The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 497 คาบเรียนวิชาโลกภายนอก
คนขององค์กรไรเดอร์ที่มีผ้าพันคอแดงคลุมหน้าเดินนำพวกนักศึกษาผ่านไป ทุกครั้งที่
ผ่านอาคารบางแห่ง ตัวไรเดอร์ก็จะชื้อธิบายว่าที่นั่นคืออะไร ถึงกับอธิบายพวกนักศึกษาด้วยช้ำว่า
คนที่นี่ทำอะไรบ้าง ที่จริงการเดินทางครั้งนี้เหมือนจะเป็นทัศนศึกษามากกว่า หรือไม่ก็เป็นคาบ
เรียนออกมารับรู้ว่าโลกภายนอกเป็นอย่างไร
เริ่นเสี่ยวขู่เชื่อว่าไรเดอร์ผู้นี้ต้องพาพวกนักศึกษาไปดูสภาพความเป็นอยู่ของพวกผู้อพยพ
ก่อนจะพามาดูตลาดมืดแน่ๆ
หลังจากกลุ่มนักศึกษาผ่านไปแล้ว โจวอิ้งเสวียก็ว่า “นี่ก็เย็นละ พวกเราไปพักที่โรงแรมที่เรา
จองไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะพาชมสถานที่ ตอนกลางคืนตลาดมืดไม่มีอะไรให้ดูเพราะคน
ไม่ขายของกันแล้ว พวกคนรวยๆ จะไปเผาเงินตัวเองตามสถานบันเทิง ส่วนพวกจนๆ ก็รอรับงาน
จากพวกนายท่านๆ อยู่ข้างนอก ”
เริ่นเสี่ยวขู่พยักหน้า “ไปกันเถอะ”
แต่ดอนที่เดินทางไปโรงแรมนั้น พวกเขาก็สังเกตว่าไรเดอร์ผู้นั้นก็กำลังนำพวกนักศึกษา
ไปทางเดียวกัน
ระหว่างเดินไป เริ่นเสียวขู่ก็เห็นโรงแรมเปิดไฟสว่างโร่อยู่ข้างหน้า “เราพักโรงแรมนี้ใช่ไหม
“ใช่” โจวอิ้งเสวียพยักหน้า “ดูเหมือนว่าคนจากกลุ่มบริษัทชิงเหอก็จะพักที่นี่เหมือนกัน”
โรงแรมนี้หรูหราไม่น้อยเลย ข้างนอกมีที่จอดรถ มีพนักงานเครื่องแบบสีขาวคอยรับรอง
แขก พื้นหินอ่อนตรงประดูโรงแรมสะอาดหมดจด เริ่นเสี่ยวขู่ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีสถานที่แบบนี้
หลบมุมอยู่ในชนบทห่างไกล ดูหรูยิ่งกว่าที่มีในป้อมปราการอีก
โจวอิ้งเสวียพูดเสียงค่อย “ตลาดมืดอื่นๆ ต้องกลัวถูกสมาคมตระกูลต่างๆ ล้อมปราบ แต่ว่า
ที่นี่มีทั้งความปลอดภัยทั้งความมั่นคง ค่อยๆ ล่ออาชญากรตัวเป้งทั้งหลายเข้ามา หลายปีมานี้
พวกอาชญากรใหญ่เปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นสำนักงานใหญ่ของตัวเองแล้ว”
พอทั้งสองเข้าไปยังล็อบบี้โรงแรม พนักงานต้อนรับนำผ้าเช็ดตัวอุ่นๆ มาให้พวกเขา
พร้อมกับยิ้มกล่าวว่าเป็นของรับรอง เริ่นเสี่ยวขู่เห็นพวกไรเดอร์กล่าวเสียงนิ่งแนะนำพวกนักศึกษา
จากกลุ่มบริษัทซึงระหว่างพวกเขาเช็กอินกัน “ได้มาที่นี่ดูโลกภายนอกก็ดีแล้ว แต่อย่าทำให้เรื่องดี
ๆ กลายเป็นเรื่องแย่ๆ ไป ถ้าฉันเจอว่าใครออกไปคาสิโนหรือสถานบันเทิงล่ะก็ หลังกลับลั่วหยาง
แล้วจะถูกไล่ออกทันที”
ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกันนั้น ไรเดอร์ก็เงยหน้าขึ้นแล้วเห็นว่าเริ่นเสี่ยวขู่กำลังมองตนอยู่
จึงพยักหน้าและยิ้มให้อย่างไม่ถือตัว แต่ว่ารอยยิ้มสุภาพนี้ดูสร้างระยะห่างเป็นโยชน์
ไง”
โจวอิ้งเสวียกระชิบ “พวกไรเดอร์ภาคภูมิใจในตัวเอง แถมเป็นพวกไม่ค่อยเข้าสังคมด้วย”
“พอมองออกอยู่” เริ่นเสี่ยวขู่พยักหน้า
หลังจากไรเดอร์พาพวกนักศึกษาไปแล้ว พนักงานรับรองสาวสวยก็กล่าวกับโจวอิ้งเสวียด้วย
ท่าทางขอโทษขอโพย “สวัสดีค่ะคุณโจว ขออภัยด้วยนะคะ แต่ว่ามันมีห้องว่างแค่ห้องเดียว ห้อง
1005 ค่ะ”
โจวอิ้งเสวียชะงัก “ฉันเพิ่งเคยเจออะไรแบบนี้ ฉันจองห้องไว้ล่วงหน้านะ มันเป็นแบบงี้ได้
พนักงานรับรองสาวสวยกล่าวขอโทษ “ทางเราขออภัยจริงๆ ค่ะ แต่เพราะจู่ๆ ก็มีแขกจาก
กลุ่มบริษัทขิงเหอมาตั้งยี่สิบคน พวกเขาไม่ได้จองห้องไว้ก่อน คือ … คุณโจวก็น่าจะรู้ว่ากลุ่มบริษัท
ชึงเหอเป็นแขกระดับสูงสุดของโรงแรมเรา”
แต่ก่อนที่โจวอิ้งเสวียจะได้มีปากเสียงด้วย ก็มีคนเดินเข้ามาในล็อบบี้พอดี พอเขาเห็นโจว
อิ๋งเสวียก็ยิ้มกล่าว “อ้าว โจวอิ้งเสวียนี่! ได้ยินว่าภารกิจรอบล่าสุดราบรื่นดี? แต่ดูเหมือนเธอจะเป็น
มือสังหารระดับ A คนเดียวในกลุ่มที่รอดกลับมาได้นะ เป็นผู้มีพลังพิเศษที่แข็งแกรงอย่างแท้จริง
เริ่นเสี่ยวขู่มองไปยังผู้พูด เส้นผมเขาหวีเรียบแปล้ ใส่สูทเข้ารูป เขาใส่รองเท้าหนังคู่หนึ่ง
แต่กลับไม่ได้ใส่ถุงเท้า เริ่นเสียวขู่เอ่ยถาม “นี่โครนะ เขาไม่มีเงินซื้อถุงเท้าเหรอ”
ชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโมโหจนกลายเป็นขำ “มุกตลกตายล่ะ!”
แต่โจวอิ้งเสวียขมวดคิ้วพูด “ผู้ช่วย อย่าให้เขาเข้ามาใกล้ฉัน แต่อย่าลงไม้ลงมือล่ะ ใน
โรงแรมห้ามต่อสู้กัน ฉันจะขึ้นไปพักก่อน”
เริ่นเสี่ยวขู่มองโจวอิ้งเสวียอย่างทึ่งๆ หลังจากได้กุญแจห้องมาแล้ว เธอก็หันตัวเข้าลิฟต์ไป
เริ่นเสี่ยวขู่ยืนรอหน้าลิฟต์เงียบๆ ส่วนชายผู้นั้นพยายามเดินผ่านเขาไปจับแขนโจวอิ้งเสวีย แต่ก็
ถูกเริ่นเสียวขู่บังทางไว้ราวเป็นผู้คุ้มกันชั้นดี …
หลังจากโจวอิ้งเสวียหายลับไปแล้ว ชายผู้นั้นก็จากไปอย่างกระฟัดกระเฟียด “ทำภารกิจ
ระดับ A เสร็จไปแค่ตัวเดียวก็หาผู้ชายมากกแล้วเหรอ”
เริ่นเสียวขู่ที่กำลังขึ้นชั้นบนตากระตุก ถ้าไม่ใช่โจวอิ้งเสวียบอกเขาเป็นมั่นเหมาะว่าห้าม
สู้กันในโรงแรมล่ะก็ ชายผู้นี้คงถูกเขาฆ่าไปแล้ว
หลังจากเคาะประดูแล้วเข้าห้องไป เริ่นเสียวขู่ก็เดินส่ายๆ เข้าไปนั่งที่โซฟา โจวอิ้งเสวียยิ้ม
แหยะๆ เข้ามานวดขาให้เขาทันที “แค่แสดงละครให้สมจริงเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเจ้ากี้เจ้าการนาย
นะ แถมเขาโคดรน่ารำคาญเลย … ”
เริ่นเสี่ยวขู่ร้องอื่ม “เขาเป็นโคร”
โจวอิ้งเสวียอธิบายไปพลางนวดขาเริ่นเสี่ยวขู่ไปพลาง “เขาชื่อจ้าวอ่าวเฉิง เป็นมือสังหาร
ระดับ A เหมือนกัน แต่ไม่มั่นใจว่าเขามีพลังพิเศษอะไรไหม เดิมที่เขาควรอยู่ในกลุ่มที่ไปทำ
ภารกิจที่ป้อมปราการ 51 ด้วย แต่เพราะฉันโผล่มา เลยชวนฉันแทน ส่วนเขาก็ถูกเตะออกจากกลุ่ม
ได้ยินมาว่าเขาเคยหักหลังเพื่อนร่วมกลุ่ม”
“ก็คือเธอแย่งตำแหน่งเขาในกลุ่มว่างั้น ถึงว่าทำไมปากร้ายนัก” เริ่นเสียวขู่พยักหน้า ที่จริง
จะช่วยโจวอิ้งเสวียนิดหน่อยเขาไม่ถือหรอก ทั้งยังเข้าใจด้วยว่าทำไปเธอถึงตั้งใจพูดว่ามีที่สำหรับ
มือสังหารรวมตัวกันทำภารกิจ และยอมรับอีกว่าเริ่นเสียวขู่แข็งแกร่งว่าเธอ ทุกอย่างก็เพราะโจว
อิ้งเสวียรู้ว่าพลังตนเองไม่ได้กล้าแกร่งอะไร ไม่อาจทำภารกิจระดับ A ได้ด้วยตัวคนเดียว
ดังนั้นเป้าหมายหลักของโจวอิ้งเสวียคือการพาเริ่นเสียวขู่มาจัดตั้งกลุ่มกับเธอทำภารกิจ
พูดแบบตรงๆ เลยคือเธออยากเกาะเขาทำภารกิจนั่นแหละ
“เอาล่ะ เลิกนวด ยังไงเธอก็เป็นผู้มีพลังพิเศษคนหนึ่ง” เริ่นเสียวขู่พูดอย่างไม่สบอารมณ์
โจวอิ้งเสวียก่นด่าอยู่ในหัว เป็นผู้พลังพิเศษแล้วทำไม เธอเล่นโดนเขาจัดการมาตั้งหลาย
รอบแล้วนี่ เธอจะมีกงมีเกียรติของผู้มีพลังพิเศษอะไรเหลืออยู่อีก! เธอแทบเป็นสาวใช้คนหนึ่งอยู่
ร่อมร่อ!
เริ่นเสี่ยวขู่โพล่งถาม “เธอรู้อะไรเรื่องกลุ่มบริษัทซิงเหออีก ทำไมโรงแรมถึงให้ความสำคัญ
ต่อพวกเขาแบบนี้ พวกเขาต่อสู้เก่งมากเลยเหรอ”
“พลังรบของกลุ่มบริษัทขิงเหอเป็นปริศนามาตลอด มีข่าวลือว่าผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทขิงเหอ
เป็นผู้มีพลังพิเศษตั้งแต่ก่อนมีภัยพิบัติอีก แต่ก็แค่ลือกันเฉยๆ นะ” โจวอิ้งเสวียขึ้นมานั่งข้างเขา
อย่างระแวง ก่อนจะพูดต่อ “เห็นว่าดาวเทียมสิบสองดวงที่พันธมิตรแห่งป้อมปราการครอบครอง
อยู่ เจ็ดดวงเป็นของกลุ่มบริษัทชิงเหอ อีกอย่างไฟฟ้าที่ใช้ในตลาดมืดก็เป็นกลุ่มบริษัทซึงเหอให้”
“สรุปกลุ่มบริษัทขิงเหอคือนายใหญ่เบื้องหลังตลาดมืดสินะ”