The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 33 ตัวประกัน
บทที่ 33
ตัวประกัน
“อรุณสวัสดิ์”
เสียงเจ้าเสือโคตรสะใจ แหงละ ฮาเวสเตอร์ตั้งใจวางแผนบุกสมาพันธ์ แต่กลับติดขัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าช ไม่ว่าจะเวทแห่งกก็ดี หรือการจับตัวประกันที่ล้มเหลวก็ดี แถมเขาดันเป็นฝ่ายพลาดท่า นอนพะงาบในสภาพปางตายอย่างไร้แรงต่อต้านท่ามกลางลูกน้องที่รอคำสั่งบุกอีกด้วย
“ท่านฮาเวสเตอร์จริงๆ ด้วย”
“ท่านหัวหน้า”
ถ้อยคำราวไม่อยากเชื่อของชายชุดดำนับร้อยทำให้ฮาเวสเตอร์ละสายตาจากพวกพยัคฆ์เมฆา แต่หันมาจ้องข้าอย่างแค้นเคืองแทน
“เจ้า!!”
ข้ารีบทำตัวลีบเล็กหลบหลังหัวหน้ากลาเซียสและท่านราพิตต์ เหวอ ถึงข้าจะเป็นต้นเหตุให้เขาตกในสภาพนี้ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตัวชั่วก่อนมีหรือข้าจะกล้าลงมือ
“อย่ามองทางอื่นเซ่!” โฟรเซนขยุ้มเส้นผมที่จับตัวเป็นก้อนเพราะคราบเลือดของฮาเวสเตอร์ให้หันกลับไป กรงเล็บของมันหวิดจะผ่ากะโหลกอยู่แล้ว ข้าเสียวแทนฮาเวสเตอร์ชะมัด
“จัดการพวกมัน ไม่ต้องสนใจข้า!”
ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะใจกล้า ยอมตายแต่ไม่ยอมปล่อยแผนพัง เพราะตอนนี้พวกเราอยู่นอกเขตของเวทแห่งก เหมาะแก่การตามล่าและตามจับที่สุด
สิ่งที่ข้าไม่ต้องการเกิดขึ้นในที่สุด พวกโฟรเซนจะสู้คนนับพันได้อย่างไร!
“ชิ” โฟรเซนถีบฮาเวสเตอร์กลับมาทางนี้ ท่านราพิตต์ใช้เท้ายันขณะแช่แข็งตัวประกันทั้งสามด้วยเวทมนตร์ ก่อนจะยืนหลับตาร่ายเวทโจมตีบทใหญ่ ขณะเดียวกันเฟนเซลก็ช่วยรักษาข้อเท้าที่บาดเจ็บของข้า
เอ๊ะ ข้าเพิ่งสังเกตว่าพยัคฆ์เมฆาของหัวหน้าไม่ร่วมตะลุมบอนด้วย สมาชิกคนอื่นเองก็ไม่ขยับสักนิด
“เพราะถ้าพวกเราร่วมสู้ด้วย พวกนั้นจะห่วงหน้าพะวงหลัง แสดงฝีมือได้ไม่เต็มที่น่ะสิ” ซัทเซนคล้องคอข้า ชี้นิ้วให้ดูความรวดเร็วปราดเปรียวของเอรินที่หากกะพริบตาคงมองไม่เห็นเธอเสียด้วยซ้ำ “ความยึดติดของพยัคฆ์เมฆาที่มีต่อเจ้านายย่อมมากกว่าพวกเราที่เป็นฝ่ายถูกเลือกให้ผูกพันธะ แทนที่จะเข้าไปช่วย สู้ยืนเชียร์อยู่ตรงนี้ดีกว่า เอ้า เจ้าเองก็ตะโกนชื่อโฟรเซนสิ”
ข้าส่ายหน้า กระดากเกินกว่าจะทำ
“งั้นเชียร์เอรินเป็นเพื่อนข้าแล้วกัน” ซัทเซนยัดป้ายไฟในมือให้ข้า อย่างสนุกสนานกว่าใคร เพราะจีเซลขมวดคิ้วดูเป็นกังวล ส่วนหัวหน้านั้นคอยเสริมความแข็งแกร่งบาเรียเพื่อปกป้องพวกเราและสมาพันธ์ ต่อให้เวทแห่งกจะป้องกันการบุกรุก แต่ไม่สามารถป้องกันการโจมตีระยะไกลได้ ถ้าถล่มขึ้นมาจะซวยกันหมด
“ซ้าย!”
หัวหน้าสังเกตการณ์และสั่งการเป็นระยะ ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ เมื่อท่านราพิตต์ลืมตาแล้วปล่อยลำแสงคล้ายลูกธนูหลายร้อยเส้นจู่โจมฝั่งซ้าย เหล่าพยัคฆ์เมฆาก็วาร์ปหนีไปฝั่งขวากันหมด นี่คือความยุ่งยากในการต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญเวทข้ามมิติ พวกเขาสามารถจู่โจมไม่ยั้งแรงแล้วหายตัวไปในพริบตา ทุกจังหวะรุกและถอยชวนปวดหัวมาก นับเป็นความสามารถที่องค์กรลับต้องการและขยาดมากที่สุด
“เฟนเซล”
พลันซีเอลปรากฏตัวข้างหัวหน้า เขาชูมือที่บาดเจ็บจนจับอาวุธไม่ไหว ต่อให้มีเวทข้ามมิติเป็นแต้มต่อ ด้วยจำนวนที่ต่างกันมากย่อมเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ จีเซลทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ไม่ทันเอ่ยเฟนเซลก็รักษาซีเอลเสร็จจนเจ้าตัวหายวับกลับไปตะลุมบอนอีกรอบ
ข้าเข้าใจแล้ว พยัคฆ์เมฆาของหัวหน้าเป็นสายรักษานี่เอง
พี่เพลและคาร์ทเองก็สามารถใช้เวทนี้ แต่คนหนึ่งยังไม่ปรากฏตัว ส่วนอีกคนออกจากสมาพันธ์ไม่ได้ เฟนเซลจึงรับหน้าที่หน่วยพยาบาล สังเกตจากอาการบาดเจ็บลึกถึงกระดูกของข้าแต่ฟื้นฟูรวดเร็ว คาดว่าเขาคงมีพลังพิเศษด้านนี้ยอดเยี่ยมที่สุดในสมาพันธ์
“แย่ละ”
พลันท่านราพิตต์อุทานเมื่อจังหวะกำลังร่ายเวทร่างที่เหยียบยันอยู่ก็ขยับกะทันหัน ไม่รู้ว่าพวกฮาเวสเตอร์แก้เวทแช่แข็งได้อย่างไร เพียงพริบตาพวกเขาก็มุ่งโจมตีพวกเราสามคน ลูกน้องคนแรกจะจับตัวท่านราพิตต์ แต่โดนซัทเซนทุ่มข้ามหัวไปก่อน ลูกน้องคนที่สองจะเล่นงานหัวหน้ากลาเซียส แต่ก็โดนเฟนเซลสร้างเวทแสงจนแสบตาและถีบกระเด็นออกจากบาเรียไปไกลลิบในครั้งเดียว ส่วนฮาเวสเตอร์…
“ว๊าก” ข้าสบตาสีอเมทิสต์ของอีกฝ่ายแล้วมือไม้อ่อน ยกปืนป้องกันตัวไม่ทัน
พลันร่างหนึ่งปรากฏขวางหน้าข้า พร้อมกับเปลวเพลิงสีแดงเจิดจ้าที่พวยพุ่งจนฮาเวสเตอร์ถอยหลังทันควัน พี่ซัฟเฟอร์ไม่ตามต่อ แต่หันไปพ่นไฟใส่ลูกน้องของฮาเวสเตอร์ที่โดนทุ่มจนมอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่าน
ไฟแรงสมราคาคุย!
“ขอโทษที่มาช้านะ”
“พี่เพล” ข้าแทบจะกระโดดกอดคนที่ยืนบีบไหล่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้มใจดี แม้จะให้สัมผัสเย็นเยือกหนาวจัดเหมือนเดิม แต่อุ่นใจมาก
“ดูไม่ได้เลยนะท่านทวด” หัวหน้ากลาเซียสช่วยฉุดท่านราพิตต์ให้ลุกยืน
“กำลังร่ายเวทอยู่ทันระวังตัวที่ไหนกันล่ะ อีกอย่าง สายเวทอย่างพวกเราน่ะแรงน้อยตัวบางอย่างกับกระดาษ” ท่านราพิตต์พึมพำขณะกุมเอว สงสัยจะเคล็ดตอนล้มเมื่อครู่ เฟนเซลรีบช่วยรักษา ขณะที่พี่ซัฟเฟอร์กระโจนไปร่วมศึกด้วยคน
“ต่อให้พวกข้าแพ้ตรงนี้ แต่องค์กรรู้สถานที่ตั้งสมาพันธ์แล้ว ฆ่าล้างหน่วยของข้าก็มีคนจากหน่วยอื่นส่งมาเฝ้าระวังอยู่ดี คิดว่าเวทแห่งกจะคุ้มกะลาหัวพวกเจ้าได้ตลอดชีวิตหรือไง ฝันไปเถอะ เวทที่ไม่มีใครลบล้างได้ สักวัน…ข้าจะทำลายให้ดู!” ฮาเวสเตอร์เสกดาบสีดำ หลังถอยหลบเพลิงของพี่ซัฟเฟอร์ เขาก็กระโจนมาหาพวกเราอีกครั้ง แต่กรงเล็บหนึ่งขวางกั้น เป็นโฟรเซนนั่นเอง
“พูดมากน่ารำคาญ”
โฟรเซนฉีกยิ้มแสยะ แต่เขาไม่ทันตวัดกรงเล็บ มีดคู่ของชาเร็ตต้าพลันไขว้ลำคอของฮาเวสเตอร์รวดเร็วโดยไม่มีใครทันตั้งตัว
“ใจเย็นๆ ชาเร็ต ข้าไม่เป็นอะไร” ท่านราพิตต์รีบเอ่ยกับพยัคฆ์เมฆาที่เกือบจะเชือดคอศัตรู หากเอรินรวดเร็วที่สุด ชาเร็ตก็ไปมาอย่างไร้ร่องรอยที่สุด ราวกับนักฆ่าที่กลบกลิ่นอายตัวเองเพื่อสังหารเหยื่อด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
ชาเร็ตไม่ตอบ แต่กลับปล่อยเงามืดผ่านคมมีดห่มคลุมทั่วร่างอีกฝ่ายอย่างน่ากลัวจนฮาเวสเตอร์กระอักเลือดและทรุดตัว เจ้าเสือไม่รอช้า รีบกระทืบหัวเข่าของอีกฝ่ายจนได้ยินเสียงดังกรอบ แถมยังใช้กรงเล็บกะซวกหัวไหล่ทั้งสองข้าง
มันทำตามที่เคยสอนข้า หากไม่อยากฆ่า ก็แค่ทำให้เหยื่อขยับตัวไม่ได้…
“เจ้ามีปัญหาอะไรกับเจ้านายข้านัก หือ”
เจ้าเสือมองร่างใต้ฝ่าเท้าด้วยสายตาวาวโรจน์ขณะเหยียบแผลตรงกลางท้องจนเลือดที่หยุดไปแล้วทะลักนอง ดูเหมือนว่าระหว่างที่พวกเราข้ามจากแดนทะเลทรายมาสมาพันธ์ อีกฝ่ายจะฉวยโอกาสฟื้นฟูบาดแผลจนเกือบเป็นปกติ แต่ในเมื่อเจ้าเสือจับตาดูอย่างดี แถมยังค้นตัวแล้วว่าไม่มียารักษาใดๆ งั้นเขาทำได้อย่างไร
แล้วยังไม่นับการแก้เวทแช่แข็งของท่านราพิตต์อีก สมแล้วที่เป็นหัวหน้าหน่วยองค์กรลับ แข็งแรงถึกทนสุดๆ
“เพราะเจ้า…ควรเป็นของข้า” ฮาเวสเตอร์เอ่ยทั้งที่เลือดกบปาก “พยัคฆ์เมฆาทั้งหมด…ควรเป็นของพวกข้า!”
เปรี้ยง!!!
พลันสายฟ้าสีดำฟาดเปรี้ยงกลางสมรภูมิ ทุกคนต่างหยุดทุกการกระทำในทันที
‘ยอมโผล่หัวสักที’
เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ
ข้างงกับเสียงในหัวของเจ้าเสือ ดูเหมือนว่าทุกการทรมานโดยไม่ยอมฆ่าให้ตายสักทีของมันจะมีจุดประสงค์ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในสมาพันธ์ซึ่งเผยสีหน้าโล่งอกราวกับหาข้อยุติการรุกรานครั้งนี้ขององค์กรลับสำเร็จ
เงาหนึ่งเดินออกมาจากรอยแตกของสายฟ้าที่ผ่าลงมาบนผืนดิน ชายเสื้อชุดสีดำยาวนั้นสะบัดตามจังหวะการก้าวที่มั่นคง แม้ข้ายังไม่เห็นใบหน้าของคนผู้นั้น แต่ท่านราพิตต์กลับเดินออกไปต้อนรับแล้ว
“ยินดีต้อนรับ หัวหน้าองค์กรที่หมายตาพยัคฆ์เมฆาของเรา…นี่คงจะเป็นการเจอกันครั้งที่สามนับจากช่วงเวลาอันยาวนานหลังข้าทำพันธสัญญากับชาเร็ตสินะ เฮสเวล”