The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 13 รับน้องใหม่
บทที่ 13
รับน้องใหม่
ห้านาทีผ่านไป
ข้าลุ้นระทึกด้วยความระแวดระวังสุดชีวิต ตอนนี้เปลี่ยนชุดให้ดูดีกว่าชุดนอนขึ้นมาหน่อย เพราะก่อนหน้านี้ตกน้ำจนตัวเปียก เจ้าเสือเลยมีน้ำใจช่วยเปลี่ยนชุดให้ อยากจะขอบคุณมันอยู่หรอกถ้าไม่ติดว่ามันปิดปากเงียบไม่ยอมบอกสักนิดแม้ข้าพยายามถามว่ารับน้องสยองขวัญขนาดไหน
ถ้าขังตัวเองในห้องจะรอดรึเปล่านะ
“ยังไงก็ไม่รอดหรอกน่า” โฟรเซนยิ้มปลอบใจ แต่ดันเป็นยิ้มแสยะ “พวกเขารอเจ้ามาทั้งวัน ถูกเลื่อนเวลามาดึกขนาดนี้ นอกจากจะอารมณ์เสียเพราะไม่ได้นอนแล้ว เผลอๆ มีกิจกรรมเพิ่มขึ้นตามเวลาซะด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าจะรอดเลย”
สิ้นคำกล่าว เพดานด้านบนก็มีเสียงกุกกักแปลกๆ
“ฟังสิ เจ้าไม่ยอมออกไปสักทีจนมีคนมาตามแล้วเนี่ย”
โครม!!
เพดานห้องที่เต็มไปด้วยหยากไย่ปรากฏรอยร้าวก่อนจะพังถล่มลงมาเบื้องหน้าข้าพอดิบพอดี ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วจนเกรงว่าจะสำลัก เจ้าเสือลุกขึ้นจากข้างเตียงมายืนข้างๆ ข้า เหมือนจะช่วย แต่ไม่ใช่ มันจับไหล่ข้าบังคับให้เผชิญหน้ากับผู้มาเยือน
“ยินดีต้อนรับ…สู่กิจกรรมรับน้องใหม่ประจำสมาพันธ์ส่งสารแห่งสามภพ”
“และยินดีต้อนรับ…สู่กิจกรรมสุดหรรษาของข้า” ผู้มาใหม่กล่าวต่อจากประโยคเชื้อเชิญของโฟรเซน ฝุ่นเริ่มจางลงพร้อมเสียงไอค่อกแค่ก เมื่อมองดีๆ ข้าจึงพบว่าผู้ทำลายเพดานมีสองคน
คนแรก…เป็นชายร่างสูงใหญ่กำยำกว่าใครที่ข้าเคยพบ ใบหน้ากร้านเถื่อน อาจเพราะรอยแผลเป็นที่ปรากฏตรงขมับซ้ายช่วยเพิ่มบารมีความห่าม เขาสวมเสื้อเข้ารูป กางเกงขาจั้มเข้ากับบูทสั้นสมบุกสมบัน ศีรษะพันรอบด้วยผืนผ้าสีขาวเผยให้เห็นเส้นผมสีน้ำตาลปรกหน้า ดวงตาคู่คมสีดำส่อประกายน่าขนลุก
คนที่สอง…เป็นหญิงสาวผมสีดำสนิทยาวลอนมาถึงเอวคอดกิ่วเซ็กซี่ เธอสวมเสื้อเกาะอกความกว้างเท่าหนึ่งฝ่ามือสีแดงสด ท่อนล่างถูกปกปิดด้วยกางเกงขาสั้นปลายขาดวิ่น เข้ากับรองเท้าบูทส้นสูงสีดำที่ยาวถึงหน้าแข้ง
เมื่อสบกับดวงตาที่ปรือจนแทบจะปิดข้าก็มั่นใจ
เธอคือหญิงสาวที่ต้อนรับข้าก่อนจะเริ่มบททดสอบเข้ามาเป็นสมาชิกในสมาพันธ์นั่นเอง!
“ให้ตายสิ ห้องเด็กใหม่ฝุ่นเยอะชะมัด” เสียงทุ้มห้าวกล่าวพลางโบกมือไปมากลางอากาศ ขณะที่หญิงสาวข้างกายเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆ เท่านั้น พลันสายลมหอบหนึ่งก็พัดเอาเศษฝุ่นออกจากห้องข้าทันที
ใบหน้าสวยของหญิงสาวไม่เปลี่ยนสักนิด “รีบๆ เข้าเถอะ ข้าง่วง”
“จ๋าจ้ะ ยาหยี” ชายหนุ่มหน้าเถื่อนตอบอย่างออดอ้อน ก่อนจะหันมาสำรวจข้าด้วยสายตาพราวระยับ “หืม เจ้านายคนใหม่ของเจ้าดูปวกเปียกพิกลนะโฟรเซนตัวน้อย”
“ไอ้ยักษ์เอ๊ย” โฟรเซนสบถ ซึ่งคำนั้นข้าก็แอบเห็นด้วย
“ข้าชื่อซัทเซน เรียกซัทจังเหมือนที่เอรินชอบเรียกข้าก็ได้ ข้าไม่ถือ”
…เอ๊ะ?
‘เพลโธรัสชอบเรียกเธอว่ารินจัง ก็เลยเลียนแบบเพราะคิดว่าน่ารักดีน่ะ ไม่ได้ดูขนาดตัวคนโดนเรียกเล้ย’
เจ้าเสือช่วยแถลงไขโดยไม่ทันถาม ซึ่งข้าแอบเห็นด้วยในเมื่อ…
เขาสูงพอๆ กับยักษ์!
ขนาดเงยจนสุดคอยังเห็นแค่คางของซัทเซน ข้าเขย่งเท้าขณะโบกมือทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มแห้งแบบทำตัวไม่ถูก
ส่วนหญิงสาวข้างกายคงจะชื่อเอริน และดูเหมือนเธอจะลืมไปแล้วว่าเคยพบหน้าข้ามาก่อน เพราะเธอปรือตาคล้ายง่วงนอนเต็มที ก่อนจะเอนศีรษะพิงต้นแขนซัทเซน
“ซัทจัง ข้าง่วง”
จากประสบการณ์ที่มักเจอคนสองคนเดินตัวติดกัน ข้าฟันธงทันทีว่าสองคนนี้คือคู่หูมนุษย์และพยัคฆ์เมฆาอย่างแน่นอน แต่สองคนนี้ใครเป็นมนุษย์ ใครเป็นพยัคฆ์เมฆากันล่ะ เมื่อครู่หญิงสาวเพิ่งใช้เวทก็จริง แต่ด้วยขนาดตัวของซัทเซนแล้ว…สูงใหญ่สมเป็นพยัคฆ์!
“กิจกรรมรับน้องของข้าคือวิ่งไล่จับ แน่นอนว่าห้ามใช้เวทข้ามมิติของพยัคฆ์เมฆาเป็นตัวช่วย มาออกกำลังกายตอนดึกๆ กันดีกว่าเด็กใหม่ แสดงสปิริตให้รุ่นพี่เห็นหน่อย” ซัทเซนกล่าวติดตลก แต่ข้าไม่รู้สึกตลกตามแม้แต่น้อย “พร้อมไหมจ๊ะที่รัก”
เอรินพยักหน้า
“พร้อมแล้วงั้นก็…เริ่ม!”
พลันร่างของหญิงสาวสุดเซ็กซี่กลายเป็นเสือดาวปราดเปรียวทันที เขี้ยวเล็บดูจะคมไม่หยอก คาดไม่ถึงว่าพยัคฆ์เมฆามีผู้หญิงด้วย ปกติแล้วเจ้านายต้องขี่เสือวาร์ปไปมาไม่ใช่หรือ แบบนี้น่าจะสลับกันมากกว่ามั้งในเมื่อซัทเซนตัวใหญ่กว่ามากจนอุ้มพยัคฆ์สาวได้สบายๆ
“เฮ้ อย่ามัวแต่เหม่อ” โฟรเซนสะกิดไหล่ข้าด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างนึกสนุก ทั้งที่เวลาเสือสาวกระโจนใส่ล่อเอาพื้นห้องพังเป็นแถบๆ จนข้ายังยืนอึ้ง ช็อกว่าคืนนี้จะนอนที่ไหน รู้ตัวอีกทีก็โดนเจ้าเสือคว้าแขนโยนขึ้นหลัง เอ๋ มันกลายร่างตอนไหน
‘ข้าบอกแล้วไงว่าอย่ามัวแต่เหม่อ!’
เสียงของโฟรเซนดังก้องในหัว พร้อมกับสายลมวูบหนึ่งพัดผ่านเหนือศีรษะ เพราะเคยโดนมันแกล้งตอนไปทำบัตรประจำตัว ข้าเลยรีบโน้มตัวหน้าชิดแผงคอนุ่มนิ่มเพื่อต้านลม ทำให้รอดพ้นกรงเล็บของพยัคฆ์สาวหวุดหวิด
เพราะถ้าช้าไปกว่านี้ คอข้าอาจถูกตัดขาดแทนผมที่ถูกตัดร่วง!
รับน้องโหดเกิน!!
‘พร้อมบินไหม’
“หะ…หา?!” ข้าทำหน้าเหลอหลา งุนงงในสิ่งที่เจ้าเสือถามด้วยเสียงกึ่งหัวเราะ แต่ไม่ทันได้เอ่ยมันก็ร่างลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับกลายเป็นเมฆบนท้องนภาอย่างไรอย่างนั้น ข้าตื่นเต้นจนกำขนมันแน่น เผลอกระชากติดมือมาด้วยสองสามเส้น มันสะดุ้งโหยง หันมาคำรามแฮ่เผยเขี้ยวยาวน่ากลัว
‘เจ้าบ้า ซื่อบื้อ ไม่ได้เรื่อง ข้าเจ็บนะ!!’
“ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ไม่โกรธนะ” ข้าเอ่ยเสียงอ่อน รีบลูบโอ๋ๆ เจ้าเสือแล้วเอาหน้าซุกบนแผงคออย่างติดใจ มันทำท่าจะด่าซ้ำแต่ต้องกระโจนหลบการโจมตีของเอรินเสียก่อน
“เอรินของข้าเร็วที่สุดในหมู่พยัคฆ์เมฆาเชียวนะ ระวังเจ็บตัวด้วยล่ะ” ซัทเซนตะโกนเตือนจากด้านล่าง “ข้ามีงานต่อซะด้วยสิ คงเล่นด้วยไม่ได้นาน ถ้าอย่างนั้น…คงต้องเอาจริงแล้ว”
ความเร็วของเอรินมากขึ้นทันตา ข้าขยุมแผงคอโฟรเซนแล้วบอกให้มันวิ่งไวกว่านี้
‘จะให้ข้าไปไหนล่ะ’
“ข้าก็ไม่รู้”
‘เจ้าไม่รู้แล้วข้าจะทำอย่างไร พยัคฆ์เมฆาทำได้หลายอย่างก็จริง แต่เจ้าก็ต้องใช้สมองน้อยๆ ช่วยกู้สถานการณ์ด้วย จะมัวนั่งเฉยๆ ไม่ได้หรอกนะ’
จี้ใจสุดๆ ข้าคงพึ่งพาโฟรเซนมากเกินไป ทั้งที่คู่พันธะไม่ใช่การโยนภาระทุกอย่างให้อีกฝ่าย แต่คือการช่วยเหลือกันและกันต่างหาก
“งั้นไปที่นั่นแล้วกัน!”
ที่ไหนนั้นข้าเอ่ยในความคิดเพื่อไม่ให้เอรินรู้ตัว โฟรเซนยอมทำตามคำสั่งครั้งแรก ร่างเสือสีทองกระโจนนำไปตามทางซับซ้อน ตามด้วยแม่เสือสาวที่วิ่งไล่มาติดๆ ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า โชคดีที่รอบก่อนหลังทำบัตรประจำตัวมันพาข้าเดินกลับเพื่อให้จำทาง ตอนมารับบัตรจะได้ไม่หลงอีกรอบ พวกเราจึงไปห้องพยาบาลสำเร็จ!
ทำไมต้องเป็นที่นี่น่ะหรือ เพราะข้าจำได้ว่าอุปกรณ์เยอะแยะมากตามตำแหน่งและหน้าที่ของคาร์ทซึ่งอยากประท้วงหัวหน้าเต็มแก่ ไม่ว่าจะเป็นม่านกั้นเตียงที่ข้ากระชากแล้วโยนไปสร้างความสับสนให้เอรินก็ดี เตียงและของต่างๆ ที่ช่วยขัดความเร็วของหญิงสาวก็ดี รวมถึง…
กระจกบานใหญ่ที่ให้ส่องดูความเรียบร้อยก่อนถ่ายรูปทำบัตร!
โฟรเซน พ่นไฟโลดดด
ข้าออกคำสั่งเมื่อหญิงสาวถูกม่านปิดหน้าปิดตาหลายครั้งจนเริ่มงุนงงว่าร่างตรงหน้าคือตัวข้าหรือเงาสะท้อนในกระจกกันแน่ เพราะห้องนี้ไม่ได้เปิดไฟ และพวกเราเคลื่อนไหวรวดเร็วเกินกว่าจะวิเคราะห์ละเอียด จึงสร้างกลลวงตาจนเธอหันหลังให้ข้า แล้วหันหน้าใส่กระจก
เปิดช่องให้จับกุม!
แต่ถ้าย่องเข้าจากข้างหลัง เอรินคงจับสังเกตได้ทันที ข้าจึงให้โฟรเซนพ่นลูกไฟเพื่อให้เธอหลบไปทางซ้าย เนื่องจากทางขวาคือกำแพง แล้วรอดักอยู่ตรงนั้น ในที่สุดก็จับตัวพยัคฆ์สาวจ้าวความเร็วสำเร็จ!!
“ไม่เลวนี่” ซัทเซทปรากฏตัวทันทีเมื่อการรับน้องสิ้นสุดด้วยเวทข้ามมิติ เขาลูบศีรษะเอรินที่ดูจะขัดใจที่ติดกับง่ายๆ ของข้า ก่อนจะอุ้มร่างเซ็กซี่ของเธอเมื่อกลายเป็นมนุษย์ด้วยมือเดียว “จะให้รางวัลน้องใหม่อะไรดีล่ะ เอาเป็น…วิธีปิดกั้นจิตไม่ให้พยัคฆ์เมฆาอ่านใจได้ดีไหม”
“ได้โปรดสอนข้าเถอะขอรับ!”
ข้าแทบจะคลานเข่าอ้อนวอนกับข้อเสนอนี้ โฟรเซนชอบอ่านใจแล้วด่าว่าข้าติงต๊องตลอดเลย
“ระดับเจ้า ทำไม่ได้หรอก” เจ้าเสือที่กลายร่างเป็นมนุษย์แค่นยิ้มเยาะหยัน
“อืม…วิธีปิดกั้นฟังเหมือนง่ายแต่ก็ทำได้ยากจริงๆ นั่นแหละ แต่รู้ไว้ก็ไม่เสียหาย เผื่อจะมีประโยชน์ในการทำงานที่เจ้าจะได้รับมอบหมายหลังจากนี้”
ข้าหูผึ่ง ตั้งใจฟังเต็มที่
“เจ้าต้องสงบจิตใจตัวเอง อย่าคิดถ้อยคำอันใดให้เกิดความฟุ้งซ่าน เมื่อเจ้าพูดก็จงรู้ตัวว่าพูด เมื่อเจ้าคิดก็จงรับรู้ไว้ว่ากำลังคิด หากเจ้าทำเช่นนี้ ความคิดของเจ้าจะว่างเปล่าเมื่อโดนอ่านใจ และไม่ว่าใครก็ตามจะเจาะเกราะป้องกันในจิตใจเจ้าไม่ได้ เข้าใจหรือไม่”
“ขอบคุณขอรับ” ข้าไม่ตอบว่าเข้าใจ เพราะไม่เข้าใจน่ะสิ ฟังแล้วเหมือนง่ายแต่ยากจริงด้วย ไม่ให้ข้าคิดเยอะก็เหมือนห้ามไม่ให้ข้ากินข้าวนั่นแหละ
“ข้าบอกแล้วว่าเจ้าทำไม่ได้หรอก ไก่อ่อนเอ๊ย”
เจ้าสิเสือขนร่วง ร่วงติดมือข้าเลยเนี่ย!!
“ถ้าเจ้ากระชากขนข้าอีก รอบหน้าจะไม่ให้ขี่หลังแล้ว” โฟรเซนทำหน้าดุทันที
“ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ตั้งใจ เจ้าอย่าโกรธสิ” แล้วทำไมข้าต้องง้อเจ้าเสือด้วยเนี่ย ปากไม่ตรงกับใจแล้วยังขี้งอนอีก สมเป็นแมวตัวใหญ่จริงๆ
“เอาล่ะ ในเมื่อรับน้องเสร็จแล้ว งั้นข้ากับเอรินขอตัวละ ขอให้เจ้าโชคดีแล้วกัน เพราะคนต่อไปไม่ง่ายเหมือนข้าหรอกนะ”
“คนต่อไป?”
“รับน้อง ความหมายตรงตัวคือสมาชิกทุกคนในสมาพันธ์มาดูน้ำหน้าเจ้าอย่างไรล่ะ แล้วคิดหรือว่าคืนนี้จะจบง่ายๆ” เจ้าเสือหัวเราะชอบใจ มีความสุขนักละเวลาเห็นข้าทำหน้าเหวอ
“อ้อ ไม่ต้องห่วงเรื่องสภาพห้องพยาบาลหรอกนะ ข้าจะจัดการให้เหมือนเดิมเอง โชคดีมากที่วันนี้ท่านคาร์ทไม่อยู่ คงถูกหัวหน้าเรียกไปกินมื้อดึกอีกละมั้ง ไม่อย่างนั้นซวยกันหมดแน่ เพราะที่นี่คือสถานที่ต้องห้ามอันดับต้นๆ ของสมาพันธ์เชียวละ ในเมื่อท่านคาร์ทหวงอย่างกับอะไรดี”
นับเป็นโชคดีแรกของข้าเลยมั้งเนี่ย เพราะถ้าคาร์ทเห็นสภาพห้องเละเทะจากการวิ่งไล่จับ เตียงคว่ำ ม่านโดนกระชากขาด รอยข่วนของพยัคฆ์ทั้งสองตัวจู่โจมกัน แล้วยังไม่นับคราบเขม่าควันไฟอีก…ข้าอาจโดนไล่ออกข้อหาล่วงเกินผู้อาวุโส!