War of Ancient Emperor - ตอนที่ 12 โรงประมูล
หลังที่ได้กลับมาอยู่ภายในสุสานอมตะเหมือนเดิมแล้ว เมื่อหลงจินเหอได้หันหลังกลับไปมองภายในห้องโถงก็ต้องพบกับสมบัติที่มีอยู่ไม่มาก แต่มันเป็นสมบัติที่แตกต่างจากห้องโถงแรกลิบลับ
แม้ว่าห้องโถงแห่งนี้จะขนาดเล็กและสมบัติน้อย แต่สมบัติทั้งหมดล้วนเป็นของระดับสูงทั้งนั้น
“สิ่งนั้นนะหรือคือดอกบัวสวรรค์?”หลงจินเหอเงยหน้าขึ้นพร้อมองไปที่แท่นตรงกลางของห้องโถง ซึ่งมีดอกบัวเจ็ดสีที่กำลังเบ่งบานอย่างเต็มที่
ตั้งแต่เกิดมาหลงจินเหอไม่เคยพบเจอกับดอกบัวที่งดงามเช่นนี้มาก่อนเลย มันอาจจะเป็นสิ่งที่ตราตรึงอยู่ในใจของเขาอย่างไม่มีวันหายไปแน่นอน
หลงจินเหอเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของดอกบัวสวรรค์ ขึ้นชื่อว่าสมบัติล้ำค่า แต่ก็ไม่คิดว่ามีขนาดเล็กขนาดนี้ ดอกบัวสวรรค์นั้นมีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือของหลงจินเหอเสียอีก
หลงจินเหอเหยียดแขนออกพร้อมกับค่อยเด็ดมันออกมาอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะเก็บใส่ไว้ในกล่องเปล่าชนิดพิเศษที่ได้รับมาจากชุนจื้อโหยว
เพื่อป้องกันไม่ให้พลังของดอกบัวสวรรค์รั่วไหลออกมา หลังจากเด็ดมันออกมาและใส่กล่องกลับเข้าภายในแหวนมิติเหมือนเดิม
หลังจากที่จัดการกับดอกบัวสวรรค์เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลงจินเหอก็สำรวจรอบห้องโถงก่อนจะเก็บกวาดของที่เหลือไปจนหมดไม่ว่าจะเป็น เงิน ทอง สมบัติ โอสถ วิชาและทักษะอีกมากมาย
ทว่าขณะที่หลงจินเหอกำลังเก็บสิ่งของที่มีค่าอยู่ สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งภายในส่วนลึกของห้องโถง
แม้ว่างภายในส่วนลึกของห้องโถงจะมืดมากแต่กลับมีแสงส่องสว่างออกมาตลอดเวลา
หลงจินเหอได้หยุดทุกการกระทำก่อนจะเดินไปทางต้นกำเนิดของแสงนั่น จนมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของกล่องไม้เก่าแก่ที่มีแสงเล็ดลอดออกมา
หลงจินเหอยื่นมือออกไปเปิดกล่องใบนั้นอย่างเชื่องช้า จากที่ส่วนลึกสุดของห้องโถงเป็นที่มืดมากก็สว่างขึ้นมาทันที หลังจากที่หลงจินเหอได้เปิดกล่องไม้เก่าแก่ตรงหน้าออกก็มีแสงสีแดงที่ออกมาจากกล่องไม้เก่าแก่ จนทำให้หลงจินเหอต้องนำฝ่ามือมาบังสายตาเอาไว้
หลังจากที่แสงสีแดงเริ่มอ่อนลงแล้ว หลงจินเหอก็พบว่ามีม้วนคัมภีร์สีแดงกำลังลอยอยู่เบื้องหน้าของตัวเอง
“ความรู้สึกนี่มัน….เหมืิอนกับตอนที่ได้รับ’เคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย’เลย”เมื่อได้เห็นเช่นนี้ก็ทำให้หลงจินเหอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนนั้นขึ้นมาทันที
“ดูเหมือนจะพบของดีเข้าให้อีกแล้ว…”หลงจินเหอกล่าวพร้อมยื่นมือไปแตะที่คัมภีร์สีแดงที่กำลังลอยอยู่เบื้องหน้า
เมื่อฝ่ามือของหลงจินเหอสัมผัสเข้ากับม้วนคัมภีร์สีแดงตรงหน้า มันก็เปลื่ยนแปลงเป็นลำแสงก่อนจะพุ่งเข้าไปภายในหัวของหลงจินเหออย่างไม่ทันระวังตัว
“ฮ่าฮ่า…..คุ้มค่าที่เป็นคนที่มีอายุเป็นหมื่นปี ได้ครอบครองทักษะที่ไม่ธรรมดา….ถ้าหากไม่ใช้ก็เสียของแย่”เมื่อได้รับรู้ว่าสิ่งที่ได้มาคืออะไร หลงจินเหอก็หัวเราะด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข
จากนั้นหลงจินเหอก็หลับตาลงก่อนจะทดลองใช้ทักษะที่ได้รับมาเมื่อครู่
บริเวณด้านหลังของหลงจินเหอก็ปรากฏมีเปลวเพลิงสีแดงปะทุออกมาก่อนจะค่อยๆเปลื่ยนแปลงกลายเป็นปีกเปลวเพลิงที่มีขนาดความยาวข้างละสามเมตรเท่านั้น
“ดูเหมือนว่าจะเป็นทักษะประเภทสิงสถิตอยู่ภายในร่างกาย โดยไม่จำเป็นที่จะต้องฝึกฝนก็สามารถที่จะใช้มันออกมาได้ในทันที แต่ทำไม’เคล็ดวิชาเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย’จำเป็นต้องฝึกหรือมันจะแตกต่างจากทักษะอย่างอื่น?”หลงจินเหอยืนบ่นพึมพัมพร้อมกับนำมือมาลูบไปด้วย
ปีกเปลวเพลิงที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังของหลงจินเหอนั้นมีความร้อนแรงเป็นอย่างมาก แต่ตัวของหลงจินเหอกลับไม่ได้รู้สึกถึงความร้อนเลยแม้แต่น้อย ทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ไม่ได้ถูกเผาไหม้แต่อย่างใด
เกี่ยวกับคัมภีร์ม้วนสีแดงที่ตัวของหลงจินเหอได้รับมาเมื่อสักครู่เป็นทักษะของหนึ่งในสี่ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ วิหคเพลิง ไม่ได้เป็นเพียงทักษะธรรมดาแต่เป็นถึงทักษะลับ แต่ทักษะลับของวิหคเพลิง….มันไม่ใช่เพียงแค่สามารถควบคุมปีกเปลวเพลิงอันร้อนแรงและโบยบินได้อย่างอิสระเพียงเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติหนึ่งคือทางด้านของการรักษา
“ข้าตัดสินใจได้ถูกต้อง ที่เลือกจะออกมาจากนิกาย….ถ้าไม่อย่างงั้นข้าคงไม่ได้รับของดีมากมายถึงเพียงนี้”หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับนำมือไปลูบปีกเปลวเพลิงที่อยู่ด้านหลัง หลงจินเหอสามารถรู้สึกถึงความร้อนที่ออกมาจากปีกเปลวเพลิงด้านหลังของตนได้อย่างชัดเจน
แต่มือของเขากลับไม่ถูกเผาไหม้ทั้งยังรู้สึกว่ามันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขาไปแล้ว
หลงจินเหอถึงหยุดใช้ทักษะลับของวิหคเพลิง ซึ่งพบว่าพลังปราณของเขาลดไปไม่ใช่น้อย ก่อนจะหันไปสำรวจรอบข้างต่อ เผื่อจะมีทักษะลับแอบซ่อนเอาไว้อีก
“ควรจะรีบเก็บของที่เหลือให้หมดและรีบออกจากที่นี่จะดีกว่า….ถ้าหากพบเจอกับใครเข้าต้องเป็นอันตรายแน่นอน”หลงจินเหอย้อนกลับไปในกลางห้องโถงเหมือนกันก่อนจะรีบเก็บสิ่งที่เหลือ
“ว่าแต่….ข้าจะออกไปได้อย่างไร? ถ้าหากออกไปแล้วมีคนรออยู่ด้านนอก.…ข้าคงต้องถูกฆ่าเพื่อแย่งสิ่งของแน่”หลังจากที่หลงจินเหอเก็บของมีค่าทั้งหมดมาแล้ว เมื่อนึกถึงเรื่องนี้หลงจินเหอก็รู้สึกวิตกกังวลขึ้นมา
“ยังไงข้าก็ต้องออก...เพราะอยู่ภายในนี้นานเกินไปไม่ได้”หลังจากที่หลงจินเหอกล่าวจบก็มายืนอยู่ตรงหน้าประตูทางออก ก่อนจะทำแบบเดิมนั้นก็คือใช้มือไปแตะที่ประตู
เมื่อเห็นว่ามิติอันเดิมมันปรากฏออกมาแล้วหลงจินเหอก็หลับลงทันที เพราะไม่รู้ว่าเมื่อออกจากห้องโถงนี้ไปโผล่ตรงหน้าประตูทางเข้า…ถ้ามีผู้คนรออยู่ก็คงต้องรอรับชะตากรรม
หลังจากที่ถูกเคลื่อนย้ายเสร็จสิ้นแล้ว
หลงจินเหอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตนเองไม่ได้ออกมาปรากฏด้านหน้าของประตูบานตรงกลางภายในสุสานอมตะ
แต่กลับมาปรากฏในใจของกลางป่าที่เขาไม่รู้จัก หลงจินเหอคิดว่าตัวเองต้องเข้ามาภายในโลกแห่งความฝันอีกแล้วแน่นอน จึงใช้ปีกเปลวเพลิงก่อนจะบินขึ้นไปดูและสำรวจบริเวณรอบข้าง
จากที่หลงจินเหอได้สำรวจดูทั่วบริเวณแล้ว ตัวเขาไม่ได้อยู่ภายในโลกแห่งความฝัน แต่ตัวของเขาได้ถูกเคลื่อนย้ายออกมาจากสุสานอมตะแล้ว แถมยังห่างออกมาไกลถึงสิบลี้
“คิดไม่ถึงว่าจะออกมาเช่นนี้ ดูเหมือนว่าท่านผู้อาวุโสจะเตรียมตราประทับเคลื่อนย้ายทิ้งเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว”หลงจินเหอบ่นพึมพัม
เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ราวกับว่าชายชราภายในสุสานอมตะจะคาดการณ์เรื่องเหล่านี้เอาไว้ตั้งแต่ที่สร้างสุสานอมตะขึ้นมาแล้ว
“ไว้เจอกันคราวหน้า….ต้องไปขอบคุณเสียหน่อยแล้ว”หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับก้มศีรษะคารวะไปทางสุสานอมตะ
หลงจินเหอไม่คิดจะพักอยู่ที่ใกล้บริเวณสุสานอมตะอีกแล้ว เพราะคิดว่ามันอันตรายเกินไป จึงเลือกที่จะมุ่งตรงกลับไปทางเมืองจันทราทันที
เมื่อคราวก่อนที่หลงจินเหอเดินทางต้องใช้เวลาอยู่นานจากเมืองจันทรามาสู่บริเวณทะเลสาบหมื่นปี แต่คราวนี้กลับใช้เวลาเดินทางไม่ถึงครึ่งวันก็มาถึงเมืองจันทราแล้ว การที่ได้รับทักษะลับของวิหคเพลิงมา จะช่วยตัดปัญหาในการเดินทางของเขาไปได้เยอะ
แต่ต้องแลกมาด้วยการที่ต้องสูญเสียพลังปราณไปค่อนข้างมาก ยิ่งระดับพลังปราณของเขาต่ำเตี้ยเลี่ยดิน จึงทำให้หลงจินเหอรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
เมื่อเข้ามาใกล้บริเวณเมืองจันทรา หลงจินเหอจึงเลือกที่จะไม่ใช้ปีกเปลวเพลิงและเดินเข้าสู่ตัวเมืองแทน เพื่อที่จะไม่ได้กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนและลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง เพราะความโลภของผู้คนที่อยากจะครอบครองทักษะหายาก
ยามรุ่งเช้าหลงจินเหอตื่นขึ้นมาฝึกเหมือนเดิม แต่ก็ยังไม่ได้วางแผนคิดที่จะกลับไปนิกายทันที เพราะตนเองได้สมบัติมาพอสมควรจึงคิดที่อยากจะเอาไปขาย
“ดูเหมือนว่าจะต้องไปที่โรงประมูลอย่างเดียว มีเพียงสถานที่เดียวที่จะรับซื้อของพวกนี้”หลงจินเหอกล่าวจบก็เดินทางออกจากที่พักและเข้าไปในกลางตัวเมืองที่จะเป็นสถานที่ตั้งของโรงประมูล
เมื่อมาถึงด้านหน้าของโรงประมูล ทว่าขณะที่หลงจินเหอกำลังจะเดินเข้าไป สายตาก็มองไปเห็นสามคนที่กำลังเดินเข้าไปก่อนหน้าตัวเองพอดี
เป็นผู้อาวุโสใหญ่หลี่หยิงและศิษย์พี่หญิงทั้งสองของหลงจินเหอ ศิษย์พี่หญิงหงเยว่และศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยที่เดินตามหลังของผู้อาวุโสใหญ่หลี่หยิงไป
“หื้ม กะแล้วเชียวตอนที่เจอกันที่สุสานอมตะคิดว่าต้องมาด้วยกันแน่ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะมาพักอยู่ที่เมืองจันทราเหมือนกัน”หลงจินเหอถอนหายใหญ่ก่อนจะเดินเข้าไปภายในโรงประมูล
หลงจินเหอคิดจะไปขายทักษะก่อนเพราะที่ได้มาส่วนใหญ่จะเป็นทักษะระดับกลางกับระดับสูง มีทักษะระดับสูงสุดไม่กี่ทักษะ แม้จะได้ทักษะมามากพอสมควร แต่ไม่มีทักษะใดเหมาะกับหลงจินเหอแม้แต่น้อย
__________________________________________________________________