The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 499 วิธีแก้ปัญหาฉบับเริ่นเสี่ยวซู่
ในหมู่มือสังหารระดับ A เองก็มีผู้มีพลังพิเศษอยู่ไม่มากนัก จะฆ่าพวกคนสำคัญตามสมาคมต่างๆ จ้างมือสังหารระดับ A หลายๆ คนก็เพียงพอแล้ว
แต่จะจัดการคนของบริษัทหัวจ่งล่ะก็ แค่นั้นคงยากอยู่บ้าง
ทว่าเริ่นเสี่ยวซู่ไม่ได้คิดจะทำภารกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทหัวจ่ง เพราะแบบนั้นมันลำบากเขาเกินไป
ตอนนี้เอง โทรศัพท์ในห้องก็ดังขึ้น พอโจวอิ๋งเสวี๋ยรับโทรศัพท์ ก็ได้ยินเสียงรื่นหูกล่าว “แขกห้อง 1209 มอบหมายให้ทางโรงแรมเชิญผู้ที่สนใจทำภารกิจกลุ่มค่ะ ถ้าสนใจ โปรดเดินทางไปห้อง 1209 ค่ะ”
“อืม เข้าใจแล้ว” หลังจากโจวอิ๋งเสวียวางสาย ก็หันไปหาเริ่นเสี่ยวซู่ “ไปไหม”
“โรงแรมนี้ไม่เลวเลย ถึงกับเป็นคนกลางมอบภารกิจให้มือสังหารได้ด้วย ป้อมปราการ 73 ห่างจากที่นี่กี่กิโลเมตรนะ” เริ่นเสี่ยวซู่ถาม “คงไกลอยู่ล่ะสิ ฉันไม่เคยได้ภารกิจไปแถวนั้นมาก่อนเลย หรือว่าภารกิจมีเขตพื้นที่กำหนดไว้อยู่?”
“ห่างจากที่นี่ประมาณหกร้อยกิโลเมตร ที่จริงฉันไม่ค่อยอยากทำภารกิจนี้เท่าไร” โจวอิ๋งเสวียว่า “ฉันไม่เคยไปป้อมปราการ 73 มาก่อน ไม่ชินกับพื้นที่เลย แต่อารามอันจิงมอบภารกิจตามเขตพื้นที่จริงนั่นแหละ รู้สึกว่าถ้าอยู่ในอาณาเขตของสมาคมตระกูลหวัง ก็จะมีแต่ภารกิจเกี่ยวกับสมาคมตระกูลหวังน่ะนะ แต่ว่าตลาดมืดนี้พิเศษหน่อย ตราบใดที่ตัวยังอยู่ที่นี่ ก็จะได้ภารกิจครอบคลุมทั้งสามสมาคมเลย”
เริ่นเสี่ยวซู่เข้าใจแล้ว เป็นแบบนี้นี่เอง ถึงว่าทำไมโจวอิ๋งเสวียจึงบอกว่ามือสังหารส่วนใหญ่ทำภารกิจเสร็จก็จะพักที่ตลาดมืดต่อ นอกจากมีแหล่งอบายมุขให้ปรนเปรอแล้ว อยู่ที่นี่ยังมีโอกาสได้ภารกิจเพิ่มด้วย!
ที่ตั้งของตลาดมืดนี้พิเศษมากจริงๆ
เขาพูดกับโจวอิ๋งเสวียเสียงเคร่ง “รีบไปป้อมปราการ 73 อย่าให้คนอื่นมาแย่งภารกิจเราได้ แล้วก็ไม่ต้องใช้คนอื่นช่วยหรอก แค่เราสองคนก็น่าจะพอ”
โจวอิ๋งเสวียเหมือนเพิ่งได้ยินเรื่องน่าสนใจ “นายต้องแข่งทำภารกิจระดับ D กับคนอื่นด้วยเหรอ”
เริ่นเสี่ยวซู่ถาม “พวกเธอไม่ต้องแข่งกันทำภารกิจระดับ A เหรอ”
“ไม่ต้องสิ!” โจวอิ๋งเสวียว่า “พอมีคนสร้างกลุ่มแล้วยื่นขอรับภารกิจกับอารามอันจิงแล้ว ภารกิจก็จะไม่ส่งไปให้คนอื่นอีก อารามอันจิงจะดูว่ากลุ่มความสามารถพอทำภารกิจได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็จะไม่ผ่าน ถ้าเรายื่นไปแค่มือสังหารระดับ A คนเดียว พวกเขาต้องไม่ให้ผ่านแน่”
เริ่นเสี่ยวซู่เข้าใจแล้ว หลังเลื่อนเป็นระดับ A แล้ว สุดท้ายเขาก็ยังต้องจัดกลุ่มทำภารกิจอยู่ดีสินะ ปกติแล้วยามอารามอันจิงส่งภารกิจที่ต้องทำหลายคนขึ้นมา ถ้ายื่นทำภารกิจเป็นกลุ่มจะผ่านง่ายกว่า
ถึงจะมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมา พวกมือสังหารก็ไม่ได้มีปากเสียงอะไร ทุกคนเชื่อมั่นในการรวบรวมข่าวกรองของอารามอันจิง อย่างไรที่อารามอันจิงให้ทุกคนจัดกลุ่มอย่างอิสระก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคนเอง
“คิดว่าฉันควรรับภารกิจนี้ไหม” เริ่นเสี่ยวซู่ถาม
โจวอิ๋งเสวียคิดพักหนึ่งก่อนตอบ “พวกเราไม่คุ้นเคยกับสถานที่ มันก็อันตรายอยู่นะ ไม่รับภารกิจดีกว่า”
“งั้นไปกัน! ไปดูสักหน่อยว่าเพื่อนร่วมกลุ่มเรารอบนี้เป็นยังไง” เริ่นเสี่ยวซู่ว่า
โจวอิ๋งเสวีย “???”
ฟังฉันบ้างเปล่าเนี่ย!
หลังถกกันประมาณสิบนาที เริ่นเสี่ยวซู่ก็ตัดสินใจจะรับภารกิจ โจวอิ๋งเสวียตามหลังเริ่นเสี่ยวซู่พร้อมกับมองค้อนอยู่นาน ถ้าตั้งใจจะรับภารกิจอยู่แล้วก็บอกมาเลยสิ จะถามความเห็นฉันทำเพื่อ
แต่ถึงโจวอิ๋งเสวียจะโกรธ เธอก็ไม่กล้าพูดอะไรอยู่ดี สาวรับใช้ไม่มีสิทธิ์จะโต้เถียงหรอก
ทั้งสองขึ้นลิฟต์ไปห้อง 1209 ที่ชั้นสิบสอง แต่พวกเขาก็ต้องแปลกใจเพราะประตูห้องเปิดอ้าซ่ารออยู่แล้ว ข้างในมีคนห้าคนนั่งอยู่ หนึ่งในนั้นคือจ้าวฮ่าวเฉิงที่เริ่นเสี่ยวซู่กันไม่ให้เข้าลิฟต์เมื่อคืน
อารามอันจิงให้มือสังหารทำภารกิจเป็นกลุ่มห้าคน ดังนั้นต่อให้มีคนเพิ่ม รางวัลรวมก็ยังเท่าเดิมอยู่ดี ตอนนี้ในห้องมีห้าคนเรียบร้อย แสดงว่าพวกเขาอาจมาช้าเกินไป
เริ่นเสี่ยวซู่คิด สุดท้ายก็ยังต้องแข่งกับคนอื่นทำภารกิจอยู่ดีนี่หว่า…
พอจ้าวฮ่าวเฉิงเห็นโจวอิ๋งเสวียกับเริ่นเสี่ยวซู่ ก็หัวเราะยกใหญ่ “โทษที แต่ว่ารอบนี้ไม่มีที่ให้เธอแล้ว”
ผู้ที่เป็นเจ้าของห้องพัก 1209 กล่าวขอโพยกับโจวอิ๋งเสวีย “ขอโทษทีนะ แต่พวกเรามีคนครบแล้วน่ะ”
โจวอิ๋งเสวียพูดเสียงเย็น “จ้าวฮ่าวเฉิงมีประวัติทรยศเพื่อนร่วมกลุ่ม นายยังอยากทำภารกิจกับคนแบบนี้อีกเหรอ”
ใบหน้าจ้าวฮ่าวเฉิงดำทะมึน “โจวอิ๋งเสวีย ฉันขอเตือนเธอ อย่ามาใส่ร้ายคนอื่น เธอเองก็เป็นคนเดียวที่รอดมาหลังทำภารกิจที่ป้อมปราการ 61 สำเร็จ ฉันว่าเธอเองก็ไม่เบาหรอก”
“อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้หักหลังเพื่อนร่วมกลุ่มตัวเองแล้วกัน” โจวอิ๋งเสวียพูดเสียงเย็น
เจ้าของห้อง 1209 ยังคงเอ่ยว่าจาสุภาพเกรงใจ “เพราะแถวนี้มีมือสังหารระดับ A ไม่มาก วงการก็คับแคบ ฉันที่เป็นคนเริ่มรับภารกิจไม่อาจทำให้ทั้งสองขุ่นเคืองได้ เลยได้แต่พูดว่าใครมาก่อนได้ก่อน”
โจวอิ๋งเสวียกลับออกจากห้องไปโดยมีเริ่นเสี่ยวซู่ตามหลังไปติดๆ ราวเป็นผู้ช่วยคนหนึ่งจริงๆ
หลังจากออกมาแล้ว โจวอิ๋งเสวียก็คิดจะกลับไปห้องตัวเอง แต่เริ่นเสี่ยวซู่กลับกดปุ่มไปชั้นหนึ่ง พอถึงชั้นล่าง ก็ออกนอกตลาดมืดไป
โจวอิ๋งเสวียถาม “ทำอะไรน่ะ ไม่กลับไปรอภารกิจใหม่ที่ห้องล่ะ คงไม่ได้โมโหจนไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อหรอกนะ”
“ที่ฉันจะออกตลาดมืดไม่เกี่ยวว่าโกรธไม่โกรธหรอก” เริ่นเสี่ยวซู่มองโจวอิ๋งเสวียแบบแปลกๆ ใจงุนงงว่าทำไมเธอถึงมีความประหลาดๆ แบบนั้นได้
โจวอิ๋งเสวียตามเริ่นเสี่ยวซู่ไปอย่างรำคาญใจ ปากก็บ่นไปด้วย “ฉันไม่เข้าใจเลยว่าคนพวกนั้นคิดอะไรอยู่! ตอนที่จ้าวฮ่าวเฉิงหักหลังเพื่อนร่วมกลุ่มตัวเอง ตอนนั้นเขาไม่คิดหรอกว่าจะมีคนหนึ่งรอดมาได้ เรื่องนี้คนรู้แค่หยิบมือ เพื่อนร่วมกลุ่มที่รอดมาได้คนนั้นก็บาดเจ็บหนักจนเสียชีวิตไป คนตายพูดไม่ได้ เขาเลยทำตัวผยองอีกแล้ว”
ระหว่างที่พวกเขาเดินผ่านเนินเขาแห่งหนึ่ง โจวอิ๋งเสวียเห็นว่าจู่ๆ เริ่นเสี่ยวซู่ก็ควักปืนสไนเปอร์ออกมา ทำราวกับแถวนี้มีแค่เขาคนเดียว เอาตัวหมอบลงกับพื้น มองผ่านกล้องสโคป “มีคนครบกลุ่มแล้วยังไง รอจ้าวฮ่าวเฉิงออกมาจากโรงแรมแล้วค่อยฆ่าเขา แบบนี้พวกเราก็มีที่แล้ว”
จ้าวอิ๋งเสวียตะลึง เอาจริงสิ ถ้ากลุ่มเต็ม ก็ฆ่าไปคนให้กลุ่มขาด? แค่นี้ก็ทำภารกิจได้แล้ว! ตรรกะบ้าบออะไรเนี่ย มันใช่เรื่องที่มนุษย์ควรคิดกันเหรอ!
เธอยังไม่รู้ว่าเริ่นเสี่ยวซู่ขโมยโทรศัพท์มือถือจากมือสังหารระดับ D มายี่สิบกว่าเครื่องแล้ว ทุกอย่างก็เพื่อให้เขาทำภารกิจตัวเองได้
การแก้ปัญหาฉบับเริ่นเสี่ยวซู่ตรงไปตรงมามาก!
เริ่นเสี่ยวซู่ชำเลืองมองเธอ “เธอบอกว่าจ้าวฮ่าวเฉิงเคยหักหลังเพื่อนร่วมกลุ่มมาก่อนนี่ คิดเสียว่าฉันกำลังกำจัดคนชั่วแล้วกัน”
โจวอิ๋งเสวียไม่พูดอะไรอีก ถึงเธอคิดว่าฆ่าจ้าวฮ่าวเฉิงแบบนี้ออกจะดูโหดร้ายไปบ้าง แต่เห็นเริ่นเสี่ยวซู่ทำเพื่อเธอแบบนี้ก็อดดีใจนิดๆ ไม่ได้
“ขอบคุณนะที่ทำเพื่อฉัน” โจวอิ๋งเสวียพูดเสียงค่อย
เริ่นเสี่ยวซู่พูดอย่างแปลกใจ “ใครสนว่าเธอโกรธเจ้านั่นหรือเปล่า ฉันแค่อยากทำภารกิจแค่นั้นแหละ”
โจวอิ๋งเสวียพลันเดือดขึ้นกว่าเดิมอีก