The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 30 ดักพราน
บทที่ 30
ดักพราน
ไม่รู้หรอกนะสมาชิกอีกสองคนเกลี้ยกล่อมกันยังไง แต่ข้าเพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่าแผนของท่านราพิตต์คือรถไฟชนกันชัดๆ!
โพดีเซิร์กติดต่อท่านผู้นั้น สเกลปิออซก็ทำเช่นกัน หัวหน้าเผ่าอูฐคงไม่ต่างกัน จู่ๆ ทั้งสามเผ่าจับตัวผู้ส่งสารได้พร้อมกันแถมยังร้องตะแง้วๆ หาฮาเวสเตอร์เป็นเสียงเดียวทั้งๆ ที่เมื่อครู่เหยื่อทั้งสามเพิ่งหลุดบ่วงกับดักไป…
ไม่น่าสงสัยเรอะ!
‘น่าสงสัยสิ’
เจ้าเสือเห็นด้วยกับความคิดนี้ น้ำเสียงเริงร่าผิดวิสัย
‘เพราะเหตุนี้ไง เหล่าพยัคฆ์เมฆาถึงได้ตั้งวงพนันภายใต้เจ้ามือที่ชื่อว่าราพิตต์’
เอิ่ม ท่านราพิตต์!!
มิน่าล่ะเจ้าเสือถึงได้กระตือรือร้นส่งข้าสู่ดงสงคราม ไม่แค่ต้องการชิงดีชิงเด่นกับซีเอล แต่ต้องการสร้างข้อได้เปรียบเพื่อให้โพดีเซิร์กกระตือรือร้นกับข้าพิเศษ โอกาสที่ฮาเวสเตอร์มาทางนี้ย่อมสูงกว่ามาก และเมื่อนั้นเจ้าเสือก็จะทำเงินได้มากกว่าที่ข้าทำภารกิจแรกเสียอีก
‘ข้าไม่แบ่งเจ้าหรอกนะ’
เสือขี้งก เจ้ากล้าปล่อยเจ้านายอดตายงั้นหรือ!
‘สมาพันธ์มีสวัสดิการเลี้ยงข้าวสมาชิกฟรีตลอดทั้งวัน แล้วเจ้าจะอดตายได้อย่างไรไม่ทราบ’
ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่หงุดหงิดนี่นาที่เป็นหัวข้อการพนันของพวกพยัคฆ์เมฆา เพื่อแสดงความเป็นมิตรว่าเห็นด้วยกับข้า โพดีเซิร์กจึงปลดกุญแจมือและพาไปยังห้องรับรองที่ไม่ได้สลักอาคมกักพลังเวท แต่จะให้ข้านั่งรอแบบเชิดๆ ก็ไม่ได้ เขาจึงใช้เชือกมัดมือไพล่หลัง บังคับให้ข้านั่งคุกเข่าบนพรมกลางห้อง ดูเหมือนเหยื่อตัวน้อยๆ ที่รอนายพรานมาปลิดชีพ
“ถ้าฮาเวสเตอร์ไม่มาทางนี้ เจ้าคิดว่าเขาไปหาใครก่อน” ข้าถาม หลังขาเริ่มเป็นตะคริว เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ สงสัยตัวข้าจะตกเหยื่อไม่ได้ซะแล้วสิ
‘ท่านราพิตต์แน่นอน’
“งั้นเราโผล่ไปเผ่าแมงป่องกันเลยดีไหม”
‘ความคิดไม่เลว’
พลันมือหนึ่งคว้าหมับที่หัวไหล่ ข้านึกว่าเจ้าเสือจะพาวาร์ปเลยนั่งนิ่งไม่ขัดขืนอะไร แต่หางตาดันเห็นประกายวิบๆ วับๆ ของหอกคมที่กำลังทิ่มแทงเข้ามา ไม่ทันร้องจ๊าก แสงสีทองก็สว่างจ้าเบื้องหน้า ร่างผิวเข้มของคนคุ้นตาปรากฏพร้อมใช้กรงเล็บฟันอาวุธขาดเป็นสองท่อน
“โฟรเซน!”
“เจ้าเงียบก่อน” ดวงตาสีแดงของเจ้าเสือวาวโรจน์มาก คมเขี้ยวเองก็แสยะอย่างรอโอกาสนี้มานานแล้ว มันยกเท้าถีบท้องของผู้จู่โจมจนหงายหลังก่อนจะคว้าหอกหักครึ่งโดยหันด้านคมเขวี้ยงใส่คนคนนั้น เล็งตำแหน่งน่องขาขวา ทำให้ร่างที่กำลังจะลุกลงไปทรุดอีกครั้งในสภาพเลือดโชก
“อ๊ากก!”
“โพดีเซิร์ก!”
ข้าเพิ่งสังเกตว่าคนคนนั้นคือหัวหน้าเผ่างู อ้าว ทำไมหมอนี่ถึงเล่นงานข้ากันล่ะ
“เจ้าโดนตลบหลังไง หึ พวกงูปลิ้นปล้อนเลี้ยงไม่เชื่อง” โฟรเซนเหยียบซ้ำที่ปลายหอก ทำให้ด้านคมจมหายไปในเนื้อน่องอย่างน่ากลัว เลือดสีแดงสดทะลักล้น เจ้าเสือยังไม่พอใจ มันหันไปใช้กรงเล็บจิกบนหัวไหล่ข้างเดียวกับที่ข้าโดนคว้าเมื่อครู่ ไม่บอกคงรู้กันว่าพยัคฆ์สีทองมีกรงเล็บที่คมกริบขนาดไหน หอกยังต้องใช้เท้ากระทืบซ้ำถึงจะเสียบมิดน่อง แต่การจู่โจมเพียงครั้งเดียวทำให้เล็บทั้งห้าแทงทะลุหัวไหล่จนโพดีเซิร์กไร้เรี่ยวแรงจะต่อกร คาดว่าเขาคงยกแขนข้างนี้ไม่ขึ้นอีกตลอดชีวิต
“อ๊ากกก!”
“เจ้าอยากเอาคืนหมอนี่ไม่ใช่หรือ มาสิ” เจ้าเสือกระชากกรงเล็บออก ทำให้บาดแผลตรงหัวไหล่ของหัวหน้าเผ่างูยิ่งเหวอะหวะราวโดนสัตว์ป่าฉีกทึ้ง โพดีเซิร์กนอนพะงาบสิ้นท่า จะลุกก็ลุกไม่ได้ จะโต้คืนก็ทำไม่ไหว
เหมาะแก่การกระทืบซ้ำสุดๆ
“ข้า…ข้ากลัว”
ข้ายกมือปิดตา ฮือ ข้าเป็นเทพรักสงบนะ ถึงจะเคยชกต่อยแต่ไม่เคยตีรันฟันแทง สภาพของโพดีเซิร์กเละจนตามตื๊บต่อไม่ลง จะมองยังไม่กล้ามองเต็มตาด้วยซ้ำ
“ขี้ขลาด” เจ้าเสือวิจารณ์ ก่อนจะหดกรงเล็บเพื่อกำหมัด หันไปต่อยหน้าโพดีเซิร์กหลายครั้งให้สมกับที่อัดอั้นมานาน หัวหน้าเผ่างูสู้ไม่ได้เลย นอนพะงาบปล่อยให้พยัคฆ์เมฆาประทุษร้ายตามใจชอบ เพราะทันทีที่ขยับตัว เลือดตรงขาและหัวไหล่ก็ยิ่งไหลหลาก อาบย้อมพื้นพรมสีน้ำตาลให้กลายเป็นสีแดงสด
ข้ากลืนน้ำลาย แอบกระถดตัวถอยห่าง
“เจ้าจะไปไหน” โฟรเซนที่กระชากคอเสื้อโพดีเซิร์กต่อยจนตาบวมปากแตกแก้มปูดหันมาจ้องเขม็ง ข้าสะดุ้งโหยง เพิ่งรับรู้ตอนนี้เองว่าเวลาตีกันเจ้าเสือมันออมแรงให้ เพราะถ้าเอาจริงหมัดเดียวก็ทำหัวหน้าเผ่างูฟันหักได้ ซึ่งถ้าเป็นครึ่งเทพปวกเปียกอย่างข้า คาดว่าน่าจะคอหัก
“หึ” เจ้าเสือเห็นข้าไม่ตอบแถมยังคิดฟุ้งซ่านก็ลากร่างโพดีเซิร์กไปจับหัวกระแทกกำแพงจนสลบเหมือด รอยแตกเป็นหลุมลึกขนาดเท่าศีรษะของหัวหน้าเผ่างูและเศษหินทรายร่วงกราวตรงนั้นบ่งบอกว่าเจ้าเสือทรงพลังขนาดไหน
รวดเร็ว…รุนแรง
ข้ากระเถิบตัวถอยหลังมากขึ้นเมื่อเจ้าเสือเดินกลับมาหา มันโหดจนตกใจ
“ข้าอุตส่าห์แก้แค้นแทนเจ้า นี่หรือคือการตอบแทน” เจ้าเสือเอ่ยพลางเช็ดเลือดกับเสื้อตัวเอง ยังคงเดินย่างสามขุมเข้ามาจนข้าหลังชิดกำแพง
“แน่ใจหรือว่าเพื่อข้า เจ้าระบายความอัดอั้นที่ก่อนหน้านี้ออกมาไม่ได้ต่างหาก”
“นั่นสินะ ยังอาละวาดไม่สะใจเลย เจ้ามาเป็นกระสอบทรายให้ข้าต่อไหมล่ะ”
“อย่านะ!”
ข้ารีบหลับตาปี๋เมื่อเจ้าเสือยื่นกรงเล็บมาด้านหน้า ก่อนจะร้องโอ๊ยเมื่อมันดีดหน้าผากดังโป๊ก
“ติงต๊อง” เจ้าเสือหัวเราะร่วน ก่อนจะช้อนมือใต้รักแร้หิ้วร่างข้าขึ้นสบายๆ ซึ่งจากการที่มันลากร่างของโพดีเซิร์กทั้งที่อีกฝ่ายตัวสูงใหญ่กว่าแล้วคาดว่าน้ำหนักตัวของครึ่งเทพผอมกะหร่องอย่างข้าคงเบามาก
“ไม่ต้องชม ถ้าเทียบด้านพละกำลังกันจริงๆ ข้าอยู่ลำดับสามจากหกของพยัคฆ์เมฆาทั้งหมด” เจ้าเสือยิ้ม
เอ่อ ดีใจอะไร ข้าไม่ได้ชม!
“เปลืองน้ำลายตั้งนานกว่าจะกล่อมเขาได้ ไม่รู้ว่าโพดีเซิร์กเป็นบ้าอะไร โจมตีข้าทำไม” ข้าพึมพำ ยังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ติดต่อฮาเวสเตอร์แล้วโดนซ้อนแผนละมั้ง เรื่องหลอกคนรายนั้นเชี่ยวชาญกว่าเจ้าเยอะ เอาเถอะ ค่อยเป็นค่อยไป เราไปหาท่านราพิตต์กันเถอะ”
“แสดงว่าทางนั้นรู้แล้วสิว่าพวกเราตั้งใจล่อให้ปรากฏตัว”
“ยิ่งรู้สิยิ่งต้องมา เพราะเท่ากับว่าผู้ส่งสารที่เผ่าแมงป่องคือท่านราพิตต์อย่างแน่นอน บุคคลสำคัญซึ่งเป็นถึงหัวหน้าสมาพันธ์คนแรก ไปมาอิสระไม่เคยมีใครตามตัวเจอ ยอมส่งตัวเองมาประเคนขนาดนี้ ฮาเวสเตอร์ไม่มีทางอยู่เฉยหรอก”
ข้าพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะรีบห้ามเมื่อเจ้าเสือจะใช้เวทข้ามมิติ
“เดี๋ยวก่อน”