The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 25 ราพิตต์
ราพิตต์
‘ลาก่อนเซอเซส แต่ข้าไม่ดีใจหรอกที่ต้องตายพร้อมเจ้าในตอนนี้’
“เอ้าไอ้เวร…”
ข้าสบถหยาบพลางลืมตาโพลงเมื่อได้ยินคำพูดน่าโมโหของเจ้าเสือ พลันภาพคมดาบที่ใกล้จะแทงทะลุร่างแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดแสนคุ้นเคยที่น่าคิดถึง ห้วงมิติที่พลิกตลบ ความพะอืดพะอมน่าอาเจียน
นี่มัน…
“เวทข้ามมิติ!!”
เพียงพริบตา ร่างข้าก็หล่นตุบบนภูเขาแห่งหนึ่ง แมกไม้เขียวขจีรอบกายช่วยยืนยันว่าข้าออกจากแดนทะเลทรายแล้วจริงๆ แต่มือข้า…ยังคงถูกไพล่หลังด้วยกุญแจมือลงอาคมกักพลัง แล้วเจ้าเสือใช้เวทข้ามมิติได้อย่างไร
‘เจ้าอาจลืมไปว่าเวทข้ามมิติไม่ได้มีข้าเพียงคนเดียวที่ใช้ได้’
เจ้าเสือเอ่ย น้ำเสียงระรื่นแกมกระเซ้าจนข้าเลือกเมินกับประโยคน่าโมโหก่อนหน้านี้
เพราะข้าเองก็ดีใจ…ที่ไม่ต้องตายพร้อมมัน!
‘ท่าทางถือดีของเจ้าก่อนหน้านี้หายไปไหน เจ้าคนสัปหลับ’
“เจ้ามีสิทธิ์ด่าข้าด้วยหรือ แน่จริงก็โผล่หน้ามาสิเจ้าเสือไม่ได้เรื่อง!”
ข้าโวยวายอย่างโล่งอก รอยยิ้มแต้มบนหน้า สบายใจทันทีเมื่อได้ทะเลาะกันอีกครั้ง
“เอ้าๆ หยุดตีกันก่อนเถอะ ข้าหนักนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องล่าง ข้าสะดุ้งโหยง เพิ่งรู้สึกตัวตอนนี้เองว่ากำลังนั่งบนร่างของชายคนหนึ่ง ถึงว่าสิมองซ้ายมองขวาแล้วเจอแต่ต้นไม้ ที่แท้ผู้ช่วยชีวิตข้าก็โดนทับอยู่นี่เอง
“ข้าขอโทษขอรับ” ข้าผุดลุกตกใจ ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นหน้าไม่คุ้นเคย
แปลก ถ้าใช้เวทข้ามมิติได้ต้องเป็นสมาชิกในสมาพันธ์สิ แต่ทำไมข้าไม่เคยเจอเขากันล่ะ
‘เจ้าลืมสมาชิกคนสุดท้ายแล้วหรือ’
อืม ลืมแล้ว
ข้ายอมรับหน้าซื่อ
‘เฮ้อ…คนคนนี้คือสมาชิกแผนกประจำนอกสถานที่ มีพยัคฆ์เมฆาที่สามารถไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องมีเจ้านายเคียงข้างจึงไม่ค่อยกลับสมาพันธ์อย่างไรเล่า!’
“อ๋อ” ข้าพยักหน้าเข้าใจทันที ก่อนจะสำรวจชายเบื้องหน้าซึ่งแต่งกายด้วยชุดประหลาด คล้ายกับนำเศษผ้าจากทุกสารทิศมาเย็บเข้าด้วยกันอย่างลวกๆ และสวมทันทีโดยไม่คิดจะรีดให้เรียบ ผมสีขี้เถ้ายาวปรกตาสีอำพันจนแทบมองไม่เห็น และยาวเลยไปด้านหลังถักเป็นเปียจนเกือบถึงเข่า บนดวงหน้าได้รูปนั้นปรากฏรอยเปื้อนสีแดงจางๆ คล้ายกับหนวดแมว
ไม่สิ…คล้ายกับเผ่าสมัยโบราณที่เคยอ่านเจอในหนังสือไม่มีผิด!
“กลาเซียสนะกลาเซียส ชอบโยนเรื่องยุ่งยากให้ข้าทำทุกที” ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีอำพันสดใสบ่นพึมพำพลางกระชับผ้าคาดหัวปะด้วยเศษผ้าหลากสีให้เสยผมบังตาขึ้นไป เมื่อเขายกมือขึ้นข้าจึงได้สังเกตเห็น ชายหนุ่มผู้นี้…สวมแหวนครบทั้งสิบนิ้วเลยทีเดียว
แต่ละวงน่าจะแพงหูฉี่ ขัดกับเครื่องแต่งกายสมถะสุดๆ
“เจ้า…คงจะชื่อเซอเซสสินะ”
“ขอรับ” ข้ากุมมือเรียบร้อยประหนึ่งตัวเล็กตัวน้อยอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
“ข้าชื่อราพิตต์ หากเจ้าเด็กเพลโธรัสไม่ได้แนะนำตัวข้าไว้ก่อนน่ะนะ ข้าเป็นสมาชิกแผนกประจำนอกสถานที่ ยินดีที่ได้รู้จักแม้จะช้าไปหน่อยแถมสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดี หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสานะ เด็กใหม่”
“ไม่หรอกขอรับ ข้ายินดีมากๆ ด้วยซ้ำที่ได้พบท่านในสถานการณ์นี้”
คิดแล้วน้ำตาคลอทันที ข้านึกว่าต้องตายจริงๆ ซะแล้ว
“อย่าเพิ่งคุยกันตรงนี้เลย เข้าไปในกระท่อมของข้ากันเถอะ” ราพิตต์ชี้ไปที่มุมหนึ่ง ทำให้ข้าเพิ่งเห็นว่าท่ามกลางแมกไม้ปกคลุม มีกระท่อมขนาดเล็กมากๆ จะพังแหล่ไม่พังแหล่สีน้ำตาลกลมกลืนกับลำต้น ขณะจะพยักหน้าตกลง ราพิตต์ก็คว้าแขนข้าแล้ววาร์ปไปอยู่ด้านในเพียงชั่วพริบตา
ข้าถึงกับทรุดเมื่อเข้าสู่ห้วงมิติติดกันโดยไม่ทันตั้งตัว ราพิตต์ไม่ว่าอะไร เพียงใช้นิ้วชี้แตะบนกุญแจมือลงอาคม ทันใดนั้น…รอยร้าวพลันปรากฏพร้อมห่วงเหล็กที่ค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นฝุ่น
ข้าอ้าปากค้าง
ของที่ข้ากับเจ้าเสือยังจนปัญญา คนคนนี้กลับใช้นิ้วเดียวจัดการอย่างง่ายดาย!
“เจ้าออกมาได้นะเจ้าหนูโฟรเซน กระท่อมของข้าลงวงเวทไม่ต่างกับที่สมาพันธ์ แม้จะมีขนาดเล็กกว่ามากๆ ก็เถอะ”
สิ้นคำ ร่างของเจ้าเสือก็ปรากฏตัวเบื้องหน้าข้าพลางใช้เวทรักษาบาดแผลตรงศีรษะทันที
ข้าลืมซะสนิทว่าบาดเจ็บตรงนี้ เพราะเลือดแห้งกรังนานแล้ว
“เจ็บหรือไม่”
“เจ็บ…” ข้าเบะปาก ตอนนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ข้าต้องตั้งสติเตรียมตัวหนีและเผชิญกับภัยอันตรายทุกรูปแบบจนใจหายใจคว่ำ ไม่มีโอกาสได้คร่ำครวญกับมันสักเท่าไร
“สำออย”
“เจ็บจริงๆ นะ” ข้าโอดโอยเมื่อมันตบหัวซ้ำ
“แผลหายแล้วยังจะเจ็บอะไรอีก เจ้าเซ่อ”
“พลังงานเยอะจริงเด็กๆ พวกนี้ ไม่ทันไรก็ชวนทะเลาะอีกแล้ว” ราพิตต์เอ่ยเหมือนคุณปู่ทั้งที่น้ำเสียงและหน้าตาของเขาดูอายุราวสามสิบต้นเท่านั้น น่าจะรุ่นเดียวกับหัวหน้าและคาเทลเรียสซะด้วยซ้ำ แต่ข้าคล้ายจะเห็นภาพคนแก่ผมขาวถือไม้เฒ่าซ้อนทับกับอีกฝ่ายซึ่งทิ้งตัวนอนเอนหลังอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้โยก
“มองข้าทำไม อยากนั่งหรือ เชิญ”
ราพิตต์ดีดนิ้ว พลันข้างตัวข้าและเจ้าเสือปรากฏเก้าอี้แบบเดียวกันทันที
“โฟรเซน นี่มันยอดมากเลย” ข้าประทับใจจนเขย่าแขนเจ้าเสือไวๆ ถ้ามันใช้เวทนี้ได้ห้องนอนของพวกเราก็จะมีของใช้หลายอย่างโดยไม่ต้องอาศัยเงินค่าจ้างแสนน้อยนิดของข้า
“อย่าหวังว่าข้าจะทำได้ ท่านราพิตต์คือคนพิเศษ คือผู้มีพลังเวทมากที่สุดในสมาพันธ์ ไม่เพียงพยัคฆ์เมฆาของเขาที่สามารถใช้เวทข้ามมิติได้โดยไม่มีผู้เป็นนายเคียงข้าง เขาเองก็สามารถใช้เวทข้ามมิติได้โดยไม่ต้องมีพยัคฆ์เมฆาข้างกายเช่นเดียวกัน”
“ไม่ขนาดนั้นหรอก” เจ้าของชื่อเอ่ยอย่างถ่อมตน โบกมือไหวๆ ปานคนแก่จริงๆ นะนั่น
‘เจ้าคิดถูกแล้ว แม้หัวหน้าสมาพันธ์จะมีหลายรุ่น แต่บุคคลเบื้องหน้าเจ้าคือหัวหน้าสมาพันธ์รุ่นแรกที่ปลดระวางมาทำงานนอกสถานที่’
ว่าไงนะ!
ข้าช็อก ข้าอึ้ง ข้าอ้าปากค้าง แต่เจ้าเสือดันโค้งตัวเคารพราพิตต์อย่างนอบน้อมขั้นสุดหลังทิ้งระเบิดลูกใหญ่
“ข้าขอบคุณท่านมาก ท่านราพิตต์ หากท่านมาไม่ทัน ข้ากับเซอเซสก็คง…”
ข้าทำหน้าตื่นตูมอยู่สักพักก่อนจะโค้งตัวตามเจ้าเสืออย่างรู้มารยาท ซึ่งดูตลกซะมากกว่าเพราะปากยังอ้าค้างอยู่เลย หน็อยแน่ เจ้าเสือจงใจแกล้งข้า ตั้งใจให้ข้าทำตัวเปิ่นต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่
“ไม่ต้องขอบอกขอบใจข้าหรอก ไปบอกกลาเซียสนู่นที่ส่งจดหมายเร่งข้ายิกๆ เฮ้อ ความจริงข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายในสมาพันธ์นัก ไม่งั้นจะตั้งแผนกประจำนอกสถานที่ทำไมเล่า แต่ในเมื่อเด็กๆ ต้องการความช่วยเหลือ ต่อให้ลำบากใจก็ต้องช่วยพวกเจ้าอย่างเต็มที่ละนะ”
“พวกเจ้า?” ข้าทวนคำสับสน โล่งอกที่ราพิตต์ไม่ถือสา
“ก็พวกเจ้าน่ะสิ” ราพิตต์พยักหน้ารับอย่างไม่รู้ร้อน ขณะยกชาที่เพิ่งเสกขึ้นพร้อมโต๊ะกลมขึ้นจิบ “โอ๊ะ ชาเร็ตพาน้องเล็กของเรามาถึงแล้ว”
ชายหนุ่มฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เมื่อดีดนิ้วอีกครั้งถ้วยชาก็เพิ่มอีกสามใบ ข้าไม่ทันร้องโอ้โหพร้อมปรบมืออย่างชื่นชมประตูกระท่อมก็ถูกเปิดด้วยร่างเล็กน่ารักของ…จีเซล
ทันทีที่เท้าเล็กๆ เหยียบย่างเข้ามาด้านใน ร่างสูงของซีเอลก็ปรากฏตัวทันที พยัคฆ์เมฆาผู้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธทุกชนิดโค้งตัวเคารพราพิตต์ด้วยท่าทางนอบน้อมไม่ต่างจากโฟรเซน ก่อนจะหันไปคุกเข่าต่อหน้าเด็กน้อยด้วยใบหน้าหมองเศร้า
“ข้าไม่สามารถปกป้องท่านยามตกในอันตรายได้ ได้โปรดลงโทษข้าเถอะนายท่านของข้า”
ข้ามองพวกเขา ก่อนจะหันไปเงยหน้าทำตาโตใส่โฟรเซน
“อย่าหวังเชียวว่าข้าจะทำอะไรน้ำเน่าแบบนั้น” มันก้มกระซิบ
“ข้าไม่เคยหวังอะไรจากเจ้าอยู่แล้ว” ข้าแยกเขี้ยวตอบ จีเซลดูมอมแมมและชุดที่สวมใส่ก็มีรอยเปื้อนบ่งบอกว่าผ่านสถานการณ์คับขัน แต่ฝ่ายนั้นดีกว่าตรงแค่เปื้อนฝุ่น ส่วนข้าเนี่ย…เปื้อนเลือด
คิดแล้วก็แตะๆ หัวตัวเองอีกรอบ โดนปืนฟาดแล้วโดนเตะซ้ำขนาดนั้นหายดีแล้วจริงๆ นะ
“ยังเจ็บอยู่หรือ” เจ้าเสือช่วยแหวกกลุ่มผมให้ มันเองก็ไม่ค่อยมั่นใจฝีมือการรักษาของตัวเองนัก
“เจ็บ…”
“เจ้าเป็นครึ่งเทพขี้โกหกตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้าทุ่มสุดฝีมือจนแทบไม่เหลือรอยแผลเป็นยังจะเจ็บอะไร หรืออยากเจ็บตัวจริงๆ”
พอเจ้าเสือยกหมัดทำท่าจะเขกกะโหลกข้าก็คว้าชาของราพิตต์ขึ้นจิบ
เฮ้อ~ อร่อยจัง