The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 17 ภารกิจแรก
บทที่ 17
ภารกิจแรก
ข้าได้รับบัตรประจำตัวแล้ว
สมกับเป็นบัตรของผู้ส่งสารแห่งสามภพ เพราะหักไม่งอ โดนไฟไม่ไหม้ แข็งแรงและประณีตอย่างมากโดยเฉพาะลวดลายพยัคฆ์เมฆาอันเป็นสัญลักษณ์ของสมาพันธ์ เสียอย่างเดียว…
รูปข้าโคตรอัปลักษณ์เลย!
หน้าเหวออย่างเอ๋อ ตาโตๆ ที่ถลึงจนแทบถลน ปากอ้านิดๆ ดูน่าเกลียดสุดขีดจนอยากหาอะไรมาปิด
“ฮ่าๆๆ”
ใครเลยจะหัวเราะเยาะข้าได้สะใจเท่าเจ้าเสือของข้าเอง…มันถึงกับลงไปกลิ้ง ตีพื้นป้าบๆ ระบายความหรรษาที่อยากเอาบัตรของข้าไปอวดสมาชิกทุกคนให้เชยชม
“เพราะเจ้านั่นแหละ” ข้าเดินไปเตะ แต่เจ้าเสือกลิ้งหลบทัน ข้าเลยลื่นล้มจนก้นจ้ำเบ้าซะแทน “โอ๊ย!”
เจ้าเสือหัวเราะดังกว่าเดิมกับสภาพติงต๊องน่าอนาถของเจ้านาย ฮึ่ม เมื่อวานไม่น่าสงสารมันเลย
“ไม่ต้องห่วงนะเซอเซส บัตรประจำตัวมีวันหมดอายุ ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่เจ้าค่อยถ่ายใหม่แล้วกัน” คาเทลเรียสหรือคาร์ทเอ่ยระหว่างที่ข้ากับเจ้าเสือเริ่มตีกันบนพื้นห้องพยาบาลในท่ากระโจนปล้ำกลิ้งไปกลิ้งมากับพื้น
“จริงหรือขอรับ”
“จริงสิ แต่กว่าจะหมดอายุก็อีกร้อยปีน่ะนะ”
ข้าห่อเหี่ยวใจในทันใด อีกร้อยปีเชียวหรือ ข้าต้องทนดูภาพทุเรศนี้รวมถึงนำของสิ่งนี้แนะนำตัวเวลาปฏิบัติภารกิจไปถึงร้อยปีเชียวหรือ ไม่สิ จะมีชีวิตรอดถึงร้อยปีรึเปล่าก็ไม่มั่นใจ ขนาดเตะเสือยังล้มเองเลยซวยจริงๆ
“ไร้สาระ” เจ้าเสือถีบข้าเบาๆ แล้วลุกยืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ข้าชี้นิ้วคาดโทษมัน ก่อนจะตะกายไปนั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเมื่อคาร์ทหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายเบ็ดเตล็ดของสมาพันธ์เลื่อนเก้าอี้ให้เหมือนมีเรื่องอยากคุยด้วย
“ฟังแล้วจำให้ดีนะเซอเซส เพราะบัตรประจำตัวมีคุณสมบัติหลายอย่างที่เป็นประโยชน์กับผู้ส่งสารมาก” คาร์ทริบบัตรประจำตัวในมือข้าพลิกไปด้านหลัง เมื่อไม่เห็นรูปน่าเกลียดของตัวเองก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ “เช่นตัวเลขตรงนี้…คือเลขพิกัดที่เจ้ายืนอยู่ ส่วนตัวเลขถัดมานี้…คือปริมาณเงินในบัญชีของเจ้า บรรทัดที่สามคือวัน เดือน ปี และเวลาของสถานที่นั้นๆ ที่เจ้าไปเยือน เพราะแต่ละแดนมีเงื่อนไขเวลาที่แตกต่างกัน”
33-33
0 G
29/11/99 8:45
นั่นคือตัวเลขที่แสดงผล ณ ตอนนี้
“เจ้าอาจไม่เข้าใจเรื่องพิกัด แต่ไม่ต้องห่วง เพราะพยัคฆ์เมฆารู้จักตัวเลขนี้เป็นอย่างดี”
“ฉะนั้นเจ้าต้องพึ่งข้า” โฟรเซนโผล่มากระซิบข้างหูตอนไหนไม่ทราบ
“เจ้าสิต้องพึ่งพลังเวทของข้า!”
“ตอนนี้เจ้าเป็นสมาชิกเต็มตัว ไม่มีอะไรต้องจัดการอีกแล้วนอกจากรอรับภารกิจ” คาร์ทเอ่ยระหว่างปล่อยให้พวกเราตีกันตามสบาย “ไม่สิ เจ้าอยากย้ายห้องสินะ งั้นต้องไปแจ้งย้ายกับกลาเซียสหรือเพลโธรัส”
เพราะห้องเละมากเกินกว่าจะนอน เมื่อคืนข้ากับเจ้าเสือเลยเคาะประตูห้องพยาบาลเพื่อขออาศัยเตียงว่างๆ ในการพักผ่อน ด้วยเหตุนี้เขาเลยชินเวลาข้ากับโฟรเซนทะเลาะกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องทนฟังคำโต้เถียงและดึงผมยีหัวตลอดคืน
“พี่เพล? แจ้งพี่เพลได้ด้วยหรือขอรับ” ข้าถามในสภาพหัวยุ่งๆ เพราะโดนเจ้าเสือจัดการจนกระเซิง
“เพลโธรัสคือรองหัวหน้าสมาพันธ์ เผื่อเจ้าไม่รู้” คาร์ทมองข้าด้วยสายตาแปลกๆ เพราะในสามวันนี้พี่เพลช่วยดูแลเด็กใหม่หลายอย่างตามตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้า ถึงว่าสิ…ข้าเจอหน้าเขาบ่อยสุดๆ
“ข้ากำลังพนันกับตัวเองเลยเชียวว่าเจ้าจะรู้ตัวเมื่อไหร่ ถ้าไม่มีใครบอก…คาดว่าตลอดชีวิต!”
“ข้าไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ ข้าแอบสงสัยแล้วจริงๆ นะ” ข้าเถียงโฟรเซน
“เจ้าคิดอะไรในหัวบ้างมีหรือข้าจะไม่รู้ เรื่องติงต๊องไร้สาระทั้งนั้น”
“เจ้าเสือบ้า!”
“ขอเถอะเลิกสร้างความวุ่นวายในห้องพยาบาลแสนสงบของข้าได้แล้ว” คาร์ทขัดเมื่อข้าตั้งท่าตีกับเจ้าเสือรอบที่เท่าไรไม่รู้ของวัน เพราะเห็นแก่ผู้อาวุโสของสมาพันธ์ ไม่ใช่เพราะสู้ไปก็แพ้ให้เจ็บช้ำ ข้าจึงโค้งตัวเคารพก่อนจะดึงแขนโฟรเซนออกจากห้องโดยมีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังตลอดทาง
เจ้าของเรือนผมสีเขียวตะไคร่ดันแว่นตาข้างเดียวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ยิ้มอย่างจริงใจได้แล้วนี่นะ โฟรเซน”
เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงเที่ยง เจ้าเสือเลยพาข้าวาร์ปมาห้องอาหารที่ซึ่งคาดว่าสมาชิกทุกคนมารวมตัวกัน แต่พี่เพลกลับไม่อยู่ซะงั้น คนที่นั่งน่ารักอยู่ตรงโต๊ะโดยรอให้พยัคฆ์เมฆาของตนหาอาหารมาบริการปานคุณหนูที่ได้รับการประคบประหงมราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบคือ…เด็กน้อยนามจีเซล
“สวัสดีตอนเที่ยงนะขอรับ” ข้าทักทายรุ่นพี่อย่างมีมารยาท ปรากฏว่าเด็กชายตัวน้อยเงยหน้าจากหนังสืออ่านเล่นก่อนจะยิ้มนิดๆ แต่อานุภาพทำลายล้างสุดๆ ข้าเคลิ้มหน้าเพ้อไปครู่หนึ่งกับความน่ารักของเทวดาตัวน้อยที่น่าโอบประคองกลางฝ่ามือ
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซีเอลถึงหวงจีเซลยิ่งกว่างูจงอางหวงไข่
“เข้าใจข้าแล้วใช่ไหม” เสียงนุ่มทุ้มฟังคุ้นหูเอ่ยด้านหลังข้า ซีเอลนั่นเอง วันนี้เขามาในชุดแปลกตาน่าตะลึง เพราะชุดสูทสุภาพถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตขาวทับด้วยกั๊กสีดำ แถมยังติดโบตรงคอเสื้ออีกด้วย ไม่เข้ากับผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานติดลูกไม้ และ…หูกระต่ายสีขาวบนศีรษะ!
“ขอโทษด้วยท่านจีเซล ข้าหาหูกระต่ายสีชมพูไม่เจอจริงๆ” ซีเอลเผยสีหน้าเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง ขณะที่จีเซลเหลือบมองด้วยดวงตาเปล่งประกาย ข้าคล้ายเห็นปีกและหางของปีศาจปรากฏรางๆ ซ้อนทับภาพเทวดาตัวน้อยที่กำลังแสยะยิ้ม
แต่ก็ยังดูน่ารักน่าชังจนน่าจับกอดสักทีสองทีอยู่ดี
“ข้าย้ำแล้วนะต้องเป็นสีชมพูเท่านั้น” จีเซลเอ่ยเสียงห้วน
“ขอโทษจริงๆ ขอรับ แต่เมื่อไม่มีท่าน ข้าก็ข้ามมิติไปไกลสุดได้แค่ตลาดริมเมืองแดนมนุษย์เท่านั้น ที่นั่นมีเพียงหูกระต่ายสีขาวกับสีดำ ข้าเลยซื้อมาทั้งสองสี” ซีเอลหยิบที่คาดผมหูกระต่ายสีดำมาโชว์เจ้านายตัวน้อยอย่างขอความเห็นใจ
“ข้าบอกว่าสีชมพูก็ชมพูสิ ไม่รู้ละ หากเจ้าหามาไม่ได้ ข้าจะไม่ยอมกินข้าว” จีเซลยื่นคำขาด ซีเอลแทบหัวใจสลาย
“ข้าจะรีบหาโดยเร็วที่สุด” ดวงตาของพยัคฆ์หนุ่มในสภาพสวมหูกระต่ายสีขาวแฝงความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด ก่อนเจ้าตัวจะหยิบเอาถุงกระดาษสามถุงให้จีเซลที่ใช้หางตาเหลือบมอง ใบหน้าน่ารักบึ้งตึง “นี่เป็นขนมจากแดนมนุษย์ที่ข้าซื้อมาเมื่อครู่ ยังอุ่นๆ อยู่ ได้โปรดทานระหว่างรอข้านะขอรับ”
จีเซลสะบัดหน้าไปอีกทางคล้ายไม่สนใจ ซีเอลจึงวางถุงขนมทั้งสามลงบนโต๊ะด้วยรอยยิ้มเจื่อน
“ข้าจะรีบกลับมาหาท่าน ท่านจีเซล”
ทันทีที่ร่างนั้นหายไปด้วยเวทข้ามมิติ มือเล็กๆ ของเด็กน้อยก็เปิดถุงขนมทั้งสามมากินอย่างมีความสุข ใบหน้าน่ารักราวเทวดาตัวน้อยหากแต่มีปีกปีศาจงอกอยู่รางๆ (ในความคิดข้า) กำลังแย้มยิ้มสนุกสนาน
ชักสงสารซีเอลซะแล้วสิ
“ไม่ต้องสงสารหรอก มันออกจะดีใจที่สามารถทำให้เจ้านายมีความสุขเล็กๆ น้อยๆ ได้ด้วยการแต่งตัวประหลาดๆ” โฟรเซนกระซิบที่ข้างหูก่อนจะลากตัวข้าให้ออกห่างจากโต๊ะขนมของจีเซล
“หูกระต่ายก็น่ารักดีนะ?”
“คิดว่ามีแค่หูกระต่ายหรือไง คอยดูไปเถอะ เดี๋ยวเจ้าจะเจอชุดที่เกินจินตนาการกว่านี้แน่ ไม่ว่าจีเซลจะปฏิเสธยังไง แต่นิสัยแบบนั้นก็เด็กอยู่ดี” เจ้าเสือกล่าวพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่ง ห่างจากโต๊ะของคู่หูชอบตีสองหน้าอยู่มากโข คงกลัวเด็กน้อยได้ยินละมั้ง
“ซีเอลตามใจเจ้านายเกินไป ทำพยัคฆ์เมฆาเสียภาพลักษณ์หมดแล้ว”
“ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้ามีภาพลักษณ์ที่ต้องรักษาอยู่แล้วนะ”
ข้านึกภาพพี่ซัฟเฟอร์ที่สวบขนมด้วยหน้าตายๆ เอรินที่ตาปรือตลอดเวลา และเจ้าเสือข้างกายที่ไม่เห็นจะมีดีตรงไหนนอกจากกลั่นแกล้งเจ้านาย
“พูดอีกทีสิ”
“อื้อๆๆ!”
สองแก้มโดนมันบีบจนหน้าบู้บี้ ข้าดิ้นประท้วงอยู่หลายทีกว่าจะได้สั่งอาหาร แน่นอนว่าแอบแย่งอาหารของโฟรเซนจนเกิดศึกช้อนปะทะส้อม เพราะข้าไม่รู้นี่ว่าที่นี่มีอะไรอร่อย เลยอยากชิมหลายๆ อย่างหน่อย
จึกๆ
มีคนสะกิดไหล่ข้าตอนกำลังแย่งกุ้งจากจานโฟรเซนสำเร็จ เพราะรู้สึกแปลกๆ ราวกับถูกบางสิ่งนุ่มนิ่มสัมผัส ข้าจึงขมวดคิ้วโดยยังคาบส้อมคาปากพลางหันไปด้านหลัง ก่อนจะอ้าปากค้างจนส้อมหล่นกระทบจาน เพราะคนคนนั้น…คือซีเอลที่บนศีรษะมีหูกระต่ายสีชมพูสมใจจีเซล แต่มือนั้นกลับสวมอุ้งตุ๊กตาแมว แถมด้านหลังยังแปะหางวัวอีกด้วย
ผ้ากันเปื้อน… มือแมว… หางวัว…หูกระต่าย
ข้ายอมรับว่าซีเอลตามใจจีเซลมากจริงๆ
“หน้าไม่อายน่ะสิไม่ว่า” เจ้าเสือกระซิบ
“ท่านรองให้ข้ามาตามพวกเจ้าทั้งสองน่ะ” ซีเอลเอ่ยด้วยประกายตาที่วาววับประดุจราชสีห์ไปทางโฟรเซน จริงสิ ต่อหน้าจีเซลนอบน้อม แต่ลับหลังพร้อมเชือดไม่เลี้ยงนี่นะ “เห็นว่ามีภารกิจเหมาะสมให้เด็กใหม่ เสร็จธุระตรงนี้แล้วก็ไปหาที่ห้องท่านรองด้วยล่ะ”
“ขอบคุณขอรับ” ข้าตื่นเต้นจนตาโต พลันสายตาข่มขู่ของซีเอลอ่อนลงเหลือเพียงรอยยิ้มบางและอุ้งตุ๊กตาแมวที่ลูบศีรษะข้าสองแปะ
“เจ้าเป็นเด็กดีนะ ไม่น่าผูกติดกับเสือปากเสียอย่างโฟรเซนเลย”
“ใช่ไหมล่ะขอรับ”
“เจ้าจะไปไหนก็รีบไปเลย” โฟรเซนโบกมือไล่ซีเอลอย่างไม่ต้อนรับ รอยยิ้มของซีเอลพลันยกขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่น เขาเอื้อมมือไปข้างเอวคล้ายต้องการหยิบแส้ฟาดสั่งสอนเจ้าเสือบางตัว ซึ่งข้าเต็มใจอย่างยิ่ง
“ซีเอล คั้นน้ำส้มให้ข้าที” เสียงใสๆ ของจีเซลดังแทรกซะก่อน
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ ท่านจีเซล”
แม้ข้าสงสัยว่าในเมื่อรายการอาหารมีน้ำส้มให้สั่ง แล้วทำไมจีเซลถึงให้ซีเอลคั้นด้วย แต่ในเมื่อเจ้าตัวยิ้มระรื่นดีใจ ข้าเองก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินรสนิยมของทั้งคู่ แม้จะเสียดายนิดหน่อยตรงอดเห็นเจ้าเสือโดนกระทืบ ข้ากำลังจะบีบซอสใส่จานทำเป็นป้ายเชียร์ซีเอลแล้วเชียว
“เจ้ากล้าเชียร์คนอื่นนอกจากข้าด้วยหรือ”
“ทำไมจะไม่กล้า เฮ้ย!”
ข้ากระโดดเหยงๆ เมื่อเจ้าเสือบีบซอสมะเขือเทศเลอะเสื้อ
“เจ้าโดนแน่!”
ข้าพยายามจะแย่งขวดซอสคืน แต่เจ้าเสือวิ่งหนีรวดเร็วพลางกระดิกนิ้วเรียกอย่างเยาะเย้ยสุดๆ ไม่ทันจะไล่ตามแม้ขาสั้นตรงหน้าของข้าก็มีชายหนุ่มหัวแดงของจริงโดยไม่ต้องพึ่งซอสใดๆ ปรากฏขวางกะทันหันจนเกือบชน
“พี่ซัฟเฟอร์!”
เจ้าของชื่อเหลือบมองข้าหนึ่งที แอบหยิบขนมบนโต๊ะเข้าปากคำเดียวหมดไม่เหลือหลักฐาน ก่อนจะคว้าแขนข้าและหันไปพยักหน้ากับโฟรเซน
“เพลให้มาตาม”
รอบกายข้ากลายเป็นสีดำสนิท เพราะเริ่มชินกับเวทข้ามมิติแล้ว ครั้งนี้ข้าจึงไม่ค่อยพะอืดพะอมมากนักเมื่อหล่นตุบบนพรมสีน้ำเงินในห้องของพี่เพล
“ขอโทษนะเซอเซสคุง แต่ท่านกลาเซียสดันเลือกงานแรกเป็นภารกิจจำกัดเวลา ข้าจึงวานให้ซีเอลและซัฟเฟอร์ไปตาม เพราะเร่งด่วนมากจริงๆ” พี่เพลเอ่ยพลางหยิบกระดาษปึกหนึ่งส่งให้ข้า ซึ่งข้าก็รีบเช็ดมือให้สะอาดทันทีแล้วรับมาอ่านอย่างลุ้นระทึกว่าจะเป็นภารกิจแบบไหนกันนะ
ใบมอบหมายภารกิจ
รูปแบบงาน : จำกัดเวลาภายในสามชั่วโมงหลังได้พัสดุ
สิ่งที่ต้องส่ง : กล่องขนาด 10×15 เซนติเมตร ถูกปิดผนึกโดยสมบูรณ์
ข้อควรระวัง : สิ่งของภายในอาจเป็นของที่สามารถบุบสลายได้ จึงใคร่ขอเตือนให้ระมัดระวังเป็นอย่างมากระหว่างเดินทาง
ผู้รับของ : คาไอล่า เวลโรเทล ดินแดนพราย พิกัด ‘10051-51276918’
ข้าไล่สายตาอ่านคร่าวๆ อย่างทำความเข้าใจ ก่อนจะเปิดกระดาษไปหน้าหลังๆ ซึ่งเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมของลักษณะภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม จำนวนประชากร และอีกมากมายเกี่ยวข้องกับแดนพราย
ข้อมูลมีมากกว่าสิบหน้า ให้อ่านตอนนี้คงไม่ทันแน่
“ตอนนี้เหลือเวลาอีกสองชั่วโมงสี่สิบห้านาที เซอเซสคุงรีบไปก่อนดีกว่านะ เพราะการจะหาผู้รับของนั้นบทจะง่ายก็ง่าย บทจะยากก็ยาก” พี่เพลพูดพลางส่งกล่องตามขนาดที่ถูกระบุไว้ให้พร้อมกระเป๋าสะพายสีดำและเสื้อคลุมตัวใหม่ให้ข้า แน่นอนว่าอย่างแรกถูกปิดผนึกเรียบร้อยด้วยกระดาษสีดำสนิทที่ห่อหุ้มมิดชิด ด้านบนมีตราเล็กๆ รูปพยัคฆ์แสนคุ้นเคย หรือก็คือตราของสมาพันธ์นั่นเอง
“ขอบคุณขอรับ” ข้ารับเสื้อคลุมมาสวม พบว่าเป็นเนื้อผ้าอย่างดีที่ไม่เคยได้ใส่มาก่อน แถมยังมีฮู้ดให้ปิดสีผมด้วยอย่างเอาใจใส่ ตัวชุดเป็นสีดำปักขอบด้วยดิ้นเงิน มองผ่านๆ แล้วเหมือนสีหัวของข้าเลย จากนั้นก็หยิบกระเป๋ามาสะพาย ก่อนจะนำเอกสารสิบหน้าและกล่องปิดผนึกใส่เข้าไป เพียงเท่านี้ก็พร้อมปฏิบัติภารกิจแล้ว!
ไม่สิ ข้าเหมือนลืมอะไรบางอย่าง
“โชคดีนะเซอเซสคุง” พี่เพลอวยพร ข้ายิ้มตอบพลางหันไปหาเจ้าเสือตาประกายวิบวับอย่างตื่นเต้นสุดขีด เจ้าเสือเห็นแล้วก็ดันศีรษะข้าเบาๆ หนึ่งทีก่อนจะหยิบเอกสารในกระเป๋าขึ้นมาดูพิกัด
“‘10051-51276918’ สินะ”
“อื้อๆ” ข้ายังคึกคักมาก เจ้าเสือเลยกระชากแขนข้าแรงๆ จนตัวเซแล้วใช้เวทข้ามมิติ ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนรอบกายจะเป็นสีดำมืดมิดคือพี่เพลซึ่งมองอย่างเป็นห่วงและพี่ซัฟเฟอร์ที่โบกมือลาด้วยหน้าตายๆ โดยที่เคี้ยวขนมงุบงิบไม่หยุด
เอ๊ะ ข้านึกออกแล้ว
ข้าลืมแจ้งเรื่องย้ายห้องนอน!