The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 31 ตีมาตีกลับ
บทที่ 31
ตีมาตีกลับ
“อะไรอีก”
“ข้าอยากได้อาวุธสักชิ้น” ข้ายิ้มแห้งพลางเดินย่องหลบรอยเลือดบนพรมเพื่อไปค้นตัวโพดีเซิร์ก
“เจ้าเลียนแบบเว็กซ์เลอร์หรือ” เจ้าเสือกอดอก เอ่ยแซวกับการผันตัวเป็นโจรกระจอก
“สถานการณ์ตอนนี้อันตรายมาก จะให้ข้าไปตัวเปล่าเป็นตัวถ่วงเจ้าก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ อีกอย่าง…ข้ายังโกรธโพดีเซิร์กด้วย ตั้งแต่ต้นจนจบหมอนี่คิดร้ายกับข้าตลอด เอาคืนด้วยการยึดอาวุธแทนกระทืบซ้ำไม่เห็นเสียหายตรงไหน”
“แล้วเจ้ายิงปืนเป็นรึไง”
“ลองๆ ไปเดี๋ยวก็เป็นเอง”
เจ้าเสือถอนหายใจเฮือก ก่อนจะเดินตามมาเตะร่างโพดีเซิร์กจากนอนคว่ำเป็นพลิกหงาย โอ๊ะ โชคดีจังที่หมอนี่พกปืนสีดำมาด้วย ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ใช้สิ่งนี้ยิงข้าให้จบๆ จะถือหอกมาแทงให้เจ้าเสือมันสวนกลับง่ายๆ ทำไม บางทีอาจมีเงื่อนไขในการใช้ ช่างเถอะ ข้าถูกใจตั้งแต่แรกเห็นแล้วนี่นา งั้นเป็นของข้าเถอะนะ
“เจ้าควรมีสัญญายินยอม เพราะไม่เคยมีผู้ส่งสารแห่งสามภพขโมยพัสดุที่ต้องส่งซะเอง หากหมอนี่ร้องเรียนขึ้นมา ต่อให้เป็นหัวหน้าก็จนปัญญาจะช่วย”
“ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ได้ขโมย ข้าแค่เอาคืนเฉยๆ!” ครึ่งเทพแสนน่ารักไม่ยอมเป็นผู้ร้ายหรอกนะ ข้าหยิบใบส่งมอบที่สำเร็จแล้วพลิกด้านหลัง ใช้เลือดของโพดีเซิร์กเขียนสัญญายินยอมแล้วนำนิ้วโป้งของอีกฝ่ายประทับรอยเป็นอันเสร็จสิ้น
“เจ้าแสบกว่าที่ข้าคิดแฮะ” โฟรเซนเปรยเบาๆ
“เพราะเจ้าชอบคิดว่าข้าติงต๊องน่ะสิ ถึงข้าจะอ๊องก็เอาตัวรอดเก่งนะ” เมื่อมีอาวุธในมือก็อุ่นใจ ข้าพยักหน้าให้สัญญาณโฟรเซนใช้เวทข้ามมิติ พลันรอบกายกลายเป็นสีดำสนิทพร้อมความรู้สึกที่เหมือนโดนจับเหวี่ยงไปมา
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ
เจ้าเสือรู้ทางไปเผ่าแมงป่องด้วยหรือ
“เพิ่งนึกได้หรือเด็กอ๊อง”
มันถือโอกาสด่าข้าด้วยคำที่ข้าเพิ่งเปรียบเปรยตัวเอง ฮึ่ม ถ้าไม่ติดว่าพยายามทรงตัวในห้วงมิติโคตรพลิกตลบชวนอาเจียน ข้าจะดึงผมมัน!
“ตอนท่านราพิตต์วาดวงเวทบนแผ่นหลังของข้า ท่านก็บอกพิกัดของทั้งสามเผ่าให้พวกเราพยัคฆ์เมฆาจดจำไว้ก่อนแล้ว และคงไม่ต้องถามหรอกนะว่าได้พิกัดเหล่านี้จากไหน ในเมื่อภารกิจครานี้ของสมาพันธ์ล้วนต้องส่งมอบสิ่งของที่เผ่างู เผ่าแมงป่อง และเผ่าอูฐ”
เจ้าเสืออธิบายรวดเดียว ดีจัง ข้าจะได้ไม่ต้องถามเยอะ
“ใจกล้าแต่สมองไม่พัฒนา เจ้าก็เป็นได้แค่เด็กอ๊อง”
“หยุดย้ำได้แล้วเจ้าเสือบ้า”
“ชอบหาว่าข้าใช้คำซ้ำซาก เจ้าที่เรียกแต่เจ้าเสือบ้าไม่หนักกว่าหรือ”
“ข้า…ข้า…ฮึ่ม ข้าไม่เคยเรียนหนังสือนี่นา เค้นสมองเถียงกับเจ้าได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว ข้าเป็นครึ่งเทพไร้ญาติขาดมิตรนะ” ตั้งใจใช้ความน่าสงสารเข้าสู้ พูดแล้วดันสลดซะเอง ข้าเม้มปาก หลุบตามองพื้นดำมืดแสนโหวงเหวงของห้วงมิติ
พลันมือข้างหนึ่งลูบหัวแผ่วเบา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขยี้แรงๆ จนผมยุ่งกระเซิง
“เจ้าเสือบ้า!”
“ยังไงตอนนี้เจ้าก็ตัดข้าออกจากชีวิตไม่ได้ ถูกผูกด้วยตราพันธะตราบสิ้นลมหายใจ เท่ากับว่าพวกเราเป็นยิ่งกว่าญาติอีกไม่ใช่หรือ”
ปากที่เม้มแน่นเปลี่ยนเป็นกลั้นยิ้ม เจ้าเสือปลอบข้า ได้ยินไหมว่าเจ้าเสือปลอบข้า
“ข้าไม่ได้ปลอบเจ้า ข้าแค่พูดความจริง” เจ้าเสือผลักศีรษะข้าซะงั้น ประเด็นสำคัญคือพวกเราถึงเผ่าแมงป่องพอดี ข้ากำลังปลื้มใจกับเจ้าแมวตัวโตที่พูดอะไรดีๆ เลยตัวโซเซตามแรงนั้น ล้มแหมะทับคนคนหนึ่งเข้าพอดี
“เจ้า…”
“ฮาเวสเตอร์!”
เจ้าเสือตะโกนเรียกชื่อผู้โชคร้าย หรือบางทีอาจจะเป็นข้าที่ซวยกว่า เพราะคนที่โดนข้าทับกะทันหันจนจุกลุกไม่ขึ้นนั้น…คือศัตรูตัวฉกาจของสมาพันธ์แห่งสามภพ!
ข้ารีบยกปืนจ่อขมับอีกฝ่ายทันที ยิงเป็นรึเปล่าไม่รู้แต่ระยะนี้ยิงโดนแน่ๆ
“อย่าให้มันลุกขึ้นมา!” เสียงเจ้าเสือดังพร้อมเสียงระเบิดตูม! ข้าเพิ่งสังเกตว่าถัดจากฮาเวสเตอร์มีชายชุดดำอีกสองคน และสองคนนั้นก็พยายามจะกระชากตัวข้าออกจากหัวหน้าหน่วยขององค์กร แน่นอนว่ามันไม่ยอม ต่อให้โดนรุมสองก็พร้อมสู้ตาย
“คิดหรือว่าจะหยุดข้าง่ายๆ” เสียงหัวเราะในลำคอทุ้มต่ำดังมาจากร่างใต้ข้านี่เอง ถ้อยคำนั้นทำให้ข้าใช้สองมือประคองปืนทิ่มหน้าผากอีกฝ่ายบังคับให้นอนแนบพื้น ถึงแม้จะมือสั่นหน่อยๆ เพราะไม่มั่นใจตัวเองว่าหากถึงสถานการณ์วิกฤต…จะกล้ายิงหรือไม่
สามเผ่าสู้กันกลางเนินทรายจนคนล้มตายเต็มไปหมดยังจะเป็นลม เจ้าเสือเล่นงานโพดีเซิร์กจนเลือดอาบยังไม่กล้ามองเต็มตา ถ้าต้องยิงเจาะกบาลฮาเวสเตอร์ขึ้นมา…ข้า…
คล้ายรับรู้ถึงความลังเล ฮาเวสเตอร์จึงคว้าข้อเท้าข้าหมายจะกระชากให้ล้มหงายแล้วเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมทาบทับ เสียงกระดูกลั่นเบาๆ บ่งบอกว่าข้อเท้าข้างนั้นกระดูกร้าวเรียบร้อย ความเจ็บปลาบทำให้ข้าเงื้อปืนฟาดหมอนี่ทันที ด้วยกระบอกที่สร้างจากวัสดุอย่างดีแถมยังแข็งแรงทนทาน ขนาดสเกลปิออซโดนยังร้องจ๊าก นับประสาอะไรกับคนขององค์กรลับ
โป๊ก!
ฮาเวสเตอร์กระตุกตัวแต่ยังไม่ปล่อยข้อเท้าข้า
โป๊ก!
เสียงคำรามลอดไรฟันดังขึ้นพร้อมแรงดิ้นขัดขืน ทำให้ตัวข้าที่กำลังนั่งคร่อมใช้สองขาหนีบร่างนั้นแน่นพลางเงื้อกระบอกปืนขึ้น เพิ่งเห็นว่าอาวุธสำหรับยิงตอนนี้เปื้อนเลือดแดงสดไหลเยิ้มเป็นทาง ถึงจะกลัวแต่ข้าไม่มีทางเลือก ยิ่งนึกถึงตอนฮาเวสเตอร์จะฆ่าข้าจนเจ้าเสือยอมตายตามก็มีแรงฮึดกว่าเดิม ทุ่มฟาดซ้ำตำแหน่งเดิมแรงๆ อีกที
โป๊ก!
และอีกที
โป๊ก!
อีกครั้งเถอะน่า
โป๊ก!
ในที่สุด…ร่างของฮาเวสเตอร์ก็แน่นิ่งไป
“เฮ้อ”
ข้ายกมือปาดเหงื่อ ความตึงเครียดและตกใจเมื่อครู่ทำให้เหน็ดเหนื่อยราวเพิ่งวิ่งมาราธอนรอบสมาพันธ์ (แม้ว่าจะไม่รู้ว่าสมาพันธ์ใหญ่ขนาดไหนก็เถอะ) เลือดส่วนหนึ่งหยดติ๋งๆ ตามปากกระบอกปืน อีกส่วนกระเซ็นเลอะเสื้อผ้าจนปรากฏเป็นด่างดวง ขณะที่ส่วนใหญ่…แผ่กระจายตามพื้นคล้ายน้ำก๊อกรั่วจากปากแผลบนศีรษะของฮาเวสเตอร์
ข้าจิ้มนิ้วจึกๆ ที่ข้างแก้มซีดเผือดของอีกฝ่าย
“เฮ้ ตายรึยัง…”
พลันฮาเวสเตอร์ฉวยโอกาสข้าไม่ทันระวังพลิกตัวกะทันหัน ชิงตำแหน่งคร่อมทับด้านบนแล้วกดข้ากระแทกพื้นด้วยสองมือที่บีบรอบลำคอ ข้าอ้าปากพะงาบ เงื้อปืนในมือฟาดศีรษะนั้นอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายหัวแข็งเกินทานทน สองมือที่บีบคอข้าเองก็กระชับแน่นราวเค้นแรงทั้งหมดออกมา ข้ามือสั่น เริ่มจับปืนไม่ไหว ภาพเบื้องหน้ารางเลือนเห็นเพียงสีแดงของหยาดเลือดและดวงตาของฮาเวสเตอร์
ซวยแล้ว!!
ข้าพยายามดิ้นรน แต่ดวงตาของฮาเวสเตอร์คล้ายมีมนต์สะกด แรกพบทำให้ข้าหวาดหวั่นไม่กล้าขยับเช่นไร ในช่วงเวลาเป็นตายก็ทำให้ข้าหวาดเกรงจนแทบขัดขืนไม่ได้เช่นนั้น
ข้ากำลังจะตาย
ความรู้สึกนี้ชัดเจนกว่าก่อนหน้านี้ที่โดนขู่ฆ่าเป็นไหนๆ อาจเพราะตอนนั้นอีกฝ่ายยังไม่ทันลงมือขั้นสุดท้ายท่านราพิตต์ก็มาช่วยซะก่อน แต่ตอนนี้…
โฟรเซน ช่วยข้าด้วย
โครม!!
ข้าเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ ฮาเวสเตอร์ก็หายตัวไปซะเฉย ไม่ใช่ว่าถูกวาร์ปไปไหน แต่เขาถูกลูกน้องสองคนในสภาพสะบักสะบอมสู้ไม่ได้กระแทกใส่จนกระเด็นต่างหาก จากนั้นข้าก็เห็นเจ้าเสือเผยสีหน้าโหดเหี้ยมกว่าตอนลงมือกับโพดีเซิร์กหลายเท่ากระโจนตาม ใช้กรงเล็บทั้งห้าแทงทะลุท้องของฮาเวสเตอร์ก่อนจะปล่อยร่างนั้นให้ทรุดฮวบพังพาบราวคนตาย
“แค่กๆๆ” ถึงจะเห็นทั้งหมด ข้าก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากไอค่อกแค่กน้ำตาคลออยู่กับที่ ร้อนให้เจ้าเสือตามมาช่วยลูบหลัง
“ยังเจ็บอยู่ไหม”
“เจ็บ…”
“สำออยอีกแล้ว”
“ข้าเปล่านะ ข้าเจ็บข้อเท้า เมื่อกี้โดนกระชากจนกระดูกแทบหัก”
เจ้าเสือขมวดคิ้ว ก่อนจะช่วยรักษาข้อเท้าขวาให้ข้า ห้ามเลือดหรือบรรเทาแผลภายนอกยังทำได้บ้าง แต่ดูเหมือนว่าการฟื้นฟูกระดูกจะเกินความสามารถของมันไปสักหน่อย
“ไว้กลับสมาพันธ์ค่อยให้เพลหรือคาร์ทดูอาการแล้วกัน”
“อืม…” ข้างึมงำ ลูบอกตัวเองแบบยังตกใจไม่หาย
“หึ เจ้ายิงหมอนั่นแต่แรกก็จบเรื่องแล้ว ใจอ่อนไม่เข้าเรื่อง” เจ้าเสือจิ้มหน้าผากข้าหลายจึก
“ข้าไม่เคยฆ่าใครนี่นา”
“ไม่ต้องยิงหัว ยิงส่วนอื่นก็ได้ ไม่เห็นที่ข้าเล่นงานโพดีเซิร์กหรือไง หัวไหล่กับต้นขาน่ะคือจุดอ่อนที่ทำให้ศัตรูเคลื่อนไหวลำบาก”
ใช่เวลามาสอนหรือไงนะเจ้าเสือ ข้ามุ่ยปาก ก่อนจะมองซ้ายมองขวาอย่างมึนงง
“ข้ามีคำถาม”
“ว่ามาสิ” เจ้าเสือกระชากโซ่ตกแต่งผนังของเผ่าแมงป่องมาพันร่างฮาเวสเตอร์และลูกน้องอีกสองคนเข้าด้วยกัน ดูเหมือนว่าบาดแผลน่ากลัวจะทำให้หัวหน้าหน่วยองค์กรลับแค่ปางตาย แต่ยังไม่ตาย
อึดกันจริงๆ เจ้าพวกนี้
“ท่านราพิตต์อยู่ไหน”
“นั่นแหละที่ข้าสงสัยอยู่”