The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 14 เสือสองหน้า
บทที่ 14
เสือสองหน้า
เมื่อซัทเซนรับปากว่าจะจัดการห้องพยาบาล ข้ากับเจ้าเสือจึงตามหารุ่นพี่รายต่อไปที่จะมารับน้อง ไม่รู้ว่าเขินอายหรืออยากกลั่นแกล้งให้ข้าตกใจหรือยังไง คนต่อไปจึงไม่โผล่มาทักทายกันสักที พวกเราเลยต้องเคาะตามห้องแวะดูแต่ละชั้น
พลันห้องล่าสุดที่ข้ากับเจ้าเสือสำรวจถูกปิดตายโดยไม่ทราบสาเหตุ นั่นไง โดนเล่นงานจนได้
“ใครน่ะ” ข้ากระซิบถามเจ้าเสือ มันคงพอเดาได้ว่าใครเป็นเจ้าของห้องนี้
“ถ้าตอบก็ไม่สนุกน่ะสิ”
“ต่อให้ตอบข้าก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเป็นใครในเมื่อไม่รู้จักกันมาก่อน”
“แล้วเจ้าจะถามข้าทำไมล่ะ นับวันยิ่งบื้อขึ้นเรื่อยๆ นะเซ่อซวย”
“ข้าชื่อเซอเซส!”
ข้าเงื้อมือเตรียมเปิดศึก แต่เสียงหนึ่งกลับดังแทรกซะก่อนพร้อมไฟที่เปิดพรึ่บ
“ไม่ทันไรก็ทะเลาะกันซะแล้ว เจ้าเสือสีทองจะญาติดีกับใครเขาได้บ้างไหมเนี่ย”
ข้าหันขวับ พบกับเด็กชายอายุประมาณสิบสองขวบ ท่าทางน่าเอ็นดู ผมสีทองตัดสั้นสะอาดสะอ้าน ส่วนสูงไม่เกินช่วงหน้าอกของข้า เขาสวมชุดเอี๊ยมสีน้ำเงินขาสั้น เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวตัดกับดวงตาสีครามสดใส ผิวขาวละเอียดไม่ต่างจากตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ
น่ารักสุดๆ!
“เจ้ากำลังคิดว่าข้าเป็นเด็กล่ะสิ หยุดความคิดนั่นเดี๋ยวนี้ก่อนที่ข้าจะโมโห” เด็กชายชี้หน้าอย่างรู้ทัน
“ใจเย็นๆ ท่านจีเซล ท่านตัวเล็กเพียงนี้ ใครเข้าใจถูกสิแปลก ป่านนี้แล้วยังไม่ชินอีกหรือขอรับ” เสียงกลั้วหัวเราะแฝงความหยอกล้อดังมาจากชายหนุ่มผู้พูดทักพวกข้าคนแรก เขามีผมสีทองเช่นเดียวกับเด็กน้อยนามจีเซล แต่ยาวกว่ามากนัก เพราะรวบมัดไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย
“จะให้ใจเย็นอย่างเจ้าได้ยังไงล่ะซีเอล ข้าไม่ใช่พวกไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบเจ้านี่” จีเซลตอกกลับอย่างหัวเสีย ดูอารมณ์ร้อนผิดกับภาพลักษณ์น่ารักงดงามปานตุ๊กตาโดยสิ้นเชิง อย่าบอกนะว่าเขาคือพยัคฆ์เมฆา มีทั้งหญิง ทั้งชาย จะเพิ่มเด็กอีกคนคงไม่แปลก
ปรากฏว่าข้าเดาผิดอีกแล้ว
“ในฐานะเจ้านาย ขอสั่งให้เจ้าไปจัดการเด็กใหม่ซะซีเอล ข้าจะนอน ง่วง” จีเซลอ้าปากหาวด้วยท่าทางแสนน่าเอ็นดูแลสมวัย เด็กน้อยล้มนอนบนโซฟาเพียงหนึ่งเดียวในห้องก่อนจะหลับตาพริ้มไม่สนใจ ซีเอลช่วยห่มผ้าให้ราวกับเป็นพี่เลี้ยงมากกว่าสัตว์เลี้ยง
“หลับฝันดีนะนายข้า และ…” ซีเอลหันมาทางข้าและโฟรเซนด้วยท่วงท่าที่ต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง ความหยอกเย้าเป็นกันเองถูกลบหายไปสิ้น “ยินดีต้อนรับนะเด็กใหม่”
รอยยิ้มแสยะทำเอาข้าขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ให้ตายเถอะ! พวกพยัคฆ์เมฆาไม่มีใครปกติสักคน!!
“อย่างกับเจ้าปกตินักนี่ ซื่อขนาดนี้รอดชีวิตมาผูกพันธะกับข้าได้ยังไงเหลือจะเชื่อ” โฟรเซนเหน็บแนมในท่ากางกรงเล็บพร้อมลุย ตอนเจอเอรินยังไม่ระวังตัวเท่านี้เลย
“ข้าให้เวลาพวกเจ้าเลือกอาวุธ โดยมีเงื่อนไขเดียวคือโจมตีให้โดนข้าโดยห้ามรบกวนนิทราอันแสนสุขของนายข้าเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าศพไม่สวยแน่ๆ” มองรอยยิ้มนั้นแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่คำขู่แต่พูดความจริงอยู่ชัดๆ ซีเอลเป็นพวกตีสองหน้าหรือเปล่าเนี่ย พอเจ้านายหลับตาปุ๊บก็เผยธาตุแท้แลกระหายเลือดขึ้นมาทันที
เมื่อเขาตวัดแส้สีดำเลื่อมในมือพร้อมควันที่ลอยคลุ้ง ข้าก็เกาะหลังโฟรเซนอัตโนมัติ เรื่องใช้กำลังไม่ถนัดอย่างแรง
เอ๊ะ ไม่สิ นั่นไม่ใช่ควัน แต่เหมือนจะเป็น…หมอก?
“ข้าลืมบอกไป เอรินเร็วที่สุด ส่วนซีเอลนั้นมีฝีมือการใช้อาวุธเก่งกาจที่สุด”
“ลืมก็ลืมสิ บอกตอนนี้ให้ข้าประหม่าทำไม” ข้าเอ่ยเสียงเครือใกล้จะร้องไห้ แต่เจ้าเสือไม่สนใจ มันดันหลังข้าให้ไปเลือกอาวุธเมื่อซีเอลตวัดแส้ฟาดผ่าผ้าม่านออกเป็นสองส่วน เผยให้เห็นตู้เก็บอาวุธแยกตามประเภทมากมายละลานตา
“ให้ไวหน่อยเจ้าโง่” โฟรเซนเอ่ย ก่อนจะเกร็งมือจนปรากฏกรงเล็บแหลมคมเสียยิ่งกว่าคมมีดใด พร้อมกับเขี้ยวเล็กๆ ที่งอกยาวตรงมุมปากทั้งสองข้าง นิ้วเท้าเองก็ปรากฏเล็บงอกแหลมเช่นกัน
ทั้งหมดนี้…คืออาวุธของโฟรเซนโฟเรซิน
“กรงเล็บที่คมที่สุดในหมู่พยัคฆ์เมฆา เป็นโอกาสดีจริงๆ ที่ข้าได้ปะทะ” ซีเอลเอ่ยชื่นชม
“คงต้องขอให้เจ้าออมมือหน่อยแล้ว” โฟรเซนเลียริมฝีปากพลางเอ่ยเป็นเชิงทีเล่นทีจริง
“นั่นสินะ ออมมือด้วยแล้วกันเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ข้า”
สิ้นคำ ร่างทั้งสองพลันปรากฏเป็นเงารางเลือนที่พุ่งโฉบเข้าหากัน ข้ากะพริบตาปริบๆ ฝีมือของโฟรเซนจัดว่ายอด แต่ซีเอลคงเยี่ยมกว่า เมื่อชายหนุ่มสามารถใช้แส้รับการจู่โจมของกรงเล็บโฟรเซนเสียอยู่หมัดโดยมีหมอกลอยวนรอบๆ เพื่อไม่ให้เสียงใดๆ เล็ดลอดรบกวนเจ้านายตัวน้อย
‘จะยืนบื้ออีกนานไหม รีบๆ หยิบอาวุธแล้วมาช่วยกันสิ!’
เสียงโฟรเซนที่สะท้อนก้องในหัวข้าทำให้ต้องรีบก้มๆ เงยๆ มองเหล่าอาวุธนานาชนิด เพราะไม่เคยสู้รบกับใคร จับของมีคมแต่ละทีก็ไม่พ้นมีดปังตอในครัวหรือเข็มฉีดยาสุดน่ากลัว เพราะฉะนั้น…จะถนัดมือสุดก็คงไม่พ้นมีดเล่มเล็กขนาดกะทัดรัด
ตุบ!
เสียงกระแทกเบาๆ เรียกให้ข้าต้องหันไปมองหลังละสายตาจากการต่อสู้มานาน ก่อนจะพบว่าเจ้าเสือนอนพังพาบอยู่เหนือผ้าม่านอันเป็นตัวเก็บเสียงชั้นยอดเวลาโดนซัดจนตัวกระเด็น ซีเอลคงจงรักภักดีน่าดูเลยสินะ
‘หมอนี่แค่เห่อเจ้านายก็เท่านั้นแหละ’
โฟรเซนเอ่ยตอบในใจ เอ่อ…ถ้ามีเจ้านายน่ารักน่าเอ็นดูราวตุ๊กตาขนาดนั้น จะเห่อก็คงไม่แปลกหรอก
พลันแส้ฟาดผ่าหมอกทำให้ข้ารีบกระโดดหลบ โชคดีที่หลบพ้นอย่างหวุดหวิด ไม่งั้นอาจนอนหมอบเป็นเพื่อนเจ้าเสือก็เป็นได้
“ปฏิกิริยาไวใช้ได้” ซีเอลเอ่ย เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “แต่ต้องโจมตีให้โดนข้าหนึ่งครั้ง การต่อสู้นี้ถึงจะสิ้นสุดลง”
แส้หนังสีดำเป็นมันเลื่อมถูกฟาดหลายต่อหลายครั้งอย่างรวดเร็วใส่ข้า ซึ่งข้าก็ได้แต่หลบซ้ายหลบขวาอย่างสุดความสามารถ ดวงตาทั้งสองพยายามจับจ้องที่ข้อมือของซีเอล เฝ้าดูการเคลื่อนไหวและเดาทิศทางของแส้เพื่อคาดเดาการจู่โจมครั้งต่อไป แต่ทำได้ยากเพราะมีหมอกจางๆ คอยบังตา
‘ตอบโต้บ้างสิเฟ้ย!!’
เจ้าเสือตะโกนลั่นในหัวข้าจนสมองแทบร้าว ทำเอาเกือบโดนแส้ฟาดหน้าเข้าให้แล้วไหมล่ะ โชคดีนะที่ก้มตัวทัน
“ว่องไวพอตัวเหมือนกันนี่” ซีเอลเอ่ยชม ซึ่งข้าได้แต่ยิ้มรับแห้งๆ
“คือ…ข้าเก่งแต่กับสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีชีวิตรอดน่ะ อย่างพวกวิ่งหนี หลบไปหลบมา ไม่ก็สะเดาะกุญแจ”
คิ้วเรียวของซีเอลเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย คงอยากถามว่าไอ้ประโยคหลังเกี่ยวกับการประคองชีวิตให้รอดตรงไหน
“เจ้านายของเจ้าคราวนี้น่าสนใจเหมือนกันนะโฟรเซน” ซีเอลเอ่ยเรียบๆ
“มีดีแค่นั้นแหละ” โฟรเซนตอบอย่างกวนประสาท และนั่นก็ทำให้ข้าเพิ่งสังเกตเห็น ตอนแรกนึกว่ามันนอนพังพาบสิ้นท่าเสียอีก ที่แท้กำลังนั่งพิงผนังเอามือประสานตรงท้ายทอย กระดิกเท้าสบายใจพลางมองการต่อสู้ของข้าและซีเอลด้วยรอยยิ้มเป็นสุข
อ๊ากกก!! ไอ้เสือเนรคุณ!
พลันแส้ฟาดเป็นวงกว้างจนข้าเบิกตาตะลึงอย่างตกใจ เพราะกินพื้นที่ทำลายล้างโดยที่ข้าแทบจะหาทางหลบไม่เจอ โชคดีที่ท่านั้นออกจะเปิดช่องไปหน่อยในช่วงลำตัว ข้าจึงตัดสินใจหลับตาปี๋แล้วกระโดดเอามีดสั้นเข้าจิ้มทั้งอย่างนั้น
ผลคือหน้าล้มคว่ำ เกือบทำมีดจิ้มตัวเองแล้วไหมล่ะ
“ก๊ากๆๆ ฮ่าๆ เจ้าทำบ้าอะไรน่ะ ฮ่าๆๆ” เจ้าเสือหัวเราะอย่างไม่เกรงใจ กุมท้องกลิ้งไปมาไม่เหลือมาด แต่ก็ต้องลดเสียงเบาเมื่อเห็นเด็กน้อยนามจีเซลขยับตัวเล็กน้อย พร้อมกับซีเอลที่แผ่รังสีอำมหิตออกมา…
“ไม่ช่วยยังมีหน้ามาหัวเราะกันอีก” ข้าพึมพำหน้าเหยเก เพราะเมื่อครู่ล้มท่าอันตราย เลยตกใจจนรีบปล่อยมีดให้หลุดมือก่อนจะแทงตัวเอง
เอ๊ะ! แล้วมีดกระเด็นไปตรงไหนกัน
“สิ้นสุดเพียงเท่านี้” ซีเอลเอ่ยก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพอใจ
“หะ…หา?!”
“ถึงจะเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็นับว่าสร้างบาดแผลให้ข้าสำเร็จ” ชายหนุ่มชี้ให้ดูรอยบาดตรงนิ้วชี้ข้างขวาที่ยื่นมาตรงหน้าข้า คาดว่ามีดที่ข้าเผลอทำหลุดมือเมื่อครู่คงจะกระเด็นไปเฉือนนิ้วอีกฝ่ายโดยบังเอิญ
เอ่อ นึกว่าจะช่วยฉุดให้ลุก ที่แท้ยื่นมือให้ข้าดูแผลหรอกเหรอ
และอีกอย่าง…นั่น…เรียกว่าแผลได้รึเปล่าก็ไม่อาจทราบ เป็นแค่รอยบาดเล็กๆ ไม่ถึงกล้ามเนื้อชั้นในด้วยซ้ำ เลือดก็ไม่ออก มีแค่รอยบางๆ ที่โคนนิ้ว หากไม่สังเกตดีๆ คงมองผ่านไปเสียเฉยๆ อย่างที่ข้าไม่ทันมองเมื่อครู่
“ยังไงก็นับว่าเป็นแผล” ซีเอลเอ่ยยิ้มๆ
“เจ้าออมมือเกินไปแล้ว” โฟรเซนที่มายืนด้านหลังข้าเมื่อไรไม่อาจทราบกล่าวด้วยเสียงไม่พอใจ ก่อนจะช้อนใต้รักแร้ข้าให้ลุกด้วยท่าเหมือนสะบัดผ้าตากอีกแล้ว ข้าถึงกับตัวลอยเลยเชียว
“ท่านกลาเซียสสั่งมานี่นา” ซีเอลยักไหล่ พร้อมไอหมอกที่จางหาย “แต่กับเจ้าน่ะไม่ออมมือหรอกนะ”
“ชิ เล่นฟาดซะกระเด็นแบบนั้น ถ้าออมมือข้าก็ไม่ยอมอยู่เฉยหรอก”
“เดี๋ยวก่อน” ซีเอลรั้งข้าก่อนที่จะเดินตามหลังเจ้าเสือออกจากห้อง “ท่านจีเซลมีเรื่องจะพูดกับเจ้า”
เด็กชายตัวน้อยดิ้นไปดิ้นมาอย่างรำคาญเมื่อถูกสะกิด ก่อนจะลืมตาโพลงอย่างอดไม่ไหวกับความพยายามของผู้ปลุก ดวงตาสีครามสวยส่อประกายหงุดหงิด
“อะไร” จีเซลถามซีเอลตาปรือ ผมสีทองตัดสั้นชี้ฟูยุ่งเหยิงแลดูน่ารัก เด็กน้อยกอดผ้านวมผืนหนาที่ชายหนุ่มห่มให้คล้ายต้องการคลายความหนาว
“ท่านมีอะไรจะพูดกับเด็กใหม่ไม่ใช่หรือ” ซีเอลกล่าวเสียงอ่อนโยน แตกต่างจากที่แสดงออกกับโฟรเซนและข้าโดยสิ้นเชิง
เปลี่ยนหน้ากากไวสุด!
“หืม เสร็จแล้วเหรอ” เด็กน้อยขยี้ตางัวเงีย คงจะยังไม่ตื่นดีเท่าไรนัก “เอาเป็นว่ายินดีต้อนรับสู่สมาพันธ์นะเซอเซส”
กล่าวจบก็ล้มตัวลงนอนทันควัน ดวงตากลมโตหลับพริ้มและพลิกตัวหันหลังให้ข้า ซีเอลห่มผ้าให้อย่างรู้หน้าที่ แถมยังเดินไปหยิบหมอนมาให้เจ้านายหนุนเพิ่มอีก ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางให้เด็กน้อย ก่อนจะหันมาแสยะยิ้มให้โฟรเซนภายในเสี้ยวนาที
“อย่างที่นายข้าพูด ยินดีต้อนรับ” ซีเอลเอ่ยทวน ก่อนจะเดินมาตบบ่าข้าอย่างให้กำลังใจ “ช่วยอยู่กับโฟรเซนให้นานที่สุดด้วยละ”
เอ๊ะ ฟังแปลกๆ อย่างไรชอบกล
“อย่าสอดน่าซีเอล”
“ข้าแค่เป็นห่วง เจ้าเสียใจมามากแล้ว” ซีเอลกล่าวอย่างไม่รู้สึกรู้สา ก่อนจะผลักหลังข้าให้ก้าวออกจากห้องไปหาโฟรเซนซึ่งยืนรออยู่ด้านนอก
“ราตรีสวัสดิ์”
ประตูถูกปิดลงอย่างนิ่มนวลแกมไล่ ถึงอย่างนั้น…คำพูดทิ้งท้ายของซีเอลสำคัญกว่า
‘อยู่กับโฟรเซนให้นานที่สุด’
‘เจ้าเสียใจมามากแล้ว’
คำพวกนี้…เป็นสาเหตุความเงียบของเจ้าเสือรึเปล่านะ เพราะหลังออกจากห้องจีเซล เจ้าเสือจอมพล่ามก็นิ่งเฉยอย่างน่าแปลก ให้ตายสิ ทำไมเจ้านายถึงอ่านความคิดพยัคฆ์เมฆาไม่ได้กันนะ ไม่ยุติธรรมเลย
“หยุดคิดเรื่องไร้สาระสักที” โฟรเซนเอ่ย ก่อนจะนิ่งไปอีกครั้ง ทำให้ข้ามั่นใจว่าสาเหตุนั้นต้องมาจากคำพูดของซีเอลแน่นอน
เกิดอะไรขึ้นนะ
“ขอเตือนครั้งสุดท้าย เลิกคิดเกี่ยวกับอดีตของข้าได้แล้ว”
โฟรเซนไม่เคยยื่นคำขาดกับข้าขนาดนี้มาก่อน ข้าตกใจจนอ้าปากกว้าง อยากจะแย้งออกมาแต่พูดอะไรไม่ออกจนได้แต่ถลึงตาจ้องกลับ
“อย่าเพิ่งทะเลาะกันสิ ทำจิตใจให้ผ่อนคลายกันดีกว่านะ” เสียงคุ้นเคยทางด้านหลังข้า ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่สลายราวถูกปัดเป่าด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์
เป็นใครไปได้ล่ะถ้าไม่ใช่พี่เพล
“คงจะเหนื่อยกันแล้วใช่ไหม นั่งจิบชาสักครู่เถอะ” พี่เพลกล่าวชวนก่อนจะเดินนำมาที่ห้องห้องหนึ่ง…ห้องนั้นถูกตกแต่งอย่างสวยหรูไม่ต่างจากโรงแรมห้าดาว ทั้งโคมไฟระย้าทำจากคริสตัลหรือพื้นพรมจากขนสัตว์ชั้นดี แต่สิ่งที่สะดุดตาสุดคือโต๊ะกลมกลางห้องที่มีบุคคลผู้หนึ่งจับจองที่นั่งอยู่
ใช่ จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่พี่ซัฟเฟอร์
ชายหนุ่มผมสีเพลิงที่กำลังก้มหน้าก้มตาเคี้ยวขนมหวานในมือโดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น!