ในที่สุดการสู้รบในป้อมปราการ 61 ก็หยุดลง ผู้อพยพมุงก็ดูความครึกครื้นค่อนคืนจนเหนื่อยแล้ว ทว่าถึงกระท่อมแล้วก็หลับไม่ลง พอยามเช้ามาเยือนถึงเวลาทำงานที่โรงงาน ก็ต่างหาวหวอด พร้อมวงตาดำคล้ำ
แต่ระหว่างทางไปทำงานก็คุยเรื่องการสู้รบกับคนงานคนอื่นๆ อย่างกระตือรือร้น เดากันอย่างสนุกสนานว่ามันเริ่มสู้กันได้อย่างไร
เทียบกับชาวป้อมปราการที่มีใบหน้าอึมครึมแล้ว ผู้อพยพไม่คิดว่าการสู้รบนั้นจะเกี่ยวข้องอะไรกับพวกตน
ผู้อพยพกับชาวป้อมปราการราวกับมาจากสองโลก เรื่องราวคุณค่าอันใดล้วนแยกแตกต่าง
เริ่นเสี่ยวซู่เห็นภาพนี้ก็มักเกิดสะเทือนอารมณ์ขึ้นมา แต่โจวอิ๋งเสวียไม่ใยดี คำถามเดียวที่เธอมีต่อเริ่นเสี่ยวซู่คือ “ทำไมพวกเรากินมันฝรั่งทุกมื้อเลยล่ะ!”
เริ่นเสี่ยวซู่พูดอย่างไม่ยี่หระ “ทำใจซะเถอะ มีมันฝรั่งให้กินก็ดีถมเถแล้ว”
จากนั้นเริ่นเสี่ยวซู่ก็คลายเชือกให้โจวอิ๋งเสวีย จากนั้นก็ยัดมันฝรั่งร้อนๆ ลงมือเธอ โจวอิ๋งเสวียฉวยโอกาสหายากนี้ยืดเส้นยืดสาย
เริ่นเสี่ยวซู่ยังคงบ่นต่อ “เมื่อวานเธอถามฉันใช่ไหมว่าผู้มีพลังพิเศษอย่างฉันมาอาศัยอยู่ในเมืองน้อยทำไม ก็เพราะว่าเดิมทีฉันเป็นผู้อพยพไงล่ะ รู้หรือเปล่าบางทีผู้อพยพในตะวันต ตกเฉียงเหนือหรือเฉียงใต้ไม่มีกระทั่งมันฝรั่งให้กินด้วยซ้ำ ใครกันจะไม่ชอบกินข้าวสวยกินเส้นบะหมี่ แต่ใครจะมีปัญญากินล่ะ”
โจวอิ๋งเสวียนิ่งงันไป ถามเสียงอ่อยๆ ว่า “ปกตินายก็กินแต่มันฝรั่งเหรอ”
“เปล่า” เริ่นเสี่ยวซู่ส่ายหัว “ฉันไปกินอาหารที่โรงเหล้าเป็นประจำ คนมันมีเงิน”
โจวอิ๋งเสวีย “???”
อยากจะบดมันฝรั่งลงหน้าเริ่นเสี่ยวซู่จริงๆ แต่ว่าสุดท้ายก็ไม่กล้าเพราะความสามารถไม่ถึง
โจวอิ๋งเสวียพูดหน้าเคร่ง “ฉันอยากไปกินอาหารที่โรงเหล้าเหมือนกัน”
“คิดสูงไปแล้ว” เริ่นเสี่ยวซู่หัวเราะ “คิดว่าคนสมาคมตระกูลหวังเป็นพวกท่าดีทีเหลวหรือไง จะไปเดินส่ายไปมาในเมืองน้อยหลังจากสร้างปัญหาในป้อมปราการน่ะนะ”
โจวอิ๋งเสวียใจเจ็บแปลบ ทำไมเธอที่เป็นผู้มีพลังพิเศษคนหนึ่งถึงรู้สึกอับจนหนทางเวลาอยู่ต่อหน้าเริ่นเสี่ยวซู่เช่นนี้
ย้อนไปสมัยอยู่ป้อมปราการ 88 เด็กหนุ่มมากพรสวรรค์หลายคนคอยตามจีบเธอ ทั้งเธอเองก็เป็นคนที่มีผลงานลอบสังหาร รวบรวมข่าวกรอง และงานแทรกซึมติดอันดับต้นๆ ของหน่วยข่าวกรองสมาคมต ตระกูลหยาง ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่อาจหนีจากป้อมปราการมาได้ ส่วนมือสังหารระดับ A คนอื่นๆ ต้องสู้จนตัวตายในนั้น
แต่ผู้มีพลังพิเศษอย่างเธอกลับถูกลดขั้นต้องมากินมันฝรั่งประทังชีวิต
แต่เดี๋ยวก่อนนะ โจวอิ๋งเสวียโพล่งถามขึ้นมา “แล้วพวกต้นไม้หลังบ้านนายมาจากไหน”
โจวอิ๋งเสวียพลันคิดว่ามันไม่ใช่แล้ว เธอเห็นเริ่นเสี่ยวซู่สั่งให้ต้นพวกนั้นคายมันฝรั่งออกมากับตา นี่แทบทำให้ตรรกงตรรกะเธอพังไปหมดแล้ว มันฝรั่งมันโตใต้ดินไม่ใช่เหรอ
เริ่นเสี่ยวซู่ยิ้ม “มันอยู่ตั้งแต่ตอนฉันซื้อบ้านแล้ว”
“คิดว่าฉันเชื่อเหรอไง” โจวอิ๋งเสวียไม่ยอม
“งั้นฉันก็คงซื้อเมล็ดมาจากใครสักคน” เริ่นเสี่ยวซู่หัวเราะหึหึ
“ตลก ฉันไม่เห็นเมล็ดพันธุ์ประหลาดแบบนี้ขายที่ตลาดมืดเลย”
“ตลาดมืด?” เริ่นเสี่ยวซู่เกิดสนใจขึ้นมา “ในที่ราบตอนกลางมีตลาดมืดด้วยเหรอ”
“นายไม่เคยเห็นตลาดมืดมาก่อนเหรอ” โจวอิ๋งเสวียผงะ “ตลาดซื้อขายของผิดกฎหมายมันมีทุกที่อยู่แล้ว”
“มันมีสมบัติที่บินทะยานขึ้นฟ้า หรือว่าอาวุธวิเศษในตำนานไหม ยังไงพวกเราอยู่ในยุคผู้มีพลังพิเศษ…” เริ่นเสี่ยวซู่ถาม
“ไม่มีของแบบนั้นหรอก” โจวอิ๋งเสวียกลอกตา “ของซื้อขายส่วนใหญ่เป็นพวกปืนกับยา แล้วก็พวกเทคโนโลยียุคก่อนภัยพิบัติที่กลุ่มเล็กกลุ่มน้อยขุดมาจากที่ต่างๆ สุดท้ายคือซื้อขายข่าว วกัน โทรศัพท์เครื่องแรกของฉันก็ซื้อมาจากที่นั่นแหละ”
เริ่นเสี่ยวซู่อ้าปากค้าง “ถึงกับซื้อโทรศัพท์ของมือสังหารรับจ้างในตลาดมืดได้ด้วยเหรอ เครื่องล่ะเท่าไรกันล่ะนั่น”
“เครื่องละห้าแสน!” โจวอิ๋งเสวีย
เริ่นเสี่ยวซู่ใจสะท้าน “เยอะขนาดนั้นเลย? รางวัลของภารกิจระดับ D มันแค่สองหมื่นหยวนเองนะ”
“แต่ถ้าเลื่อนเป็นระดับ C ได้ ทำภารกิจครบห้าอันก็ได้ทุนคืนง่ายๆ แล้ว” โจวอิ๋งเสวียพูด “อีกอย่างโทรศัพท์บางเครื่องก็ไม่ได้ขายให้มือสังหาร แต่พวกคนใหญ่คนโตที่เป็นศัตรูของ อารามอันจิงซื้อไปเป็นการป้องกันตัวเอง ถึงพวกเขาจะไม่ได้รับข้อมูลภารกิจระดับ A แต่ต่ำกว่า B ลงไปก็ยังได้รับอยู่ ถ้าอารามอันจิงส่งภารกิจเล็งเป้ามาที่พวกเขา พวกเขาจะได้เตรียมรับมื อล่วงหน้าได้”
“เอ๋ อารามอันจิงรู้เรื่องนี้ไหมเนี่ย” เริ่นเสี่ยวซู่ถาม
“รู้ แต่ไม่สน” โจวอิ๋งเสวียว่า
“ตลาดมืดมีอะไรขายอีก” เริ่นเสี่ยวซู่ถามต่อ
“อ้อ ตลาดมืดมีมือสังหารหลายคนอาศัยอยู่เป็นกิจจะลักษณะ โรงแรมแถวนั้นปลอดภัยสุดแล้วน่ะ เวลาอารามอันจิงส่งภารกิจแบบกลุ่มออกมา มือสังหารแถวนั้นก็จะใช้โรงแรมรวมตัวสร้างกลุ่ม จา ากนั้นค่อยแยกย้ายหลังภารกิจเสร็จ” โจวอิ๋งเสวียว่า “ตัวอย่างก็ภารกิจป้อมป้อมปราการ 63 สองวันก่อน หรือไม่ก็ภารกิจที่ป้อมปราการ 61 ของเมื่อวาน ก็เป็นภารกิจกลุ่มหมดเลย”
เริ่นเสี่ยวซู่เข้าใจแล้ว ตอนเขาเห็นข้อความก็คิดอยู่ว่ามือสังหารพวกนี้ปกติปกปิดร่องรอยไม่รู้จักหน้าตากัน เช่นนั้นจะไปรวมตัวสร้างกลุ่มกันด้วยวิธีไหน
กลายเป็นว่ามันมีอีกโลกหนึ่งในองค์กรใต้ดินนี้
เริ่นเสี่ยวซู่เกิดสนใจตลาดมืดขึ้นมาหน่อยๆ ใจอยากรู้ว่าถ้าเทียบกับมือสังหารคนอื่นในตลาดมืด ตนเองจะอยู่ในระดับไหน อีกอย่างมันน่าจะมีมือสังหารระดับ A อยู่เยอะเลยด้วย อาจจะมีโ โอกาสได้เจอคนของอารามอันจิงด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่าโลกนี้มีสถานที่ที่ผู้มีพลังพิเศษรวมตัวกันอยู่
เขาต้องทำภารกิจรับโจวอิ๋งเสวียที่บาดเจ็บให้เสร็จก่อน ถ้าได้คัมภีร์คัดลอกทักษะก็คงดีเยี่ยมไปเลย เขายังตัดใจกับพลังปั้นน้ำตาลไม่ได้เลยแน่ะ
“อีกสองวันพาฉันไปตลาดมืดด้วย” เริ่นเสี่ยวซู่บอกโจวอิ๋งเสวีย