War of Ancient Emperor - ตอนที่ 29 มังกรทมิฬ
ช่วงเวลาได้เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลงจินเหออาศัยอยู่ภายในห้วงมิติของฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวกว่ายี่สิบหกวันแล้ว เหลืออีกเพียงไม่กี่วันหลงจินเหอก็จะต้องถูกส่งตัวกลับไปโลกภายนอก
ตั้งแต่หลงจินเหอเข้ามาอาศัยอยู่ภายในห้วงมิติแห่งนี้ แปดส่วนสิบคือการนั่งบ่มเพาะพลังเพียงอย่างเดียว อีกสองส่วน คือการไปฝึกฝนต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรอยู่บ่อยครั้ง
ระดับพลังลมปราณของหลงจินเหอก่อนจะเข้ามาภายในห้วงมิติแห่งนี้ ยังคงอยู่ระดับปราณก่อตั้งขั้นที่สี่
เวลาผ่านไปเพียงยี่สิบหกวันเท่านั้น
หลงจินเหอก็สามารถไปถึงระดับปราณก่อตั้งขั้นที่แปดแล้ว ถือว่าเป็นการบ่มเพาะพลัมที่รวดเร็วอย่างมาก
“ใกล้แล้ว อีกไม่นาน ข้าคงจะสามารถบรรลุขั้นที่สองของทักษะลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกายได้”
หลงจินเหอเริ่มตาขึ้นอย่างเชื่องช้าและลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย
หลังจากที่นั่งดูดซับพลังลมปราณอย่างไม่หยุดยั้งทุกวัน ทำให้หลงจินเหอรู้สึกว่าร่างกายของตนเองใกล้จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับแล้ว
“เสี่ยวหง ข้าว่าได้เวลาที่เราจะทำพันธสัญญากันได้แล้ว นี่ก็น่าจะครบหนึ่งเดือนแล้วตั้งแต่เจ้าเกิด”
หลงจินเหอสะกิดไปที่เสี่ยวหงที่นอนอยู่บริเวณด้านข้าง
“ดูขนาดตัวของเจ้าตอนนี้สิ คงพกเจ้าไว้ภายในเสื้อแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะ”
หลงจินเหอกล่าวต่อ
หลงจินเหอรู้สึกทึ่งกับการเจริญเติบโตของเสี่ยวหงอย่างมาก เพียงแค่เวลาหนึ่งเดือนก็มีขนาดตัวเทียบเท่ากับเด็กที่มีอายุหกถึงเจ็ ปีแล้ว
ถ้าหากการเจริญเติบโตของเสี่ยวหงยังคงรวดเร็วแบบนี้ต่อไป
หลงจินเหอคิดว่าอีกไม่นาน คงจะตัวใหญ่กว่าตัวของหลงจินเหอแน่
เมื่อเห็นเสี่ยวหงเริ่มลืมตาขึ้นมา หลงจินเหอก็ใช้ปากกัดไปที่ปลายนิ้ว ก่อนจะหยดเลือดลงไปที่บริเวณหน้าผากของเสี่ยวหง
เพียงชั่วครู่ พลันปรากฏอักขระไหลออกมาจากตัวของหลงจินเหอกับเสี่ยวหง
อักขระจากตัวของหลงจินเหอก็ไหลเข้าสู่ตัวของเสี่ยวหง ส่วนอักขระของเสี่ยวหงก็ไหลเข้าตัวของหลงจินเหอเช่นกัน
“ความรู้สึกนี่มัน!?”
หลงจินเหอหันไปมองเสี่ยวหงด้วยท่าทางประหลาดใจ เนื่องจากสามารถรับรู้ได้ถึงการคงอยู่ของเสี่ยวหงแล้ว แม้ว่าจะอยู่ไกลกันก็ตาม
หลังจากที่เสร็จสิ้นการทำพันธสัญญา หลงจินเหอก็เก็บเสี่ยวหงใส่ไว้ภายในกำไลมิติ
“เหลือเวลาอีกไม่กี่วันเท่านั้น วันนี้ข้าควรจะไปสำรวจให้ทั่วภายในมิติแห่งนี้จะดีกว่า บางทีอาจจะมีสมบัติซ่อนอยู่”
หลงจินเหอเดินออกมายืนอยู่หน้าปากถ้ำ ก่อนจะใช้ปีกเปลวเพลิงและเลือกที่จะเข้าไปภายในส่วนลึกของป่า
การจะเดินทางแต่ละครั้ง หลงจินเหอจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษทั้งทางพื้นดินและทางอากาศ ช่วงเวาที่ผ่านมาหลงจินเหอได้พบเจอกับสัตว์อสูรแข็งแกร่งมากมาย
ป่าแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงสัตว์อสูรระดับปราณจิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีระดับปราณปฐพีและระดับปราณนภาอีกด้วย
ซึ่งหลงจินเหอเคยพบเจออยู่หลายครั้ง
“ทำไมภูเขาลูกนั้นถึงแปลกกว่าลูกอื่น ไปสำรวจดูก่อนกลับหน่อยจะดีกว่า”
หลังจากที่หลงจินเหอเข้ามาส่วนลึกของป่า เขาก็สะดุดตาเข้ากับภูเขาเบื้องหน้า เนื่องจากมันใหญ่กว่าภูเขาลูกอื่นหลายเท่าและยังสูงจนไม่สามารถมองเห็นยอดเขาได้
“นี่มันคือถ้ำบ้าอะไร!”
เนื่องจากทางเข้าถ้ำมันใหญ่โตมโหฬารอย่างมาก เหมือนกับทางเข้าของคนยักษ์ ต่อให้ผู้คนนับหมื่นเข้าไปพร้อมกันก็ไม่มีปัญหา
“รู้สึกไม่ดีเอามากเลยแหะ จะไปต่อหรือกลับดีี”
หลงจินเหอยืนบ่นพึมพัมอยู่เบื้องหน้าของทางเข้าถ้ำยักษ์
“สงสัยจะต้องลองดู โอกาสมาที่นี่ มีเพียงครั้งเดียว”
หลงจินเหอตัดสินใจ ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาภายในถ้ำ
ภายด้านในของถ้ำกว้างและโล่งอย่างมากและเป็นถ้ำที่ค่อนข้างลึก
“แปลกมาก ทั้งที่ดูน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แต่ทำไมกลับไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตแม้แต่น้อย”
เมื่อหลงจินเหอเดินเข้ามาลึกยิ่งขึ้นก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น แต่ถ้ำแห่งนี้กับไม่มืดลงทั้งที่ยิ่งเข้ามาลึก เนื่องจากมีหินคริสตัลหรือแร่ต่างชนิดคอยให้แสงสว่างอยู่ตลอดทาง
จนในที่สุดหลงจินเหอก็เดินเข้ามาถึงภายในส่วนลึกสุดของถ้ำ แต่ก็ยังไม่พบวี่แววของสิ่งมีชีวิตเช่นเดิม
“ดูเหมือนว่าจะวิตกจนเกินไปสินะ นึกว่าจะเป็นสถานที่ที่น่ากลัวเสียอีก”
หลงจินเหอบ่มพึมพัม
“นั่นมัน!”
เมื่อหลงจินเหอพยายามมองสำรวจไปรอบด้านข้างของถ้ำก็พบกับสิ่งที่คิดไม่ถึงว่าจะพบเจอที่นี่
“ดอกบัวสวรรค์!?ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
ตาคู่ของหลงจินเหอก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที
ครั้งก่อนหลงจินเหอได้รับดอกบัวสวรรค์ คือมาจากผู้อาวุโสภายในสุสานอมตะ
ดอกบัวสวรรค์ถือเป็นสมบัติที่หาได้ยากมาก ต่อให้มีเงินมากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถซื้อมันได้
แต่หลงจินเหอก็คิดไม่ถึงว่าจะมีโอกาสได้เห็นมันอีกครั้ง
“มันอาจจะเป็นภาพลวงตา?”
หลงจินเหอจึงเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของดอกบัวสวรรค์
“ความรู้สึกและกลิ่นแบบนี้ ไม่ผิดแน่! มันเป็นของจริง อีกทั้งยังใหญ่กว่าอันที่ข้าได้รับมาเสียอีก คงจะถูกปลูกทิ้งเอาไว้นานมากแน่”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างมาก
หลงจินเหอไม่รอช้าแต่อย่างใด รีบนำกล่องไม้สีดำสำหรับเก็บรักษาสมุนไพรออกมา ก่อนจะเก็บดอกบัวสวรรค์มา
“โชคครั้งใหญ่ โชคครั้งใหญ่ โชคครั้งใหญ่”
หลังจากเก็บดอกบัวสวรรค์มาแล้ว หลงจินเหอจึงตัดสินใจที่จะออกจากถ้ำแห่งนี้ทันที ทั้งยังเดินบ่นพึมพัมอยู่คนเดียวไม่หยุด
คลืนนน ~~ คลืนนนน ~~~~
ทว่าขณะที่หลงจินเหอเดินจากไปได้เพียงสิบก้าว ฉับพลันถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับกำลังจะถล่มลงมา
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีกเนี่ย?”
หลงจินเหอที่กำลังอารมณ์ดีอยู่เมื่อสักครู่ เมื่อเห็นท่าไม่ดี เขาจึงรีบวิ่งไปหาที่เกาะด้านข้างถ้ำทันที
ใต้พื้นดินก็เกิดเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ และเป็นตำแหน่งเดียวกับที่หลงจินเหอดึงดอกบัวสวรรค์ออกมา
“ใครบังอาจมาขโมยสมบัติของข้า!!!”
เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุดและดูเก่าแก่พลันดังมาจากข้างใต้ดิน
กรงเล็บขนาดใหญ่มหึมาผุดแทรกขึ้นมาจากบริเวณพื้นดิน
บริเวณพืื้้นที่ของถ้ำทั้งหมดเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ราวกับว่ามันได้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง
แรงกดดัััััััันลึกลับแทรกตัวผ่านรอยแตก ก่อนจะปกคลุมทั่วถ้ำทั้งหมด
ร่างกายของหลงจินเหอแข็งทื่อเป็นหินทันที ใบหน้าขาดซีดไม่ต่างจากซากศพ ลมหายใจหอบหนักราวกับว่าถูกภูเขาทั้งลูกกดทับเอาไว้
ร่างเงาของเจ้าของเสียงปรากฏขึ้นมามีละน้อย ศีรษะขนาดยักษ์พร้อมกับเขาคู่สีเหลืองทอง
ร่างกายใหญ่มหึมาผุดขึ้นมาพร้อมกับความมืดมืิดที่ผกคลุมไปทั่วทั้งถ้ำ
หลงจินเหอได้แต่จ้องมองด้วยสายตาว่างเปล่า เพราะตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยพบเจอกับสิ่งมีชีวิตใหญ่โตเช่นนี้มาก่อน
ขนาดความยาวของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏขึ้นมา
ซึ่งไม่อาจคำนวนได้ด้วยตาเปล่า เพราะว่าเขาไม่อาจมองเห็นถึงปลายหางของมัน
เกล็ดสีดำทมิฬปกคลุมทั่วร่างกำลังเปล่งประกายแสงอย่างเงางาม ปีกหนึ่งคู่ด้านหลังกำลังแผ่ขยายอย่างสุดขีด
“มะ-มังกรทะ-ทมิฬ !!”
เมื่อเห็นสัตว์อสูรที่ปรากฏออกมาจากพื้นดิน ใต้เท้าของเขา หลงจินเหอจึงรู้สึกช็อคอย่างมาก
ตอนนี้เขาสามารถเข้าใจได้ทันที ว่าเหตุใดถึงไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตที่นี่
เพราะมันเป็นอาณาเขตของมังกรทมิฬ!
“กลิ่นอายนี่มัน! เผ่ามนุษย์!!”
มังกรทมิฬที่สูดหายใจเข้าไปเต็มปอดก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
โฮก!!!
มังกรทมิฬมองสภาพรอบข้างก่อนจะจ้องมองมาที่หลงจินเหอ ก่อนจะส่งเสียงคำรามใส่
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เสียงคำรามของมังกรทมิฬ
แต่ก็ทำให้หลงจินเหอไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะก้าวเดิน หน้าตาของหลงจินเหอตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับคนตาย ขาวซีดจนสามารถเห็นเส้นเลือด
แม้ว่าจะพยายามแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถขยับร่างกายได้แม้แต่น้อย แรงกดดันที่กดทับลงมา แทบจะทำให้หลงจินเหอสิ้นลมหายใจได้ทันที
หลงจินเหอคิดว่าระดับพลังของมังกรทมิฬตรงหน้า อย่างต่ำต้องเป็นระดับราชันปฐพีอย่างแน่นอน
ต่อให้ชุนจื้อโหยวมาอยู่ที่นี่ด้วย เขาก็คงไม่สามารถทำอะไรมังกรทมิฬตัวนี้ได้
“เจ้ามนุษย์ เจ้าเอาสมบัติของข้าไปไว้ที่ใด!!!”
มังกรทมิฬกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธพร้อมกับใช้กรงเล็บที่ใหญ่และทรงพลังกวาดไปเบื้องหน้า
เนื่องจากมังกรทมิฬไม่ทราบว่าหลงจินเหอเก็บดอกบัวสวรรค์ไปไว้ที่ไหน มันจึงไม่ลงมือกะให้ถึงตาย
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เพียงแค่ใช้กรงเล็บกวาดไปเบื้องหน้า กลับสร้างคลื่นพลังขนาดใหญ่
กระแทกเข้าใส่หลงจินเหออย่างจัง เนื่องจากแรงกดดันที่มหาศาลทำให้หลงจินเหอไม่ขยับตัวได้
อัก!!
หลงจินเหอปลิวไปอย่างรวดเร็วราวกับใบไม้แห้งที่อยู่ท่ามกลางพายุฝนอันบ้าคลั่ง
ร่างกายของเขาฝังเข้ากับผนังถ้ำอย่างแรง จนกระอักเลือดออกมาคำโต
‘บัดซบเอย! ขยับตัวไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ข้าจะต้องมาตายที่นี่อย่างงั้นหรอ?’
หลงจินเหอคิดในใจ เพราะรู้สึกว่าอวัยวะภายในร่างกายของตนเองเสียหายอย่างมาก
เขาคงจะสามารถประคองสติเอาไว้ได้อีกไม่นาน
________________________________________________________________________________________________________