War of Ancient Emperor - ตอนที่ 20 ทดสอบก้อนหินลึกลับ
เช้ามืดวันถัดมา
หลงจินเหอก็ลุกขึ้นมาซ้อมเหมือนเช่นเคย หลังจากที่ได้นอนไปเต็มอิ่ม ร่างกายก็ฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติ
เมื่อวานหลังจากที่หลงจินเหอไปทานอาหารเสร็จ เขาจึงเข้านอนทันที โดยยังไม่ได้ให้คำตอบของจิวซวน
“พี่ชาย ท่านตื่นเช้ามาก”เมื่อจิวซวนออกมานอกบ้าน ก็พบหลงจินเหอกำลังซ้อนอยู่
“เจ้ามาพอดีเลย”
เมื่อเห็นจิวซวนมา หลงจินเหอก็หยุดซ้อนทันที
“เมื่อคืนข้าได้กลับไปคิดมาแล้ว การที่จะให้ข้าเป็นคนฝึกสอนให้เจ้า เรื่องนี้คงเป็นไม่ได้ เนื่องจากข้าไม่สามรถอยู่ที่นี่ได้นาน”หลงจินเหอเดินมาตบไหล่ของจิวซวนเบาๆ
“แต่เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าได้บอกไปตั้งแต่แรกแล้ว ข้าจะช่วยสิ่งที่ข้าสามารถช่วยได้”เมื่อเห็นว่าจิวซวนทำสีหน้าเศร้า หลงจินเหอก็กล่าวต่อ
“รับนี่ไป”หลงจินเหอจึงหยิบของหลายสิ่งออกมาจากแหวนมิติ ก่อนที่เขาจะยื่นให้จิวซวน
“พี่ชาย พวกนี่คือ?”จิวซวนกล่าวพร้อมกับจ้องมองของที่อยู่ในมือ
“นี่คือคัมภีร์สำหรับฝึกพื้นฐาน ส่วนนี่คือโอสถที่จะช่วยให้ระดับพลังลมปราณของเลื่อนได้เร็วขึ้น แม้ว่าจะเป็นระดับต่ำก็ตาม”หลงจินเหอก็เริ่มอธิบาย
“แต่ข้าอยากจะเตือนเจ้าเอาไว้สักเล็กน้อย จนกว่าจะไปถึงระดับสร้างพื้นฐาน เจ้าห้ามใช้โอสถนี่เด็ดขาด ไม่งั้นอาจจะเป็นอันตรายได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ เจ้าไม่ควรเร่งฝึกให้ระดับพลังลมปราณของเจ้าเลื่อนขั้นไวเกินไป ไม่เช่นนั้นร่างกายของเจ้าจะปรับตัวไม่ทันและพื้นฐานพลังลมปราณของเจ้าอาจจะเสียหายได้ เจ้าต้องพยายามสร้างพื้นฐานให้มั่นคง จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ต่อให้เจอกับคู่ต่อสู้ระดับเดียวกัน แต่ถ้าพื้นฐานของเจ้าดีกว่า เจ้าก็ย่อมได้เปรียบ”
แม้จะบอกวาเตือนสักเล็กน้อย แต่หลงจินเหอก็ยังกล่าวอย่างยาวเหยียดอยู่ดี
“ขอบคุณมากพี่ชาย ท่านไม่เพียงช่วยเหลือหมู่บ้านและพี่สาวของข้า แต่ยังค่อยช่วยเหลือข้าอีก ข้าไม่รู้ว่าควรจะตอบแทนท่านด้วยสิ่งใด หากมีสิ่งใดที่ข้าสามารถตอบแทนท่านได้ ก็บอกมาเลยได้ต่อให้แลกด้วยชีวิตของข้าก็ตาม”จิวซวนกล่าวพร้อมคุกเข่าอยู่ตรงของหลงจินเหอ
“เอาล่ะ ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ ข้าช่วยเพราะอยากจะช่วยเท่านั้น”เมื่อเห็นจิวซวนคุกเข่าอยู่ตรงหน้า หลงจินเหอก็รู้สึกอึดอัดก่อนจะรีบกล่าวทันที
เด็กอายุ 7 ปี กลับสามารถคิดได้ขนาดนี้แล้ว หลงจินเหอไม่เข้าใจเลยว่า จิวซวนนั้นผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง
“อีกไม่นานเดี๋ยวข้าต้องรีบไปแล้ว เจ้าต้องขยันฝึกฝนให้มากเข้าล่ะ”หลงจินเหอใช้มือลูบหัวของจิวซวน
“พี่ชาย ท่านจะไปแล้ว?”จิวซวนกล่าว
“ใช่แล้ว ข้าจะต้องไปแล้ว จำเอาไว้ให้ดี 9 ปี หลังจากนี่ เมื่อเจ้าอายุ 16 ปี ให้เจ้าไปที่นิกายมังกรฟ้า ในอนาคตสถานที่แห่งนั้น ข้าคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับเจ้า”หลงจินเหอกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว อย่างน้อยถ้าท่านจะไปแล้วก็ควรจะไปลาพี่สาวข้าสักหน่อยนะ”จิวซวนกล่าวจบก็รีบวิ่งเข้าไปภายในบ้าน เพื่อเอาของที่หลงจินเหอให้เอาไว้ไปเก็บที่ห้องทันที
“พี่สาว ดูเหมือนว่าท่านได้ยินทั้งหมดแล้วสินะ”เมื่อหลงจินเหอเดินกลับเข้ามาภายในบ้านก็พบจิวลู่กำลังยืนอยู่
“ขอบคุณมากน้องชายหลง ที่คอยแนะนำน้องเล็กของข้า”จิวลู่กล่าวพร้อมกับกำลังจะคุกเข่าลง
“หยุดก่อน พี่สาวท่านกำลังจะทำสิ่งใด ข้าได้บอกไปแล้วไม่จำเป็นต้องขอบคุณ ข้าทำเพราะอยากจะช่วยเท่านั้น”หลงจินเหอก็รีบเดินไปพยุงตัวของจิวลู่เพื่อไม่ให้นางคุกเข่าลงไป
“ถ้าหากไม่ติดที่ว่าข้าต้องคอยดูแลน้องเล็ก ข้าคงจะต้องเลือกเป็นคนติดตามของน้องชายหลงอย่างแน่นอน”จิวลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าลงเล็กน้อย
“ท่านรับนี่ไป ข้าคิดว่ามันน่าจะช่วยท่านได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างในเมื่อวานอีก”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับหยิบโอสถขนาดเล็กสีม่วงสองเม็ดออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะยื่นให้จิวลู่
“โอสถพวกนี้คือ?”จิวลู่ถามด้วยความสงสัย
“โอสถอันนี่ ทำมาจากสมุนไพรที่ชื่อหญ้าแสงจันทร์ เมื่อกลืนโอสถลงไป มันจะช่วยลบการคงอยู่ตัวตนของท่าน ทั้งร่างกายและพลังลมปราณจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับได้หายไปจากโลก แต่ผลของมันสามารถอยู่ได้เพียงหนึึ่ึ่งส่วนสิบของครึ่งชั่วยามเท่านั้น”หลงจินเหอก็เริ่มอธิบาย
“สิ่งนี่มันมีค่าเกินไป ข้ารับไว้ไม่ได้”
เมื่อได้ฟังคำพูดของหลงจินเหอ จิวลู่ก็รีบปฏิเสธทันที เพราะนางคิดว่าโอสถหายากเช่นนี้จะต้องหายากอย่างแน่นอน
“ท่านควรจะเก็บมันไว้ ข้ามีลางสังหรณ์ว่ามันจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีกแน่”หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เข้าใจแล้ว ข้าหวังว่าสักวันเราจะต้องได้พบกันอีกครั้ง”จิวลู่กล่าว
“ในอนาคตข้างหน้า เราจะต้องพบกันอีกครั้งอย่างแน่นอน”หลงจินเหอยิ้มให้จิวลู่ก่อนจะเดินออกไปนอกบ้าน
เมื่ออกมาถึงหน้าบ้าน หลงจินเหอก็ใช้ปีกเพลิงออกมาทันที ก่อนจะบินขึ้นไปบนท้องนภาและรีบมุ่งตรงกลับไปทางนิกายมังกรฟ้าทันที
“พี่ชาย ขอให้โชคดี อีกไม่นาข้าจะรีบตามท่านไป”แม้ว่าหลงจินเหอจะจากไปไกลแล้ว แต่ก็ยังสามารถได้ยินเสียงของจิวซวน
เมื่อเข้ามาใกล้บริเวณอาณาเขตของนิกาย
หลงจินเหอจึงหาสถานที่ลับตาคนทันที เพื่อจะเปลื่ยนเสื้อผ้ากลับไปเป็นศิษย์หลักเช่นเคย
เมื่อพบผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่เป็นยาม หลงจินเหอเพียงแค่ยิ้มให้กับเขา ก่อนจะเดินเข้านิกายอย่างไม่มีปัญหาอะไร
ระหว่างทางเข้าไปก็จะมีศิษย์นอกและศิษย์ในมาทักทายบางส่วน แม้ทั้งสองว่าจะไม่รู้จักกันก็ตาม แต่ด้วยสถานะของศิษย์หลักทำให้ไม่สามารถเมินเฉยได้
หลังจากที่กลับมาถึงเขตที่พักอาศัยก็พบว่าบริเวณหน้าบ้านมีคนมานั่งรออยู่แล้ว
ซึ่งคนที่มารอก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เจ้านิกาย ชุนจื้อโหยว
“ท่านเจ้านิกาย ท่านมาทำอะไรที่นี่”
หลงจินเหอก้มคารวะก่อนจะกล่าว
“เจ้าหายไปตั้งหลายวัน จะไม่ให้ข้าเป็นห่วงได้อย่างไร ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นอย่างเดียวสินะ หายไปเพียงไม่กี่วันระดับพลังลมปราณของเจ้าก็เลื่อนขั้นอีกแล้ว พรสวรรค์ของเจ้านี่มันน่าอิจฉา”
ชุนจื้อโหวยมองสำรวจตัวหลงจินเหอตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะกล่าว
“ฮ่าๆ ท่านเจ้านิกายพูดชมข้าเกินไปแล้ว ข้าเพียงโชคดีเท่านั้น”หลงจินเหอหัวเราะพร้อมกับใช้มือเกาหัวไปด้วย
“หลังจากนี้้ เจ้าจะออกไปไหน ก็ควรจะบอกข้าสักหน่อยก็ยังดี ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า มีหวังข้าได้กลายเป็น–“ชุนจื้อโหยวกล่าวไม่ทันจบก็เงียบลง
“ท่านจะกลายเป็น?”หลงจินเหอถามด้วยความสงสัย
“เฮ้อ ไม่มีอะไรหรอก ลืมที่ข้าพูดไปเมื่อครู่เถอะ”ชุนจื้อโหยวถอนหายใจก่อนจะกล่าว มันเป็นอย่างที่ชุนจื้อโหยวคาดคิดไว้ไม่มีผิด
หลงจินเหอยังไม่รู้จักเบื้องหลังของตนเอง
“เจ้าเพิ่งจะกลับมาก็ควรจะพักผ่อนสักหน่อย ข้ามีธุระอื่นต้องไปจัดการก่อน”
เมื่อกล่าวจบ ชุนจื้อโหยวก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินจากไปทันที
“อ่อ ข้าลืมบอกอีกอย่าง ช่วงนี้โจรป่าออกอาละวาดปล้นฆ่าคนเป็นจำนวนมาก หมู่บ้านเล็กใหญ่ที่อยู่รอบข้างนิกายก็โดนไปหลายที่แล้ว ถ้าหากเจ้าคิดจะออกไปทำภารกิจ เจ้าก็ควรจะหาคนออกไปด้วย เพื่อที่จะได้คอยช่วยเหลือกันได้เมื่อเจอกับปัญหา”จุนจื้อโหยวหยุดเดินก่อนจะหันมากล่าว
“ข้าทราบแล้ว ขอบคุณท่านเจ้านิหายที่เป็นห่วง”หลงจินเหอกล่าวพร้อมก้มหัวไปทิศทางที่ชุนจื้อโหยวจากไปก่อนจะรีบเข้าไปภายในบ้าน
หลังจากเข้ามาภายในบ้านหลงจินเหอก็ลงกลอนประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบตรงเข้าไปที่ห้องนอนทันที
“ไหนมาดูหน่อยสิ ว่าแท้จริงแล้วเจ้าคือสิ่งใดกันแน่”หลงจินเหอบ่นพึมพัม ก่อนจะหยิบก้อนหินทรงกลมสีดำที่ได้มาจากการประมูลออกมาจากแหวนมิติ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
หลงจินเหอพยายามเอาหูเข้าไปใกล้ ก่อนจะเคาะไปที่หินสีดำอย่างเบามือก็ไม่มีการตอบสนอง
“ไหนผู้อาวุโสหลินบอกว่ามันปลดปล่อยพลังลมปราณออกมาเบาบางมากไม่ใช่หรือไง ทำไมข้าถึงไม่สามารถรู้สึกได้เลย”หลงจินเหอพยายามนึกถึงเรื่องเมื่อตอนประมูล
เป็นไปได้หรือไม่ที่มันจะเป็นเรื่องหลอกลวง ทว่าขณะที่หลงจินเหอกำลังครุ่นคิดอยู่ ก็นึกอยากจะลองทำบางอย่างขึ้นมา
________________________________________________________________________