The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 26 ชาเร็ตต้า
บทที่ 26
ชาเร็ตต้า
“ซุกซนจริงๆ เด็กใหม่คราวนี้น่าสนใจดีนะ”
ราพิตต์วิจารณ์ด้วยแววตาเอ็นดู
“น่ารำคาญต่างหาก” เจ้าเสือเอ่ยพลางกระแทกตัวนั่งเก้าอี้ข้างๆ ข้า
“ส่วนคู่หูตรงนั้นน่ะ…จะโทษตัวเองข้าก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ที่แน่ๆ คือพวกเจ้ากำลังยืนขวางทางชาเร็ตของข้า”
ซีเอลผุดลุก รีบจูงมือจีเซลเข้ามานั่งบนเก้าอี้ที่ราพิตต์เพิ่งดีดนิ้วสร้างเพิ่ม
“คอยื่นคอยาวแล้วนั่น” เจ้าเสือแซะเมื่อข้าชะเง้อหน้าอยากเห็นพยัคฆ์เมฆาของหัวหน้าสมาพันธ์รุ่นแรกสุดๆ และเมื่อเห็นร่างหนึ่งเดินมาพร้อมปิดประตูกระท่อมเรียบร้อย ข้าก็เอียงคออย่างประหลาดใจ
ชาเร็ต…หรือชาเร็ตต้านั้นดูเด็กพอๆ กับข้า แต่กลับสูงโปร่งพอๆ กับโฟรเซน ผมสีดำยาวถึงกลางหลังถูกปล่อยสยายทิ้งตัวราวน้ำตก ศีรษะคาดด้วยผ้าที่คล้ายกับนำเศษผ้าหลายๆ ชิ้นมาเย็บต่อเข้าด้วยกันเช่นเดียวกับเสื้อผ้าที่สวมใส่และผู้เป็นนาย ดวงตาสีขี้เถ้าคล้ายสีผมของราพิตต์นั้นไร้แวว ดั่งตุ๊กตาไร้ชีวิตก็ไม่ปาน
“มานั่งนี่สิชาเร็ต ข้าชงชาอุ่นๆ รอเจ้าเลยนะเนี่ย” ราพิตต์เชิญชวน ขณะที่ชาเร็ตได้แต่พยักหน้ารับคำช้าๆ ใบหน้าเยาว์วัยของชายหนุ่มไม่เปลี่ยนสักนิด ไม่ขยับแม้มุมปาก นิ่งจนน่าทึ่ง
แล้วยังไม่นับท่าเดินติดขัดดูตะกุกตะกักเหมือนเด็กหัดเดินอีก เขาดูเลื่อนลอยราวเงาที่จับไม่ได้ราวไม่มีอยู่จริง จนกระทั่งทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างราพิตต์ ดวงตาสีขี้เถ้าจึงฉายประกายขึ้นมาเล็กน้อย
“ในเมื่อมาครบแล้วงั้นมาสรุปสถานการณ์กัน พวกเจ้าคงรู้แล้วว่าภารกิจในช่วงนี้ล้วนเป็นกับดัก เป็นแผนขององค์กรลับที่เคยโจมตีสมาพันธ์ของเราเมื่อหลายปีก่อน จุดประสงค์ของพวกมันเรียบง่ายมาก…คือต้องการตัวพยัคฆ์เมฆา เพราะเผ่าพันธุ์นี้เป็นเพียงเผ่าพันธุ์เดียวในโลกที่สามารถใช้เวทข้ามมิติได้อย่างอิสระโดยมีเงื่อนไขเดียวที่น่าฉวยโอกาสคือผูกพันธะกับเจ้านาย”
ข้า จีเซล ซีเอล และเจ้าเสือพยักหน้าพร้อมกัน ไม่มีใครกล้าเอ่ยขัดผู้อาวุโสตัวจริงเสียงจริง
“บ้างก็อยากจับเจ้านายเป็นตัวประกันเพื่อใช้พลัง บ้างก็อยากฆ่าเจ้านายของพยัคฆ์เมฆาเพื่อแย่งชิงพลัง โชคดี…ที่ข้าและชาเร็ตมักแยกกันทำงานเสมอเนื่องจากไม่ติดเงื่อนไขเกี่ยวกับพลังเวท ทำให้ข้าไม่หลงกลอย่างพวกเจ้า เพราะภารกิจล่าสุดข้าส่งชาเร็ตไปคนเดียว ข้าจึงเข้าไปช่วยเขาง่ายดายโดยที่ฝ่ายนั้นไร้ข้อต่อรองหรือกุมจุดอ่อนมาข่มขู่ใดๆ”
ราพิตต์เลื่อนชาไปตรงหน้าพยัคฆ์เมฆาคู่ใจที่ไม่ขยับสักนิด แต่เมื่อผู้เป็นนายมอบให้ ชาเร็ตก็รับสิ่งนั้นมาถือนิ่งๆ พลางก้มจิบหนึ่งครั้งด้วยท่าทางแข็งทื่อ
“คู่ของเอรินและซัทเซนก็หนีรอดมาได้ เด็กหญิงตัวน้อยเร็วปานพายุ เป็นข้อได้เปรียบในสถานการณ์นี้มากทีเดียว แต่น่าเศร้า เพราะพวกเขาถูกซ้อนแผน ซัทเซทถูกติดสัญญาณติดตามโดยไม่รู้ตัว เมื่อวาร์ปกลับสมาพันธ์ องค์กรลับจึงรู้ที่ตั้งของพวกเรา ทำให้โดนโจมตีเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้ไม่มีผิด”
ข้าอ้าปากค้างอย่างตะลึงขณะที่คนอื่นๆ แทบนั่งไม่ติด ผิดกับชาเร็ตซึ่งยังนั่งนิ่ง ดวงตาเหม่อลอยมองถ้วยน้ำชาในมือราวกับเรื่องราวที่เจ้านายเล่ามาไม่เกี่ยวกับตนเอง
“กลาเซียสคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำร้อยเดิม ตอนย้ายสมาพันธ์จึงสร้างวงแหวนขนาดใหญ่เตรียมต้อนรับผู้บุกรุก ฉะนั้นไม่ต้องกังวลไปหรอกเหล่าเด็กน้อย ทันทีที่พวกนั้นผ่านประตู เวทมนตร์จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน และ…”
เพล้ง!
“!!”
แก้วชาทั้งหกใบแตกและสลายกลายเป็นฝุ่นจางหายไปในอากาศ ราวกับสิ่งของพวกนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“เจ้าเกาะข้าทำไม”
“ข้าตกใจนี่” ข้าเอ่ยเสียงอ่อนกับโฟรเซน ปกติเจอเรื่องอะไรก็หลบหลังมันตลอด พอน้ำชาแตกคามือเลยกระโจนไปเกาะแขนมันทันที เป็นปฏิกิริยาที่ข้าเองก็ไม่รู้ตัว
“ว้า ชาเร็ตของข้าไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิดเลยหรือ สงสัยต้องคิดแผนใหม่สักหน่อยแล้ว” ราพิตต์กล่าวด้วยสีหน้าผิดหวัง ทั้งที่ข้ากับจีเซลพากันนั่งลูบอกปลอบใจตัวเองกับสถานการณ์ตึงเครียดที่คนเล่าดันเล่นพิเรนทร์ซะอย่างนั้น ตัวข้าโดนโฟรเซนผลักไส ส่วนจีเซลได้ซีเอลช่วยลูบหลังปลอบประโลม
“เงื่อนไขของวงเวทที่กลาเซียสสร้างคือ ‘ผู้ใดที่ไร้ตราของสมาพันธ์ เมื่อบุกรุกเข้ามาจักต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่’ เพื่อให้อานุภาพร้ายแรงที่สุด จึงเป็นเวทแบบไม่สามารถลบเลือนได้ ถึงจะเสี่ยงไปหน่อยหากเกิดเหตุฉุกเฉินเวลาต้องพาคนนอกมาเยี่ยมเยือน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นับว่ายอดเยี่ยมไร้ที่ติด แม้ว่าจะทำให้คาร์ท เด็กน้อยน่าสงสารของข้าไม่สามารถออกจากสมาพันธ์ตลอดชีวิตก็ตาม…”
ทำไมหรือ
ข้าสะกิดแขนโฟรเซนยิกๆ
‘เพราะคาร์ทไม่มีตราพันธะ หากเขาออกมาเมื่อไหร่ก็ไม่อาจเข้าไปได้อีก’
ข้ากำลังจะเอ๊ะอยู่แล้วเชียว อยากสอดรู้ต่ออีกนิด แต่จีเซลเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน
“พวกนั้นตายหมดแล้วสินะ” จีเซลกำหมัด ใบหน้าน่ารักเผยความโกรธแค้นที่อยากจับพวกองค์กรลับมาให้ซีเอลสับเป็นชิ้นๆ
“ไม่ทั้งหมด เมื่อกลุ่มแรกเข้าไปตาย กลุ่มสองก็ไม่กล้าย่างกรายเข้ามา เท่ากับว่าสมาพันธ์รอดพ้นปลอดภัยภายใต้ ‘เวทแห่งก’ ของกลาเซียสชั่วคราว”
มีเรื่องน่าทึ่งอีกแล้ว แม้จะเป็นครึ่งเทพ แต่บทมหาเวทอย่างเวทแห่งกนั้นข้าเคยได้ยินมาบ้าง ยิ่งขอบเขตกว้างเท่าไรผู้ร่ายต้องใช้เวลามากเท่านั้น ในขณะนั้นจะไม่สามารถกิน นอน หรือพักผ่อนได้เลย โดยมีข้อบังคับคือต้องสร้าง ‘ก’ และ ‘ข้อกำหนด’ อย่างตายตัว โดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้กระทั่งผู้ร่ายตกตายก็ตาม
นับเป็นเวทให้ผลลัพธ์สูงมาก แต่ก็แลกกับเงื่อนไขที่ต้องยอมรับไปชั่วนิรันดร์
เคยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับข้อเสียเวทนี้ เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อมีพลังเวทมากมายมหาศาล เป็นที่หวาดกลัวของคนในหมู่บ้านจนถูกขับไล่ วันหนึ่ง เขาป่วยหนักใกล้ตาย ด้วยความห่วงลูกสาวที่อาจโดนปองร้ายจึงร่ายเวทแห่งกขึ้นมา
‘ผู้ใดกล้าคิดสังหารสิ่งมีชีวิตในบ้านของตน…จักต้องพบจุดจบด้วยความตาย’
หลังร่ายเวทจบ ชายชราก็สิ้นอายุ หารู้ไม่ว่ากนั้นสร้างผลกระทบอย่างไร
เพราะหลายปีต่อมา วันหนึ่งหญิงสาวพบงูในบ้าน ด้วยความคิดชั่ววูบว่าต้องการฆ่างูตัวนี้ ทำให้เธอขาดใจตายทันทีภายใต้กฏของบิดาตนเอง
จริงๆ แล้วชายชราสามารถระบุชื่อลูกสาวในกได้เลย แต่หากขอบเขตของสถานที่มีผลต่อการร่ายเวทย การเจาะจงเป็นพิเศษย่อมใช้พลังเวทมากมายมหาศาล ผู้ใช้เวทบทนี้จึงมักกำหนดข้อบังคับแบบกว้างๆ ซึ่งต้องระมัดระวังและรอบคอบอย่างดีเพื่อไม่ให้ผลลัพธ์ย้อนกลับมาที่ตนเอง
เช่นเดียวกับหัวหน้ากลาเซียส
เพื่อปกป้องสมาชิกในสมาพันธ์ คาเทลเรียสยอมแลกอิสระกับการให้หัวหน้าร่ายเวทแห่งกถึงตายนี้ ซึ่งตอนนี้ได้ใช้จริงและส่งผลจริง แต่…
“กลุ่มคนที่เหลือรอดไม่ยอมถอย ตั้งป้อมล้อมสมาพันธ์อย่างน่ารำคาญ ฉะนั้นพวกเจ้าต้องระวังให้ดี โดยเฉพาะเด็กที่ชื่อฮาเวสเตอร์ เห็นว่าเป็นคนสั่งการเองเลยทีเดียว สมแล้วที่มีตำแหน่งสูงในองค์กร”
ไม่สูงได้อย่างไร ทั้งฆ่าเจ้านายของโฟรเซน ทั้งสร้างเรื่องป่วนในแดนทะเลทราย ผลงานดีขนาดนี้คงได้เลื่อนตำแหน่งหลายขั้น!
ข้าคิดอย่างเจ็บแค้นแทนเจ้าเสือและตัวเอง ก่อนหน้านี้ได้แต่ขยับปาก ถ้าเจอหน้ากันอีกครั้งข้าจะไม่ยอมอยู่เฉยให้รังแกกันเพียงฝ่ายเดียวอีกแน่
‘ไม่เจียมตัวเอง’
แล้วเจ้าจะอยู่เฉยๆ หรือ
‘ไม่มีทาง’
พวกเราใจตรงกันขึ้นนะเนี่ย
“ต่อให้มีเวทแห่งก และเจ้าพวกนั้นทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งคนมาเฝ้านอกสมาพันธ์ แต่ด้วยอาชีพผู้ส่งสารแห่งสามภพ พวกเราย่อมไม่อาจหลบได้ตลอด ฉะนั้น…”
ราพิตต์ยิ้มเย็น
“พวกเราจะเป็นฝ่ายโจมตีกลับบ้าง เอาให้ถอยร่นไม่เป็นท่า ชนิดไม่กล้ามารังควานสมาพันธ์อีกเลยยิ่งดี!”
“สุดยอดเลยขอรับ”
ไม่เพียงข้าและเจ้าเสือที่ไม่ยอมเป็นเต่าหดหัว ราพิตต์รวมถึงจีเซลและซีเอลก็เผยสีหน้าพร้อมลุย ยกเว้นชาเร็ตที่ยังนั่งในท่าถือถ้วยน้ำชาอยู่เลย
“พวกเราจะเริ่มลงมือตอนไหนหรือขอรับ” ข้ายกมือถามอย่างสุภาพ เตรียมตัวนอนสักตื่นเพราะสภาพหลังผ่านเผ่าแมงป่องและเผ่างูแถมโดนจับขังคุกนั้นเหนื่อยล้ามากจริงๆ
แต่หัวหน้าสมาพันธ์รุ่นแรกช่างใจร้อน
“ตอนนี้”
เขาไม่ยอมให้พวกเราพักเหนื่อยสักนิดเดียว!
‘พูดเหมือนตัวเองอยากพัก’
หึ ถ้าได้ต่อยหน้าฮาเวสเตอร์ ข้ายอมไม่นอนสามวัน!