War of Ancient Emperor - ตอนที่ 24 มู่หลิง
หลงจินเหอมองสำรวจตัวของเด็กสาวเหมือนกับว่านางกำลังหนีอะไรมา ผมเผ้ารุ่งรังเสื้อผ้าของนางล้วนเต็มไปด้วยเศษดินและฝุ่น
“จะ-เจ้าเรียกใครว่าสาวน้อยกัน ข้าอายุมากกว่าเจ้าอีกนะ”
เมื่อได้ยินหลงจินเหอเรียกว่าสาวน้อย เด็กสาวก็ไม่พอใจเล็กน้อย
“อายุมากกว่าข้า? ดูจากภายนอกเราทั้งคู่ก็ไม่ค่อยต่างกันเลยนะ”
หลงจินเหอมองเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะกล่าว
“ท่านเป็นใครกัน! หุบเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร ไม่น่าจะมีสาวน้อยหลงเข้ามาได้”
จู่ๆท่าทีของหลงจินเหอก็พลันเปลื่ยนเป็นจริงจังทันที
“ทำไมต้องระแวงขนาดนั้น เจ้าคงคิดว่าข้าเป็นสัตว์อสูรมาหลอกหรือไง ข้าเป็นมนุษย์จริง ถ้ายังไม่เชื่อ เจ้าก็ลองตรวจสอบระดับพลังลมปราณของข้าสิ”
เด็กสาวที่เห็นท่าทีของหลงจินเหอเปลื่ยนไปก็รีบกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอก็ตรวจสอบดู ปรากฏว่านางเป็นมนุษย์จริงอย่างที่พูดมา
ระดับพลังลมปราณของนางอยู่เพียงปราณเริ่มต้นขั้นห้าเท่านั้น
“ต้องการให้ข้าช่วยอะไร? พลัดหลงกับพ่อแม่หรือครอบครัว? ต้องการให้ข้ากลับไปส่งงั้นหรอ?”
เมื่อรู้ว่านางไม่ใช่สัตว์อสูร หลงจินเหอก็ลดการป้องกันลงก่อนจะกล่าว
“ผิดแล้ว ข้าไม่ได้หลงกับครอบครัว ข้ามาคนเดียวต่างหาก”
เด็กสาวใช้มือเท้าสะเอวก่อนจะกล่าว
“แล้ว?ต้องการให้ข้าช่วยเรื่องอะไร? แต่ขอบอกไว้ก่อนเลย ข้าไม่ใช่คนของที่นี่”
หลงจินเหอรีบกล่าวขัดนางทันที
“คนจากที่อื่นงั้นหรอ เช่นนั้นก็ยิ่งดี ช่วยพาข้าไปจากที่แห่งนี้ทียิ่งไกลยิ่งดี”
เมื่อรู้ว่าหลงจินเหอไม่ใช่คนแถวนี้ เด็กสาวเผยสีหน้ามีความสุขทันที
“อย่าบอกนะว่า เจ้ากำลังจะหนีออกจากบ้าน?”
หลงจินเหอจ้องมองเด็กสาวด้วยสายตาแปลกทันที เพราะว่าท่าทางของนางมันกำลังบ่งบอกอย่างชัดเจน
“ปะ-เปล่า ขะ-ข้าไม่ได้หนีออกมาสักหน่อย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เด็กสาวจึงรีบหันหลบหน้าของหลงจินเหอ ก่อนจะรีบกล่าวทันที
“ถ้าไม่ได้หนีแล้วทำไมจะต้องพูดตะกุกตะกักเช่นนั้นละ มองหน้าข้าสิ มองไปที่ไหนกัน”
หลงจินเหอกล่าวด้วยท่าทางเคร่งขรึม
“สาวน้อย ข้าแนะนำให้กลับบ้านไปจะดีกว่า ด้วยระดับพลังลมปราณของเจ้าในตอนนี้ คงเอาตัวรอดในหุบเขานี้ไม่ได้หรอก”
หลงจินเหอกล่าวต่อ
“ข้าบอกแล้วอย่าเรียกว่าสาวน้อย ข้าไม่ชอบ”
เด็กสาวก็พองแก้ม ก่อนจะกระทืบเท้าใส่เท้าของหลงจินเหอ
“โอ๊ยย!เจ็บ! เท้าของเจ้าทำมาจากเหล็กหรือไงกัน”
น้ำตาของเด็กสาวแทบจะเล็ดออกมาด้วยความเจ็บปวด จึงใช้มือลูบเท้าและกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เฮ้อ!ก็ได้ ไม่ให้เรียกว่าสาวน้อยแล้ว ข้าควรจะเรียกว่าอย่างไร?”
หลงจินเหอยืนมองดูการกระทำทั้งหมดของเด็กสาวก็ถอนหายใจ
“ข้าชื่อ มู่ หลิง แต่คนส่วนมากจะเรียกข้าว่าคุณหนูหลิง เจ้าจะเรียกคุณหนูหลิงก็ได้นะข้าไม่ว่าหรอก”มู่หลิงเชิดหน้าก่อนจะกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เนื่องจากเป็นถึงคุณหนูคงจะต้องมาจากตระกูลใหญ่แน่นอน
ถ้าหากหลงจินเหอพานางหนีไปจริง ก็ไม่ต่างจากการลักพาตัว นี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าตระกูลนั้นเลย
“เอาล่ะ คุณหนูหลิง ท่านควรจะกลับไปตระกูลได้แล้ว ข้าชื่อ หลง จินเหอ แล้วก็ลาก่อน”
หลงจินเหอกล่าวจบก็รีบตีตัวออกห่างจากมู่หลิงทันที
ถ้าหากยังอยู่กับนางต่อไป แล้วตระกูลมู่มาพบเข้า ระดับปราณก่อตั้งอย่างหลงจินเหออาจจะไม่รอดอย่างแน่นอน จึงเลือกที่จะตีตัวออกจากปัญหา
“เจ้า-จินเหอ จะไปไหน เจ้ายังไม่ได้ตอบว่าจะช่วยข้าเลย”
มู่หลิงที่เห็นว่าหลงจินเหอกำลังจะเดินก็รีบกล่าว
“ข้าคงช่วยท่านไม่ได้หรอก ข้าว่าท่านควรจะไปหาคนอื่นจะดีกว่า”
หลงจินเหอส่ายหน้าเล็กน้อย
“ถ้าเจ้าไม่ช่วยข้าก็จะไม่ไปไหนจากตรงนี้”
มู่หลิงกล่าวพร้อมกับนั่งลงตรงนั้น
หลงจินเหอก็ไม่ได้สนใจ ก่อนจะรีบเดินออกไป เนื่องจากคิดว่าตัวพักผ่อนที่หุบเขานี้มานานแล้ว จึงได้เวลาที่จะเดินทางต่อ
หลังจากที่หลงจินเหอเดินจากไปแล้ว มู่หลิงก็ยังคงนั่งอยู่เดิมโดยไม่ขยับไปไหน โดยที่เวลาผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว ก็ยังไม่มีท่าทีว่านางจะลุกไปไหน ท้องฟ้าก็เริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ
บรู๊ววววว ~~~~
เสียงหอนของสัตว์ป่าทำให้มู่หลิงที่นั่งอยู่ก็ตกใจและลุกขึ้นยืนทันที เนื่องจากท้องฟ้าใกล้มืดเต็มที่แล้ว คงจะได้เวลาหากินของสัตว์ป่า
ก๊อบ ~~ แกล๊บ ~~
เสียงของบางสิ่งบางอย่างกำลังเดินเหยียบกิ่งไม้และกำลังตรงมาทางมู่หลิงเรื่อยๆ
“จินเหอ เป็นเจ้างั้นหรอ ออกมาได้แล้วอย่าทำให้ข้ากลัวสิ”
มู่หลิงตะโกนไปทางพุ่มไม้แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ
ภายในความมืดมิดในพุ่มไม้ก็มีดวงตาสีแดงฉานปรากฏขึ้นหนึ่งคู่และค่อยๆเดินออกมาอย่างช้าๆ
กรรร ~~
“แย่แล้ว! นั่นมันหมาป่าขนเหล็ก”
เมื่อรู้ว่าข้างหน้าของตัวเองไม่ใช่หลงจินเหอ มู่หลิงก็ค่อยๆเดินถอยหลังไปอย่างช้าๆ
ด้วยระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่ห้าของมู่หลิง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถเอาชนะหมาป่าขนเหล็กที่เป็นถึงสัตว์อสูรระดับปราณจิต
กรรร ~~
หมาป่าขนเหล็กอ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคม ก่อนจะพุ่งตรงเข้าไปหามู่หลิง หวังจะกัดทีเดียวให้นางตายทันที
“ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
เมื่อเห็นหมาป่าขนเหล็กพุ่งเข้ามา มู่หลิงก็ตะโกนอย่างสุดเสียง ก่อนจะใช้สองมือปิดตารอความตาย
ฟุบ —
ปัง!!!
ทว่าขณะที่หมาป่าขนเหล็กกำลังไปถึงตัวของมู่หลิง หลงจินเหอก็ปรากฏตัวขึ้นด้านบนหัวของมันก่อนจะซัดหมัดเต็มกำลัง จนหน้าของหมาป่าขนเหล็กจมดินนอนแน่นิ่ง ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย
แม้ว่าหลงจินเหอจะไม่ได้สนใจมู่หลิงและก็คิดจะไปจริง แต่เขาก็ต้องกลับมาอยู่ดี
เนื่องจากหุบเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร เพียงเด็กสาวคนเดียวจะทำอะไรได้?
หลงจินเหอเฝ้ามองมู่หลิงอยู่บนต้นไม้ตลอดโดยที่ไม่ให้นางรู้ตัวและคิดเพียงว่าผ่านไปสักพักนางก็คงจะกลับไปที่ตระกูล
แต่ก็คาดไม่ถึงว่านางจะนั่งรออยู่ โดยที่ไม่ไปไหนจริง
หลงจินเหอคิดว่านางคงมีเหตุผลที่ไม่อยากกลับไปที่ตระกูล
“จินเหอ เป็นเจ้าจริงด้วย”
เมื่อมู่หลิงลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองยังไม่ตาย หลงจินเหอก็ยังยืนอยู่ตรงหน้า นางจึงร้องไห้และรีบวิ่งเข้าไปกอดทันที
‘เอาแล้วไง จินเหอนะจินเหอ ถ้าหากหนีไปตั้งแต่แรกก็คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วแท้ๆ เหตุใดต้องกลับมาช่วยนางด้วย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าหากพานางหนีไป ปัญหาที่จะตามมาคืออะไร’
หลงจินเหอได้แต่บ่นนิสัยตัวเองภายในใจก่อนจะถอนหายใจ
“เอาล่ะ หยุดร้องได้แล้ว มาคุยกันสักหน่อยดีกว่า เจ้าจะต้องเล่าความจริงมาทั้งหมด ไม่งั้นข้าจะไปจริง”
หลงจินเหอก็พยายามแงะแขนของนางที่กำลังกอดตัวเองออก ก่อนจะเดินไปนั่งตรงท่อนไม้
เมื่อนางกลับมานั่งก็เริ่มเล่าความจริงทั้งหมด เรื่องทั้งหมดมันเกิดมาจากไม่กี่วันก่อน นางเดินผ่านห้องทำงานของพ่อตนเองและได้ยินว่าได้เตรียมคู่หมั้นไว้ให้แล้ว
โดยไม่ถามความเห็นของนางเลยไม่แต่น้อย โดยที่นางอยากจะใช้ชีวิตเล่นสนุกและออกไปผจญภัยในโลกภายนอก จึงได้ตัดสินใจหนีออกจากตระกูลมาเพราะยังไม่อยากรีบที่จะแต่งงาน ทั้งที่ตัวนางยังไม่มีประสบการณ์จากโลกภายนอกแม้แต่น้อย
“เฮ้อ!ทั้งชีวิตแทบจะไม่ได้ก้าวออกจากตระกูล ถูกเลี้ยงมาไว้เป็นเครื่องมือสำหรับเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล”
เมื่อได้ฟังทั้งหมดหลงจินเหอก็ถอนหายใจอีกครั้ง
“มู่หลิง ก่อนจะออกเดินทาง เจ้าควรจะชำระล้างร่างกายเปลื่ยนเสื้อผ้าใหม่ก่อนดีกว่าไหม”
เมื่อเห็นสภาพของนางในตอนนี้ หลงจินเหอก็กล่าวพร้อมกับส่งเสื้อผ้าของตัวเองให้ไปก่อน เนื่องจากนางไม่ได้เตรียมสิ่งใดออกมาเลย
“ต้องเรียกข้าว่าคุณหนูหลิง”
มู่หลิงรับเสื้อผ้าจากหลงจินเหอมาก็กล่าว
“อย่าได้ลืมสถาณะของตนเอง ถ้าคิดจะหนีออกจากตระกูลก็ห้ามเรียกตัวเองว่าคุณหนูอีก”
หลงจินเหอกล่าวเตือน
เมื่อได้ยินเช่นนี้มู่หลิงก็เงียบไป
หลังจากนั้นหลงจินเหอก็พาไปหาแม่น้ำสำหรับให้นางชำระล้างร่างกายใหม่ โดยที่ตนเองต้องไปยืนอยู่หลังหิน
“นี่ข้าจะกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปแล้วหรือไง จะว่าไปข้าก็ยังเด็กกว่านางด้วยซ้ำ”
หลงจินเหอนั่งอยู่หลังหินก็บ่มพึมพัมอยู่คนเดียว
________________________________________________________________________________________________________