The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 5 บททดสอบ
บทที่ 5
บททดสอบ
เอาล่ะ คำถาม
ตอนนี้ในมือข้าถืออะไรอยู่
ข้อหนึ่ง…ปังตอกับอีโต้ที่พร้อมจะดับลมหายใจของโฟรเซนแสนกวนโอ๊ย
ข้อสอง…เชือกหนึ่งเส้นพร้อมเก้าอี้ เอาไว้ผูกคอตัวเองตายใต้ต้นแห่งความซวย จะได้จบเรื่องสักที
ข้อสาม…เครื่องมือสาปแช่ง เพื่อจะได้แก้แค้นศัตรูชุดดำที่ดันมาสู้กันผิดที่ ทำให้ต้องทำพันธสัญญาที่ยกเลิกไม่ได้
และข้อสี่…เอกสารจ่าหน้าซองพร้อมส่ง
ให้เวลาคิดสามวินาที
หนึ่ง
สอง
สาม
ตู๊ดๆ
เฉลย…ข้อสี่
อ้าว ทำไมถึงผิดหวังล่ะ คิดว่าเป็นข้อหนึ่งหรอกเหรอ เฮ้อ ความจริงข้าก็อยากให้เป็นข้อหนึ่งนะ ติดแต่ว่า…
โป๊ก!
“แอ้ก!”
ใช่ ติดแต่ว่าข้าเอาชนะเจ้าเสือบ้าไม่ได้ ฮือ
“สำนึกได้ก็ดี” โฟรเซนกลั้นหัวเราะ คงสะใจมากที่ข้าไม่สามารถทำอะไรมันได้ ความคิดก็ยังตามไม่ค่อยทัน มีแต่เจ้าเสือนั่นแหละที่รู้ทันทุกความคิดของข้าจนขยันกลั่นแกล้งเหมือนเจ้านายเป็นไม้ตกแมวที่จะเย้าแหย่ยังไงก็ได้ ถ้าพังก็พร้อมหาใหม่ ถ้าใช้ไม่ได้ก็แค่สลัดทิ้ง
อะไรนะ พันธสัญญายกเลิกไม่ได้แล้วจะเปลี่ยนเจ้านายยังไง
ก็เหมือนกับที่โฟรเซนตกกระไดพลอยโจนผูกพันธะกับข้านั่นแหละ
ถ้าเจ้านายคนเก่าตาย…เจ้านายคนใหม่ก็…
“โอ๊ย! เหยียบเท้าข้าทำไม!!”
ข้าว๊ากใส่โฟรเซนที่กอดอกพลางเบนสายตาไปทางอื่น แถมยังผิวปากอย่างอารมณ์ดีอีกต่างหาก ทั้งๆ ที่เมื่อครู่กระทืบเท้าข้าซะเต็มแรงจนตอนนี้ก็ยังไม่หายเจ็บ
ใช่สิ! แกล้งข้าแล้วมีความสุขนักนี่
“ก่อนจะคิดเป็นตุเป็นตะ ข้าว่าเจ้ารีบส่งของในมือให้สำเร็จก่อนจะดีกว่าไหม” โฟรเซนพูดเตือนสติ จริงสิ บททดสอบแรกของข้าคือการนำเอกสารไปส่งให้กับคนที่ชื่อว่าซัฟเฟอรัส (ZUFFERUS) โดยมีคำใบ้สองข้อคือ
เขาคนนั้นเป็นผู้ชาย
และ…
เป็นเพศชาย
เอาล่ะ! งั้นเราเริ่มการตามหาบุคคลผู้ชายและเพศชายนามว่าซัฟเฟอรัสกันดีกว่า ไม่มีกำหนดเวลาซะด้วย ฉะนั้นข้าจะมั่วซั่วเดินวนอยู่ในนี้นานเท่าใดก็ได้
“ตราบใดที่เจ้ายังไม่เป็นสมาชิกเต็มตัว ที่นี่ไม่ต้อนรับเจ้าเกินสองชั่วโมงหรอกนะ และหากนับตอนที่เพลโธรัสจับเจ้ามานั่งคอยแล้วละก็ คงเหลือเวลาอีกราวๆ หนึ่งชั่วโมงพอดี” โฟรเซนผุดยิ้มสะใจ
“หนึ่งชั่วโมง!” ข้าร้องเสียงหลง ปราสาทนี้อย่างใหญ่ มีหลายชั้น แล้วข้าจะไปหาคนเจอในเวลาเท่านี้ได้ยังไงกัน ต่อให้ข้ามีสายเลือดเทพแต่ก็ไม่ได้มีฝีมือขั้นเทพนะ!
“เข้าใจแล้วก็รีบไปส่งของในมือสักที” โฟรเซนดันไหล่ข้าไปด้านหน้าซึ่งเป็นทางตรงไปเรื่อยๆ แต่มีประตูเรียงรายสองข้างทางเยอะจนลายตา หากกะขนาดสถานที่จากภายนอกแล้ว กว่าจะสำรวจครบทั้งหมดคงใช้ประมาณหนึ่งปี
แล้วข้าจะหาคนที่ชื่อซัฟเฟอรัสภายในหนึ่งชั่วโมงได้ยังไง
“เจ้ารู้ใช่ไหมว่าคนชื่อซัฟเฟอรัสอยู่ไหน” ข้าหันมาประจันหน้ากับเจ้าเสือที่ดูระรื่นเหลือเกิน คงอยากให้ข้าทดสอบไม่ผ่านแล้วยื่นเรื่องขอหัวหน้าสมาพันธ์หาเจ้านายใหม่ล่ะสิ เรื่องอะไรจะยอมโดนเชือดทิ้งตรงนี้ ข้าเขย่าๆ เสื้อโฟรเซนเรียกร้องให้มันรับผิดชอบที่ตีตราทำพันธะด้วย
“ไม่รู้”
“อ้าว”
“หากเจ้าเลิกคิดแล้วลองสังเกตประตูรอบข้างหน่อย ข้าคิดว่าเจ้าคงจะฉลาดขึ้น” คำตอบที่เหมือนหลอกด่าข้าทางอ้อมทำให้ข้าปิดปากเงียบแล้วมองประตูข้างๆ อย่างว่าง่าย ก่อนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
เข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าเสือถึงได้ดันให้ข้าเดินหน้าอย่างเดียว…
“นี่มัน…ชื่อคน!”
ใช่ ชื่อคนติดหน้าประตูเรียงไปเรื่อยๆ ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตอนนี้ถึงตัว T แล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็จะถึงตัว Z
หากข้าสังเกตสักหน่อยคงฉลาดขึ้นอย่างที่เจ้าเสือว่านั่นแหละ
“รู้ตัวก็ดี เอ้า รีบๆ เดินซะสิ บททดสอบไม่ได้มีแค่ตามหาอย่างเดียวหรอกนะ” โฟรเซนเร่งทั้งๆ ที่ตอนนี้ข้าก็รีบจนขาแทบจะพันกันเป็นปลาหมึกอยู่แล้ว ช่วงขาของข้ากับมันต่างกันมากโปรดเห็นใจ และถึงอยากถามว่าหมายความว่ายังไง แต่เพราะถึงห้องเป้าหมายซะก่อนข้าเลยจัดชุดให้เรียบร้อย ลูบผมกระดกให้สุภาพ ก่อนจะเคาะประตูสามครั้ง
แต่ไม่มีคนเปิด
ข้าลองเคาะประตูอีกครั้ง และอีกหลายครั้ง ด้วยระยะเวลาแสนกระชั้น ข้าเลยถือวิสาสะเปิดเข้าไปเอง
กุกกัก กุกกัก
ล็อกแฮะ
แต่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับข้าหรอก!
ข้าถอดตุ้มหูที่พันเป็นก้อนกลมสีเงิน หากไม่สังเกตดีๆ คงไม่เห็นเป็นแน่ เพราะมันกลมกลืนกับผมสีดำแซมเงินจนทำให้หลายคนนึกว่าข้าไม่ได้ใส่ตุ้มหู นั่นก็ถูก เพราะที่ข้าใส่ไม่ใช่ตุ้มหูน่ะสิ!
“เจ้าจะทำอะไรน่ะ” โฟรเซนเลิกคิ้วงุนงง ท่าทางประหลาดใจกึ่งทึ่งในตัวเจ้านายคนใหม่ทำให้ข้ามีความสุขสุดๆ
“เดี๋ยวก็รู้เอง” ข้าหันไปยิ้มให้เจ้าเสือ ก่อนจะแกะตุ้มหูที่พันเป็นก้อนกลมจนได้ลวดเส้นยาว หึๆๆ ที่แดนเทพเห็นข้าไม่ต่างจากตัวอัปมงคล เห็นปุ๊บล็อกร้านปั๊บไม่ให้เข้าเยอะแยะ หากไม่มีวิชานี้ติดตัวบ้าง ข้าคงไม่ได้งานมากถึงสามร้อยเก้าสิบแปดงานหรอก
ด้านได้อายอดน่ะรู้จักไหม!
เมื่อได้ยินเสียงกุญแจปลดล็อกข้าก็ขดลวดเส้นยาวพันกลับเป็นตุ้มหูเหมือนเดิมพลางใส่เข้าที่ และเปิดประตูห้องด้วยความสุภาพราวเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“…”
โฟรเซนเดินตามข้าเข้าไปโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักอย่าง คงอึ้งล่ะสิ หึ ชื่นชมเจ้านายสิเจ้าเสือ!
“ติงต๊อง”
บอกให้ชมไม่ใช่ให้ด่า ข้าถลึงตาใส่โฟรเซนหนึ่งครั้งก่อนจะหันมาตั้งใจทำภารกิจที่เหลือเวลาน้อยลงทุกที ไม่ว่างทะเลาะกับเจ้าแมวตัวโตจอมปากเสียหรอกนะ
“คุณซัฟเฟอรัสอยู่ไหมขอรับ” ข้าตะโกนหลังสำรวจผ่านแสงสีส้มสลัวๆ ของไฟในห้องนี้แล้วไม่พบใคร แต่กลับพบหลายๆ อย่างให้จิตใจรู้สึกผวา ห้องนี้…ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่สีแดง!
กึก
พลันเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง ข้าเผลอกระโจนเกาะหลังโฟรเซนทันทีอย่างตกใจ ก่อนจะพบชายหนุ่มผมสีแดงยาวประบ่ารวบมัดเป็นจุกเล็กๆ ด้านหลัง ขณะที่ด้านหน้าซอยถี่ชี้ฟูแถมดูไม่เป็นทรง รอยสักสีดำรูปหัวกะโหลกแต้มตรงใต้ตาซ้าย ดูโหดสุดใจไม่น่าเข้าใกล้สุดขีด
“ข้าชื่อซัฟเฟอรัส”
คำแนะนำตัวสั้นๆ บ่งบอกว่าข้าเข้าถูกห้อง เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายดูบอกบุญไม่รับเล็กน้อย ข้าก็ยื่นเอกสารส่งให้สั่นๆ โดยที่ยังหลบหลังเจ้าเสือด้วยใจเต้นตึกตัก
จบบททดสอบสักที!
“ไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกน่า” โฟรเซนเอ่ยเจือขำขัน ฟังแล้วข้าคันไม้คันมืออยากดึงขนนุ่มๆ ของมันชอบกล ถึงร่างนี้จะไม่มีขนแต่ก็มีผมให้กระชาก โฟรเซนหน้าเบี้ยวเมื่อถูกทำร้ายก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวใส่ ส่วนข้าแลบลิ้นโต้ ไม่ยอมโดนกวนฝ่ายเดียว
แต่พอหางตาเห็นคนหัวแดงยังยืนนิ่ง ข้าก็รีบวางตัวสงบเสงี่ยมแล้วจับเจ้าเสือให้ยืนนิ่งเพื่อหลบหลังอีกครั้ง
“เอ่อ…ข้าได้เป็นสมาชิกแล้วใช่ไหมขอรับ” ข้าถามอย่างสุภาพ แต่ร่างตรงหน้าข้ากลับทำท่าคล้ายไม่ได้ยิน ดวงตาสีเพลิงของซัฟเฟอรัสจับจ้องแต่เอกสารตรงหน้า เขาเอียงหัวซ้ายทีขวาทีอย่างละครั้ง ก่อนจะโยนเอกสารขึ้นกลางอากาศ
“ข้าได้เป็นสมา…”
“จดจำข้าไว้ให้ดีๆ” เสียงนุ่มแสนไพเราะแทรกคำพูดที่ไม่ทันเอ่ยจบประโยค ข้าขมวดคิ้วสับสน ก่อนจะอ้าปากเหวอเมื่อร่างของซัฟเฟอรัสเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภายในชั่วพริบตา จากร่างเดียวแตกตัวออกเป็นสิบ!
แปะ
พลันกระดาษสีขาวปลิวแปะหน้า ข้ารีบคว้าแล้วอ่านทันควัน
‘ถึงซัฟเฟอรัส
นี่คือเด็กใหม่ ผู้เข้ารับการทดสอบจากเจ้า จงทดสอบเขาซะแล้วประทับตราผ่านให้ด้วย (ถ้าเขาผ่านน่ะนะ) อ้อ! แล้วอย่าลืมส่งต่อด้วยล่ะ คงรู้ใช่ไหมว่าต่อไปเป็นใคร เพิ่มเวลาให้เจ้าเด็กนี่ด้วยนะ และอีกอย่างหนึ่ง…เขาชื่อเซอเซเรซิสเซทัลจ้า!
โดย ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม’