War of Ancient Emperor - ตอนที่ 27 ดินแดนลึกลับ
หลังจากที่หลงจินเหอเริ่มปล่อยพลังลมปราณออกมา ตัวเลขที่ตรงกลางหน้าผากของหลงจินเหอก็ส่องแสงสว่างขึ้นมาทันที
พลังลมปราณของหลงจินเหอที่ปล่อยออกมามีความหนาแน่นอย่างมาก
เหมือนกับภูเขาไฟที่ปะทุขึ้นมา ตัวเลขตรงกลางหน้าผากของหลงจินเหอจึงเปลื่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หนึ่ง สอง สาม สี่ และก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง
“นี่มันคืออะไรกัน?….”
“เด็กคนนี้ร่างกายแปลกประหลาดมาก!?….”
“คิดไม่ถึงว่าดินแดนด้านล่าง จะซ่อนเด็กที่มีพรสวรรค์น่ากลัวแบบนี้”
“ในอนาคตข้างหน้า เมื่อเขาเติบโตขึ้นมาจะต้องเป็นคนที่มีชื่อเสียงในดินแดนด้านบนอย่างแน่นอน!”
“ดูเหมือนว่าอีกไม่นาน คลื่นลูกใหม่คงใกล้เข้ามาแล้ว”
คนชุดคลุมดำทั้งสี่ที่เห็นการเปลื่ยนแปลงของหลงจินเหอก็หันมาปรึกษากัน
“ระดับห้า…”
“ระดับหก !!”
“ระดับเจ็ด !!!!”
“นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?”
“เลขเจ็ด ระดับเจ็ดจริง!!”
“เจ้าหยิกหูข้าที ข้าต้องฝันไปแน่”
“โอ๊ยย!เจ็บ ข้าไม่ได้ฝันไป”
“เขาเป็นลูกหลานจากตระกูลใดกัน ทำไมข้าไม่เคยพบเจอมาก่อน”
เนื่องจากระดับของหลงจินเหอที่กำลังเปลื่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้กลุ่มของผู้คนทั้งหมดเกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที
“น้องชาย นี่เจ้าเป็นใครกันแน่?”
ชายร่างโตที่ยืนรอต่อคิวจากหลงจินเหอก็ตกใจจนอ้าปากค้าง
‘ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยนี่มันคืออะไรกันแน่?’
หลงจินเหอที่หลับตาอยู่และกำลังปล่อยพลังลมปราณ เขารู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังห่อหุ้มร่างกายเอาไว้
“ดูเร็วเข้า…”
“ไม่…นั่นไม่ใช่ระดับเจ็ด”
“ระดับของเด็กคนนั้นกำลังจะเปลื่ยนอีกแล้ว”
“ระ-ระดับแปด”
“สะ-สวรรค์ ระดับแปด เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน ข้าเคยเห็นระดับสูงสุดเพียงแค่ระดับห้าเท่านั้น”
ไม่ได้มีเพียงแค่เด็กรุ่นใหม่เท่านั้นที่รู้สึกตกใจและช็อค แม้แต่กลุ่มของผู้อาวุโสที่มีชีวิตอยู่มานานก็ตกใจไม่ต่างกัน
“ตำนาน! ระดับแปด”
“ระดับแปด คือขั้นสูงสุดของการทดสอบ”
“ดูเหมือนว่าการมาครั้งนี้ของพวกเราจะไม่สูญเปล่า”
“ไม่คาดคิดว่าจะจะมีโอกาสได้เห็นระดับแปดในตำนานอีกครั้ง!”
“ในที่สุดก็เจอคนที่มีคุณสมบัติที่จะสามารถรับสิ่งนั้น”
“หลังจากนี้พวกเราจะทำยังไงต่อ?จะพาหนุ่มน้อยคนนี้กลับไปด้วยหรือไม่?”
“ยังก่อน แม้ว่าเด็กคนนี้จะมีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งอย่างมาก แต่ระดับพลังลมปราณของเขาก็ยังคงต่ำเกินไป”
แม้ว่าคนชุดคลุมดำทั้งสี่จะสวมหน้ากากปิดหน้าตาเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความตื่นตกใจจากสายตาได้
หลังจากที่ระดับของหลงจินเหอมาถึงระดับแปดก็ไม่สามารถเพิ่มได้อีก แสงที่ส่องสว่างก็เริ่มมอดดับลงอย่างเชื่องช้า
พลังลมปราณสีทองของหลงจินเหอก็หายไปอย่างเชื่องช้า
“เกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อหลงจินเหอลืมตาขึ้นมาและหันหลังกลับไปก็พบว่าผู้คนทั้งหมด สีหน้าพวกเขาทั้งหมดเหมือนกับเห็นผี
ทุกคนต่างก็เงียบกันหมด ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
“ผู้อาวุโส? ข้าผ่านการทดสอบหรือไม่”
เพราะไม่มีกระจกเพื่อส่องดูเลยทำให้หลงจินเหอไม่รู้ว่า ตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าผากของตนเองคือระดับใด
“อะแฮ่ม! แน่นอนเจ้าผ่าน”
เสียงของหลงจินเหอทำให้ กลุ่มคนชุดคลุมดำได้สติกลับมา
“ผู้อาวุโส แล้วข้าจะถูกส่งไปที่ใดงั้นหรอ?”
หลงจินเหอกล่าวถามอีกครั้ง
“ข้าก็ไม่สามารถบอกได้ พวกข้ามีหน้าที่แค่เปิดห้ววมิติให้สำหรับผู้เข้าทดสอบเท่านั้น ส่วนเจ้าจะไปที่ใดล้วนขึ้นอยู่กับระดับของเจ้า”
หนึ่งในคนชุดคลุมดำกล่าว
“แล้วข้าได้ระดับที่เท่าไหร่งั้นหรอ?”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับใช้มือลูบบริเวณกลางหน้าผากของตน ความรู้สึกอบอุ่นยังไม่จางหายไป
คนชุดคลุมดำทั้งสี่ไม่ได้ตอบ แต่หนึ่งในนั้นหยิบกระจกออกมาก่อนจะยื่นให้หลงจินเหอ
“ระดับแปด!?”
เมื่อหลงจินเหอส่องดูในกระจก คิ้วคู่ก็ขมวดเข้าหากันทันที
เมื่อหันหลังกลับไปมองกลุ่มของผู้คนอีกครั้ง เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมพวกเขาถึงได้ทำหน้าเหมือนกับเห็นผีแบบนั้น
‘เป็นไปได้อย่างไรที่ข้าจะได้ระดับแปด ก้อนหินอักขระอาจจะมีปัญหาก็ได้’
หลงจินเหอคิดในใจ
“เด็กน้อย ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องไปแล้ว จำเอาไว้ให้ดี มีเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ภายในหนึ่งเดือนหลังจากนี้คือช่วงเวลาแห่งการบ่มเพาะพลังลมปราณของเจ้า จะก้าวหน้าได้ช้าหรือเร็วล้วนขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของเจ้า”
หนึ่่งในคนชุดคลุมดำกล่าวพร้อมกับจัดการเปิดมิติสำหรับหลงจินเหอ
“ขอบคุณมาก ผู้อาวุโส”
หลงจินเหอหันกลับมาก้มคารวะก่อนจะเดินเข้ามิติที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
“เดี๋ยวก่อนหนุ่มน้อย”
ทว่าขณะที่หลงจินเหอกำลังจะก้าวเดินก็ได้ถูกหนึ่งในคนชุดคลุมดำเรียก
เสียงที่เรียกเมื่อครู่ยังเป็นเสียงของผู้หญิง ฟังแล้วคล้ายกับผู้หญิงอายุไม่น่าจะเกินสามสิบปีด้วยซ้ำ ทำให้หลงจินเหอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“ผู้อาวุโสมีเรื่อง?…”
หลงจินเหอหันหลังกลับไปก่อนจะกล่าว
“เจ้าเรียกว่าอะไร…”
หญิงชุดคลุมดำกล่าว
“ชื่อของข้า หลง จินเหอ”
หลงจินเหอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ดี หลงจินเหอ รับนี่ไป”
หญิงชุดคลุมดำกล่าวพร้อมกับโยนบางสิ่งคล้ายกับป้ายสัญลักษณ์ให้หลงจินเหอ
“สิ่งนี่คือ?…”
หลงจินเหอจ้องมองดูป้ายในมือ
“ป้ายนั่นเป็นเพียงสิ่งไว้สำหรับระบุตำแหน่งเท่านั้น แต่มันใช้ไม่ได้กับดินแดนด้านล่างแห่งนี้ ข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถของเจ้า อีกไม่นานก็ต้องขึ้นมาดินแดนด้านบนอย่างแน่นอน เมื่อเจ้าขึ้นมาถึงดินแดนด้านบน พวกเราจะสามารถรับรู้ได้ทันที”
หญิงชุดคลุมดำกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นขอลา”
หลงจินเหอเก็บป้ายเข้าแหวนมิติพร้อมกับก้าวสู่มิติเบื้องหน้าทันที
แม้ว่าหลงจินเหอจะไม่รู้ว่าแท้จริงกลุ่มคนชุดคลุมดำต้องการอะไรจากตัวเขากันแน่ แต่ก็ยังคงสรุปไม่ได้ว่ามาดีหรือมาร้าย
“คนต่อไปเข้ามาได้”
หลังจากที่หลงจินเหอไปแล้ว กลุ่มคนชุดคลุมดำก็ยังคงทำหน้าที่ต่อ
–
–
–
–
กลับมาทางด้านของหลงจินเหอ หลังจากที่ถูกส่งตัวมาก็พบว่าตัวเองมาอยู่กลางป่า
“ความรู้สึกแบบนี้ เหมือนกับตอนที่เจอกับผู้อาวุโสภายในสุสานอมตะเลยแหะ”
หลงจินเหอบ่นพึมพัม
“อากาศที่นี่หนาแน่นอย่างมาก แถมยังเต็มไปด้วยพลังลมปราณมากมายอีก ไม่แปลกใจเลยทำไมผู้คนถึงเรียกกันว่าฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว”
เพียงแค่ใช้ฝ่ามือสัมผัสกับอากาศรอบข้าง หลงจินเหอยังสามารถรู้สึกได้
“ดูเหมือนว่าที่นี่ไม่ได้มีเพียงข้าแค่คนเดียวสินะ”
เมื่อหลงจินเหอมองไปรอบข้าง เขาก็พบว่ามีรอยเท้าของสัตว์อสูรเป็นจำนวนมาก
“เสี่ยวหง! เจ้าออกมาได้แล้ว ได้เวลาทำงานของเจ้าแล้ว”
หลงจินเหอจึงปลุกเสี่ยวหงที่กำลังนอนหลับอยู่ภายในเสื้อ
การเจริญเติบโตของเสี่ยวหงเรียกได้ว่ารวดเร็วมาก หลงจินเหอเจอเสี่ยวหงครั้งแรกตอนที่อยู่ในนิกายมังกรฟ้า ขนาดตัวของเสี่ยวหงยังเล็กกว่าฝ่ามือของหลงจินเหอเสียอีก
แต่ขนาดตอนนี้ผิดกับตอนแรกอย่างมาก
เสี่ยวหงในตอนนี้ ตัวใหญ่เท่าฝ่ามือของหลงจินเหอแล้วทั้งที่เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์
“เจ้าไปสำรวจรอบข้างจากด้านบน เพื่อหาสถานที่ปลอดภัยที่ไร้สัตว์อสูรอาศัยอยู่ ส่วนข้าจะสำรวจอยู่ด้านล่างเอง”
หลงจินเหอถือเสี่ยวหงขึ้นมาด้วยหนึ่งฝ่ามือก่อนจะกล่าว
กรี๊ชชชช ~
หลังจากได้ยินคำพูดของหลงจินเหอ เสี่ยวหงก็กู่ร้องก่อนจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
‘สงสัยจะต้องรีบหาที่พักอาศัยเป็นอันดับแรก ดูจากขนาดของรอยเท้าสัตว์อสูรต้องเป็นสัตว์ขนาดใหญ่แน่’
หลงจินเหอคิดในใจ
ฟุบ ~ ฟุบ ~
เจี๊ยก ~ เจี๊ยก ~
“บัดซบ! พูดยังไม่ทันขาดคำก็เจอจนได้ วานรสามหางงั้นรึ?”
เมื่อหลงจินเหอหันหลังกลับไป บนต้นไม้มีวานรที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดปกติถึงสองเท่าและมีสามหางใช้เกาะอยู่บนต้นไม้ วานรสามหางเป็นสัตว์อสูรระดับปราณจิต
ถ้าหากเจอกับสัตว์อสูรระดับปราณจิตปกติ คงไม่ยากสำหรับหลงจินเหอที่จะจัดการ แต่ไม่ใช่กับวานรสามหาง แม้ว่าระดับของมันจะเป็นปราณจิต แต่ทางด้านความเร็วของมันอาจจะเทียบเท่ากับสัตว์อสูรระดับปราณปฐพีเลยก็ว่าได้
“เจ้าลิงจ๋อ ดูเหมือนเจ้าอยากจะเจ็บตัวสินะ”
หลงจินเหอกล่าวอย่างสบายใจ ถึงแม้จะจัดการมันด้วยวิธีการธรรมดาไม่ได้ หลงจินเหอก็ยังมีวิธีสำรองเอาไว้อยู่
________________________________________________________________________________________________________