War of Ancient Emperor - ตอนที่ 3 มุ่งหน้าสู่นิกาย
“แม้จะยังเป็นเด็กอยู่ แต่ก็ใกล้จะบรรลุปราณก่อตั้งกันทั้งสามคนเลย พรสวรรค์มากกว่าบรรดาเหล่าศิษย์ในนิกายของข้าเสียอีก”ชายหนุ่มชุดฟ้าก็หันก็ไปกล่าวกับชายอีกสองคน
“ฮ่าๆๆ คุ้มค่าที่ท่านผู้นั้นฝากให้ดูแล หากเติบโตขึ้นย่อมเป็นหน้าเป็นตาให้กับนิกายของข้าได้แน่”ชายผอมร่างสูงก็หัวเราะก่อนจะพยักหน้าตอบชายหนุ่มชุดสีฟ้า
“ท่านผู้อาวุโส…พวกท่านคือคนที่ปู่อู๋หย่าบอกว่าจะมารับพวกเราใช่ไหม?”หลงไป๋เฉินที่กำลังมีแสงเปล่งประกายภายในแววตาก็ก้มหัวคารวะ ก่อนจะกล่าวกับชายทั้งสามที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเบื้องบน
“ถูกต้องแล้ว…คือพวกเราทั้งสามเอง”ชายผอมร่างเล็กกล่าวพลางพยักหน้าเล็กน้อย
“ท่านอาวุโส พวกท่านเป็นใครกัน?”ด้วยความสงสัย หลงจินเหอจึงกล่าวถามออกไป ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปี เขาแทบจะไม่เคยก้าวเท้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้เลยสักครั้ง
การปรากฏตัวของผู้ฝึกตนที่มีความสามารถ ในการบินทะยานไปบนท้องฟ้า นั่นสร้างความประหลาดใจให้กับพวกเขาสามพี่น้องอย่างมาก
“ถามได้ดี…เด็กน้อย ชื่อของข้าคือ ชุน จื้อโหยว เป็นเจ้าแห่งนิกายมังกรฟ้า”ชายหนุ่มชุดฟ้ากล่าวแนะนำตัวอย่างช้าๆ
“ข้าคือ กัง โหวจื่อ เป็นเจ้าแห่งนิกายปราณโบราณ”ชายผอมร่างเล็กแนะนำตัวเอง
“ส่วนข้า เจียน เฉินกง เป็นเจ้าแห่งนิกายกระบี่สวรรค์”ชายผอมร่างสูงก็แนะนำตัวต่อจากชายร่างผอมเล็ก
“เจ้าแห่งนิกายทั้งสาม?”หลงจินเหอหยุดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้าไปมองหลงไป๋เฉินกับหลงเฮยหยุนทันที
แม้ว่าพวกเขาทั้งสามพี่น้องจะไม่รู้เรื่ิองราวอะไรมากมาย แต่ก็เคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มาจากปากของชายชราอู๋หย่า อีกส่วนหนึ่งก็มาจากหนังสือบันทึกเก่า
คำว่า’เจ้าแห่งนิกาย’นั่นทำให้เด็กหนุ่มทั้งสามได้แต่สูดหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่
ไม่ใช่ว่านิกายล้วนเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งนี้และยังเป็นขุมกำลังระดับต้น!?
“เด็กน้อย…พวกเจ้าทั้งสามเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันงั้นหรอ?”ชุนจื้อโหยวกวาดสายตามอง ก่อนที่เขาจะหรี่ตาต่ำพร้อมกล่าวถามเด็กหนุ่มทั้งสาม
“ใช่แล้ว…ท่านอาวุโส พวกเราเป็นพี่น้องกัน”หลงไป๋เฉินเดินหน้าไปหนึ่งก้าวก่อนจะกล่าว
“เข้าใจแล้ว…ตั้งแต่นี้ไปพวกเจ้าทั้งสามต้องแยกทางกันเดินแล้ว”เจียนเฉินกงก็กล่าวแทรกขึ้นมา
“แยก? ไม่ใช่ว่าผู้อาวุโสจะรับพวกเราไปทั้งสามคนหรอกหรอ”หลงเฮยหยุนกล่าวถาม
“นั่นก็ใช่…แต่พวกเราสามคน สามารถรับพวกเจ้าไปได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”กังโหวจื่อกล่าวอย่างช้าๆ
“แค่แยกกันอยู่เท่านั้น ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าทั้งสามจะไม่มีโอกาสที่จะพบกันเสียหน่อย”ชุนจื้อโหยว กล่าวแทรกขึ้นมาอีกครา
“ท่านอาวุโส…ข้าตกลง”หลงไป๋เฉินที่กำลังเงียบอยู่นานในที่สุดก็กล่าวขึ้นมาเป็นคนแรก
“พี่ใหญ่ นี่ท่าน.…”หลงจินเหอจ้องมองหลงไป๋เฉินพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำเช่นนี้ออกมาจากปากของพี่ใหญ่
“นี่ถือว่าเป็นโอกาสเหมาะที่เราทั้งสามจะเพิ่มความแข็งแกร่งแล้วไม่ใช่หรอน้องเล็ก อีกอย่างถ้าเรายังอยู่ด้วยกัน ในยามนี้พวกเราล้วนอ่อนแอ ถ้าเราเลือกที่จะไปกับท่านอาวุโสจากนิกาย ไม่เพียงแค่เขาจะช่วยให้เราแข็งแกร่งขึ้นแต่ยังสามารถปกป้องเราได้อีกด้วย”หลงไป๋เฉินก็เริ่มอธิบาย
“น้องเล็กข้าก็เห็นด้วยกับพี่ใหญ่นะ ยังไงพวกเราก็ต้องกลับมารวมตัวอีกครั้งแน่นอน ฉนั้นทางเลือกของเราตอนนี้คือแข็งแกร่งขึ้นเพียงอย่างเดียว”หลงเฮยหยุนเดินมาตบไหล่หลงจินเหอเบาๆ
“เป็นการตัดสินใจได้ดีมากเด็กน้อย”หลังจากยื่นฟังอยู่นานเจ้าแห่งนิกายทั้งสามก็กล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าชื่นชมเพราะการตัดสินใจของเด็กหนุุ่มทั้งสาม
“คนไหนคือ หลง ไป๋เฉิน เจ้าจะต้องมากับข้า”กังโหวจื่อกล่าวพลางจ้องมองเด็กหนุ่มทั้งสาม
“เป็นข้าเอง…ท่านอาวุโส”หลงไป๋เฉินท่าทางสงบนิ่งพร้อมกับยกมือขึ้น
“คนไหนคือ หลง เฮยหยุน เจ้ามากับข้า”เจียนเฉินกงก็มองเด็กหนุ่มที่เหลืออีกสองคน
“คือข้า…ท่านอาวุโส”หลงเฮยหยุนเผยแววตาที่มุ่งมั่นและยกมือขึ้น
“ส่วนเจ้า หลง จินเหอ เจ้าไปอยู่กับข้า”ชุนจื้อโหยวกล่างช้าๆพร้อมกับจ้องมองหลงจินเหอที่่่่่่่่ยืนเหลืออยู่คนสุดท้าย
หลังจากเด็กหนุ่มทั้งสามได้ถูกเลือกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลงไป๋เฉินจะไปอยู่กับกังโหวจื่อแห่งนิกายปราณโบราณจากดินแดนใต้ หลงเฮยหยุนจะไปอยู่กับเจียนเฉินกงแห่งนิกายกระบี่สวรรค์จากดินแดนเหนือ ส่วนหลงจินเหอจะไปอยู่กับชุนจื้อโหยวแห่งนิกายมังกรฟ้าจากดินแดนกลาง
“น้องรอง น้องเล็ก ถึงเวลาที่เราจะต้องแยกกันแล้ว ข้าหวังว่าถ้าพวกเรากลับมารวมตัวกันในครั้งต่อไป พวกเจ้าทั้งสองจะแข็งแกร่งขึ้น แม้พวกเจ้าจะอ่อนแอ ข้าก็จะปกป้องพวกเจ้าอยู่ดี”หลงไป๋เฉินหันไปกล่าวกับหลงเฮยหยุนกับหลงจินเหอ
“แน่นอนพวกเราต้องมารวมตัวกันอีกครั้ง เพราะพวกเรายังไม่รู้เรื่องของท่านพ่อกับท่านแม่เลยแม้แต่น้อย”หลงเฮยหยุนพยักหน้าเล็กน้อย
“ฮ่าฮ่าๆ พี่ใหญ่ พี่รอง เจอกันในครั้งหน้าข้าจะแข็งแกร่งกว่าพวกท่านทั้งสองให้ได้เลย”หลงจินเหอหัวเราะพลางใช้มือเท้าสะเอวไว้ด้วย
“ข้าได้เห็นความตั้งใจของพวกเจ้าแล้ว ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าต้องผิดหวังแน่ที่เลือกมากับพวกเรา”เจ้าแห่งนิกายทั้งสามก็กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
จากนั้นเด็กหนุ่มแซ่หลงสามพี่น้องก็กอดกันเพื่อร่ำลา ก่อนจะแยกกันจากไปคนละทิศทาง จนตอนนี้เหลือเพียงหลงจินเหอกับชุนจื้อโหยว
“ท่านเจ้านิกาย…พวกเราจะไปที่ไหนกัน”หลงจินเหอหันไปถามชุนจื้อโหยว
“ก็กลับไปยังนิกายมังกรฟ้าของเรา…เด็กน้อยเจ้าพร้อมหรือไม่?”ชุนจื้อโหยวกล่าวพร้อมกับใช้พลังปราณห่อหุ้มร่างกายของหลงจินเหอไว้และรีบเหาะไปอย่างรวดเร็ว
“แน่นอน ข้าพร้อม!”
“แต่ว่า..ท่านเจ้านิกาย นิกายมังกรฟ้าของเราตั้งอยู่ที่ใด”หลงจินเหอที่ปล่อยร่างกายให้ลอยไปเรื่อยๆก็พยักหน้าตอบ ก่อนจะหันไปถามชุนจื้อโหยว
“นิกายมังกรฟ้าของเราตั้งอยู่ที่ดินแดนกลาง ส่วนที่ๆพี่น้องของเจ้าไปเป็นดินแดนเหนือกับดินแดนใต้”ชุนจื้อโหยวไม่ได้หันมามองหลงจินเหอแต่ก็กล่าวออกมาอย่างช้าๆ
หลังจากหลงจินเหอก็ได้ซักไซ้ถามข้อมูลหลายๆอย่างจากเจ้านิกายชุนจื้อโหยว ก็พบว่าดินแดนที่เขาอาศัยอยู่มาโดยตลอด ถูกเรียกว่ามหาทวีปวิหคสวรรค์ทะยานฟ้า อาณาจักรทั้งหมดได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันโดยจะไม่มีการแบ่งแยก โดยผู้คนต่างก็เรียกกันว่าดินแดนเหนือ ดินแดนใต้ ดินแดนตะวันออก ดินแดนตะวันตก และสุดท้ายดินแดนกลาง
หุบเขาที่หลงจินเหอกับพี่น้องอาศัยกันอยู่เป็นดินแดนกลาง ทำให้อาจจะช้าเวลาไม่นานก็น่าจะถึงนิกายมังกรฟ้า
“จินเหอ...หลังจากกลับไปถึงนิกาย ข้าจะแต่งตั้งให้เจ้าเป็นศิษย์สืบทอด ฉนั้นควรจะเตรียมใจไว้ให้ดี ข้าจะช่วยเจ้าบ่มเพาะพลังให้ไวที่สุดเข้าใจใช่ไหม?”ชุนจื้อโหยวเหลือบหันไปมองหลงจินเหอ
“ศิษย์สืบทอด? มันคืออะไรกันท่านเจ้านิกาย”หลงจินเหอทำสีหน้างงงวย
“ภายในนิกายจะแบ่งชนชั้นของศิษย์ จะมีตั้งแต่ศิษย์นอก ศิษย์ใน ศิษย์หลัก และสุดท้ายคือศิษย์สืบทอด ตำแหน่งศิษย์สืบทอดก็คล้ายๆกับศิษย์พี่ใหญ่ของบรรดาเหล่าศิษย์ทั้งหมดภายในนิกายนั้นแหละ”ชุนจื้อโหยวก็อธิบายอย่างช้าๆ
อึก~~
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลงจินเหอก็กลืนน้ำลายไปอึกใหญ่เลย
“ท่านเจ้านิกายทำไมต้องเป็นข้าละ?…ข้าทั้งยังเด็กและระดับพลังลมปราณก็ต่ำเตี่ยเลี่ยดิน หากให้ข้าขึ้นเป็นศิษย์สืบทอดกลัวจะทำให้ท่านผิดหวังเปล่าๆ ข้าคิดว่าท่านคงจะคาดหวังกับข้ามากเกินไปแล้ว”หลงจินเหอกล่าวพลางส่ายหน้าอย่างช้าๆ
“จินเหอ...เจ้าเป็นเด็กอายุ 12 ปี แม้ว่ายามนี้เจ้าจะอ่อนแอก็จริง แต่ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าจะต้องกับเหมาะกับตำแหน่งศิษย์สืบทอดอย่างแน่นอน ถ้าหากเจ้ายังไม่พร้อมข้าจะให้เจ้าเป็นศิษย์หลักไปก่อน”ชุนจื้อโหยวอธิบายอย่างไม่รีบร้อน
“ขอบคุณมาก...ท่านเจ้านิกาย ถ้าหากข้าได้เป็นศิษย์สืบทอดขึ้นมา กลัวจะมีศิษย์ที่ไม่เห็นด้วยและจะเหม็นขี้หน้าของข้าเอาได้ ข้ายังไม่อยากจะสร้างปัญหาให้ตัวเองในยามนี้”หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจนิดหน่อยเพราะยังไม่ได้เป็นศิษย์สืบทอด
“จากที่ข้าพอได้อ่านตำรามาบ้าง เห็นว่านิกายส่วนใหญ่จะรับศิษย์ตั้งแต่อายุ 16 ปี ขึ้นไปไม่ใช่หรอท่านเจ้านิกาย แล้วข้าจะไม่เป็นปัญหาที่หลังหรอกหรือ?”เมื่อนึกขึ้นได้ หลงจินเหอก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกรอบ
“เรื่องนั้นก็อาจจะใช่…จินเหอเจ้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ หากข้าไม่รับเจ้าเข้ามาก็เสียดายแย่ อีกอย่างใครจะกล้าคัดค้าน ลืมไปแล้วหรอว่าข้าคือเจ้าแห่งนิกาย”แม้ว่าชุนจื้อโหยวจะกล่าวออกไปเช่นนั้น เรื่องพรสวรรค์ของหลงจินเหอนั้นคือของจริง แต่อีกเรื่องคือท่านผู้นั้นฝากให้ดูแลหลงจินเหอไว้ หากผิดคำพูด ชุนจื้อโหยวคิดว่าตนได้ตายอย่างไร้หลุมศพอย่างแน่นอน
“ท่านเจ้านิกาย…ข้าขอถามเรื่องอายุของท่านหน่อยได้หรือไม่ ดูจากภายนอกอายุของท่านก็ไม่น่าจะเกิน 20 ปีเลย”หลงจินเหอหันไปถามอีกรอบ
“หื้มม? 20 ปี งั้นหรอ? ข้าจะบอกให้ก็ได้ข้านั้นมีอายุมากกว่า 1000 ปีเสียอีกนะ”เมื่อถูกถามเรื่องอายุ ชุนจื้อโหยวก็หัวเราะออกมาทันที
อึก~~
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลงจินเหอก็กลืนน้ำลายลงไปอีกหนึ่งอึกใหญ่ ดูเหมือนว่าโลกของผู้ฝึกตนจะดูอายุของผู้คนจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้เสียแล้ว
——————–