War of Ancient Emperor - ตอนที่ 23 พบพานเด็กสาวในป่า
“โถ่!ให้ตายสิ อย่าทำให้ข้าตกใจได้ไหม นึกว่าจะเป็นอะไรไปซะแล้ว”
หลงจินเหอพยายามที่จะเรียกเสี่ยวหงอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ เสียงตอบกลับ เมื่อก้มหน้าลงไปดูภายในเสื้อก็พบว่าเสี่ยวหงหลับไปแล้ว
“จะว่าไปเจ้าก็เป็นสัตว์อสูรที่แปลกเหมือนกันนะ เสี่ยวหง ข้าเคยอ่านเจอในตำรามามีแต่สัตว์อสูรระดับสูงเท่านั้น ถึงจะสามารถฟังภาษาของมนุษย์รู้เรื่อง”หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับใช้นิ้วเขี่ยเสี่ยวหงที่นอนหลับอยู่
“ดูเหมือนว่าสามเดือนหลังจากนี้ ข้าคงต้องวางแผนออกจากนิกายอีกครั้ง ถ้าหากยังคงอยู่แต่ที่นี่ภายในสามเดือนคงไม่มีอะไรคืบหน้าแน่”
หลงจินเหอหลับตาลงก่อนจะหลับไป
เช้าวันถัดมา
หลังจากที่ฝึกซ้อมเสร็จและชำระล้างร่างกายใหม่แล้ว หลงจินเหอก็เตรียมตัวที่จะออกจากนิกายทันที โดยไม่ลืมที่จะพกเอาเสี่ยวหงใส่ไว้ภายในเสื้อเช่นเดิม
“ผู้อาวุโส เมื่อท่านเจ้านิกายกลับมาแล้ว ขอรบกวนท่านเอาจดหมายนี้ ไปส่งให้ท่านเจ้านิกายที”
หลงจินเหอยื่นจดหมายให้กับผู้อาวุโสทั้งสองที่ทำหน้าที่เป็นยามอยู่ด้านหน้านิกาย
เนื่องจากหลงจินเหอได้ไปหาเจ้านิกายมาแล้ว แต่ปรากฏว่าเขาไม่อยู่
“สบายใจได้เด็กน้อย เดี๋ยวข้าจะไปส่งให้”
หนึ่งในผู้อาวุโสก็รับจดหมายมาก่อนจะพยักหน้า
เมื่อหลงจินเหอเดินทางออกจากนิกายมาแล้ว เขาก็ไม่ลืมที่จะเปลื่ยนเอาชุดศิษย์หลักนิกายออก ครั้งนี้หลงจินเหอก็เลือกที่จะขึ้นไปยังทิศเหนือเหมือนเดิม
แต่เป้าหมายที่จะไปในครั้งนี้ เป็นหุบเขาแห่งความตายหรืออีกชื่อคือหุบเขาอัสนี
ภายในสามเดือนหลังจากนี้ หลงจินเหอไม่ได้คิดที่จะบรรลุขั้นที่สอง’เคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่ายกาย’เพียงอย่างเดียว
แต่ยังเตรียมตัวที่จะฝึกทักษะ’ก้าวนัสนี’ไปด้วย ทักษะก้าวอัสนีคือทักษะที่หลงจินเหอคิดที่จะฝึกฝนตั้งแต่แรก แต่ก็ยังไม่มีโอกาส
ก่อนที่จะไปหุบเขาแห่งความตาย หลงจินเหอก็ต้องเลือกที่จะไปเมืองจันร์ทราก่อนเช่นเดิม
เพื่อที่จะซื้อเสบียงมากักเก็บเอาไว้ สำหรับหลายเดือน เนื่องจากต้องฝึนฝนอยู่ตลอดเวลา ถ้าต้องเดินทางกลับเข้าเมืองมาบ่อยครั้ง ต้องเสียเวลาในการฝึนฝนอย่างแน่นอน
เมื่อเดินทางผ่านหมู่บ้านของจิวลู่และจิวซวน หลงจินเหอจึงไปทักทายพวกเขาเล็กน้อยและดูการฝึกฝนของจิวซวนก่อนจะเดินทางต่อ
ตลอดการเดินทางของหลงจินเหอ ตั้งแต่ออกจากนิกายจนไปถึงเมืองจันทร์ทราก็ลำบากไม่ใช่น้อย เพราะว่าเสี่ยวหงไม่สามารถดูดกลืนพลังลมปราณของหลงจินเหอได้โดยตรง
ทุกครั้งที่หลงจินเหอใช้ทักษะลับของวิหคเพลิงสร้างปีกเพลิงขึ้นมา เสี่ยวหงก็จะตื่นขึ้นจากการนอนหลับ เพื่อมาดูดกลืนเปลวเพลิง จากปีกของหลงจินเหอ ก่อนจะกลับหลับไปเหมือนเดิม
สำหรับหลงจินเหอ การเดินทางด้วยปีกที่สภาพไม่เต็มร้อยค่อนข้างเสียเวลาอยู่พอสมควร
“เฮ้อ มาถึงช้ากว่าที่คิดไว้มาก ดูเหมือนว่าหลังจากนี้ จะต้องให้เสี่ยวหงกินให้อิ่มก่อนจะออกเดินทาง”
เมื่อมองเห็นเมืองจันทร์ทราแล้ว หลงจินเหอก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะรีบตรงไปยังโรงประมูลทันที
“ต้องการอะไรให้ข้าน้อยช่วยหรือไม่ขอรับ”
เมื่่อหลงจินเหอเข้ามาภายในก็ยังมีพนักงานคอยตอนรับอยู่เช่นเดิม
“ข้าต้องการพบผู้อาวุโสหลิน ไปบอกเขาว่าหลงจินเหอมาหา”หลงจินเหอกล่าว
พนักงานก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับเข้าไป
เวลาผ่านไปไม่นานก็มีคนเดินออกมารับหลงจินเหอ
“พี่สาวอวิ้นเอ๋อ เราพบกันอีกแล้ว”
หลงจินเหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ข้าก็เช่นกัน รีบตามข้ามา ท่านพ่อกำลังรออยู่”อวิ้นเอ๋อยิ้มให้หลงจินเหอก่อนจะเดินนำทาง
“สหายน้อยจินเหอ ข้าไม่คิดว่าเราจะกลับมาพบกันอีกครั้งรวดเร็วขนาดนี้”
เมื่อหลงจินเหอเข้ามาภายในห้องรับแขกก็ได้ยินเสียงผู้อาวุโสหลิน
“พอดีผู้เยาว์มีเรื่องเร่งด่วนนิดหน่อย เลยต้องรีบมาที่นี่”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับก้มหัวคารวะเล็กน้อย
“เชิญนั่งก่อน มาเข้าเรื่องกันเลย ครั้งนี้มีอะไรให้ข้าช่วย”
ผู้อาวุโสหลินผายมือเชิญให้หลงจินเหอนั่ง
หลังจากนั้นหลงจินเหอก็บอกเรื่องเสบียงพร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับหุบเขาแห่งความตาย
หลงจินเหอยังได้ซื้อข้อมูลข่าวสารใหม่อีกด้วย
“เป็นเช่นนี้เอง ดูเหมือนว่าสหายน้อยจินเหอต้องการจะเดินทางไปหุบเขาแห่งความตายสินะ”
ผู้อาวุโสหลินพอได้ฟังก็พยักหน้าเล็กน้อย
“ผู้อาวุโส! ผู้เยาว์เกือบลืม ยังมีอีกเรื่อง”
หลงจินเหอกล่าวต่อ
“ยังต้องการสิ่งใดอีก เชิญพูดมาได้เลย”
ผู้อาวุโสหลินกล่าว
“ผู้เยาว์ต้องการของบางสิ่ง ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสจะมีหรือไม่ เป็นสิ่งของบางอย่างหรือไม่ก็สมบัติก็ได้ที่สามารถเอาไว้ใช้เก็บสัตว์อสูรได้”หลงจินเหอคิดเรื่องนี้มาได้สักพักแล้วตั้งแต่ออกเดินทาง
หลงจินเหอเคยคิดจะลองให้เสี่ยวหงเข้าไปอยู่ภายในแหวนมิติแล้ว แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะภายในแหวนมิตินั้นไม่มีอากาศสำหรับหายใจ
มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะพกเสี่ยวหงเดินทางไปตลอด ถ้าหากเสี่ยวหงเติบโตขึ้นหลงจินเหอก็คงจะพกใส่เสื้อแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว ทั้งยังไม่สามารถทำให้ติดตามตลอดได้อีกด้วย ไม่งั้นอาจจะเด่นเกินไปและตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่น
“เอิ่มมม…ของแบบนั้น เมื่อก่อนก็เคยมีอยู่ แต่ข้าได้ขายมันไปตั้งนาน”ผู้อาวุโสหลินทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะกล่าว
“ถ้าต้องการจะเก็บสัตว์อสูร เหตุใดเจ้าถึงไม่ทำพันธสัญญากับมันล่ะ ถ้าหากเจ้าทำพันธสัญญากับมัน เจ้าก็สามารถเก็บมันไว้ที่กำไลมิติได้”ผู้อาวุโสหลินกล่าวต่อ
กำไลมิติจะสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อคนทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเท่านั้น กำไลมิติจะดูดพลังลมปราณของคนที่ทำพันธสัญญาไปเล็กน้อย
เพื่อไปสร้างเป็นมิติสำหรับเก็บสัตว์อสูรไว้ภายในกำไล
แต่สำหรับหลงจินเหอที่ไม่ได้ทำพันธสัญญากับเสี่ยวหง ไม่ใช่เพราะไม่อยาก เพียงแต่ว่าเสี่ยวหงอาจจะยังเพิ่งเกิด
หลงจินเหอคิดที่จะรอให้เสี่ยวหงเติบโตขึ้นมากกว่านี้ซะก่อน และหลงจินเหอก็ไม่ทราบว่าเสี่ยวหงต้องใช้เวลานานเท่าใด ถึงจะเติบโตจึงต้องการหาสมบัติเพื่อมาเก็บสัตว์อสูรไว้ก่อน
“ผู้เยาว์ยังไม่สามารถทำพันธสัญญากับมันได้ จึงจำเป็นต้องหาสมบัติสำหรับใช้เก็บ ถ้าผู้อาวุโสไม่มีก็ไม่เป็นไร เช่นนั้นผู้เยาว์คงต้องขอตัวก่อน”
หลงจินเหอลุกขึ้นยืนก้มคารวะเล็กน้อย เพื่อกล่าวลา
“สหายน้อยจินเหอ ยังไงเจ้าก็ต้องระวังตัวให้ดีละ หุบเขาแห่งความตายมันอันตรายมาก เจ้ายังเด็กอยู่อย่ารีบตายซะล่ะ”ผู้อาวุโสหลินยิ้มก่อนจะกล่าว
หลังจากที่หลงจินเหอออกจากเมืองจันทร์ทราแล้ว เขาก็มุ่งหน้าขึ้นเหนือทันที
“ท่านเจ้านิกาย ไหนท่านบอกว่ามันอยู่จากนิกายไม่ไกลมาก สำหรับท่านอาจจะไม่ไกลนะสิ”
หลงจินเหอใช้เวลาเดินทางกว่าสามวันแล้ว เมื่อได้สอบถามผู้คนตลอดการเดินทางเกี่ยวกับหุบเขาแห่งความตาย เขาก็ยังพบว่าตนเองยังเหลืออีกตั้งครึ่งทางกว่าจะไปถึง
เดินการทางที่ยาวไกล หลงจินเหอไม่ได้ใช้ปีกเพลิงตลอดการเดินทาง เนื่องจากไม่สามารถใช้ได้ติดต่อกันเป็นเวลานานได้และต้องเก็บพลังลมปราณเอาไว้ด้วย เผื่อจะเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดเข้า จึงจำเป็นต้องเดินทางด้วยปีกเพลิงสลับกับนั่งรถลากของสัตว์อสูรไปด้วย
ความเหนื่อยล้า ทำให้หลงจินเหอต้องพักหลับนอนอยู่ตามหุบเขาบ่อยครั้ง
“จะ-เจ้าคนที่นอนอยู่บนต้นไม้นั้น”
หลงจินเหอที่กำลังนั่งหลับอยู่บนต้นไม้ก็คล้ายกับได้ยินเสียงเรียกของเด็กสาว
แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะไม่คิดว่าตามหุบเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรอย่างนี้ จะมีเด็กสาวที่ไหนมาเดินเล่นกัน
“เจ้าคนที่นอนอยู่นั้นแหละตื่นขึ้นมาได้แล้ว !!”เสียงเด็กสาวก็ดังขึ้นมาอีกรอบ
“หื้ม….”หลงจินเหอลืมตาขึ้นมาก็ขมวดคิ้วทันที เนื่องจากข้างล่างต้นไม้มีเด็กสาวอยู่จริง
ฟุบ!
หลงจินเหอกระโดดลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเด็กสาว เด็กสาวคนนี้ตาน่าหน้ารักมาก มีแววตั้งแต่ยังเด็ก เรียกได้ว่าโตไปเป็นสาวงามแน่นอน
อายุของนางอาจจะเท่ากับหลงจินเหอ สิบสองปีี หรืออาจจะมากกว่าเขาหนึ่งปี
“มีอะไรให้ข้าช่วยงั้นหรือสาวน้อย”
หลงจินเหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
________________________________________________________________________________________________________