The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 32 กลับถิ่น
บทที่ 32
กลับถิ่น
“พิกัดที่เจ้าได้จากท่านราพิตต์แปลกๆ หรือเปล่า”
หลังเดินกะเผลกวนในเขาวงกตเกือบสิบนาทีข้าก็ถามสงสัย เจ้าเสือถึงกับขำก๊าก มันอาจจะกำลังพนันกับตัวเองว่าเมื่อไหร่ข้าถึงจะฉุกใจ เพราะพวกเราข้ามมิติมาปุ๊บก็เจอฮาเวสเตอร์ปั๊บอย่างน่าตกใจ และเมื่อสำรวจก็พบว่าอยู่ในชั้นใต้ดินของเผ่าแมงป่องซึ่งมีกับดักมากมายตามรายทาง
“พิกัดที่ผู้ส่งสารได้รับเวลาทำภารกิจมักเป็นพิกัดในสถานที่กว้างขวางไม่เจาะจง เช่นตอนเจ้าไปแดนพรายแล้วโผล่ที่ลานเฉลิมฉลองหน้าเวที หรือตอนมาแดนทะเลทรายแล้วโผล่บนเนินทรายตอนสเกลปิออซกำลังตรวจตรา ฉะนั้นพิกัดที่ท่านราพิตต์ให้ย่อมพิเศษอยู่แล้ว”
ข้าพยายามจะไม่มองรอยเลือดตามทางซึ่งเจ้าเสือใช้เป็นสัญลักษณ์ในการช่วยแยกแยะทิศทางในเขาวงกต ไม่อยากเชื่อว่าเสือเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างมันจะไว้ชีวิตฮาเวสเตอร์ นึกว่ามันจะเชือดแล้วเผาไฟไม่ให้เหลือซากซะมากกว่า
“ข้าก็อยากทำแบบนั้นหรอกนะ แต่ตำแหน่งของหมอนี่ในองค์กรมีความสำคัญเกินกว่าจะฆ่าตายง่ายๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่สมาพันธ์ของเรากำลังเสียเปรียบ” เจ้าเสือเอ่ย
“อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องสิ ตอบเรื่องท่านราพิตต์ก่อน”
“เอ๊ะ เจ้านี่…” เจ้าเสือทำท่าจะเขกกะโหลกกัน แต่ข้ารู้ทันเลยเดินหนีไปอีกฝั่งพลางแลบลิ้นใส่ “หึ เอาเป็นว่าท่านราพิตต์นอกจากจะมีพลังเวทมากแล้วยังมีลางสังหรณ์พิเศษช่วยทำนายด้วย ไม่งั้นคงไม่มีชีวิตยืนยาวขนาดนี้หรอก ท่านคำนวณพิกัดของเผ่าแมงป่องแล้วสุ่มตัวเลขใกล้เคียงมั่วๆ ขึ้นมาเอง ฉะนั้นข้าถึงไม่ใช้เวทข้ามมิติออกจากที่นี่ แต่เดินวนอยู่ในนี้ เพราะเชื่อว่าท่านราพิตต์คงไม่ได้ไปไหนไกล”
ลางสังหรณ์แม่นยำดีจริง เล่นโผล่หน้าฮาเวสเตอร์กันเลยทีเดียว นึกแล้วยังใจหายใจคว่ำไม่หาย
“เสียงนั้น เซอเซสกับโฟรเซนใช่ไหม”
“!!!”
คำพูดศักดิ์สิทธิ์สุดๆ ข้าแทบจะไหว้โฟรเซนเมื่อมันพูดไม่ทันจบประโยคดีเสียงท่านราพิตต์ก็ดังจากแผ่นหินใต้เท้า ข้าก้มตัวจนก้นโด่งเพื่อใช้หูแนบพิสูจน์ว่าไม่ได้หลอนไปเอง
“ท่านราพิตต์ใช่ไหมขอรับ”
“เซอเซสจริงๆ ด้วยสินะ โฟรเซนอยู่ข้างๆ ใช่ไหม ช่วยบอกพิกัดของพวกเจ้ามาหน่อยสิ ข้าติดกับดักแล้วโดนขังในห้องปิดตาย” ท่านราพิตต์กล่าวไปพลางหัวเราะไปพลางอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร “จะมั่วพิกัดไปโผล่สักที่ก็กลัวโผล่กลางกับดัก ชาเร็ตเลยดึงข้าไม่ยอมให้หายตัวไปไหนเลย ฮ่าๆๆ”
เพราะระหว่างทางเจอกับดักพื้นหาย กับดักธนูกล และกับดักพ่นไฟ เลยไม่ได้ตกใจมากนักเมื่อรู้ว่ามีกับดักห้องปิดตาย หากไม่ได้โฟรเซนคอยวาร์ปหลบหรือดึงแขนเสื้อไว้ ข้าก็คงไม่รอดพ้นปลอดภัยครบสามสิบสองหรอก
“โอ๊ะ พวกเจ้าจับเหยื่อได้แล้วหรือ” ท่านราพิตต์กับชาเร็ตปรากฏตัวเบื้องหน้าหลังเจ้าเสือบอกพิกัด หัวหน้าสมาพันธ์รุ่นแรกประทับใจมากเมื่อเห็นสามร่างโดนโซ่มัดแบบสลบเหมือดเลือดสาดยิ่งกว่าหนังสยองขวัญ “เก่งนี่เด็กใหม่”
“เพราะพิกัดของท่านราพิตต์น่ะขอรับ”
ข้ายกความดีความชอบให้อีกฝ่าย
“แต่ข้ามาถึงไม่เจออะไรนะ สงสัยจะคลาดกันก่อนฮาเวสเตอร์มาถึงพอดี เฮ้อ ลางสังหรณ์ของข้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่รู้ว่าไอ้ที่สุ่มพิกัดมั่วๆ จะเป็นประโยชน์ตอนไหน” ท่านราพิตต์ลูบคางตัวเอง “ช่างเถอะ ได้ตัวประกันมาแล้วก็ไม่มีเหตุจำเป็นต้องอยู่แดนทะเลทรายอีก กลับสมาพันธ์กันเถอะ”
“พิกัดหน้าสมาพันธ์ใช่ไหมท่านราพิตต์” โฟรเซนถามเพื่อความมั่นใจ มือข้างหนึ่งจับต้นแขนข้าแน่นคล้ายกลัวทะเล่อทะล่าเดินไปชนกับดักเข้า โธ่ ข้าไม่ใช่เด็กสามขวบสักหน่อย
“ใช่ เจ้าไปก่อนเถอะ ข้าจะไปตามจีเซลกับซีเอลก่อน”
สองพยัคฆ์เมฆาใช้เวทข้ามมิติพร้อมกัน คู่หนึ่งไปเผ่าอูฐ อีกคู่หนึ่งไปหน้าสมาพันธ์
ขามาใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ขากลับข้าจึงใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เมินความพะอืดพะอมแล้วพยายามฝึกใช้ปืนเล็งทั่วความมืดมิดแสนว่างเปล่า
“ถ้าข้างหน้าคือศัตรู เจ้ายิงได้ แต่ถ้าตรงนั้นมีสมาชิกสมาพันธ์ปะปนอยู่ด้วย เจ้าห้ามยิง”
“ข้ารู้น่า” ข้ามุ่ยปากใส่เจ้าเสือที่ตามกำชับ “ข้ากะไม่ยิงสักนัดด้วยซ้ำ อย่างมากก็ถือไว้ป้องกันตัว”
“นับว่ายังเจียมตัว”
ฟังฝีปากมันสิ น่าใช้ปืนฟาดสักป้าบ
“ถ้าข้ามีอาวุธ พวกนั้นก็ไม่คิดว่าข้ากระจอกที่สุดใช่ไหมล่ะ ใครเข้าใกล้ก็ถือปืนเล็ง หากรับมือไม่ไหวจริงๆ ก็วิ่งหนีเข้าไปในสมาพันธ์ มีเวทแห่งกของหัวหน้าคุ้มกันซะอย่าง ข้าไม่กลัวหรอก”
“เจ้าหรือไม่กลัว เห็นคนตายขึ้นมาจริงๆ จะขาสั่นวิ่งไม่ทันน่ะสิ”
“พวกเจ้าสู้กันโหดเหลือเกิน ถึงแดนเทพจะรังเกียจพวกเลือดผสม แต่อยู่กันอย่างสุขสงบไม่เคยมีการฆาตกรรมหรือทำสงครามกันนะ ข้าย่อมมีภูมิต้านทานด้านนี้ต่ำอยู่แล้ว”
“นี่แหละคือชีวิต เซอเซส” เจ้าเสือขยี้หัวข้า “งานของผู้ส่งสารแห่งสามภพไม่ง่ายหรอกนะ”
“ข้า…ข้าจะพยายามปรับตัว”
“ไม่ใช่อยากถอนตัวหรือ”
“ตราประทับคาต้นแขนขนาดนี้ทำได้ที่ไหนล่ะ เจ้าเสือบ้า!”
โฟรเซนหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อข้าพยายามทุบแต่ทุบไม่โดน ก่อนเจ้าเสือจะทำหน้าเครียดขึง หันมาคว้ามือข้าให้อยู่นิ่งๆ
“จะถึงแล้ว”
ข้าแทบไม่กล้าหายใจ มือที่ถือปืนสั่นระริก ถึงจะเข้าใจและรู้ตัวว่าต้องทำยังไง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับองค์กรลับที่ตั้งใจทำลายสมาพันธ์ให้สิ้นซากก็อดกังวลไม่ได้ นึกแล้วก็น่าตลก เมื่อก่อนแต่ละวันข้าครุ่นคิดว่าจะหางานยังไงดี วันนี้จะกินอะไรดี แต่ตอนนี้ต้องถืออาวุธไปสู้รบกับคนอื่นซะแล้ว
“อย่าอยู่ห่างจากข้าล่ะ”
พลันร่างข้าหล่นตุบตำแหน่งหน้าประตูทางเข้าปราสาทหรือก็คือสมาพันธ์แห่งสามภพพอดิบพอดี เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็แทบร้องจ๊าก เพราะคนชุดดำปิดหน้าปิดตาราวพวกก่อการร้ายห้อมล้อมแบบไร้ช่องว่าง คนเยอะขนาดนี้ขนมาหมดองค์กรเลยหรือไงนะ ตั้งใจข่มขวัญพวกเราใช่ไหม
ถ้าใช่…ก็นับว่าได้ผลสุดๆ!
มือที่ถือปืนอย่างมาดมั่นแทบจะตกห้อยเมื่ออาวุธเพียงอย่างเดียวไม่สามารถต่อกรคนทั้งหมดได้ ข้ากระเถิบไปหลบหลังเจ้าเสือ ก่อนจะเพิ่งสังเกตว่าตรงนี้ไม่มีสมาชิกคนอื่นเลยนอกจาก…
“ไงเด็กใหม่ ปฏิบัติภารกิจได้ไม่เลวนี่”
“หัวหน้ากลาเซียส!” เห็นชายมัดผมหางม้าสวมแว่นตากรอบแดงข้าก็โล่งใจ เขาสามารถร่ายเวทแห่งกได้ และเป็นถึงหัวหน้าสมาพันธ์ ฝีไม้ลายมือย่อมไม่ธรรมดา กล้ายืนประจันหน้าต่อหน้าคนขององค์กรนับพันอย่างไม่สะทกสะท้าน โคตรเทพเลย
“เจ้าต่างหากที่เป็นเทพ ไม่สิ ครึ่งเทพ” เจ้าเสือยังอุตส่าห์ตบมุก ข้ายิ้มแห้งไม่มีอารมณ์ชวนตี ก่อนจะสะดุ้งเมื่อข้างกายปรากฏร่างของท่านราพิตต์ ชาเร็ตต้า จีเซล และซีเอล
“ยินดีต้อนรับกลับสมาพันธ์ในรอบสิบปีนะขอรับ…ท่านทวดที่เคารพ” หัวหน้าหันไปโค้งตัวเคารพท่านราพิตต์ เฟนเซลหรือพยัคฆ์เมฆาของเขาเองก็ทำเช่นเดียวกัน
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ทวด…ทวด!?
“เจ้าเลิกสนใจเรื่องหยุมหยิมพรรค์นั้น แล้วหันมาสนใจกับสถานการณ์เบื้องหน้าก่อนไหม”
เจ้าเสือดันคางที่กำลังอ้าปากค้างให้กลับเข้าที่แล้วจับศีรษะของข้าหันไปนอกสมาพันธ์ ก่อนหน้านี้เห็นแล้วมือสั่น ตอนนี้เห็นแล้วขาสั่น ขอวิ่งกลับไปตั้งหลักก่อนได้ไหม
“เจ้าจะกลัวอะไร พวกเรามีแต้มต่อที่พวกมันต่างหากที่ต้องกังวล”
เจ้าเสือกระชากโซ่ในมือให้สามร่างที่ยังไร้สติกลิ้งมาด้านหน้า พลันเสียงฮือฮาดังขึ้นจากเหล่าคนในองค์กร
“ไม่ต้องกระซิบกระซาบกันหรอก ข้าช่วยยืนยันให้ว่าบุคคลผู้นี้คือฮาเวสเตอร์ หัวหน้าหน่วยของพวกเจ้า” ท่านราพิตต์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานทรงอำนาจ ดวงตาสีอำพันกวาดมองชายชุดดำที่โอบล้อมสมาพันธ์ ก่อนจะปัดเปียผมสีขี้เถ้าไปด้านหลัง
เพื่อประกอบกับคำพูดของท่านราพิตต์ เจ้าเสือจึงใช้เท้าเขี่ยให้ใบหน้าของฮาเวสเตอร์อยู่ในองศากำลังดี ก่อนจะเตะแรงๆ หวังเรียกสติ
“ตื่นๆๆ เลิกขี้เซาสักที” อาจเพราะผสมความแค้นส่วนตัวไปด้วย เสียงเตะนั้นถึงได้ดังป้าบๆ สนั่นไปทั่ว แถมร่างฮาเวสเตอร์ยังกระตุกน่ากลัวว่าจะกระเด็น ยังดีที่มีสายโซ่รัดแน่นจึงไม่ลอยละลิ่วหายไปไหน
คนขององค์กรลับทำท่าจะพุ่งมาช่วยหัวหน้าตัวเอง แต่ชาเร็ตกลับยืนขวางหน้าท่านราพิตต์พร้อมถือใบมีดคู่คมกริบด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ แต่รัศมีขู่ขวัญกลับทำให้คนส่วนใหญ่ก้าวขาไม่ออก สมแล้วที่เป็นพยัคฆ์เมฆาของหัวหน้าสมาพันธ์รุ่นแรก ปกติเฉยชาเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นมา คนคนนี้กลับคล่องแคล่วว่องไวจนเกือบมองไม่ทัน
“ข้าขอเข้าร่วมด้วยสิ” ซีเอลฟาดแส้ขณะก้าวไปด้านหน้า รอยยิ้มแสยะคล้ายพวกบ้าการต่อสู้ปรากฏเมื่อเจ้านายตัวน้อยซึ่งโดนดันให้ยืนใกล้กับประตูสมาพันธ์ที่สุดมองไม่เห็น แถมยังมีไอหมอกรอบล้อมคล้ายปกป้อง ขณะเดียวกันเสือสาวจ้าวแห่งความเร็วอย่างเอรินก็ปรากฏข้างชายหนุ่ม เธอปิดปากหาว ดวงตาปรือปรอย ทว่าตำแหน่งการยืนอย่างพร้อมปะทะนั้นบ่งบอกเจตนาชัดเจน
“แสดงฝีมือให้พวกนั้นเห็นเลย ยาหยี” ซัทเซนยืนเชียร์ ในมือถือป้ายไฟซะด้วย คาดไม่ถึงว่าผู้ชายหน้าเถื่อนอย่างเขาจะทำอะไรแบบนี้
“โฟรเซน ไหนเจ้าบอกไม่ให้ข้าห่างจากเจ้าไง” ข้าตะครุบชายเสื้อเจ้าเสือเมื่อมันกางกรงเล็บเตรียมเดินไปด้านหน้าไม่ต่างกับพยัคฆ์เมฆาตนอื่น
“กลัวทำไม บอกแล้วว่าไม่ต้องกลัว”
ข้าซึ่งโดนขยี้หัวจนยุ่งทำหน้ายู่
ใครบอกว่าข้ากลัว ข้าห่วงเจ้าต่างหาก จำนวนทางนั้นกับทางนี้ต่างกันลิบลับเลยนะ!
“ข้ายิ่งแพ้ไม่ได้เลย” เจ้าเสือฉีกยิ้มกว้าง ดันข้าให้อยู่ระหว่างหัวหน้ากลาเซียสและท่านราพิตต์ คงไม่มีตำแหน่งไหนปลอดภัยเท่านี้อีกแล้ว ข้าถูกขนาบด้วยหัวหน้าสมาพันธ์รุ่นแรกและรุ่นปัจจุบันเชียวนะ
จะว่าไป…พี่เพลกับพี่ซัฟเฟอร์ล่ะ
ไม่ทันชะเง้อชะแง้มองหา เจ้าเสือที่เดินไปรวมกลุ่มกับพยัคฆ์เมฆาก็เตะหน้าฮาเวสเตอร์อีกครั้ง
“อรุณสวัสดิ์”
…หากข้าฟื้นขึ้นมาแล้วเจอสายตาแสนสยองต่างสีของเหล่าพยัคฆ์เมฆาที่จ้องราวสัตว์ร้ายเล็งตะครุบเหยื่อ คาดว่าอาจขาดใจตายทันที!