The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 37 สู่แดนมนุษย์
บทที่ 3
สู่แดนมนุษย์
ร่างกายของข้าโงนเงนตามภาพที่พลิกกลับของห้วงมิติ ก่อนจะหล่นตุบนอนแบ็บอยู่บนพื้นเย็นเยียบของที่ใดสักที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ
‘ดูสภาพเจ้าสิ ข้ามมิติเกินสิบนาทีทีไรชอบทำท่าเหมือนแพ้ท้องอยู่เรื่อย’
“ก็มันพะอืดพะอมจริงๆ นี่นา” ข้าพึมพำพลางยันตัวขึ้นยืนแล้วกวาดตามองโดยรอบแม้สีหน้ายังซีดเผือด
เบื้องหน้าเป็นคฤหาสน์หลังโตแสนหรูหรา อาณาเขตกว้างขวางเกินจะประเมินด้วยสายตา ดูแล้วคงไม่ใช่คฤหาสน์ของเศรษฐีธรรมดา ส่วนด้านหลังคือรั้วทองล้อมรอบอย่างแน่นหนา แถมประตูเหล็กยังคล้องโซ่ซ้ำอีกด้วย
ข้าเริ่มหวั่น เข้าข่ายบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตรึเปล่านะ
‘แต่ถ้าเจ้าไปโผล่หน้ารั้วบ้าน เจ้าก็จะสะเดาะประตูเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตอยู่ดีไม่ใช่รึไง’
เจ้าเสือกล่าวอย่างรู้ทัน ทำให้ข้าแลบลิ้นยิ้มเผล่ยอมรับ เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง ลวดสารพัดนึกที่ติดตรงหูข้าประหนึ่งเครื่องประดับคงได้สำแดงเดช
ยามนี้โฟรเซนอาศัยอยู่ในตราพันธสัญญาตรงต้นแขนขวาของข้า เพราะการปรากฏตัวออกมาในโลกภายนอกสมาพันธ์นั้นคือการดูดพลังเวทแสนน้อยนิดของข้าให้แห้งเหือดในพริบตา
“ทำไมภารกิจคราวนี้พิกัดแม่นยำตรงตัวผิดปกติ แค่กดกริ่งก็เสร็จงานแล้วเหรอ” ข้าสะบัดหัวไปมาสลัดความอยากอาเจียนทิ้งแล้วถามอย่างสงสัย ปกติพิกัดที่ได้รับมักจะโผล่ที่จุดกลางของสถานที่ที่ข้าต้องไป แต่นี่กลับโผล่หน้าบ้านของเป้าหมาย จะไม่ให้งงได้ยังไงกัน
‘พิกัดตรงตัวแบบนี้หาได้ยากก็จริง แต่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิด’
เอ่อ คนอื่นอาจเป็นไปได้ แต่โคตรซวยอย่างข้านั้น…ยาก!!
จากที่ควรจะกดกริ่ง ข้าจึงกระดึ้บตัวไปนั่งหลบหลังถังขยะข้างคฤหาสน์ หยิบใบมอบหมายภารกิจมาอ่านทวนเพื่อความมั่นใจ ใบนี้แตกต่างจากเอกสารนับร้อยหน้าเกี่ยวกับดินแดนที่ต้องมา เพราะระบุชัดว่าของที่ข้าต้องส่งคืออะไร และผู้รับของนั้นชื่ออะไร
ของที่ส่งมอบ = จดหมาย ไม่อันตราย ไม่น่ามีลับลมคมใน
ชื่อผู้รับ = ซิโอคาอาเทีย จำยากไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไปทั้งที่เป็นแดนมนุษย์ หรือผู้รับจะผิดปกติ
‘เจ้ารู้จักใช้สมองแล้วหรือ’
“เพราะเจ้าชอบด่าโง่อยู่เรื่อย ข้าจึงพยายามพัฒนาตัวเองไง”
‘หนูตะเภาซื่อบื้ออย่างเจ้าจะพัฒนาได้สักแค่ไหนเชียว แทนที่จะเสียเวลาตรงนี้สู้ลุกไปทำภารกิจยังดีกว่า กล้าๆ หน่อย!’
ร่างข้าถูกเวทข้ามมิติวาร์ปให้ยืนหน้าคฤหาสน์อีกครั้ง
“ภารกิจไม่ได้กำหนดเวลาสักหน่อย จะรีบทำไม” ข้าโวยวายเจ้าเสือที่บีบบังคับกัน หรือว่ามันอยากกลับสมาพันธ์เร็วๆ เพื่อจะได้ตีกันต่อ เพราะเวลาออกข้างนอกทีไรเหงามือเหงาหัวสุดๆ ไม่มีผมให้กระชาก ไม่มีคนมายีศีรษะ แถมยังเหมือนคนบ้าพูดคนเดียว
ขออธิบายสักเล็กน้อย ภารกิจของสมาพันธ์ส่งสารแห่งสามภพมีทั้งหมดสองแบบ อย่างแรกคือแบบกำหนดเวลา ซึ่งจะต้องทำภารกิจให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด หากไม่สำเร็จจะนับว่าภารกิจล้มเหลว และมีบทลงโทษที่ข้าก็ไม่รู้ว่าคืออะไร (คาดว่าน่าจะโดนหักเงินไม่ก็ทำโทษ) ส่วนภารกิจอย่างที่สองคือแบบไม่จำกัดเวลา ข้าสามารถเอ้อระเหยนานแค่ไหนก็ได้ ผ่านไปเป็นเดือนค่อยทำภารกิจยังได้เลย
‘แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของแต่ละคน…รวมถึงจำนวนเงินในกระเป๋าเจ้า’
โห จี้ใจขั้นสุด เจ็บจี๊ดถึงทรวงใน
ใช่สิ ข้าเป็นผู้ส่งสารหน้าใหม่ที่ยากจนมาก!
เพื่อให้ภารกิจเสร็จไวๆ ข้าจึงเก็บใบมอบหมายภารกิจลงในกระเป๋าสะพายสีดำสนิท ก่อนจะหยิบจดหมายขึ้นมาพิจารณา จดหมายฉบับนี้คือสิ่งที่ข้าต้องส่งให้แก่ซิโอคาอาเทียนั่นเอง ดูจากน้ำหนักเบาหวิวแล้วคาดว่าข้างในคงมีเพียงกระดาษหนึ่งแผ่น ข้าไม่เข้าใจสักนิดว่าแค่จดหมายฉบับเดียวทำไมถึงกับต้องจ้างสมาพันธ์ส่งสารแห่งสามภพด้วย
หรือว่าข้อความข้างในจะไม่ธรรมดา
“สงสัยไปก็เท่านั้น” ข้ายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะโดนเจ้าเสือกล่าวประณามอีกรอบ เพราะถึงข้อความจะน่าตะลึงแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องของข้าอยู่ดี
‘ในที่สุดเจ้าก็เลิกสอดรู้สอดเห็น ข้าซึ้งใจเหลือเกิน’
น้ำเสียงของโฟรเซนคล้ายปลื้มใจสุดแสน แต่สำหรับข้าแล้วโคตรฟังประชดประชัน
ข้าก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องชาวบ้านขนาดนั้นสักหน่อย
‘ขนาดนั้นเลยแหละ’
…ฮึ่ม!
เอาเป็นว่าหลังสำรวจการแต่งกายเพื่อให้ดูภูมิฐานสมเป็นผู้ส่งสารแห่งสามภพ ข้าก็ยืดตัวตรงแล้วเอื้อมมือหมายกดกริ่งสีทอง แต่ไม่ทันที่นิ้วจะแตะโดนกริ่งนั้น…
โครม!
ประตูก็เสยหน้าข้าจนล้มกลิ้งสามตลบ
‘ฮ่าๆๆ’
เสียงหัวเราะของโฟรเซนดังก้องในหัว ข้านึกเจ็บใจกับความซวยของตัวเอง ยืนโอ้เอ้เสียนานสองนานไม่มีใครเปิด พอจะกดกริ่งดันโดนเปิดชนเต็มๆ!!
“อ้าว มีคนอยู่หน้าประตูด้วยเหรอเนี่ย”
คล้ายได้ยินเสียงฝีเท้าหยุดลงเบื้องหน้า ข้าที่กำลังเต็มอิ่มกับการจูบธรณีจึงต้องเงยหน้าขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ สิ่งที่พบครั้งแรกยามลืมตาคือรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ ข้าตกใจจนผงะไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตั้งสติโดยการยิ้มตอบตามประสาคนมารยาทดีผู้พยายามผูกมิตรกับชาวแดนเทพทุกคนแม้จะไม่มีใครต้อนรับสักคน
‘ติงต๊องอีกแล้ว’
เจ้าด่าข้าทำไม ข้าเจ็บนะ
‘เจ็บตรงไหน’
น้ำเสียงเจ้าเสือเจือความเป็นห่วงทันที มันชอบรังแกข้าแต่ก็เป็นห่วงข้าที่สุด
เจ็บ…ซะที่ไหนล่ะ!
‘เดี๋ยวจะโดนดี’
แน่จริงก็ออกมาสิ แบร่ๆ
ข้าท้าทายเจ้าเสือที่ไม่กล้าออกจากตราพันธสัญญาแหงอยู่แล้ว เพราะถึงคนตรงหน้าจะดูไม่อันตราย แต่อาจจะมีภัยแฝงให้หัวใจจะวายก็เป็นได้ ฉะนั้นมันต้องถนอมพลังเวทของข้าเพื่อเปิดตัวในช่วงเวลาจำเป็นที่สุด
ว่าแล้วก็ลอบสำรวจชายเบื้องหน้า ดูจากรูปลักษณ์แล้วอายุคงประมาณสามสิบกว่า เครื่องแต่งกายดูหรูหราในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ถือว่าอยู่ในขั้นร่ำรวยมหาเศรษฐี เขามีผมสีดำยาวระต้นคอ ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมซึ่งกำลังสั่นระริก คาดว่าอาจกำลังกลั้นขำกับสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนเล่นกลของข้าอยู่
“อะแฮ่ม” ข้ารีบกระแอมไอแก้เก้อเพื่อรักษาความลักษณ์น่าเชื่อถือของผู้ส่งสาร ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นอย่างทะมัดทะแมงเหมือนไม่เป็นอะไร หึ คิดว่าข้าซวยจนถูกชนล้มกี่ครั้งต่อวันกัน การกลิ้งเมื่อครู่ก็เหมือนการนอนกลางวัน ข้าทรงตัวไม่ให้เจ็บคันได้สบายมาก
‘เจ้าชอบภูมิใจในเรื่องแปลกๆ นะ’
เรื่องของข้า!
‘เรื่องของเจ้าเป็นเรื่องของข้านานแล้ว เจ้าเซ่อ’
ชอบหาว่าข้าสอดรู้สอดเห็น มันกลับกระตือรือร้นในการรู้เรื่องราวของข้ากว่าใคร แต่โทษทีนะ ข้าเป็นครึ่งเทพที่อีกสายเลือดคือเผ่าอะไรก็ไม่รู้ เป็นปริศนาตั้งแต่เกิดยันทุกวันนี้
“เจ้าเข้ามาในรั้วบ้านของข้าได้ยังไง”
“ข้าคือผู้ส่งสารแห่งสามภพขอรับ” ข้าเอ่ยเมื่อชายตรงหน้าเริ่มระแวง แม้รูปร่างผอมบางดูอ่อนแอไม่สู้คน หน้าตาซื่อบื้อเกินกว่าจะเป็นคนร้าย แต่การปรากฏตัวในรั้วบ้านที่ล็อกแน่นหนาย่อมน่าสงสัย “ข้ามาที่นี่เพื่อส่งมอบจดหมายหนึ่งฉบับให้กับคนที่ชื่อว่าซิโอคาอาเทีย ไม่ทราบว่าคนคนนั้นคือท่านรึเปล่าขอรับ”
ข้าชูจดหมายสีดำสนิทขึ้น ก่อนจะรีบเก็บเข้ากระเป๋าก่อนถูกขโมย
ประสบการณ์ในแดนพรายและแดนทะเลทรายสอนให้ข้าเติบโต
‘แต่เจ้าก็ไม่เห็นจะสูงขึ้นสักเท่าไหร่’
ข้าไม่ได้หมายถึงส่วนสูง!!
‘ยังดีที่เจ้าเริ่มมีเนื้อมีหนังบ้างแล้ว ตอนเจอกันครั้งแรกผอมอย่างกับไม้เสียบผี หิ้วทีกลัวกระดูกจะหักคามือ จะว่าไปช่วงนี้เอวเจ้าเริ่มหนาขึ้นรึเปล่านะ เฮ้อ กินไปตั้งมาก ไม่ขยายความยาวบ้างเลย ขยายแต่ความกว้าง’
“หยุดพูดนะ!” ข้าหลุดปากตะโกนอย่างทนไม่ไหว คำพูดคำจาของเจ้าเสือโคตรน่าโมโหเลย
“หืม? ข้ายังไม่พูดอะไรเลยนะ”
“ขอโทษขอรับ” ข้ารีบปิดปากไวๆ ของตัวเอง นิสัยข้อนี้พยายามแก้แล้วแต่ทำยาก ส่วนตัวต้นเหตุหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจในตราพันธสัญญา “สรุปว่าที่นี่มีคนชื่อซิโอคาอาเทียหรือเปล่าขอรับ”
“ครอบครัวของข้าไม่มีคนชื่อนี้ แถวนี้เองก็ไม่มี ในแดนมนุษย์มักตั้งชื่อเพียงสองพยางค์ต่อด้วยนามสกุล ไม่มีชื่อที่ยาวจนน่ารำคาญแบบนั้นหรอก”
‘เขาว่าเจ้า’
และว่าเจ้าด้วย!
เซอเซเรซิสเซทัส และโฟรเซนโฟเรซิน ฟังยังไงก็ยาวจนน่ารำคาญทั้งคู่
“แน่ใจจริงๆ หรือขอรับว่าในเมืองนี้ไม่มีคนชื่อซิโอคาอาเทีย” ข้าถามอีกครั้งอย่างวาดหวัง แม้จะค่อนไปทางสิ้นหวังมากก็ตาม ว่าแล้วเชียวพิกัดย่อมไม่ตรงตัวขนาดนั้น โผล่มาหน้าคฤหาสน์แต่ผู้รับไม่ใช่เจ้าของคฤหาสน์ หลังจากนี้ต้องลำบากตามหากันอีกหลายวัน
“ใช้ตำแหน่งเจ้าเมืองของข้าเดิมพันเลย เมืองนี้ไม่มีคนที่เจ้าตามหาแน่นอน” ชายตรงหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น ชัดเลยว่าความซวยทำพิษ พิกัดคราวนี้ไม่ใช่แค่ห่างจากผู้รับมาก แต่ยังห่างแบบข้ามเมือง
‘ยังไม่ชินกับความซวยอีกหรือ’
ฮือ
‘ถือซะว่าเที่ยวเล่นแดนมนุษย์จะเป็นไร อย่าสำออยสิ’
“ขอบคุณสำหรับข้อมูลขอรับ” ข้ายิ้มตอบอย่างมีมารยาท ซึ่งชายตรงหน้าก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน ดูเป็นผู้ดีสมเป็นเจ้าเมือง ส่วนเจ้าเสือนั้น…ดูเหมือนนักเลง!
‘แน่ใจหรือว่าจะหาเรื่องข้าตอนนี้ ตอนที่ข้ากำลังจะบอกเจ้าว่าพิกัดมักระบุตำแหน่งลูกค้าในรัศมีไม่เกิน 100 กิโลเมตร แสดงว่าคนตรงหน้าเจ้า…โกหก!’
มาเสี้ยมอะไรตอนนี้ ข้าผงะพลางมองหน้าเจ้าเมืองอย่างระแวดระวังพลางเอื้อมมือไปจับปืนตรงสายรัดตรงต้นขาทันควัน
‘หรืออาจจะไม่รู้จักจริงๆ เพราะชื่อผู้รับไม่ใช่เผ่ามนุษย์ ซึ่งถ้าเป็นผู้ที่ซ่อนตัวในแดนมนุษย์ ก็ไม่แปลกหากลูกค้าต้องใช้บริการผู้ส่งสาร เพราะไม่สามารถติดต่อด้วยวิธีธรรมดาได้’
ข้าถอนหายใจโล่งอกก่อนจะชูสองมือให้เจ้าเมืองเห็นว่าไม่ได้มาร้าย เพราะอีกฝ่ายเกือบจะโทรเรียกผู้รักษาความปลอดภัยมาจับตัวข้าแล้วตอนจับอาวุธ หน็อยแน่ สนุกมากไหมที่ได้ปั่นหัวข้า
‘สนุกมาก!’
เจ้าเสือขี้แกล้งเอ๊ย!
“เจ้าเหมือนคนหลงทางเลยนะ”
“ใช่ขอรับ” ข้าทำตาปรอยน่าสงสารเพื่อขอความเห็นใจ เพราะเงินในกระเป๋ามีน้อยนิด จะให้เช่าโรงแรมพักอาศัยคงเป็นไปไม่ได้ จะให้นอนตามทางก็อนาถเกินไป เลยหวังว่าท่านเจ้าเมืองจะมีน้ำใจ เก็บผู้ส่งสารอย่างข้าไปเลี้ยงดูสักคืนสองคืน “ตอนนี้ข้าไม่รู้จะไปตั้งต้นที่ไหนดี กำลังสิ้นไร้ไม้ตอกมากขอรับ”
‘เจ้าคนใจง่าย’
ฟังแปลกๆ ชอบกล เจ้าเสือจะด่าว่าข้าเชื่อคนง่ายรึเปล่านะ
‘เจ้าไม่กลัวโดนหลอกไปขายหรือ’
กลัวอะไร มีเจ้าอยู่ไง ข้าต้องกลัวอะไรด้วย
เจ้าเสือไม่ตอบ สงสัยจะเอาแต่แสยะยิ้มดีใจอยู่ แมวตัวโตเลี้ยงง่ายงอนเก่งต้องขยันเอาใจบ่อยๆ
‘ฮึ!’
ไม่เถียงซะด้วย