The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 1 ปฏิบัติการขุนเจ้านาย
บทที่ 1
ปฏิบัติการขุนเจ้านาย
ปัง!
กระสุนสีเงินพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงในวิถีตรง ทะลุผ่านกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกตั้งเป็นเป้าหมายไว้อย่างเหมาะเจาะ
ทว่า…ถึงแม้กระดาษจะเป็นภาพของชายหนุ่มที่มีผมสีดำยาวรวบมัดเรียบร้อยตัดกับดวงตาสีอเมทิสต์ดูลึกลับจะถูกยิง แต่รอยกระสุนเล็กเท่ารูมดก็เบนออกจากรอยยิ้มแสยะแสนน่ากลัวของชายผู้นี้ไปไกลโข
ความเงียบกริบปรากฏก่อนจะมีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังแทนที่
“ฮ่าๆๆ เจ้าฝึกประสาอะไร ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ยังยิงไม่โดนแม้แต่ปลายผม”
ข้ากำปืนแน่นอย่างเจ็บใจเพราะไม่อาจโต้เถียงถ้อยคำแทงใจของโฟรเซน ก่อนจะเงยหน้ามองภาพฮาเวสเตอร์ ศัตรูคู่แค้นที่ถูกหมายหัวเป็นบุคคลอันตรายหมายเลขหนึ่งของสมาพันธ์ส่งสารแห่งสามภพ เพราะรอยกระสุนกระจายตัวตรงพื้นที่ว่างด้านข้างใบหน้ายิ้มแสยะอย่างน่าอัศจรรย์
“ข้าว่าข้าก็มีพรสวรรค์นะ”
“ใช่ พรสวรรค์ในการยิงไม่โดนคน โดนแต่ความว่างเปล่า!”
เอาเถอะ ถึงกระสุนจะแรง เร็ว และมีพลังทำลายล้างมากขนาดไหน ก็คงไม่สู้ถ้อยคำแทงใจของเจ้าเสือ
เพราะเสียงหัวเราะของมันยังไม่หยุด
“เจ้าควรจะให้กำลังใจข้า ไม่ใช่ตอกย้ำซ้ำเติมข้าสิ!” ข้าถลึงตาข่มขู่ แน่นอนว่าไม่น่ากลัวสักนิด
“ข้าเพียงอยากให้เจ้ารู้จักความโหดร้ายของโลกใบนี้” โฟรเซนส่ายหน้าอย่างเวทนาสงสาร เมื่อมันยกมือขึ้นมา ข้าก็รีบกุมหน้าผากแล้วผงะถอยหลังทันที
เพราะเจ้าแมวตัวโตชอบดีดหน้าผากเจ้านายเป็นที่สุด!
ตอนเช้าด่าเจ้าโง่ ตอนบ่ายด่าเจ้าบื้อ ตอนเย็นด่าเจ้าต๊อง ตอนก่อนนอนด่าเจ้าเซ่อ
ข้าถูกมันกลั่นแกล้งรังแกทั้งร่างกายและจิตใจจนช้ำในหมดแล้ว!
“ขยันสำออยจังนะ เซ่อซวย”
เจ้าเสือเปลี่ยนจากทำท่าดีดหน้าผากเป็นกดหัวข้าแล้วขยี้แรงๆ จนผมกระเซิง
“ข้าชื่อเซอเซส!”
เตี้ยกว่าแล้วไง ข้ากระโจนใส่แล้วเอื้อมมือไปกระชากผมสีทองยาวของมันแรงๆ ได้เหมือนกัน!
จากนั้นพวกเราก็ตีกันตุบตับ
…อืม นับเป็นความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันดี
พวกเรากลายเป็นคู่ผูกพันธะได้ยังไงน่ะหรือ ต้องเล่ายาวเชียวละ เพราะจุดเริ่มต้นมาจากตัวข้า ครึ่งเทพแสนซวยที่เกิดมาแล้วถูกทิ้งอยู่ใต้ต้นไม้สุดซวยขดเป็นข้อความภาษาเทพอ่านได้ใจความสั้นๆ ว่า ‘ซวย’ ไงล่ะ!
เทพทั่วไปจะมีเรือนผมและดวงตาสีเงินบ่งบอกเชื้อสายบริสุทธิ์ แต่ข้ากลับมีผมสีดำแซมเงินระต้นคอชี้ยุ่งๆ ตามทิศทางลม กับดวงตาสีดำสนิท เพราะเหตุนี้เองจึงมักถูกรังเกียจจากเทพด้วยกัน และเมื่อรวมกับความซวยซึ่งติดตัวตั้งแต่กำเนิดด้วยแล้ว…ส่งผลให้ข้าตกงานถึงสามร้อยเก้าสิบแปดงาน
วันหนึ่ง เอ่อ…วันที่ข้าตกงานนั่นแหละ ข้าก็พบกับฉากต่อสู้ดุเดือดและเสือเขี้ยวดาบที่กำลังโดนฆ่าจนกระตุ้นต่อมรักสัตว์ เผลอเสนอหน้าไปยืนขวางอย่างไม่เจียมตัวเองจนเกือบตาย เสือตัวนั้นเลยจำใจทำพันธสัญญากับข้าเพื่อช่วยชีวิตผู้มีพระคุณ
ลืมตาอีกทีเจ้าเสือสีทองขนฟูน่าเกาคางก็กลายร่างเป็นคนกวนประสาทโคตรน่าตี
โฟรเซนโฟเรซินคือนามของมันซึ่งไม่ใช่เสือเขี้ยวดาบธรรมดา แต่เป็นถึงพยัคฆ์เมฆา สัญลักษณ์ของสมาพันธ์ส่งสารแห่งสามภพ เนื่องจากข้าจับพลัดจับผลูผูกพันธะกับมัน เลยต้องเดินทางไปสมาพันธ์เพื่อรายงานตัวเป็นผู้ส่งสารแห่งสามภพ
หากข้าไม่รับงานนี้ ข้าจะโดนฆ่าอย่างโหดเหี้ยม(?) เพื่อให้โฟรเซนหาเจ้านายคนใหม่ที่สามารถรับตำแหน่งผู้ส่งสารแห่งสามภพได้อย่างภาคภูมิ เพราะตราแห่งพันธสัญญาจะถูกลบเลือนได้หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย หรือตำแหน่งที่ประทับตรานั้นถูกทำลาย
แล้วผู้ส่งสารแห่งสามภพคืออะไรน่ะหรือ
คืออาชีพแสนลึกลับที่แค่เอ่ยถึงเป็นต้องได้ยินแต่เสียงชื่นชมน่ะสิ เพราะสามารถไปทุกที่ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องข้ามผ่านแดนเชื่อมต่อแต่ละแดน มีหน้าที่สุดเข้าใจง่ายนั่นคือรับงานส่งของทุกชนิดและรับเงิน
ข้าเลยหลงเข้าใจผิด คิดว่างานนี้เท่ระเบิดแถมเงินเยอะ!
แต่เมื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของสมาพันธ์ส่งสารแห่งสามภพ ข้าก็ได้รู้จักรุ่นพี่และพยัคฆ์เมฆาตนอื่นๆ ที่มีนิสัยแตกต่างกันไปจนน่าตกใจ และยังรู้ซึ้งถึงความคิดที่ผิดมหันต์อย่างหนึ่ง
เพราะอาชีพนี้เสี่ยงอันตรายมาก ถึงจะวาร์ปได้อย่างอิสระ ก็ยังต้องเสียเวลาตามหาตัวผู้รับของให้ความซวยกำเริบ ข้าไม่เคยจบงานได้อย่างรวดเร็วและได้รับเงินก้อนโตสักครั้ง
จนตอนนี้…เงินเก็บที่มียังไม่เกิน 100 G!
และนั่นคือเรื่องราว ‘กว่าจะมาเป็นข้าในปัจจุบัน’
ข้า…ที่มีนามว่าเซอเซเรซิสเซทัล หรือเรียกชื่อย่อสั้นๆ ว่าเซอเซส
“ยืนทำหน้าอ๊องอึนอะไรอีกเนี่ย” เจ้าเสือจิ้มๆ นิ้วกับไหล่ข้าเมื่อตีกันอยู่ดีๆ ก็ลงไปนั่งตัวไหลกับพื้นซะงั้น
“ข้ากำลังระลึกถึงสัจธรรม”
“ติงต๊อง” เจ้าเสือสอดมือใต้รักแร้ข้า จากนั้นก็จับอุ้มขึ้นเหมือนสะบัดผ้าตาก
“ปล่อยนะ” ดิ้นฮึดฮัดพอเป็นพิธี แต่ปล่อยให้มันประคับประคองต่อไป เพราะอาวุธใหม่ที่ได้รับจากภารกิจล่าสุดนั้นกินพลังเวทมาก ข้าที่ฝึกยิงมาตลอดทั้งเช้าจึงเกิดอาการหมดเรี่ยวแรงกะทันหัน
ใช่แล้ว เห็นรูปลักษณ์สวยงามแต่เจ้าสิ่งนี้ไม่ธรรมดา
เพราะกระสุนที่ยิงออกมาต้องใช้พลังเวท!
จะยิงแต่ละทีต้องทำสมาธิให้ดีเพื่อควบคุมปริมาณ ไม่อย่างนั้นถ้าเผลอใส่เยอะเกิน จะโดนสูบพลังจนหมดสติ แต่ถ้าใส่น้อยเกิน อานุภาพของกระสุนที่ออกมาก็ไม่ต่างจากโดนมดคันไฟกัด!
ไม่สิ นั่นเป็นแค่ปัญหายิบย่อย
เพราะปัญหาหลักคือครึ่งเทพอย่างข้าแรงน้อยมาก ให้ทะเลาะกับเจ้าเสือยังพอไหว แต่ต่อยตีกับใครจริงจังนั้นไม่รอด อุตส่าห์คิดว่ามีอาวุธแล้วจะเก่งขึ้นมาก แต่ตลอดการฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งกลับยิงไม่โดนเป้าสักที
ด้วยเหตุนี้ ข้าที่ฝึกให้ตายก็ไม่ได้ผลลัพธ์อะไรจึงเริ่มระลึกสัจธรรม
กระสุนจะมีพลังมากน้อยขนาดไหนค่อยว่ากัน
ยิงโดนให้ได้ก่อนคือสิ่งสำคัญ!
และนั่นทำให้ข้าเริ่มสงสัย
…หรือว่าข้าจะสายตาเอียง
“เจ้าไร้ฝีมือต่างหาก” โฟรเซนหัวเราะลั่นขณะจับข้าเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเหมือนเบาหวิว ทั้งที่หลังทำพันธสัญญากันครบหนึ่งเดือนเต็ม ตัวข้าที่เคยผอมกะหร่องเพราะเป็นครึ่งเทพกำพร้าไร้คนดูแลและต้องหาทางเอาตัวรอดท่ามกลางความซวยก็เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นบ้างแล้ว ทำให้ข้าแอบสงสัย หรือที่มันชอบจับข้าช้อนใต้รักแร้อุ้มขึ้นเหมือนสะบัดผ้าตากจะเป็นการชั่งน้ำหนักกันนะ
“ใช่ พอเจ้าอ้วนท้วนเมื่อไหร่ ข้าก็จะจับกิน!” เจ้าเสือก้มกระซิบพลางแสยะยิ้มเผยให้เห็นเขี้ยวคม
“ข้าเป็นนายเจ้านะ เคารพกันหน่อยสิเจ้าเสือบ้า!” ข้าเตะเท้าไปมา ดิ้นหลุดมายืนหอบแฮกๆ ด้วยสองขาของตัวเอง
เจ้าเสือผิวปากยียวน สองมือยกประสานไว้หลังศีรษะด้วยรอยยิ้มสบายอารมณ์จนน่าอิจฉา เพราะสัญลักษณ์ของพันธสัญญาตรงต้นแขนขวาของข้าทำให้เจ้าเสือสามารถอ่านความคิดของเจ้านายได้ทุกเมื่อ และหาโอกาสเย้าแหย่ยั่วโมโหทุกนาที
“ทั้งสองคนทะเลาะกันอีกแล้วหรือ”
ข้าเพิ่งสังเกตตอนนี้เองว่าพวกเรามาถึงห้องอาหารของสมาพันธ์แล้ว
และผู้กล่าวจะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่พี่เพลหรือเพลโธรัส ผู้เป็นรองหัวหน้าสมาพันธ์ เขาผูกพันธะกับพยัคฆ์เมฆาสีเพลิงอย่างพี่ซัฟเฟอร์หรือซัฟเฟอรัสผู้ชื่นชอบขนมหวานเป็นชีวิตขัดกับหน้าตาดุโหดโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ อีกคนนั่งกินขนมไม่หยุดปาก เป็นขาประจำห้องอาหารที่มาสิบครั้งจะได้เจอเก้าครั้งอย่างแน่นอน
ในมือพี่เพลถือหนังสือเล่มหนา เงยหน้าพลางส่งยิ้มนุ่มนวลเต็มไปด้วยรัศมีเปล่งประกายน่าชื่นชมเข้าขั้นเชิดชู วันนี้เขาสวมชุดสีขาวสะอาดอีกแล้ว ช่างดูบริสุทธิ์น่าเลื่อมใสทั้งๆ ที่พี่เพลไม่มีเชื้อสายเทพแม้แต่น้อย เรือนผมสีน้ำเงินเข้มของเขาตัดกับเส้นผมสีแดงเพลิงของพี่ซัฟเฟอร์ เป็นคู่หูที่แตกต่างแต่ลงตัว
“พวกเราไม่ได้ทะเลาะกันนะขอรับ” ข้าตอบพี่เพลด้วยท่ายืนกุมมืออย่างอ่อนน้อมถ่อมตน
“เฮอะ” เจ้าเสือแค่นหัวเราะ ก่อนจะแกล้งเดินกระแทกไหล่ข้าไปนั่งเก้าอี้โต๊ะข้างๆ
“โฟรเซน!” ข้าหันไปถลึงตาใส่มัน แต่ก็ถูกประโยคคำถามของพี่เพลเรียกสติให้กลับไปจดจ่อกับความห่วงใยที่คู่พันธะของตัวเองไม่เคยมีให้
“การฝึกวันนี้เป็นยังไงบ้างหรือ เซอเซสคุง” พี่เพลถึงขั้นปิดหนังสือที่อ่านค้าง บ่งบอกความจริงจังและพร้อมให้ความช่วยเหลือ
“ดีขึ้นมั้ง…ขอรับ” ข้าตอบอย่างให้กำลังใจตัวเองและผู้ถาม
“ให้ถูกคือยังยิงได้ดีจนภาพเป้าหมายอย่างฮาเวสเตอร์ไม่มีส่วนไหนบุบสลายต่างหาก อย่าคาดหวังกับหมอนี่เลยเพลโธรัส เจ้านายของข้าอ่อนแอปวกเปียกยิ่งกว่ากระดาษเปียกน้ำ ฝึกยังไงก็ไม่เก่งขึ้นหรอก เฮ้อ ในเมื่อเป็นแบบนี้ข้าคงต้องจำใจปกป้องไปเรื่อยๆ ละนะ” เจ้าเสือแสร้งถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม แล้วจิ้มสั่งอาหารจนเต็มโต๊ะ กลิ่นหอมกรุ่นกระตุ้นกระเพาะทำให้ข้าชั่งใจระหว่างคุยกับพี่เพลต่อดี หรือหันไปตีกับมันเพื่อแย่งของกินดี
‘ตะกละ เห็นแก่กิน’
แล้วใครกันล่ะที่ชอบสั่งอาหารมาเยอะๆ ยั่วน้ำลายข้าอยู่เรื่อย!
“ไม่เป็นไรหรอกเซอเซสคุง” พี่เพลจับบ่าข้าที่สมาธิหันเหไปทางโฟรเซนด้วยสายตาปลอบโยน “ข้าเชื่อว่าเซอเซสคุงจะต้องใช้ปืนได้ดีในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน”
“ขอบคุณขอรับ พี่เพล”
ข้ามองรุ่นพี่ด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะรีบวิ่งไปนั่งข้างๆ โฟรเซนเพื่อแย่งอาหารมายัดเข้าปาก
“เจ้านี่นะ ชอบแย่งข้ากินอยู่เรื่อย”
“พยัคฆ์เมฆาดำรงได้ด้วยพลังเวทเจ้านาย ไม่จำเป็นต้องกินอาหารสักหน่อย ฉะนั้นเจ้าต้องขยันขุนข้าสิ!”
“แล้วที่ทำอยู่นี่ไม่ใช่รึไง”