The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 28 วางเหยื่อ
บทที่ 28
วางเหยื่อ
‘เรี่ยวแรงระดับเจ้า บีบคอก็เหมือนนวดคอให้ข้านั่นแหละ’
“เจ้า…”
“เจ้าคือผู้ส่งสารแห่งสามภพนี่!!”
กำลังจะหลุดปากด่าเจ้าเสือดันโดนสเกลปิออซขัดซะก่อน
“เจ้านี่คือผู้ส่งสารแห่งสามภพหรือ” ชายที่น่าจะเป็นหัวหน้าเผ่าอูฐซึ่งมีเคราดกหนาเอ่ย ในมือถือค้อนใหญ่กว่าหัวข้าซะอีก
“ใช่! ข้าจำหน้ามันได้ดี!!” โพดีเซิร์กและสเกลปิออซกล่าวพร้อมเพรียงกัน “เจ้าจะพูดตามข้าทำไม!!”
ข้ากะพริบตาปริบๆ พยายามปิดปากตัวเองไม่ให้แซวท่าทางราวสหายรู้ใจของทั้งคู่
“มันล้มมาทางข้า ข้าจะพาตัวมันกลับไป” ชายหนุ่มเคราดกพูดเรียบๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาหิ้วคอเสื้อข้า
“ไม่! เจ้านี่มันเป็นเชลยของข้า” โพดีเซิร์กยกหอกขวาง เฉียดหน้าข้าไปนิดเดียว
“เจ้านี่ลอบทำร้ายข้า ตามสิทธิ์แล้วข้าสามารถพาตัวมันกลับไปลงโทษ” สเกลปิออซเถียง ใช้ปลายดาบตวัดหอกออกจนเกือบจะจิ้มตาข้า
“เจ้านี่เป็นของข้า!” ชายเคราดกเริ่มขึ้นเสียง เหวี่ยงค้อนขู่ขวัญไปทางหัวหน้าเผ่างู
“ของข้า!!” โพดีเซิร์กตั้งหอกพร้อมรับ
“ของข้าต่างหาก!” สเกลปิออซหันดาบไปหาหัวหน้าเผ่าอูฐ ทำให้ฝ่ายนั้นเบนค้อนไปทางหัวหน้าเผ่าแมงป่องแทน เท่ากับว่าพวกเขาต่างคนต่างชูอาวุธเข้าหากันเกิดเป็นสามเหลี่ยมเล็กๆ โดยมีข้าเป็นจุดกึ่งกลาง
แหม ลูกครึ่งเทพที่ใครเห็นก็รังเกียจเพิ่งมีคนยื้อแย่งตัวอยากได้ขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลย
‘เจ้าชอบหรือ’
สยองพิลึกน่ะสิไม่ว่า!
เจ้าเสือหัวเราะลั่นชอบใจ ก่อนจะกำชับให้ข้าสร้างเรื่องวุ่นวายกว่านี้
‘ตอนนี้แหละแฉความจริงเลย!’
หุบปากนะไอ้เสือไม่รักดี!!
ข้าด่ามันเมื่อโฟรเซนดูจะสนุกสนานมากกับการกลั่นแกล้งกัน ไม่รู้ว่ามั่นใจในฝีมือตัวเองว่าข้าจะไม่บาดเจ็บ หรืออยากเห็นข้าโหวกเหวกโวยวายเดี๋ยวกลิ้งเดี๋ยวม้วนไปกับทรายกันแน่!
“เอ่อ ข้าอยากจะบอกว่า…”
“หุบปาก!”
“แต่ข้า…”
“บอกให้หุบปากไงล่ะ!”
“ข้าจะบอกว่ารีบๆ พาไปหาท่านผู้นั้นสักทีสิเฟ้ย!” คำตะโกนที่เค้นมาจากปอด ทำให้เสียงข้าดังกลบการต่อสู้ทั้งหมด ชาวเผ่าทั้งสามถึงกับถืออาวุธค้างแล้วมองมาทางนี้ ฉงนสงสัยเหลือเกินว่าใครกล้าเอ่ยถึงท่านผู้นั้นด้วยน้ำเสียงโกรธจัด
ข้าเองก็ตกใจตัวเองเหมือนกัน แต่เรื่องปากไวขอให้บอก โพล่งก่อนค่อยสำนึกผิดทีหลัง
‘เหลือจะเชื่อที่เจ้ามีชีวิตมาเจอข้าโดยไม่โดนเชือดทิ้งที่แดนเทพ’
คงเป็นความซวยของข้าละมั้ง ถึงได้รอดมาทำพันธะกับเจ้าไง!
ข้าตอกกลับเจ้าเสืออย่างเจ็บแสบก่อนจะนั่งกอดเข่าพยายามทำตัวเล็กเมื่อถูกทุกสายตาจับจ้องอย่างชวนกดดัน แต่ละคนถืออาวุธครบมือส่วนข้าไม่มีอะไรในมือนอกจากกำทรายย่อมหวาดหวั่นอยู่แล้ว
“เจ้า…พูดว่าอะไรนะ” ชายเคราดกเอ่ยน้ำเสียงติดขัด สีหน้าภายใต้เคราดกดำปรากฏความตื่นตกใจอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งท่าทางนั้นไม่ต่างกับสเกลปิออซและโพดีเซิร์กที่ดูจะสับสนและสงสัยว่าทำไมเผ่าอื่นถึงรู้จักท่านผู้นั้นด้วย
“บอกว่าพาข้าไปหาท่านผู้นั้นของพวกเจ้าสักที” ข้าพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แต่เพิ่มคำช่วยเสี้ยมมากขึ้นอย่างฮึกเหิม
“ของพวกข้า? จะเป็นของพวกข้าได้ยังไง ในเมื่อข้าเป็นผู้เดียวที่ท่านผู้นั้นสนับสนุน” สเกลปิออซเอ่ย สีหน้าเคว้งคว้างยามมองอีกสองเผ่าซึ่งตื่นตะลึงไม่แพ้กัน
“ไม่ใช่ ข้าต่างที่ท่านผู้นั้นให้ความช่วยเหลือ” โพดีเซิร์กพึมพำคล้ายกำลังหลอกตัวเอง
“พวกเจ้ารู้จักท่านผู้นั้น?” ชายเคราดกถามโต้งๆ
“รู้จักดีสุดๆ!” สเกลปิออซกับโพดีเซิร์กตะโกนพร้อมเพรียง ก่อนจะหันไปจ่อดาบยกหอกใส่กันอย่างรับไม่ได้ “เจ้าเลิกแอบอ้างนะ ท่านผู้นั้นอยู่ฝั่งข้า”
“ฝั่งข้า!” ชายเคราดกไม่ยอมแพ้
“ฝั่งข้าต่างหาก!!” เสียงประสานกับท่าทางทำอะไรไม่ถูกของพวกเขาทำให้ข้าที่นั่งกอดเข่าเริ่มอยากได้ขนมสักชิ้นมากินแกล้ม แหม กำลังสนุกเลย เถียงกันอีกสิ ตีกันเยอะๆ เลย
‘เจ้ายังไม่เคยชิมคัพเค้กบลูเบอร์รี่ที่สมาพันธ์สินะ กลับไปแล้วลองสั่งสักชิ้นสิ’
เจ้าสิสั่ง แย่งเจ้ากินสนุกกว่าสั่งเองเยอะเลย!
‘เจ้าไม่มีมือหรือไงถึงกดสั่งเองไม่ได้’
แล้วทำไมเจ้าไม่รู้จักบริการเจ้านาย ถ้าอยากชนะซีเอลไม่ต้องส่งข้าเข้าดงสมรภูมิหรอก เริ่มจากลองปฏิบัติตัวกับข้าให้ดีขึ้นกว่านี้สิ
‘ฝันไปเถอะ’
ข้าฝันอะไรเจ้าก็อ่านใจได้ทั้งหมดนั่นแหละ!
ข้าทะเลาะกับเจ้าเสือในใจ ส่วนหัวหน้าสามเผ่าก็กำลังโต้เถียงกันเอง และเมื่อไม่ได้ผลสรุปที่ดี แถมสีหน้าแต่ละคนมืดครึ้มอย่างสุดกลั้น พวกเขาก็พากันตะโกนลั่นพร้อมประกาศชัด
“ข้าจะกลับเผ่า!!!”
ไม่รู้ว่าไปทะเลาะกันอีท่าไหน แต่ละคนถึงได้สะบัดหน้าหนีไปคนละทางพลางหันหลังให้แก่กัน ไม่ทันถอนหายใจโล่งอก อาวุธทั้งสามชนิดก็หันมาจ่อกบาลข้าที่นั่งกอดเข่าตาปริบๆ
“แต่เจ้าจะต้องไปกับข้าด้วย” สเกลปิออซเริ่มคนแรก
“ไม่ เจ้านี่ต้องไปกับข้า!” โพดีเซิร์กตามอย่างรวดเร็ว
“ต้องไปกับข้าต่างหาก!!” ชายเคราดกไม่ยอมตกขบวน ร่วมด้วยช่วยกันยื้อแย่งข้า
ก่อนหน้านี้ยังขาสั่นกลัวตายอยู่หรอกนะ แต่พอสถานการณ์เป็นต่อ แถมเจ้าเสือชวนคุยตลอดด้วยน้ำเสียงน่าหมั่นไส้แต่ชวนให้รู้สึกสบายใจ ข้าก็ยกมือถามอย่างสุภาพ
“ขอข้าเลือกได้รึเปล่า”
“เจ้าได้สิทธิ์นั้น!” ทั้งสามกล่าวพร้อมกันพลางลดอาวุธลงเพื่อเปิดโอกาสให้ข้าตัดสินใจ แม้จะเอ่ยแบบนั้น แต่แววตาที่มองมาแทบจะกลืนกินกันทั้งตัว ถ้าได้ยินคำตอบไม่ตรงใจ เชื่อสิว่าอีกสองเผ่าพร้อมขัดขวางรังควานไม่เลิกรา
ข้าหันไปมองชายเคราดก จากคำวิจารณ์ของจีเซลบ่งบอกว่าในสามคนนี้เขาดูมีพิษมีภัยน้อยที่สุด
ถ้าอย่างนั้น…
‘ถึงข้าจะชอบชิงดีชิงเด่นกับซีเอล แต่เจ้าอย่าทำให้นายของมันขุ่นเคืองใจดีกว่านะ ถ้าเจ้าเสือบ้านั่นคลุ้มคลั่งขึ้นมาจะซวยกันหมด’
เจ้าพล่ามอะไร
ข้าขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเจ้าเสือพยายามสื่ออะไร
‘มองไปข้างหน้าสิ’
ข้ามองผ่านแผ่นหลังของหัวหน้าอูฐไปยังเนินทรายที่มีเงาสองร่างแอบหมอบซ่อนอยู่ตรงนั้น
แม้จะเห็นไม่ชัด แต่ข้ามั่นใจว่าคือจีเซลและท่านราพิตต์!
อย่าแย่งเหยื่อข้า!!
ดูจากบรรยากาศกดดันที่ทั้งคู่แผ่ออกมาคาดว่าต้องการให้ข้าทำตามแผน ถ้าอย่างนั้น…คนที่ข้าต้องเลือกก็คงไม่พ้น…
“เลือกข้าสินะ” โพดีเซิร์กยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อข้าชี้นิ้วเป็นคำตอบ เสียงลอดไรฟันของชายหนุ่มทำให้ข้าขนลุกซู่ทุกครั้งที่ได้ยิน
เทียบกับทั้งสามเผ่า ความเจ้าเล่ห์กึ่งโรคจิตของหัวหน้าเผ่างูทำให้ข้าขนลุกที่สุด
‘ข้าบอกแล้วไงว่าจะช่วยเอาคืน’
เจ้าเสือเอ่ยกลั้วหัวเราะ แทบจะทนรอปรากฏตัวไม่ไหวแล้ว!