The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 496 องค์กรไรเดอร์
การเขียนจดหมายลับมีวิธีมากมาย อย่างเช่นเอายาแก้ปวดไปละลายน้ำ หลังผ่านกระบวนการพิเศษตัวอักษรก็จะโผล่ขึ้นมา อีกตัวอย่างก็พวกแป้งในน้ำข้าว หลังเอาสารละลายไอโอดีนทาเบาๆ ก็จะปรากฏข้อความลับ
แต่ที่หยางเสียวจิ่นใช้น้ำต้นหอมก็เพราะว่ามันง่ายกว่าเฉยๆ อีกทั้งถ้ามีคนเอาสารละลายไอโอดีนทาก่อนอิงไฟ ก็จะเห็นข้อความไม่ชัด
พอน้ำต้นหอมซึมลงไป จุดเผาไหม้ก็จะต่ำกว่าตัวกระดาษ โดนความร้อนเล็กน้อยก็กลายเป็นสีน้ำตาลแล้ว
หยางเสียวจิ่นมองกระดาษค่อยๆ บินออกไปราวกับมันกำลังแบกความหวังของเธอไว้ด้วย หวังว่าขากลับ มันจะพาข่าวดีมาให้เธอ
…
เริ่นเสี่ยวซู่กับโจวอิ๋งเสวียกำลังเดินท่องไปตามแดนรกร้าง ช่วงที่ผ่านมาสมาคมตระกูลหวังเริ่มจับกุมคนน่าสงสัยแล้ว พวกเขาคิดว่าใช้รถมันเตะตาไปหน่อย เลยไม่ใช้ดีกว่า
ทั้งสองคนสามารถหารถจักรยานยนต์มาใช้ก็ได้ แต่ประเด็นคือขี่กันไม่เป็นสักคน…
ภารกิจรับตัวโจวอิ๋งเสวียของเริ่นเสี่ยวซู่สำเร็จแล้วเรียบร้อย แต่ว่าเขาก็ต้องผิดหวัง รางวัลมันแค่คัมภีร์คัดลอกทักษะขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่ขั้นไร้ที่ติ หรือจะพูดอีกอย่างก็คือคัมภีร์นี้ใช้คัดลอกพลังพิเศษของผู้อื่นไม่ได้
แต่ว่านั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ในอนาคตยังมีภารกิจให้ทำอีก และอย่างไรคัมภีร์คัดลอกทักษะขั้นไร้ที่ติก็ย่อมโผล่มา
ตลาดมืดที่โจวอิ๋งเสวียพูดถึงนั้นตั้งอยู่ระหว่างกลางสมาคมตระกูลหวัง ข่ง และโจว ตั้งอยู่ในหุบแห่งหนึ่งใกล้นครลั่วหยาง
นครลั่วหยางอยู่ภายใต้กลุ่มบริษัทชิงเหอ และที่จริงก็เป็นป้อมปราการเดียวที่กลุ่มบริษัทชิงเหอควบคุมด้วย
ที่ผู้สร้างตลาดมืดเลือกมาตั้งใกล้นครลั่วหยางก็เพราะว่ามันสะดวกต่อการซื้อขายของโลกใต้ดินจากทั้งสามสมาคม ไม่ว่าที่ไหนก็ใกล้ไปหมด
นอกจากนี้ตราบใดที่ไม่เกิดเรื่องใหญ่โตในตลาดมืด กลุ่มบริษัทชิงเหอก็จะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
เริ่นเสี่ยวซู่ถาม “ใครก็เข้าตลาดมืดได้เหรอ”
“ใช่แล้ว” โจวอิ๋งเสวียว่า “ตลาดมืดมันใหญ่พอๆ กับเมืองๆ หนึ่งในยุคก่อนภัยพิบัติเลยแหละ ที่นั่นคึกคักสุดๆ ผู้ถูกหมายจับหลายคนก็เข้ามากบดานที่นี่กัน พวกคนรวยๆ สามารถมาจ้างพวกเขาทำงานสกปรกได้”
เริ่นเสี่ยวซู่พยักหน้า “อ่าฮะ หลังไปถึงก็แสดงละครเป็นลูกน้องฉันแล้วกัน”
โจวอิ๋งเสวียรับไม่ได้ “ทำไมจู่ๆ ฉันกลายเป็นคนติดตามเฉยเลยล่ะ ยังไงฉันก็เป็นผู้มีพลังพิเศษนะ!”
เริ่นเสี่ยวซู่หันไปมองเธอด้วยสายตาสงบนิ่ง น้ำเสียงโจวอิ๋งเสวียจางลงไปในพลัน “ก็ได้ๆ แค่แสร้งเป็นลูกน้องนายมันจะอะไรกันเชียว…เดี๋ยวก่อน มีคนในตลาดมืดหลายคนเคยเห็นฉันนะ ตอนนี้ต้องไปทำภารกิจกลุ่มระดับ A ก็เคยเปิดเผยพลังกัน ถ้ามีคนจำฉันได้ แล้วกลายเป็นว่าฉันเป็นลูกน้องนาย แบบนี้นายจะต้องแข็งแกร่งขนาดไหน”
เริ่นเสี่ยวซู่คิดตามแล้วก็ฟังเข้าเค้าไม่เลว เลยเหลือบตามองโจวอิ๋งเสวียพร้อมว่า “งั้นบอกคนอื่นว่าฉันเป็นผู้ช่วยเธอแล้วกัน”
จากนั้นโจวอิ๋งเสวียก็พูดระรื่นว่า “งั้นนายต้องทำตัวแบบผู้ช่วยนะ ห้ามสั่งฉันไปไหนมาไหน”
“ก็ได้!” เริ่นเสี่ยวซู่โบกมืออย่างรำคาญใจ “วางใจได้”
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะถึงชายขอบของตลาดมืดนั้น ก็มีคนจากตลาดมืดออกมาถามคำถาม พวกเขาไม่ถามว่าพวกเริ่นเสี่ยวซู่เป็นใคร เพียงถามว่ามามีธุระอะไรเท่านั้น ถึงกับถามด้วยซ้ำว่าต้องการจองห้องพักไหม
โจวอิ๋งเสวียพูดด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง “จองสองห้อง”
“ต้องการเช่ารถหรือจองนวดไหม”
“ยังก่อน”
“รับทราบ”
หลังจากนั้นคนจากตลาดมืดก็จากไปอย่างสุภาพเรียบร้อย ก่อนจากกันยังอวยพรให้มีความสุขกับการอยู่ที่นี่ด้วย
เริ่นเสี่ยวซู่เลียปาก “การบริการของตลาดมืดนี่ดีชะมัด”
โจวอิ๋งเสวีย “ไม่รู้ว่าใครเป็นคนควบคุมตลาดมืดอยู่หลังฉาก นอกจากจะทำให้ที่นี่ขายของต้องห้ามแล้ว ยังสร้างวงจรใช้จ่ายแบบยั่งยืนขึ้นมาอีก ถ้านายจ่ายเงินมากพอ พวกเขาถึงกับจะส่งบัตรเชิญไปพักริมชายหาดทุกฤดูใบไม้ร่วงด้วยแน่ะ ที่นี่มีคาสิโนใหญ่ด้วยนะ ดีลเลอร์ในนั้นนี่ใส่ชุดแจ่ม…”
เริ่นเสี่ยวซู่ “ใส่ชุดเปิดเผยยิ่งกว่าตอนเธอใส่ที่ห้องสมุดอีกเหรอ”
ใบหน้าโจวอิ๋งเสวียดำคล้ำไปในพลัน “จะพูดเรื่องนั้นทำเพื่อ!”
ตั้งแต่โจวอิ๋งเสวียออกจากสมาคมตระกูลหยาง ก็ดูราวเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เมื่อก่อนเธอต้องทำอะไรหลายอย่างเพราะเป็นงาน แต่ตอนนี้เธอใช้ชีวิตเพื่อตัวเองแล้ว
ผู้มีพลังพิเศษที่ออกจากสมาคมหนึ่งมาได้ ก็ราวกับเป็นวิหคออกจากกรง
ตอนนี้ถ้าโจวอิ๋งเสวียอยากใส่ชุดเผยเรือนร่างก็จะใส่ แต่เธอไม่จำเป็นต้องใส่เพื่อล่อลวงผู้ชายอีกแล้ว
ทันทีที่โจวอิ๋งเสวียเข้ามาในตลาดมืด แน่นอนว่ามีคนจำเธอได้ทันที จึงออกมารับรองอย่างใกล้ชิด
แต่กลับมีเรื่องที่เริ่นเสี่ยวซู่ไม่คาดคิดอยู่ เขานึกว่าภารกิจที่ป้อมปราการ 61 ล้มเหลวไปแล้ว แต่คนในตลาดมืดพูดกันว่ากลุ่มของโจวอิ๋งเสวียทำภารกิจกวาดล้างบริษัทหัวจ่งในป้อมปราการ 61 ได้เยี่ยมมาก
แต่เริ่นเสี่ยวซู่เห็นความไม่มั่นใจแฝงอยู่ในดวงตาโจวอิ๋งเสวีย จึงคิดว่าถ้ามีโอกาสจะตามสืบเรื่องนี้
มีคนเห็นเริ่นเสี่ยวซู่ด้วย จึงพูดแกมสงสัย “ผู้นี้คือ…”
โจวอิ๋งเสวียโบกมืออย่างเย็นชา “แค่ผู้ช่วยฉัน ไม่ต้องไปสนใจเขา”
เริ่นเสี่ยวซู่ “…”
เริ่นเสี่ยวซู่ถูกนักประจบสอพลอทั้งหลายเมินไปทันที ส่วนโจวอิ๋งเสวียโดนพวกเขาล้อมหน้าล้อมหลังถามรายละเอียดการต่อสู้
ส่วนใหญ่คนพวกนี้ยังชีพด้วยการขายข้อมูล ถ้าสามารถหาข้อมูลสำคัญจากโจวอิ๋งเสวียได้ด้วยการยกยอเสียหน่อย ทำไมจะไม่ทำล่ะ
แต่เริ่นเสี่ยวซู่เห็นว่าโจวอิ๋งเสวียเองก็ไม่โง่ เธอพูดไหลลื่นโดยไม่ปล่อยข้อมูลมีประโยชน์อะไรสักนิด
ทันใดนั้น เขาก็เห็นคนผู้หนึ่งเดินนำกลุ่มคนเข้ามาในตลาดมืด คนนำหน้าสุดประหลาดไม่น้อย อีกทั้งทุกคนต่างก็มีผ้าพันคอสีแดงคุมหน้ากันทั้งหมด ผู้ติดตามบางคนเองก็ดูเด็กมาก อาจจะกำลังเรียนอยู่ด้วยซ้ำ
พวกคนที่ล้อมโจวอิ๋งเสวียอยู่เห็นว่าล้วงข้อมูลอะไรออกจากปากเธอไม่ได้จึงแยกย้ายกันไป และเข้าไปมุงรอบคนหนุ่มที่มีผ้าพันคอแดงคลุมหน้าแทน เริ่นเสี่ยวซู่ถามเสียงเบา “นั่นใครน่ะ”
“เป็นคนขององค์กรไรเดอร์” โจวอิ๋งเสวียกระซิบ “เพราะที่นี่อยู่ใกล้กลุ่มบริษัทชิงเหอ จะเห็นพวกเขาก็ไม่แปลก”
“งั้นพวกที่อยู่ข้างหลังเขาเป็นใคร ดูเด็กกันมากเลย” เริ่นเสี่ยวซู่ถาม
“เห็นว่าเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชิงเหอ ทางมหาวิทยาลัยมีกฎว่านักศึกษาต้องออกเดินทางท่องโลก แต่ว่าต้องทำภายใต้การปกป้องจากพวกไรเดอร์”