The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 22 ภารกิจที่เสร็จสิ้น
ภารกิจที่เสร็จสิ้น
เมื่อไม่มีพิกัดระบุชัด เจ้าเสือก็กะระยะเอาเองโดยตั้งใจให้ห่างจากฝั่งสเกลปิออซพอสมควร แต่ไกลจากเดิมมากแค่ไหนข้าก็ไม่รู้หรอก เพราะเมื่อหล่นตุบอีกครั้งรอบกายข้าก็ยังคงเป็นทราย…ทราย…และทราย
“โฟรเซน เจ้าว่าโพดีเซิร์กอะไรนั่นจะอยู่แถวนี้ไหม” ข้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนพลางลูบปืนสีดำกระบอกโตในมือเบาๆ เพื่อสำรวจรอยขีดข่วน หวังว่าที่ข้าจับปืนฟาดเต็มแรงใส่หัวสเกลปิออซเมื่อครู่คงไม่ทำให้ชำรุดหรอกนะ
‘จากความซวยของเจ้า ข้าคิดว่าน่าจะไม่’
…ไม่ช่วยให้กำลังใจกันสักนิด อย่าโผล่หน้าออกมาเชียวนะจะเอาปืนฟาดให้! ก่อนหน้านี้ตีเท่าไรก็ไม่ชนะ คราวนี้แหละมีสิทธิ์ทำให้แมวตัวโตยอมแพ้แล้ว
‘ต่อให้มีอุปกรณ์เสริม เจ้าก็ฟาดข้าไม่โดนหรอก’
พูดอีกก็ถูกอีก ข้าเม้มปากก่อนจะล้วงกระเป๋าสะพายเพื่อหยิบข้อมูลแดนทะเลทรายมาอ่านต่อ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ทำไมไม่มีล่ะ
‘เจ้าทิ้งไว้กับไอ้สเกลปิออซไง เจ้าเซ่อ’
จริงสิ เมื่อกี้ข้านั่งอ่านแล้วโดนขู่ เลยยกสองมือจนเผลอทิ้งปึกกระดาษสินะ
ถึงอยากได้คืนแต่กลับไปตอนนี้ไม่น่าจะดี ทั้งต่อยทั้งฟาดหัวลูกชายของหัวหน้าเผ่าแมงป่องขนาดนี้ บางทีทางนั้นอาจจะรวบรวมคนมากขึ้นเพื่อไล่ล่าข้าก็เป็นได้
‘เจ้าจะกังวลอะไร ไม่ได้อยากอ่านแต่แรกไม่ใช่หรือไง’
“ข้าอยากรู้ว่าสามเผ่ามีเผ่าไหนบ้าง ตอนนี้มั่นใจแน่ๆ แล้วหนึ่งคือเผ่าแมงป่อง ซึ่งเป็นศัตรูของโพดีเซิร์ก ฉะนั้นพวกเราต้องไปหาอีกสองเผ่า…โอ๊ะ” ข้าพยายามยกขาที่เดินอยู่ดีๆ ก็จุ่มเข้าไปในทราย แต่กลายเป็นว่าทำให้ทั้งตัวแทบจะฮวบหายไปในกองทรายมากกว่าเดิม
‘เจ้าอยู่ในบ่อทรายดูด!!’
“ว๊ากกก” ข้าโวยวาย ไม่ทันบอกให้มันใช้เวทข้ามมิติพาหนีทั้งร่างก็คล้ายถูกดูดพรวดกะทันหัน รู้ตัวอีกทีก็หล่นตุบในท่าก้นโด่งบนพื้นแข็ง ไม่สิ บนหินทรายต่างหาก เมื่อไม่มีเม็ดทรายละเอียดกองเต็มเหมือนเดิมข้าก็หันซ้ายหันขวาอย่างสับสน และเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบคำตอบ
ด้านบนคือผืนทรายที่คล้ายถูกเวทบางอย่างป้องกันไม่ให้ร่วงหล่น ส่วนด้านหน้าข้านั้น…คือบ้านเมืองที่สร้างขึ้นอย่างรุ่งเรืองโอ่อ่า ถึงจะไม่ทันสมัยเท่าแดนพราย แต่ก็เต็มไปด้วยกลุ่มคนที่เดินจับจ่ายซื้อของตามสบายราวไม่ได้อยู่ในเขตสงคราม!
‘ที่นี่คือเผ่างู’
เจ้าเสือเอ่ย ทำให้ข้าเพิ่งเห็นว่าสัญลักษณ์บนผืนผ้าใบตามร้านค้าต่างๆ คือรูปอสรพิษสีดำสนิท ชัดเลย เป็นเผ่างูจริงๆ ด้วย ว่าแต่โพดีเซิร์กเป็นคนเผ่านี้หรือไม่นะ
“เจ้าคือใคร”
พลันกลุ่มในชุดแบบเดียวกันซึ่งคาดว่าเป็นหน่วยลาดตระเวนของเผ่านี้ถือหอกมารุมล้อมข้า ภาพคุ้นๆ เหมือนกับที่โดนเผ่าแมงป่องถือดาบขู่ขวัญไม่มีผิด แต่เพราะข้าเตรียมใจไว้แล้ว จึงสามารถรับมือได้อย่างมีสติมากขึ้น
“ข้าคือผู้ส่งสารแห่งสามภพ ต้องการพบคนที่ชื่อโพดีเซิร์ก” ข้าเอ่ยอย่างวางมาดขณะกำปืนแน่นอย่างพร้อมฟาด หากคนเผ่าแมงป่องกล้ามใหญ่บึกบึน คนเผ่างูก็สูงโปร่งและผอมบาง สูงกว่าเจ้าเสืออีก น่าจะเกินสองเมตรกันทุกคนเลยมั้งนั่น คุยด้วยแล้วต้องเงยหน้าจนคอแทบเคล็ด หมดกันความน่าเกรงขามและลึกลับน่านับถือของผู้ส่งสาร
“ผู้ส่งสาร?”
พร้อมนะโฟรเซน
‘ข้าพร้อมเสมอ’
ข้าจับจ้องแน่วแน่ที่ปฏิกิริยาของชายเบื้องหน้าตาไม่กะพริบ หากแสดงความไม่เป็นมิตรออกมาเพียงเสี้ยวนาที ข้าจะรีบเผ่นด้วยเวทข้ามมิติแล้วตามหาเผ่าสุดท้าย จะได้จบภารกิจสักที
“ยินดีต้อนรับสู่อาณาเขตแห่งเผ่าอสรพิษ ท่านผู้ส่งสาร”
ปรากฏว่าคนเบื้องหน้าข้าผุดยิ้มต้อนรับ คนอื่นๆ เองก็เผยสีหน้าโล่งใจ
“เชิญตามข้ามาเถอะ ท่านผู้นำกำลังรออยู่เชียว” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะผายมือเชื้อเชิญข้าให้ก้าวเดิน แต่ข้ายังไม่ขยับ กลัวโดนหลอกอีก “คนคนนี้นำอาวุธมาส่งให้ท่านผู้นำ ไม่ต้องตกใจไป เขาเป็นมิตร”
ชายคนนั้นทำสัญลักษณ์มือเพื่อให้ผู้ติดตามลดหอกลง เมื่อไร้อาวุธชี้หน้า อีกทั้งคนตรงหน้ารู้ว่าข้ามาส่งอาวุธ โอกาสที่โพดีเซิร์กเป็นคนเผ่างูก็เพิ่มขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์
ข้าถอนหายใจโล่งอก พยักหน้าเป็นเชิงให้เขานำทางได้เลย
‘อย่าเพิ่งลดความระวังเชียว เรื่องแค่นี้คงไม่ต้องให้ข้าสอนหรอกนะ’
คำเตือนของเจ้าเสือทำให้ข้ากำปืนแน่นขึ้นแม้เดินตามหลังอีกฝ่ายต้อยๆ
“ขออภัยกับท่าทีข่มขู่เมื่อครู่ของข้าด้วย เนื่องจากเป็นคนแปลกหน้าที่เผ่าอื่นอาจส่งมาเป็นสายลับ พวกเราจึงต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ”
เป็นไปตามคำนั้น เพราะทุกการย่างก้าวเข้าไปในอาณาเขตของเผ่างู ชาวบ้านต่างมองมาด้วยสายตาระแวดระวังและกังวลกลัวจะเกิดสงครามกะทันหันแล้วไร้ที่อยู่อาศัย
“ท่านแน่ใจหรือว่าข้าไม่ใช่สายลับ”
“ข้ามั่นใจ เพราะอาวุธที่ท่านนำมาให้ท่านผู้นำจะช่วยเปลี่ยนชีวิตคนในเผ่าเราจากหน้ามือเป็นหลังมือ”
ข้ามองปืนสีดำอย่างสงสัยว่าเจ้าสิ่งนี้มีอานุภาพมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อนึกได้ว่าถือติดมือราวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนานแค่ไหน หวังว่าโพดีเซิร์กจะไม่ถือสาที่ข้าใช้ป้องกันตัวเองนะ
แต่…เดี๋ยวก่อน…
“ท่านผู้นำงั้นหรือ” ข้าเอ่ยถามอย่างเพิ่งนึกได้ เรียกเสียงก่นด่าจากเจ้าเสือที่รอเหน็บแนมทุกวินาที
‘สมองช้าไปไหม เจ้าโง่’
ข้าเมินเฉยคำตำหนิเดิมๆ ที่เริ่มซ้ำไปซ้ำมาของแมวตัวโต
“ใช่ ท่านคือผู้นำรุ่นที่ห้าสิบเก้า”
ชายหนุ่มเบื้องหน้ากล่าวอย่างสุภาพด้วยน้ำเสียงเคารพนับถือ
“ท่านโพดีเซิร์กแห่งเผ่าอสรพิษ”
ที่อยู่ของผู้นำคือสิ่งก่อสร้างสูงมากจนหลังคาแทบจะชิดกับเนื้อทรายด้านบน แต่ดูจากรูปร่างของคนเผ่านี้แล้ว เพดานจะสูงจนทำให้บ้านเมืองดูสูงกว่าปกติก็ไม่แปลก ที่แปลกคือรอบนอกซึ่งถูกกั้นด้วยรั้วหนามต่างหาก เห็นแล้วข้าก็กลืนน้ำลายอย่างหวาดหวั่น รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล
เคร้ง!
หอกสีเงินวาววับถูกไขว้ชนกัน ขวางกั้นไม่ให้ข้าเดินเข้าไป ดวงตาที่ดูลึกน่ากลัวจับจ้องมาที่ข้าจนทำเอาสยองขวัญและหลบสายตาทันที ซึ่งนั่นก็ทำได้ไม่ยากนัก ในเมื่อร่างของชนเผ่าอสรพิษสูงมาก ข้าจึงเพียงแค่มองตรงไปด้านหน้า เท่านี้ก็หลบสายตาชวนขนหัวลุกได้แล้ว
แต่ถึงจะพยายามวางมาดเคร่งขรึมขนาดไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าใจน้อยๆ แสนอ่อนไหวของข้าจะไม่สั่นกลัวกับการโดนจ้องดุอย่างไม่ต้อนรับหรอกนะ
ฮือ แม่จ๋า ข้าอยากกลับบ้าน
‘เจ้าเป็นเด็กอมมือหรือไง เรื่องแค่นี้ต้องร้องไห้หาแม่’
แล้วจะให้ร้องหาเจ้าหรือไงล่ะ ไอ้เสือบ้า!
“แขกของท่านผู้นำ”
ท่ามกลางบรรยากาศกดดัน ชายหนุ่มที่เดินนำช่วยอธิบายให้หน่วยคุ้มกันเข้าใจว่าข้าไม่ใช่สายลับหรือมีจุดประสงค์มุ่งร้าย หลังถูกมองประเมินไวๆ พวกเขาก็ยอมปล่อยตัวให้เข้าไปด้านใน เผยให้เห็นห้องปูพรมแดงหรูหรา แค่กลับไร้ของตกแต่งอื่นนอกจากโคมไฟสีส้มสลัวและเก้าอี้ตัวใหญ่ไม่ต่างกับบัลลังก์ผู้นำตรงพื้นยกด้านในสุดเท่านั้น
เพราะโคมไฟอยู่บริเวณมุมห้อง ข้าจึงไม่เห็นใบหน้าของคนที่นั่งบนบัลลังก์ แต่เดาได้ไม่ยากหรอกว่าคือใคร ในเมื่อชายหนุ่มข้างกายโค้งตัวเคารพอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม
ข้าสูดหายใจเข้าลึกขณะเดินไปด้านหน้าเพื่อส่งปืนสีดำสนิทแก่ชายผู้นั้น
“เอ่อ…ท่านคือผู้นำเผ่าอสรพิษที่ชื่อโพดีเซิร์กใช่หรือไม่ ข้าคือผู้ส่งสารแห่งสามภพ ได้รับภารกิจให้นำของสิ่งนี้มอบแก่ท่าน” ข้าพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แม้ขาสั่นอย่างมากเมื่อประตูด้านหลังถูกปิดลง พร้อมการปรากฏตัวของคนเผ่างูนับสิบที่ยืนขวางแบบไม่ยอมให้หลบหนี
“ขอบคุณมากที่มาถึงที่นี่ คงลำบากน่าดูกว่าจะพบข้าสินะ” ชายบนบัลลังก์เอ่ยเสียงราบเรียบ ภายในน้ำเสียงนั้นปรากฏเสียงลอดไรฟันคล้ายกับเสียงขู่ของงูเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในเผ่า เสื้อคลุมสีดำตัวยาวสื่อถึงตำแหน่งสูงศักดิ์ และเมื่อเขาก้าวลงมาเบื้องหน้าข้า ผู้คนทั้งหมดก็พากันก้มหน้าไม่กล้าสบสายตา
น่าแปลก ถึงแม้ว่าชายตรงหน้าข้านั้นจะรูปหน้าเรียวยาวคล้ายงู ผมสีดำยาวสยายไปทั่วแผ่นหลัง แต่ละย่างก้าวล้วนเกิดเสียงกระทบพื้นชวนกดดัน แต่ข้ากลับ…ไม่รู้สึกยำเกรงใดๆ
‘ข้าด้วย’
เจ้าเสือเห็นด้วย น้ำเสียงฟังประหลาดใจไม่แพ้กัน
‘ช่างเถอะ คิดไปก็ปวดสมองเปล่า ผู้นำที่ไม่สมกับเป็นผู้นำมีเยอะแยะไป ดูอย่างกลาเซียสสิ’
น้ำเสียงของมันดูเริงร่าเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ชอบทำห้องรกจนโดนพยัคฆ์เมฆาแขวะอยู่บ่อยๆ
‘ท่าทางไร้ความรับผิดชอบแบบนั้น ข้ายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นหัวหน้าสมาพันธ์’
พูดแรงเกิ๊น
ข้าปรามในใจ เพราะอย่างไรในความรู้สึกข้า หัวหน้ากลาเซียสก็มีบารมีมากกว่าโพดีเซิร์ก
“ข้าโพดีเซิร์ก หัวหน้าเผ่าอสรพิษรุ่นที่ห้าสิบเก้า ยืนยันว่าได้รับของเรียบร้อยแล้ว”
โชคดีที่ไม่มีเรื่องราวหักมุมอีก เพราะตราพยัคฆ์บนปากกระบอกเลือนหาย บ่งบอกว่าผนึกถูกคลายสำเร็จด้วยผู้รับของตัวจริง ข้าเบิกตากว้างอย่างสนใจ ก่อนจะพบว่าแม้ตัวปืนจะเกิดรอยร้าวคล้ายถูกกะเทาะเปลือกปลดเปลื้องเวทคุ้มครอง แต่ตัวด้ามของมันก็ยังเป็นสีดำดุจนิลเช่นเดิม ต่างจากเดิมตรงตัวกระบอกที่เปลี่ยนเป็นสีเงินหรูหรา ต่อให้ไร้กระสุนทำลายล้าง เพียงมองด้วยตากลับรับรู้ได้ถึงรัศมีบางอย่างว่าอาวุธชิ้นนี้ไม่ธรรมดา
“ยอดเยี่ยม” โพดีเซิร์กพลิกปืนไปมาอย่างพึงใจ “นี่แหละสิ่งที่ข้าต้องการ! ฮ่าฮ่าฮ่า”
ข้ายิ้มเจื่อนอยู่แสดงความยินดีกับผู้รับของเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยกับเจ้าเสือในใจให้เตรียมวาร์ปกลับบ้าน
“อย่าเพิ่งรีบไปสิท่านผู้ส่งสาร พักจิบน้ำชากับข้าสักหน่อยจะเป็นไรไป” โพดีเซิร์กเอ่ยด้วยยิ้มแปลกๆ และยิ่งแปลกกว่าเดิมเมื่อมันปรากฏบนใบหน้าเรียวยาวปานอสรพิษจ้องเหยื่อ
“ข้าขอรับเพียงน้ำใจแล้วกันขอรับ” ข้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เพราะสีหน้าของเหล่าชายฉกรรจ์รอบข้างนั้นไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไร ดูสิ เปลี่ยนจากยืนขวางประตูมายืนขนาบข้างข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ น่าขนลุกชะมัด “ข้าไม่อยากรบกวนเวลาของท่าน”
“แต่ข้าอยากใช้เวลาร่วมกับท่านนะ ท่านผู้ส่งสาร”
ข้าขมวดคิ้วงุนงง รูปประโยคแปลกๆ ชอบกลนะว่าไหม
“ท่านหมายความว่าอะไรหรือ” ข้าถามอ้อมแอ้มก่อนจะเอื้อมมือเตรียมจับอาวุธเพียงหนึ่งเดียวที่มี…ก่อนจะพบว่าปืนอยู่ในมือโพดีเซิร์กแล้วนี่สิ บ้าจริง จะป้องกันตัวเองอย่างไรต่อล่ะทีนี้ ในเมื่อมีดที่เคยจิ๊กจากห้องซีเอลมานั้นถูกทิ้งไว้ในห้องนอน
‘เตรียมตัวข้ามมิติทุกเมื่อ’
เสียงเจ้าเสือดังก้องในศีรษะของข้า ค่อยอุ่นใจหน่อย
“หมายความว่าอะไรน่ะหรือ…ก็หมายความว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของข้า…คือการจับตัวท่านอย่างไรเล่า!”
เมื่อเห็นชาวเผ่างูรอบกายเตรียมกระโจนใส่ ข้าก็หลับตาปี๋พร้อมวาร์ปข้ามมิติ แต่กลายเป็นว่าร่างถูกกระแทกจนล้มทรุด สองมือโดนจับไพล่หลัง ศีรษะถูกบังคับให้แนบกับพื้นพรม ข้าลืมตาสับสน พบว่าตัวเองถูกจับกุมรวดเร็วด้วยการกระทำของชายนับสิบปานนักโทษอุกฉกรรจ์ไม่มีผิด
“โฟรเซน!!”
‘ข้าใช้เวทไม่ได้!!’
หากข้าตะโกนอย่างแตกตื่น เสียงตะโกนของโฟรเซนก็ฟังลนลานยิ่งกว่า ข้าหน้าซีด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเมื่อถูกปากกระบอกปืนในมือโพดีเซิร์กเชยคาง
“อย่าโทษข้าเลยนะท่านผู้ส่งสาร ข้าทำเพื่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์เรา”
ไม่ทันถามว่าสงครามแดนทะเลทรายเกี่ยวอะไรกับคนนอกอย่างข้า ศีรษะที่มีสมองอยู่น้อยนิดก็ถูกด้ามปืนฟาดเข้าให้จนเห็นดาว
‘เซอเซส!’
เสียงตะโกนของเจ้าเสือไม่ช่วยให้สติที่กำลังจะหลุดลอยของข้าหวนกลับ ซวยชะมัด ตอนฟาดสเกลปิออซสะใจอยู่หรอก แต่พอโดนฟาดเองแล้วพูดไม่ออกสักนิด ข้าขยับปากอย่างไร้เสียง ตาลอยหน้ามึนกับความเจ็บแปลบบริเวณขมับขวา ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะเริ่มเลือนราง พร้อมความมืดมิดที่กล้ำกราย
ไม่ใช่ความมืดจากห้วงมิติ
แต่ข้าสลบเหมือดต่างหาก
‘เจ้าได้ยินข้าหรือไม่ เซอเซส เซอเซส!’