The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 9 หัวหน้าสมาพันธ์
บทที่ 9
หัวหน้าสมาพันธ์
ข้าเก็บปากสงบคำทันทีเมื่อพบหัวหน้า คือ…ต่อให้เจ้าเสือจะบอกก่อนแล้ว แต่ข้านึกว่าเขาเป็นเลขาอะไรเทือกนี้ ในเมื่อสมาพันธ์แห่งสามภพนั้นมีชื่อเสียงยาวนาน ข้าเลยนึกว่าหัวหน้าจะเป็นตาแก่หัวขาวถือไม้เท้าซะอีก
“เจ้าผ่านการทดสอบทั้งหมดแล้ว เซอเซส”
“ผ่าน? ข้าผ่านจริงๆ หรือขอรับ” ข้ายังไม่แน่ใจนัก เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากหัวหน้า
“การที่เจ้าสามารถแยกแยะตัวจริงโฟรเซนออก เท่ากับเจ้ามีคุณสมบัติเป็นนายของพยัคฆ์เมฆา” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะสัมผัสที่ต้นแขนของข้า ตราพันธสัญญาร้อนดั่งไฟเผาฉับพลัน ข้ารีบสะบัดตัวหนีทันที
“ขอโทษขอรับ” เมื่อรู้ตัวว่าเสียมารยาท ข้าจึงรีบก้มตัวขอโทษขอโพยตามประสาครึ่งเทพผู้ถูกรังเกียจเป็นประจำเลยต้องวางตัวให้ดีเพื่อของาน
“ไม่เป็นไรหรอก” ชายหนุ่มกล่าว ก่อนจะพยักพเยิดไปทางผู้ชายผมเงินที่ยังคงยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล เจ้าตัวตีสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อถูกสั่ง แต่ก็ไม่กล่าวอะไรนอกจากหายลับและปรากฏตัวอีกครั้งบนขยะกองโตด้านหลังโต๊ะทำงาน
ข้าสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงแคว่กราวกระดาษขาดดังขึ้นเป็นระยะ
“อย่ารุนแรงนักสิ เอกสารสำคัญทั้งนั้นเลยนะเฟนเซล” หัวหน้ากล่าวด้วยรอยยิ้มขี้เล่น ข้าจึงรู้จักชื่อเจ้าของใบหน้าที่ราวกับลอกมาจากโฟรเซน ขนาดชื่อ…ยังคล้ายกันเสียขนาดนั้น หากมีคนบอกว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ข้าก็คงเชื่อ
“นี่เจ้าโง่หรือบื้อกันแน่ เห็นขนาดนี้แล้วยังคิดอะไรทึ่มๆ อยู่ได้” เจ้าเสือมองด้วยสายตาเวทนา แต่พอข้าหันไปสบสายตาเป็นคำถาม มันกลับหลบหน้ากันซะงั้น
สงสัยยังเขินตัวเองที่หลุดพิรุธให้ข้าจับผิด
“เอ้า!” เฟนเซลโผล่หัวสีเงินออกจากกองขยะที่สุมด้วยกระดาษ ก่อนจะโยนก้อนกลมๆ อันเป็นปริศนาแก่หัวหน้าที่ยกมือรับยิ้มๆ และส่งต่อมาให้ข้าที่รับงงๆ
สิ่งนี้คือกระดาษที่โดนขยำนั่นเอง
ข้าพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะคลี่โดยไม่ให้ขาด และเมื่อทำสำเร็จ ข้าก็ได้เห็นตัวอักษรเรียงรายจนลายตา แต่ที่ชัดเจนที่สุดก็คงไม่พ้นตัวอักษรสีดำตัวหนาตรงกลางแผ่นกระดาษ
ใบตอบรับเข้าสู่สมาพันธ์ส่งสารแห่งสามภพ
เมื่อไล่สายตาลงมาจนสุดขอบกระดาษ ข้าก็พบที่ว่างสำหรับเซ็นชื่อ
“ข้าต้องเซ็นตรงนี้หรือขอรับ”
“ใช่น่ะสิ หรือเจ้าไม่อยากเซ็นกันล่ะ” ไม่ว่าเปล่า เจ้าเสือยังยกมือมาจิ้มขมับข้าดังจึกๆๆ ตั้งสามที สนุกมากไหมแกล้งเจ้านายหน้าเอ๋อเนี่ย อยากถามชะมัดแต่รู้ว่าเถียงสู้ไม่ได้ ข้าเลยกะเหยียบเท้ามันสักที แต่ดันพลาดเหยียบเศษกระดาษที่ปลิวว่อนตอนเฟนเซลคุ้ยกองขยะจนลื่นล้มหงายหลังซะงั้น
“โอ๊ย!”
เจ็บจี๊ดที่หลังแต่ปวดร้าวที่ใจ ความซวยไม่เคยลดลงสักนาที แต่ที่น่าโมโหคือ…เจ้าเสือ! มันอยู่ข้างข้าแท้ๆ ทำไมไม่ช่วย!!
“ข้านึกว่าเจ้าอยากออกกำลังกายน่ะสิ” เจ้าเสือแค่นยิ้มขำขัน ก่อนจะช่วยฉุดข้าลุกโดยดี ประเด็นคือมันจับแล้วปล่อย แกล้งเจ้านายเล่นอีกแล้วอย่างดีใจที่ข้ากำลังจะได้เซ็นสัญญา ผลคือข้าหงายหลังอีกรอบ แต่คราวนี้ดัน…ล้มทับหัวหน้าจนอีกฝ่ายล้มตาม ทำให้แว่นกรอบแดงกระเด็นหายไปในกองกระดาษโคตรรก
“ซวยแล้ว” เสือหัวสีทองและหัวสีเงินกล่าวพร้อมกันพลางกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ทำให้ข้าได้แต่มองไปทางนู้นทีทางนี้ทีอย่างงุนงง ว่าจะช่วยพยุงหัวหน้าเสียหน่อย แต่เจ้าเสือกำแขนข้าแน่นเป็นเชิงห้าม
“ข้าเจ็บนะ ปล่อยสิ”
โฟรเซนผ่อนแรงลง แต่ไม่ยอมปล่อยอยู่ดี แถมยังลากข้าให้เดินถอยหลังจนตัวชิดผนัง
พลันบรรยากาศเริ่มขมุกขมัวแปลกๆ
“มองหาแว่นเร็วเข้า” เฟนเซลเอ่ยอย่างลุกลี้ลุกลน ขณะที่ก้มๆ เงยๆ แถวกองเอกสารข้างตัวหัวหน้าที่เริ่มลุกขึ้นมาพร้อมรังสีประหลาดแผ่กระจายไปโดยรอบ ปัญหาคือหัวหน้าไม่ได้ทรงตัวยืนดีๆ
แต่ลอยขึ้นมา!!
“โฟรเซน…” ข้าอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เจ้าเสือดันใช้มือปิดปากให้ข้าเงียบ ข้าจึงทำได้เพียงจับจ้องสถานการณ์ตรงหน้าด้วยใจตุ้มต่อม พบว่าเชือกมัดผมสีดำของหัวหน้าขาดกระจุยราวถูกพลังที่มองไม่เห็นทำลาย ปล่อยเรือนผมยาวสยายตัดกับดวงตาสีแดงก่ำที่เรืองประกายวับวาวแฝงความเหี้ยมโหด!
“ซวยแล้ว ตัวเป้งออกมาเองเลยหรือนี่” โฟรเซนรีบยกสองมือไปเบื้องหน้า ฉับพลัน…บาเรียสีทองก็โอบล้อมร่างหัวหน้าที่ลอยตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เฟนเซลยังคงก้มหน้าก้มตามองหาแว่นกรอบแดงอยู่ตามกองเอกสาร
“ไง…ไม่เจอ…กัน…นาน…นะ”
“!!!”
หน้าตารูปร่างคือหัวหน้าแท้ๆ น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมากลับทุ้มต่ำเกินกว่าจะเป็นหัวหน้า ข้าคันปากมาก อยากถามว่าสรุปแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่พอเห็นสีหน้าเจ็บปวดคล้ายกำลังต้านพลังที่พยายามทำลายบาเรียสีทองของเจ้าเสือก็ตัดสินใจกำชายเสื้อมันแน่นๆ เพื่อส่งกำลังใจ
ทั้งที่เจ้าเสือฝืนสุดกำลัง รอบกายหัวหน้ากลับเต็มไปด้วยไอดำที่รวมตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ข้าเพ่งเข้าไปในกลุ่มก้อนสีดำนั้น ก่อนจะพบว่าด้านหลังหัวหน้าราวกำลังรวมตัวเกิดเป็นรูปร่างคล้าย…ปีก
“เจอแล้ว!” เฟนเซลรีบวิ่งหาหัวหน้า บาเรียสีเงินเรืองแสงไปทั่วตัวของเขา ก่อนจะกระโจนขึ้นไปหานายเหนือตนพร้อมแว่นกรอบแดงในมือ
พลันเงาดำลักษณะคล้ายปีกค้างคาวตวัดเข้าที่บ่าซ้ายของเฟนเซลจนเลือดสีแดงสาดกระจายเลอะเอกสารทั่วห้อง ข้าได้ยินเสียงสบถพึมพำจากร่างผู้คล้ายคลึงเจ้าเสือของข้า ก่อนที่แว่นตากรอบแดงจะประดับบนใบหน้าได้รูปของหัวหน้าอีกครั้ง
ดวงตาสีแดงเลือดเริ่มจางกลับเป็นเช่นเดิม เงาสีดำเลือนหายอย่างรวดเร็วราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากห้องที่รกอยู่แล้วยิ่งเละเทะกว่าเดิมเพราะเอกสารต่างพากันปลิวว่อนตอนผู้นำสมาพันธ์ลอยตัวสูง แล้วยังไม่นับบางส่วนที่เปรอะเลือดของเฟนเซลด้วย
“อยู่ดีไม่ว่าดี เกือบซวยกันหมดแล้วไหมล่ะ” โฟรเซนหันมาดีดหน้าผากข้าแรงๆ “หัวหน้ามีวิญญาณหลายดวงในร่างเดียว จึงต้องสวมแว่นตาสะกดเจ้าพวกนั้นเสมอ ไม่งั้นเหล่าวิญญาณจะยื้อแย่งครอบครองร่างอยู่เรื่อย อย่างเมื่อครู่นี้เป็นวิญญาณดวงที่ห้าที่เป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจ เจ้านั่นชอบอาละวาดบ้าเลือด เป็นตัวอันตรายสุดๆ”
ข้าหน้างอ อยากเถียงชะมัดว่าจุดเริ่มต้นมาจากเจ้าเสือที่แกล้งกันไม่เลิกต่างหาก แต่เมื่อกี้มันพยายามกางบาเรียปกป้องหน้าคร่ำเคร่งถึงได้ยอมสงบปาก
“เฟนเซล ข้าว่าพวกเราควรทำความสะอาดได้แล้วละ” หัวหน้ารวบผมเป็นหางม้าเช่นเดิมขณะมองห้องที่ฝุ่นฟุ้งไปทั่วพร้อมกระดาษที่ปลิวกระจัดกระจายด้วยความปลงตก
“เจ้าเพิ่งคิดได้?” เฟนเซลประชด พยัคฆ์เมฆาหน้าตาประมาณนี้ปากร้ายใจดีกับเจ้านายกันหมดหรือยังไงนะ แต่ดูเหมือนเสือผมเงินจะมีพลังรักษาที่ดีกว่าเจ้าเสือของข้า เพราะเพียงยกมือทาบไหล่ที่เลือดอาบ บาดแผลฉกรรจ์พลันจางหายรวดเร็ว
ข้ากำลังจะปรบมือชมเชยแล้วเชียวถ้าไม่ติดว่าเฟนเซลทำหน้าบึ้งพลางส่งปากกาขนนกเร่งเร้า
“รีบๆ เซ็นซะ และรีบๆ ออกไป ก่อนที่เจ้านายข้าจะเปลี่ยนใจคิดเก็บรักษากองขยะพวกนี้เหมือนเดิม”
ข้ารีบเซ็นทันทีหลังจากนึกได้ว่าในมือตนมีเอกสารเน่าๆ ที่เคยเป็นก้อนกลมๆ เพราะโดนขยำมาก่อน บรรยากาศควรจะจริงจังและเต็มไปด้วยการต้อนรับสมาชิกใหม่ประหนึ่งเซ็นทะเบียนสมรสต่อหน้าญาติฝ่ายโฟรเซนแท้ๆ กลับกลายเป็นการลนลานรีบเร่งจนข้าตื่นตูมเพราะกลัวโดนคาดโทษที่ซวยจนเกิดเรื่องวุ่นวาย เมื่อส่งเอกสารคืนข้าก็รีบกระตุกชายเสื้อเจ้าเสือให้ออกไปด้วยกัน
“อย่าลืมแวะไปทำบัตรสมาชิกล่ะ” หัวหน้ากล่าวไล่หลังก่อนที่ข้าจะปิดประตู
บัตรสมาชิก?
“เจ้าคงไม่คิดไปทำงานโดยไม่มีหลักฐานติดตัวหรอกใช่ไหม”
เจ้าเสือสีทองจิ้มหน้าผากกันอีกครั้ง โธ่เอ๊ย จากประสบการณ์ทำงานแสนโชกโชนของข้า ไม่โดนไล่ออกตั้งแต่วันแรกก็ดีแค่ไหนแล้ว
“เอาแต่คิดเรื่องอดีตอยู่ได้ ตอนนี้เจ้าเป็นสมาชิกสมาพันธ์แล้วนะ”
นั่นสินะ แถมข้ายังเป็นเจ้านายเจ้าเสือแบบเต็มร้อยแล้วด้วย…
“ข้ายังไม่ยอมรับเจ้าหรอก”
“แต่เจ้าก็ไม่มีข้ออ้างฆ่าข้าเพื่อเปลี่ยนเจ้านายแล้ว ใช่ไหมล่ะ” ข้ายิ้มกว้างดีใจ เจ้าเสือไม่ตอบอะไร เพียงจับไหล่ข้าแล้วใช้พลังเคลื่อนย้ายกะทันหันไม่บอกกล่าว
เมื่อตรงหน้าพลิกตลบชวนพะอืดพะอมอีกครั้งข้าก็เกาะเจ้าเสือแน่นหน้าซีดเผือด
ฮึ่ม แกล้งกันอีกแล้วนะเจ้าเสือบ้า!