The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 20 เริ่มภารกิจใหม่
เริ่มภารกิจใหม่
‘ถึง เซอเซเรซิสเซทัล
ไง…ไม่เจอกันตั้งสามชั่วโมงแน่ะ คิดถึงข้าล่ะสิ ถึงประสบการณ์พบกันของเราจะไม่น่าจดจำ แต่ประสบการณ์ตอนเราแยกกันก็น่าตลกดีนะ จนตอนนี้ข้ายังจำหน้าเหวอๆ ของเจ้าได้ นึกแล้วขำทุกทีคงหลอกหลอนไปอีกนาน
ในเมื่อเจ้ารู้จักข้าแล้ว และข้าก็รู้จักเจ้าแล้ว งั้นถือว่าเราเป็นเพื่อนกันแล้วเนอะ มีสหายเป็นผู้ส่งสารแห่งสามภพคงน่าสนุกไม่เบา เจ้าไม่ต้องตอบรับหรอก เพราะข้าตอบตกลงให้แทนแล้ว
หวังว่าเราคงได้พบกันเร็วๆ นี้ อ้อ! ข้าส่งลายเซ็นฝากเจ้ากับโฟรเซนด้วยนะ แถมโปสเตอร์สุดหายากอีกแผ่นด้วย ถือว่าเป็นของขวัญแสดงความจริงใจจากข้า เก็บรักษาไว้ดีๆ ล่ะ เพราะสาวๆ ในแดนพรายตามหากันให้ควักถึงขั้นยอมประมูลด้วยราคาสูงมากจนเจ้าคาดไม่ถึงเชียวนะ
รักและคิดถึง
ดารายอดฮิตแห่งแดนพราย
เว็กซ์เลอร์’
ข้าขยำจดหมายทันทีที่อ่านจบ ใจจริงอยากปาทิ้งพื้นแล้วกระทืบซ้ำ แต่เจ้าเสือดันชูโปสเตอร์ขนาดใหญ่อวดข้าด้วยรอยยิ้มโคตรกวน
“เจ้านี่ดูดีนะ ดูดีกว่าเจ้าตั้งเยอะ”
“แหงสิ ข้าไม่ใช่ดาราชื่อดังแห่งแดนพรายนี่!” ข้าชี้นิ้วใส่คนหล่อในรูปอย่างไม่เข้าใจสักนิดว่าเป็นที่ชื่นชอบแถมรวยมากแล้วเว็กซ์เลอร์จะผันตัวเป็นขโมยทำไม พอถามเจ้าตัวก็บอกว่าเป็นงานอดิเรกเพื่อคืนความยุติธรรมแก่ชุมชน เพราะเขาจะเลือกล็อกเฉพาะเหยื่อที่น่าสงสัยว่าจะไปสร้างความเดือดร้อนให้ชาวพราย ยิ่งฟังยิ่งเคือง ข้าซื่อขนาดนี้ดูเหมือนมิจฉาชีพตรงไหน มองมุมไหนก็ออกจะน่ารักน่าเอ็นดู!
“เจ้าใช้ตามองหรือตาตุ่มมองกันล่ะ”
“เดี๋ยวต่อยจนตาโปนเลยนี่”
“ทำได้ก็ลองดู”
แล้วข้ากับเจ้าเสือก็ตะลุมบอนกันโดยมีโปสเตอร์ของเว็กซ์เลอร์ปลิวไปนอนแผ่กับพื้น ของที่ชาวพรายแย่งชิง เมื่ออยู่ในน้ำมือข้ากับโฟรเซนก็ถูกหมางเมิน
แม้จะยอมรับว่ารูปของเว็กซ์เลอร์หล่อมาก ผมสีขาวถูกจัดเป็นทรงเปิดเหม่งเผยให้เห็นใบหน้าน่าหลงใหลและดวงตาน่าลุ่มหลง แถมยังสวมเสื้อติดกระดุมไม่เรียบร้อยชวนให้สาวๆ ใจเต้นตึกตักยามเห็นผิวเนื้อละเอียดบริเวณไหปลาร้าไล่มาถึงแผ่นอก เมื่อรวมกับรอยยิ้มโปรยเสน่ห์แลเจ้าชู้กรุ้มกริ่มก็ไม่แปลกหากพวกเธอจะกรี๊ดสนั่นเมื่อเจอตัวจริง
ย้อนความสักนิด หลังถูกเปิดเผยตัว สถานพยาบาลก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
‘เว็กซ์ ขอลายเซ็นได้ไหม’
‘ข้าขอถ่ายรูปด้วยนะ’
‘อ๊ายยย ตัวจริงหล่อลากดินจนน่าจับฟัดมากๆ เลย’
พวกเราถูกสาวๆ รุมล้อม หรือให้ถูกคือเว็กซ์เลอร์คนเดียว แต่เพราะข้ายืนข้างๆ เขาแล้วชิ่งหนีไม่ทัน เลยถูกพวกเธอตีกรอบโอบล้อมจนไปไหนไม่ได้ ขณะที่ข้าพยายามทำตัวลีบที่สุด เว็กซ์เลอร์ก็เสยผมด้วยท่วงท่ากระชากใจที่สุด เสียงกรี๊ดดังสนั่นหวั่นไหว ข้าอุดหูที่เกือบแตกด้วยสีหน้าอ๊องอึน
‘วันนี้ข้ามีธุระสำคัญ คงจะอยู่ที่นี่ได้ไม่นานนัก ต้องขอโทษด้วยนะที่แจกลายเซ็นหรือถ่ายรูปกับพวกเจ้าไม่ได้’ เว็กซ์กล่าวกับเหล่าสาวๆ ด้วยใบหน้าที่แฝงความเสียดายอย่างสุดซึ้ง แต่ลับหลังแอบเอามือป้องปากเพื่อกระซิบข้างหูข้า ‘เจ้าเป็นผู้ส่งสารแห่งสามภพใช่ไหม รีบพาข้าออกจากที่นี่เร็วเข้า!’
‘ทำไมข้าต้องฟังคำสั่งเจ้าด้วย’
‘ข้าไม่ถือสาเรื่องยาแก้เมาค้าง ตกลงไหม’
ไม่ทันตอบเจ้าเสือก็ใช้เวทข้ามมิติกะทันหัน ทำเอาข้าเกาะแขนเว็กซ์เลอร์ส่วนหมอนั่นเองก็เกาะไหล่ข้าเมื่อรอบกายถูกปกคลุมด้วยความมืดและภาพพลิกตลบชวนวิงเวียน ไม่นาน พวกเราก็ถึงบ้านของเขาโดยสวัสดิภาพ โดยที่ข้ามีสีหน้าดีกว่าพรายหนุ่มซึ่งปิดปากคล้ายอยากจะอาเจียน
‘เจ้าเป็นอะไรหรือไม่’ ข้าถามอย่างมีน้ำใจ ยังคงจับแขนอีกฝ่ายช่วยพยุงดาราหนุ่ม แต่จริงๆ แอบอมยิ้มขำขัน พูดกับเจ้าเสือในความคิดว่าเห็นไหม ข้าไม่ได้ปวกเปียกอยู่คนเดียวเสียหน่อย ใครเจอเวทข้ามมิติก็ต้องมีอาการพะอืดพะอมทั้งนั้นแหละ!
‘ครั้งแรกของเขากับครั้งแรกของเจ้าต่างกันมาก อย่าให้ข้าอธิบายว่าสภาพเจ้าตอนนั้นขาสั่นขนาดไหน ยืนไม่ไหวด้วยซ้ำไป’
ข้าถลึงตาใส่อากาศเพราะเถียงเจ้าเสือไม่ออก ก่อนจะหันไปคุยกับเว็กซ์เลอร์ โป้งโฟรเซนแล้ว
‘ในเมื่อพวกเราไม่มีอะไรติดค้างกัน และภารกิจของข้าก็สำเร็จแล้ว งั้นข้าขอตัวละนะ’
‘เดี๋ยวสิ’ พรายหนุ่มรีบคว้ามือข้าไม่ให้ไป ‘เจ้าไม่อยากรู้จักข้าหรือ ข้าชื่อเว็กซ์เลอร์ หรือจะเรียกว่าเว็กซ์ก็ได้ ในแดนพรายข้าเปรียบเสมือนดวงดาราแสนงดงามและเปล่งประกายที่ไม่ว่าใครเห็นเป็นต้องชื่นชม ติดอันดับชายงามยอดนิยม และมีงานอดิเรกคือการออกปล้นพวกคนน่าสงสัยยามค่ำคืน’
‘ข้าน่าสงสัยตรงไหน ข้าคือผู้ส่งสารแห่งสามภพเชียวนะ’
‘ข้าขอโทษที่เข้าใจเจ้าผิด แต่เจ้ายืนลับๆ ล่อๆ ตรงมุมอับของหน้าเวทีคอนเสิร์ตที่มีคนต่างเผ่ามาร่วมงานฉลองเยอะขนาดนั้นแถมยังชะเง้อชะโงกคล้ายพยายามหาเหยื่อ ข้าเข้าใจถูกก็แปลกแล้ว แต่ช่างเถอะ เรื่องนั้นกับเรื่องยาแก้เมาค้างถือว่าเจ๊ากัน พวกเรามาทำความรู้จักกันอีกครั้งดีไหม ข้าแนะนำตัวแล้ว ตาเจ้าบ้าง’
ข้าอิดออดเล่นตัวนิดหน่อย ดูสิ เมื่อก่อนที่แดนเทพไม่มีใครอยากข้องแวะ แต่พอได้ชื่อว่าผู้ส่งสารแห่งสามภพขนาดดาราดังแห่งแดนพรายยังอยากตีซี้ ชีวิตช่างพลิกตลบไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
‘เป็นเพราะข้า’
เจ้าเสือเอ่ยขัดในความคิดอย่างทวงถามความดีความชอบ แน่นอนว่าข้าเมินมัน
‘ข้าชื่อเซอเซเรซิสเซทัล หรือจะเรียกว่าเซอเซสก็ได้’
‘ส่วนข้าชื่อโฟรเซนโฟเรซิน พยัคฆ์เมฆาแห่งสมาพันธ์สามภพ ยินดีที่ได้รู้จัก’
ข้าตาโตเมื่อจู่ๆ เจ้าเสือก็ออกจากตราพันธสัญญามายืนฉีกยิ้มตรงหน้าแบบจงใจแย่งซีนสุดๆ และก็ได้ผลซะด้วย เทียบกับผู้ส่งสารแห่งสามภพแล้ว พยัคฆ์เมฆาที่มีพลังวาร์ปไปได้ทุกที่ไม่หวั่นต่อแดนเชื่อมต่อใดๆ ย่อมเป็นจุดสนใจมากกว่า
‘เจ้าออกมาทำไม’ ข้าเขย่าแขนโฟรเซนเมื่อมันทำท่าจะจับมือกับเว็กซ์เลอร์ที่ตื่นเต้นสุดๆ เมื่อเห็นพยัคฆ์เมฆาตัวเป็นๆ เพราะอย่างที่บอกไป เจ้าเสือจะออกมานอกตราพันธะได้ด้วยพลังเวทของเจ้านาย ฉะนั้นเวลาผู้ส่งสารปฏิบัติภารกิจ จึงไม่ค่อยมีใครพบเห็นสัตว์คู่หูประจำกายนัก
‘แค่นี้เจ้าไม่ตายหรอก’ เจ้าเสือยักไหล่ไม่สนใจเมื่อข้าหน้าซีดลงทุกที เรี่ยวแรงก็คล้ายจะเหือดหาย เป็นการคิดไปเองล้วนๆ เมื่อรับรู้ว่าการปรากฏกายของมันขึ้นกับพลังเวทแสนน้อยนิดของข้า
‘เจ้า…’
‘เอาล่ะ ในเมื่อมาพบกันนับว่าเป็นฟ้าลิขิต ถ้างั้นเราสามคนก็ถือเป็นเพื่อนกันเลยดีกว่า’ เว็กซ์เสนอความคิดด้วยรอยยิ้มกว้าง ขัดขวางการโวยวายชวนตีของข้าโดยสิ้นเชิง แล้วเจ้าเสือก็ดันเห็นดีเห็นงาม พยักหน้าอย่างไว้ตัวด้วยท่ายืนกอดอกแบบเก๊กขรึมสุดๆ
‘ได้สิ นี่คือที่อยู่ของสมาพันธ์ส่งสารแห่งสามภพ ว่างๆ เจ้าก็ส่งจดหมายติดต่อมาได้นะ พวกเราจะรอ’
พวกเราอะไรกัน เหมารวมเองแบบนี้ก็ได้หรือ ข้ายังคงเขย่าแขนมันทักท้วง ก่อนจะโดนมันคว้ามือแล้วใช้เวทข้ามมิติวาร์ปกลับมาสมาพันธ์ หลังจากนั้นก็ให้ย้อนไปตอนต้น เพราะเว็กซ์เลอร์ส่งจดหมายมาจริงๆ ได้จังหวะพอดีตอนที่ข้ากับโฟรเซนกำลังย้ายห้องใหม่
“จัดของเรียบร้อยแล้วหรือเซอเซสคุง” เสียงเรียกแสนอ่อนโยนอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่เพลทำให้ข้าเก็บมือสงบเสงี่ยมเลิกดึงผมโฟรเซนทันที ความปลาบปลื้มในตัวรุ่นพี่คนนี้ทะลุปรอท เพราะหลังกลับจากภารกิจ พี่เพลก็เซอร์ไพรส์ด้วยการพาไปเยี่ยมชมห้องใหม่โดยที่ข้าไม่ต้องทำเรื่องขอย้าย ข้าซาบซึ้งน้ำตาจะไหล ไม่เคยมีคนทำดีโดยไม่ต้องร้องขอมาก่อนในชีวิต ทำเอาเจ้าเสือตบหัวไปหลายที
ห้องใหม่คราวนี้ใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อย แต่ยังเป็นเตียงสองชั้นเช่นเดิม ข้าไม่เรื่องมาก มีที่ซุกหัวนอนก็ดีแค่ไหนแล้ว ปรากฏว่าพี่เพลใจดีถึงขนาดช่วยยกระดับข้าวของเครื่องใช้ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือตู้เสื้อผ้าล้วนทำด้วยวัสดุราคาแพงการันตีความแข็งแรงทนทาน
“เรียบร้อยแล้วขอรับพี่เพล” ตอนนี้ข้าถวายตัวเป็นสาวกผู้จงรักภักดีต่อพี่เพล เขาบอกซ้ายคือซ้าย บอกขวาคือขวา ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้!
“ประสาท” เจ้าเสือผลักหัวข้าจนคอเกือบเคล็ด
“เจ้าสิประสาท” ข้ายกเท้าเตะตอบโต้ แม้จะเตะไม่โดนเพราะขาสั้นก็ตาม
“โอ๊ะ! รูปนี้…” พี่เพลก้มหยิบโปสเตอร์ที่กองกับพื้นราวของไร้ค่าไร้ราคา ทั้งที่จริงๆ แล้วข้าตั้งใจเก็บรักษาอย่างดีเผื่อวันไหนยากจนมากจะนำไปเปิดประมูลที่แดนพราย แต่เจ้าเสือดันหาเรื่องก่อน เลยลืมซะสนิท “น้องชายของเวลโรนซ์หรือ”
ชื่อใครหว่าไม่คุ้นเลย ขณะที่ข้าทำหน้าอ๊อง เจ้าเสือก็พยักหน้าเศร้าๆ
“เวลโรนซ์…คือชื่อเจ้านายคนแรกของโฟรเซนคุงยังไงล่ะ ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเธอเป็นหญิงสาวที่งดงามมาก ถ้ามองจากภาพนี้ น้องชายของเธอมีเค้าโครงใบหน้าคล้ายกันกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซนต์เลยทีเดียว” พี่เพลเอ่ยเสียงเบาคล้ายไม่อยากสร้างความกระทบกระเทือนแก่ใจดวงน้อยๆ ของโฟรเซน
“คิดให้มันดีๆ หน่อย”
เจ้าเสือเงื้อมือจะตบหัว ข้าเลยตั้งหมัดสู้นะโว้ยแม้พยายามประมวลผล
น้องชาย? เว็กซ์เลอร์คือน้องชายของเจ้านายคนแรกเจ้าเสืองั้นหรือ!?
มิน่าล่ะมันที่ไม่ยอมปรากฏตัวนอกตราพันธะเพราะกลัวพลังเวทข้าแห้งเหือดรีบเสนอหน้าแนะนำตัวแถมยังให้ที่อยู่สมาพันธ์ด้วย เดี๋ยวนะ ถ้าเจ้าเสือรู้ว่าเว็กซ์เลอร์คือน้องชายของเจ้านายคนแรกจากหน้าตา และอยากสนิทสนมคุ้นเคยเพื่อสานสัมพันธ์ต่อจากนี้ หากมัน…นึกอยากได้หมอนี่เป็นเจ้านายคนใหม่แทนข้าล่ะ
“สมองเจ้ามีเรื่องดีๆ บ้างไหม”
เจ้าเสือตบหัวข้าป้าบใหญ่ ทำเอาหน้าทิ่มจนเกือบชนพี่เพล
“งั้นเจ้าเลิกใช้ความรุนแรงกับข้าสิ ตั้งแต่ทำพันธสัญญามากลั่นแกล้งรังแกข้าทั้งวันทั้งคืน ข้าเลยอดคิดไม่ได้น่ะสิว่าถ้าเจอคนที่ดีกว่า เหมาะสมกว่า อีกทั้งยังเป็นน้องชายของเจ้านายคนแรกของเจ้า เจ้าจะไม่อยากเปลี่ยนตัวแทนที่ข้า”
“ข้ากลั่นแกล้งรังแกเจ้าจริง แต่เจ้าเองก็ชวนข้าตีอยู่ทุกวี่ทุกวันไม่ใช่หรือยังไง ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่เจ้านายของข้าตอนนี้คือเจ้า เป็นเจ้า และจะไม่มีใครแทนที่เจ้าทั้งนั้น”
ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย ข้ายิ้มซื่อให้เจ้าเสือเมื่อได้ยินคำยืนยันหนักแน่น ความกังวลใจแทนที่ด้วยความเชื่อใจ แต่มันดันหันหน้าหนีซะงั้น เห็นแล้วก็อดย่องไปดึงผมยาวๆ ของมันไม่ได้
“ควบคุมมือซนๆ ของเจ้าหน่อย ถ้าไม่อยากให้ข้ารังแกก็อย่าหาเรื่อง”
“เพราะเจ้าทำตัวซึนฯน่ะสิ”
“ใครซึน เจ้าบื้อเอ๊ย”
“อะแฮ่ม” พี่เพลกระแอมไอ ทำให้พวกเราเพิ่งสำนึกได้ว่าการที่รองหัวหน้าสมาพันธ์มาหาถึงห้องนั้นไม่ใช่แค่การตรวจสอบความเรียบร้อยในการย้ายที่พัก แต่เพราะมีธุระสำคัญต่างหาก “มีงานด่วนเข้ามาอีกแล้วน่ะเซอเซสคุง ภารกิจคราวนี้ยากกว่าเดิมมาก ไม่ค่อยเหมาะกับเด็กใหม่นัก แต่สมาชิกคนอื่นไม่ว่าง ข้าเลยมาสอบถามก่อนว่าเซอเซสคุงอยากรับไหม”
“ข้ารับขอรับ”
ขอย้ำว่าสถานะพี่เพลในใจข้าตอนนี้สูงส่งมาก บอกซ้ายคือซ้าย บอกขวาคือขวา ให้รับงานก็รับสิ จะยากแค่ไหนก็โยนมาได้เลย!
“ไม่เจียมตัว” เจ้าเสือพึมพำ
“แน่ใจหรือเซอเซสคุง” พี่เพลถามกังวล หากข้าปฏิเสธ เขาคงรับงานนี้เอง แต่พี่เพลเป็นถึงรองหัวหน้าสมาพันธ์ ย่อมต้องอยู่ดูแลความเรียบร้อยต่างๆ เพราะหัวหน้ากลาเซียสและคาเทลเรียสนั้นดูพึ่งพาไม่ค่อยได้
“แน่ใจขอรับ ต่อให้เป็นเด็กใหม่ แต่ข้าคือสมาชิกของสมาพันธ์แห่งสามภพ ไม่ว่างานจะยากขนาดไหนถ้าผู้จ้างวานจ่ายเงินมาแล้วข้าก็ต้องรับผิดชอบให้เสร็จสิ้นด้วยดี!”
“มุ่งมั่นดีมาก” พี่เพลยิ้มบาง “แต่งานครั้งนี้เป็นการส่งอาวุธสำคัญในสงครามนะ”
“ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลยขอรับ” ข้าเกาหัวแกรกๆ อย่างโล่งใจ พลันดวงตาเบิกโพลงตื่นตะลึง “ว่าไงนะ อาวุธ!? สงคราม!?”
“สมาพันธ์รับส่งทุกอย่าง เพราะฉะนั้นภารกิจอันตรายแบบนี้จึงมีเข้ามาบ่อยๆ น่ะ” พี่เพลยิ้มปลอบใจก่อนจะส่งปืนกระบอกหนึ่งให้แก่ข้า น้ำหนักของมันทำเอาต้องรีบใช้สองมือช่วยประคองเพราะหนักสุดๆ
ตัวปืนเป็นสีดำสนิท เงางามดุจนิลก็ไม่ปาน ส่วนไกค่อนข้างแข็ง เป็นสิ่งยืนยันอย่างดีว่าถึงแม้ข้าจะเผลอไปแตะโดนปืนก็ไม่ลั่น เนื่องจากถูกปิดผนึกด้วยเวทของหัวหน้าสมาพันธ์ที่มีตราประทับลายพยัคฆ์บนปากกระบอก
“โพดีเซิร์กคือชื่อผู้รับของ ส่วนสถานที่คือแดนทะเลทราย พิกัด ‘8059188-70223548’ คราวนี้อาจจะไกล…และอยู่ที่นั่นนานหน่อย ยังไงก็เตรียมตัวให้พร้อมนะเซอเซสคุง” พี่เพลเตือนข้าด้วยความหวังดีพลางส่งเอกสารกว่าร้อยหน้าให้ ข้อมูลแดนพรายชิดซ้ายไปเลยเมื่อเจอรายละเอียดของแดนทะเลทราย
“นี่คือกระเป๋าใบใหม่ อุปกรณ์ทุกอย่างหากชำรุดให้แจ้งข้าได้ตลอดนะ เพราะเป็นสวัสดิการของสมาชิกสมาพันธ์ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น” พี่เพลพูดพลางส่งกระเป๋าสะพายแทนใบเก่าที่โดนเว็กซ์กรีดสายจนขาด ข้าพบว่าข้างในบรรจุเครื่องแต่งกายสำหรับป้องกันทรายไว้ด้วย
“ขอบคุณขอรับ” ข้ารับมาสวมเพื่อความเรียบร้อย ก่อนจะยัดปืนใส่กระเป๋ารวมถึงเอกสารทั้งหลายที่มีเวลากวาดตาคร่าวๆ เท่านั้น
ข้าพร้อมทำงานที่สองในฐานะผู้ส่งสารแห่งสามภพแล้ว!
แต่เดี๋ยวก่อนนะ งานที่สอง…งั้นงานแรกข้าได้ค่าจ้างหรือยังนะ
“ลองดูสิ” เจ้าเสือหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ ข้าเลยหยิบบัตรประจำตัวตรวจสอบด้วยใจคาดหวัง
100 G
“…”
“งานผู้ส่งสารแห่งสามภพเงินดีก็จริง แต่กับงานง่ายๆ สำหรับเด็กใหม่อย่างการส่งยาแก้เมาค้างที่แดนพราย ผู้จ้างวานไม่ต้องจ่ายค่าความเสี่ยงมากมายจนทำให้เจ้ารวยได้ในพริบตาหรอกนะ”
ถึงจะรู้แบบนั้น แต่ 100 G ก็น้อยไปไหม กินข้าวดีๆ สักมื้อยังยากเลย ฮือ!!