The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 27 สวนกลับ
บทที่ 27
สวนกลับ
ถึงบอกว่าตอนนี้ แต่ไม่ใช่เดี๋ยวนี้
เนื่องจากราพิตต์มีแผนการในใจอยู่แล้ว จึงเรียกเจ้าเสือและซีเอล รวมถึงกวักมือเรียกชาเร็ตไปปรึกษาหารือนอกกระท่อม ทิ้งข้ากับจีเซลนั่งพักเหนื่อยพร้อมจิบชาคาโมมายด์ผ่อนคลายจิตใจ
“เอ่อ…ขอถามได้ไหมขอรับ”
“ว่ามา”
“รุ่นพี่โดนจับตัวที่ไหนหรือขอรับ” ข้าเบนสายตาไปด้านข้างเพราะกลัวว่าคำถามนี้อาจไปจี้ใจเด็กน้อยเข้า แต่จีเซลหลุบมองถ้วยชาที่เติมน้ำชาอัตโนมัติด้วยเวทขึ้นจิบ รอยยิ้มบางปรากฏช้าๆ บนมุมปากจิ้มลิ้ม
“เล่าความอัปยศของเจ้ามาก่อนสิ”
อึก! เรียกความอัปยศเชียวรึ
ข้าพยายามหลบสายตาคาดคั้นของจีเซล ไม่ใช่ว่ากลัวหรอกนะ แต่ทนความน่ารักไม่ได้ต่างหาก ตาโตๆ ที่จับจ้องอย่างสงสัย รอยยิ้มน้อยๆ ที่ดูน่าเอ็นดูยิ่งกว่าใคร ทำให้ข้าอดไม่ได้ยอมเล่าเรื่องราวทรหดของตนเอง
“ข้าได้รับภารกิจให้ไปส่งของที่แดนทะเลทรายขอรับ ที่นั่น…”
“แดนทะเลทราย? เผ่าไหน?” จีเซลวางถ้วยชาทันควัน ดูประหลาดใจไม่น้อย
“เผ่างูขอรับ พอไปถึงแทนที่จะได้การต้อนรับดันโดนปืนฟาดหัวเต็มๆ จนเห็นดาว แถมยังถูกขัง และบังคับให้สวมกุญแจมือกักพลังเวทด้วย”
“หึ เจ้าเจอกุญแจมือ แต่ข้าเจอกำไล” จีเซลยักไหล่ “ไม่นึกว่าเราจะโดนจับในแดนเดียวกัน เผ่างูขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์ เผ่าแมงป่องขึ้นชื่อเรื่องความบ้าพลัง ส่วนเผ่าอูฐขึ้นชื่อเรื่องความอึดถึกทน โชคดีที่ภารกิจของข้าต้องไปเผ่านี้ จึงไม่โดนหลอกล่อหรือทำร้ายใดๆ เมื่อตกอยู่ในค่ายกลและเรียกซีเอลออกมาไม่ได้ ข้าจึงยอมสวมกำไลแล้วถูกยัดเข้ากรงโดยดี พวกนั้นก็ซื่อบื้อซะไม่มี แทบจะปูพรมให้ข้าเดินด้วยซ้ำ”
“แล้วรอยเปื้อนบนเสื้อล่ะขอรับ”
“ข้าสะดุดล้มน่ะ”
“…”
เทียบกันแล้วประสบการณ์ข้ากับเจ้าเสือค่อนข้างโชกโชนและโชกเลือดสินะ
“ข้าเชื่อใจในสมาชิกสมาพันธ์ วันหลังหากเกิดเหตุการณ์นี้อีก เจ้าจงทำตัวดีๆ แล้วถ่วงเวลาก็พอ” แม้จีเซลไม่กล่าวต่อ แต่ข้าก็เดาได้ว่าเขาทำตัวเรียบร้อยเป็นตุ๊กตาน่ารักจนกระทั่งชาเร็ตไปช่วย ถ้าข้าเป็นเผ่าอูฐผู้หยาบกระด้าง หากจับเด็กน้อยได้ย่อมไม่กล้าทำอะไรรุนแรง ลองเปลี่ยนเป็นข้าสิ…
ต่อให้เผ่าอูฐจะไม่เจ้าเล่ห์ ไม่บ้าพลัง แต่ถ้าเผชิญกับความซวยของข้า ต้องเกิดเหตุการณ์ปั่นป่วนวุ่นวายจนอยู่เฉยไม่ได้อย่างแน่นอน!
“ตอนถูกขังข้าได้ยินชาวเผ่าอูฐคุยกันว่าเผ่าแมงป่องเกือบจะจับผู้ส่งสารได้แล้ว น่าจะเป็นซัทเซนกับเอริน เพราะพยัคฆ์เมฆาหนีเร็วเกินไป หัวหน้าเผ่าแมงป่องจึงหัวเสียมาก ระดมพลเกือบทั้งเผ่าขึ้นไปบนทรายเพื่อตามหา โง่เง่าชะมัด หากพวกเราหนีได้จะเดินเล่นต่อบนผืนทรายทำไม หาให้ตายก็หาไม่เจอ”
เจอสิ…เจอข้านี่ไง…
ข้าคิดพลางน้ำตาตกในกับความซวย และอดไว้อาลัยเผ่าอูฐและเผ่าแมงป่องไม่ได้ที่โดนเด็กน้อยวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน สมแล้วที่เป็นเจ้านายของเสือสองหน้าอย่างซีเอล
ยิ่งฟังยิ่งชอบกล ผู้ส่งสารสามคนถูกส่งไปทำภารกิจที่แดนทะเลทราย แล้วทำไมพวกหัวหน้าเผ่าทั้งสามต้องทำตามคำสั่งขององค์กรด้วยล่ะ
‘เจ้าพวกนั้นถูกหลอก บอกว่าจะได้การสนับสนุน แต่จริงๆ ถูกจัดฉากให้ทำสงครามไปชั่วชีวิตโดยไม่อาจปราศจากความช่วยเหลือขององค์กร’
เจ้าเสือตอบข้อสงสัยในใจ
‘มิน่าล่ะ สงครามในแดนนี้ถึงไม่จบไม่สิ้นแถมทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที หากทั้งสามเผ่ารู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือกลุ่มเดียวกัน เจ้าลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรตามมา’
“ฮาเวสเตอร์โดนทิ้งแน่”
‘ไม่ใช่ ในสถานการณ์ที่สงครามแดนทะเลทรายคุกรุ่น หากใครทิ้งการสนับสนุนจากองค์กรย่อมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ฉะนั้นทั้งสามเผ่าจะพยายามเอาอกเอาใจองค์กรสุดชีวิตเพื่อเป็นผู้ถูกเลือกเพียงหนึ่งเดียว และนี่คือแผนของท่านราพิตต์’
เจ้าของชื่อเปิดประตูเข้ามาพร้อมสามพยัคฆ์เมฆาที่มีบุคลิกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งนอบน้อมพร้อมรับใช้เจ้านาย คนหนึ่งนิ่งเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิต ส่วนอีกคนก็คลี่ยิ้มยียวนชวนตี
“พวกเราจะกลับแดนทะเลทรายเพื่อซ้อนแผน ใช้โอกาสนี้เผยความจริงกับทั้งสามเผ่า และให้เจ้าพวกนั้นวิ่งเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อหาทางติดต่อกับองค์กรเพราะไม่อยากถูกสลัดทิ้ง ถ้าล่อฮาเวสเตอร์ออกมาได้ยิ่งดี คิดอยากจับตัวสมาชิกของสมาพันธ์ดีนัก งั้นเราก็จับระดับสูงของพวกมันเป็นตัวประกันบ้าง” ราพิตต์หัวเราะ “อ้อ ถ้าสถานการณ์ไม่เป็นใจ จะเผลอลงมือหนักบ้างข้าก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ”
ข้ากลืนน้ำลายดังเอื๊อก ครึ่งเทพอย่างข้าไม่เคยฆ่าคนมาก่อน เป็นผู้ถูกกระทำที่เอาคืนแค่เตะต่อยและด่าทอพอเป็นพิธี
‘เจ้าอยู่เฉยๆ เถอะ ข้าจัดการเอง’
เจ้าเสือแทบจะรอแก้แค้นแทนเจ้านายคนแรกไม่ไหวแล้ว
“ข้ากับชาเร็ตไปเผ่าแมงป่อง จีเซลกับซีเอลไปเผ่าอูฐ เซอเซสกับโฟรเซนไปเผ่างู พวกเจ้าจะใช้วิธีใดก็ได้ ขอเพียงสร้างเรื่องให้วุ่นวายและอลหม่านจนพวกองค์กรลับอยู่เฉยไม่ไหว ให้ทั้งสามเผ่าร้องแรกแหกกระเชอจนพวกตำแหน่งสูงต้องมาจัดการเอง จากนั้น…นั่นแหละ”
ราพิตต์ยิ้มกริ่ม
“เมื่อครู่ข้าเรียกพยัคฆ์ของพวกเจ้าไปเขียนวงเวทบนแผ่นหลัง ทำให้พวกมันสามารถปรากฏตัวและใช้พลังอย่างเต็มที่ เพราะต่อให้ถูกสวมอุปกรณ์กักพลังเวทหรือยืนอยู่บนพื้นสลักอาคมกักพลังเวท ก็ไม่ส่งผลใดกับตัวพยัคฆ์เมฆาที่ข้าวาดแหล่งกำเนิดพลังด้วยตัวเอง มีข้อแม้เดียวคือต้องทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในสามชั่วโมงและห้ามให้อักขระบนหลังเลือนหาย เข้าใจหรือไม่”
ข้า โฟรเซน จีเซล และซีเอลตอบรับพร้อมกัน
“เข้าใจขอรับ!”
และแล้วข้าก็กลับมาแดนทะเลทรายอีกครั้ง
พิกัดเดิม ตำแหน่งเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือ…
“ฆ่า ฆ่า ฆ่า!”
โพดีเซิร์กกับสเกลปิออซกำลังสู้กันบนเนินทราย!!
ภารกิจคราวนี้จีเซลที่ใครเห็นก็เอ็นดูย่อมเป็นต่อ ความแก่ประสบการณ์ของราพิตต์ย่อมได้เปรียบ ส่วนข้าผู้ซื่อเซ่อและไม่ได้เรื่องได้ราวนั้นต้องภาวนา แล้วผิดจากที่คาดซะที่ไหน ไม่ทันจะเดินเฉิดฉายเข้าไปเผ่างู ข้าก็เจอกับสถานการณ์โคตรซวย
“ทำยังไงดี” ข้าดึงผ้าคลุมสีเดียวกับทรายคลุมหัวแล้วย่อตัวหมอบลงเพื่อไม่ให้ใครเห็น ซึ่งก็ไม่มีใครสังเกตจริงๆ เพราะทุกคนต่างถือหอกและดาบฟาดฟันกัน เจ็บจริง ตายจริง น่ากลัวจนข้าอยากอาเจียนยิ่งกว่าตอนอยู่ในห้วงมิติเสียอีก
แต่ดูเหมือนจะมีอีกกลุ่มหนึ่งร่วมรบด้วย พวกเขาถือค้อนทั้งหนักทั้งใหญ่เพื่อป้องกันและโจมตี
‘น่าจะเป็นเผ่าอูฐ’
หากเผ่างูสูงโปร่ง เผ่าแมงป่องกล้ามใหญ่ เผ่าอูฐก็เตี้ยแต่ตัวหนามาก
“งั้นพวกรุ่นพี่ก็อยู่แถวนี้กันหมดน่ะสิ” อุตส่าห์แยกย้ายกันไปทางใครทางมัน สุดท้ายดันรวมตัวซะงั้น แม้จะเป็นคนละทิศคนละฝั่งก็ตาม
‘ใช่ ฉะนั้นพวกเราต้องรีบลงมือก่อนที่เจ้าซีเอลมันจะฉวยโอกาส’
“หา? สถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ” ข้าถามงุนงง หวังว่าเจ้าเสือคงไม่ให้ข้าเข้าไปร่วมรบด้วยหรอกนะ
‘เจ้าฉลาดขึ้นนี่’
สิ้นคำกล่าวอันเป็นปริศนาของเจ้าเสือ ดวงตาข้าก็พลันมองเห็นแต่ความมืดมิดพร้อมความมึนงงชวนพะอืดพะอม บ้าน่า…มันคงไม่กล้าทำจริงหรอกนะ
‘ข้าเป็นพวกพูดจริงทำจริงอยู่แล้ว’
ตุบ!!
ร่างข้าหล่นกระแทกผืนทรายอย่างแรงจนเกิดหลุมยุบ ไม่ทันตั้งสติข้าก็รีบล้มกลิ้งตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด เหวอ ไอ้ที่เพิ่งผ่านหน้าข้าไปคือคมดาบไม่ใช่หรือนั่น
“ว๊าก” ข้าร้องลั่นพลางกุมปลายผมที่โดนฟัน ก่อนจะรีบหมุนตัวไปอีกด้าน เพราะหอกแทงจ้วงเข้ามาแบบไม่ยอมให้พักหายใจ
‘หึๆๆ’
เสียงหัวเราะของเจ้าเสือทำให้ข้าทั้งฉุนทั้งตื่นตัว ต้องขอบคุณร่างผอมบางของข้าทำให้ค่อนข้างปราดเปรียวเมื่อต่อกรกับเผ่างูที่สูงเกินไปและเผ่าแมงป่องที่กล้ามโตเกินไป แม้จะติดขัดเล็กน้อยเมื่อถูกค้อนฟาดใส่จากเผ่าอูฐที่มีส่วนสูงเท่ากัน แต่การกระทำของเผ่านี้ค่อนข้างเชื่องช้าเหมือนเต่า ข้าจึงวิ่งหน้าตั้งจนถึงกลางดงสงครามอย่างปลอดภัย
“เฮ้ย!”
ซะที่ไหน ความซวยหรือความซุ่มซ่ามกันแน่ก็ไม่มั่นใจ เพราะข้าสะดุดด้ามดาบบนพื้นจนตัวม้วนกลิ้งหลุนๆ ไปชนกับเป้าหมายซึ่งเป็นหัวหน้าทั้งสามเผ่า!
“เจ้า!!”
“แฮะๆ เจอกันอีกแล้วนะ” ข้าทักทายโพดีเซิร์กกับสเกลปิออซด้วยรอยยิ้มเจื่อน ก่อนจะโบกมือเป็นมารยาทให้ชายอีกคนที่น่าจะเป็นหัวหน้าเผ่าอูฐ
‘ข้าลงมือไวกว่าเจ้าซีเอล!’
เสียงเจ้าเสือตะโกนดีใจดังลั่นในหัวของข้า ไม่สนเลยใช่ไหมว่าตอนนี้ข้ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายขนาดไหน!
มันลงมือไวกว่าซีเอลก็จริง แต่ข้าจะไปไวก็เพราะมัน!
‘ข้าอยู่นี่ เจ้าจะกลัวตายทำไม’
ความซึ้งตอนมันบอกว่าจะตายตามหายลับ ตอนนี้ข้าโคตรอยากบีบคอมันสุดๆ เลย!!