The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 493 ตัวประกันและรางรถไฟ
ตอนนี้เดือนกันยายนแล้ว อากาศยามค่ำคืนของป้อมปราการ 178 เริ่มหนาวเย็น ชาวป้อมปราการกลับบ้านตนพร้อมเงินค่าจ้างถุงโต เพราะการทำงานนอกป้อมปราการนั้นจ่ายหนักมาก ชาวป้อมปราการหลายคนจึงทำงานข้างนอกแค่ครึ่งปี และกลับมาพักในป้อมปราการช่วงหน้าหนาว
อีกอย่างก็คือเพราะฤดูหนาวในแดนตะวันตกเฉียงเหนือนั้นหนาวเป็นน้ำแข็ง
ชาวป้อมปราการหลายคนยังคงทำงานอยู่ที่โรงงานข้างนอก ปลายเดือนตุลาคมก็มีหิมะคลุมถนนหนทาง
พอถึงตอนนี้ ก็เหลือเพียงทหารป้อมปราการ 178 คอยคุ้มกันป้อมสังเกตการณ์ตามแนวชายแดน พวกเขาจะคงตำแหน่งตลอดหน้าหนาวโดยไร้ซึ่งสิ่งบันเทิงใด ทั้งยังต้องออกไปทำหน้าที่สังเกตการณ์ด้วย เพราะเช่นนี้หลายคนจึงเรียนวิชางานฝีมือ เล่นหีบเพลง หรือทักษะแปลกๆ ระหว่างทำหน้าที่
ไม่ใช่ว่าพวกเขาอยากเรียนอะไรใหม่ๆ หรอกนะ แต่เพราะเบื่อมากเลยต่างหาก นี่จึงเป็นวิธีลดความอ้างว้างในป้อมสังเกตการณ์ชายแดน
ตอนเย็น มีรถออฟโรคหกคันขับมาจากทางตะวันตกเฉียงใต้ ขบวนรถนี้ราวศรปลายแหลมพุ่งตรงมายังป้อมปราการ 178
ขณะที่เขาอยู่ห่างจากป้อมปราการ 178 ราวหนึ่งร้อยเจ็ดสิบกิโลเมตร ก็โดนทหารที่ลาดตระเวนตรวจตราอยู่รั้งไว้ เสียงสายตรวจป้อมปราการ 178 ดังผ่านวิทยุรถมา “ตอนนี้พวกคุณเข้าสู่เขตจำกัดการติดต่อทางวิทยุ โปรดปิดอุปกรณ์ใช้สัญญาณวิทยุและจอดให้ตรวจค้น”
หลัวหลานที่นั่งอยู่บนรถออฟโรดคันหนึ่งหัวเราะเล็กน้อยและว่า “จอดแล้วกัน มาตราการป้องกันของป้อมปราการ 178 แน่นหนาจริงๆ จุดนี้แม้แต่สมาคมตระกูลชิ่งเราก็เทียบไม่ได้ ยังไงหน้าที่พวกเขาก็คือป้องกันศัตรูภายนอกนี่นะ”
รถออฟโรดทั้งหกคันปิดเครื่องวิทยุประจำรถ จากนั้นก็ค่อยๆ ชะลอรถจอด ข้างถนนมีทหารสามหน่วยเดินจากแดนรกร้างเข้ามาหาพวกเขาพร้อมอาวุธครบมือ
หลัวหลานลงจากรถพร้อมชูมือขึ้นสูง เขาสวมแว่นกันแดดด้วยคู่หนึ่ง ดูราวกับเป็นเจ้าพ่อค้าอาวุธเถื่อนอย่างไรอย่างนั้น “สวัสดีสหาย ฉันคือหลัวหลานแห่งสมาคมตระกูลชิ่ง แจ้งผู้บัญชาการจางเรื่องการเดินทางครั้งนี้ไว้แล้ว”
ทหารป้อมปราการ 178 พูดเสียงนิ่ง “โปรดรอสักครู่ ทางเราต้องรายงานท่านเสนาธิการก่อน”
ขณะที่เขาพูดอยู่นั้น ทหารคนอื่นๆ ยังคงเล็งปืนไปที่หลัวหลาน แต่เขาดูไม่ยี่หระอะไรเลย
โจวฉีที่อยู่ด้านข้างเบ้ปาก “ทำไมทำอย่างกับพวกเราเป็นโจรเลยล่ะ รีบๆ ทำธุระให้จบเหอะ พวกเรายังต้องเดินทางไปที่ราบตอนกลางอีก ที่นั่นกำลังวุ่นวายเลย”
“อย่าเพิ่งร้อนใจ” หลัวหลานยิ้มพูดระหว่างมองปลายกระบอกปืนดำเมี่ยมที่จ่อตนอยู่ “ทำไมนายไม่เห็นทำตัวเป็นลูกน้องสักกะนิดเลยล่ะ คนเป็นลูกน้องต้องรู้สิว่ากิจใดด่วนสุดที่ผู้นำสมาคมตระกูลชิงต้องจัดการ”
โจวฉีดันแว่นกรอบทองของตัวเอง “ฉันไม่ใช่ลูกน้อง ฉันลูกจ้างทำงานแลกเงิน”
“ฮ่าๆ นอกจากเป้าหมายเราแล้ว เรื่องอื่นไม่ต้องสนหรอกเนอะ” หลัวหลานหัวเราะ
พอทหารป้อมปราการเห็นเจ้าอ้วนผู้นี้ยังทำหน้าระรื่นได้อยู่ ก็ประทับใจไม่น้อย ช่างเป็นคนใจกล้าจริงเชียว
ตอนนั้นเอง ผู้บังคับกองร้อยที่สอบถามยืนยันความถูกต้องในการมาเยือนของหลัวหลานกับเสนาธิการทหารเรียบร้อย ก็ทำการปล่อยให้พวกเขาผ่านไปได้
แต่ก่อนที่ทหารป้อมปราการ 178 จะปล่อยให้พวกเขาผ่าน ก็ทำการยึดอาวุธที่พกมา และให้เดินทางโดยใช้รถของสายตรวจแทน
พอขบวนรถมาถึงป้อมปราการ 178 ในตอนฟ้ามืดแล้ว แทนที่จะเป็นจางจิ่งหลินออกมารับ กลับเป็นสูเสี่ยนฉู่ออกมาแทน
หลัวหลานส่งยิ้มให้สูเสี่ยนฉู่ เขาวางแขนลงบนไหล่สูเสี่ยนฉู่อย่างอบอุ่น และกล่าวยกยอว่า “พี่น้องสู่ทั้งหนุ่มทั้งอนาคตไกล ขอโทษจริงๆ นะที่ต้องตรากตรำในกองกำลังส่วนตัวของป้อมปราการสมาคมตระกูลชิ่งเรา เอางี้เป็นไง กลับไปตะวันตกเฉียงใต้กับเราสิ รับประกันเลยว่าจะมีเนื้อให้กินมีเหล้าให้ดื่ม ใช้ชีวิตอิ่มเอมบนกองทอง”
สูเสี่ยนฉู่ปฏิเสธไปอย่างขอไปที “เลิกฝันเถอะ”
แต่หลัวหลานไม่สนใจ ยังคงหัวเราะพูดต่อ “ทุกหน้าหนาวแดนตะวันตกเฉียงเหนือเย็นยะเยือก ป้อมปราการไม่รุ่งเรืองน่าสนุกเหมือนกับป้อมปราการของเราเลย ถ้านายกลับไปตะวันตกเฉียงใต้กับฉัน ฉันจะหาหญิงให้นายสิบคนเลย!”
โจวฉีที่อยู่ข้างเขาถอนหายใจ “เจ้าอ้วนหลัว ตอนนี้นายทำตัวอย่างกับเป็นตัวร้ายในนิยาย”
หลัวหลานพูดอย่างไม่พอใจ “ถึงฉันจะฆาตกรรมกับก่อวินาศกรรม แต่รวมๆ แล้วฉันยังเป็นคนดีอยู่นะ”
“ถุ้ย” โจวฉีและสูเสี่ยนฉู่ถุยน้ำลายออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“เอาล่ะ เลิกโม้ดีกว่า คุยเรื่องจริงจังกัน” หลัวหลานกล่าวกับสูเสี่ยนฉู่ “รีบหาที่แลกเปลี่ยนเอกสารกันแล้วต่างฝ่ายต่างแยกย้ายเถอะ”
สูเสี่ยนฉู่พาพวกหลัวหลานมายังถนนเงียบๆ ห่างไกลเส้นหนึ่ง “สำหรับการพูดคุยวันนี้ ผู้บัญชาการจางบอกแค่ฉันเท่านั้น เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่าความลับจะรั่วไหล มีหลายเรื่องป้อมปราการ 178 ไม่กล้าบอกว่าดีเลิศ แต่พวกเรามีสายลับจากสมาคมอื่นๆ แฝงตัวน้อยสุดนี่แน่นอน”
“ได้ เลิกพล่ามเถอะ ฉันรู้ว่านายเก่งมาก” หลัวหลานหัวเราะ
จากนั้นสูเสี่ยนฉู่ก็ถาม “นายพาตัวประกันที่ไหนมาด้วย หมายถึงเจ้าสี่ตาที่อยู่ข้างนายเหรอ”
โจวฉีพูดอย่างไม่พอใจ “ฉันมีชื่อเฟ้ย แล้วสี่ตานี่หมายความว่าไง”
จากนั้นหลัวหลานโบกมือส่งสัญญาณให้ทหารผู้หนึ่งด้านหลังเขา สูเสี่ยนฉู่ผงะ “คนผู้นี้คือตัวประกันที่สมาคมตระกูลชิ่งส่งมาให้เรา? อย่าคิดส่งคนไม่สำคัญมาให้เราดีกว่า”
ทหารผู้นั้นถอดหมวก เส้นผมดำยาวสลวยไล่หลังราวน้ำตกสายหนึ่ง
หลัวหลานยิ้มเอ่ย “หญิงคนนี้คือคนที่ผู้นำสมาคมตระกูลชิ่งมีใจให้ สำคัญพอไหมล่ะ”
สูเสี่ยนฉู่ขมวดคิ้วมุ่นแล้วมองที่ข้างหลังตัวเอง จากนั้นทหารวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เดินออกมาแล้วว่า “ได้”
หลัวหลานหัวเราะ “นายคือหวังเฟิงหยวนสินะ ได้ยินชื่อเสียงมานาน!”
สูเสี่ยนฉู่ไม่พูดอะไรอีก ถ้าหวังเฟิงหยวนบอกว่าได้ เช่นนั้นก็เพียงพอแล้ว
หวังเฟิงหยวนไม่ตอบหลัวหลาน “ส่งเธอมาให้เราแบบนี้ ไม่กลัวว่าในอนาคตพวกเราจะใช้เธอจัดการสมาคมตระกูลชิ่งเหรอ”
“ไม่ต้องห่วง สมาคมตระกูลชิ่งไม่มีแผนการรวบรวมใต้หล้าอะไรแบบนั้นหรอก ฉันหวังว่าพวกเราทั้งสองฝ่ายจะไม่หันปืนใส่กันดีกว่า!” พูดจบหลัวหลานก็หันตัวจากไป
โจวฉีไล่หลังเขาไปพลางถามว่า “พวกเราไปแบบนี้เลยน่ะนะ ไม่เห็นฉันเคยได้ยินเลยว่าชิ่งเจิ่นชอบผู้หญิงคนนั้น”
หลัวหลานตอบอย่างไม่ค่อยสนใจนัก “เดิมทีผู้หญิงคนนั้นเป็นนักแสดงโอเปร่าในป้อมปราการ 111 แถมยังเป็น ‘ตัวเอก’ เลยด้วยนะ สมัยสภาบริหารอยากกุมจุดอ่อนของชิ่งเจิ่น แต่พวกเขารู้ว่าชิ่งเจิ่นไม่เคยเป็นโรงละครใดซ้ำสอง จึงปล่อยให้ชะตาตัดสินเองว่าเขาจะต้องใจกับนักแสดงหญิงคนไหน”
“แต่ถึงพวกเขาไม่รู้ว่าชิ่งเจิ่นต้องใจผู้หญิงคนไหน แต่การที่สภาบริหารปิดโรงละครและจับผู้หญิงทุกคนไปหมดก็ถือว่าลงมือได้ไม่ผิดเลย ชิ่งเจิ่นถึงได้เข้าใจว่าแต่ละครั้งไปโรงละครไม่ซ้ำแห่งก็เท่านั้น ทันทีที่เขาก้าวเท้าลงสังเวียน ศัตรูเขาจะอำมหิตเหนือประมาณ และศัตรูที่เขาเผชิญในอนาคตมีแต่จะอำมหิตขึ้นเรื่อยๆ”
โจวฉีถอนหายใจ “เพราะงั้นเลยส่งเธอมาเป็นตัวประกันที่นี่แทน? แบบนั้นน่าตกใจกว่าอีก”
“เหอๆ จางจิ่งหลินเป็นหนึ่งในวิญญูชนแท้จริงไม่กี่คนของโลกใบนี้ ส่งเธอมาเป็นตัวประกันที่นี่เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว” หลัวหลานยิ้มกว้าง “อีกไม่นานสมาคมตระกูลชิ่งเราจะไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป ถึงเวลานั้นชิ่งเจิ่นไม่อาจแบ่งสมาธิมาคอยคุ้มกันเธอได้อีก”
“แต่ป้อมปราการ 178 ไม่ได้แลกตัวประกันกับเรา ทำไมพวกเราต้องส่งตัวประกันให้พวกเขาด้วยล่ะ” โจวฉีไม่เข้าใจ
หลัวหลานพูดเสียงหนักแน่น “เพราะรางรถไฟ”
สมาคมตระกูลชิ่งอยากเชื่อมรางรถไฟมายังป้อมปราการ 178 เพื่อเป็นการเปิดเส้นทางไปยังที่ราบตอนกลาง แต่ว่าจางจิ่งหลินเคยปฏิเสธ
หลังจากต่อรองกันมาสองเดือนทั้งสองฝ่ายก็ทำข้อตกลงกันได้ในที่สุด ถึงสมาคมตระกูลชิ่งต้องจ่ายด้วยราคาสูงลิบ แต่ชิ่งเจิ่นก็คิดว่ามันคุ้มค่าแล้ว เขาถึงกับเป็นคนเสนอการส่งตัวประกันทางการเมืองมาให้ป้อมปราการ 178 เลยด้วยซ้ำ
หลัวหลานเข้าใจว่าภายนอกคือส่งหญิงผู้นี้มาเป็นตัวประกัน แต่แท้จริงคือให้ป้อมปราการ 178 คอยปกป้องเธอ ตราบใดที่สมาคมตระกูลชิ่งไม่ประกาศสงครามกับป้อมปราการ 178 ที่นี่ก็จะเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยที่สุดของเธอ
โจวฉีเดาะลิ้น “เธอเองก็ไม่ใช่ธรรมดา ถูกส่งมาเป็นตัวประกันแต่ยังสงบนิ่งได้อยู่”
“แหงล่ะ คนที่น้องชายฉันชอบจะธรรมดาได้ไง”