War of Ancient Emperor - ตอนที่ 30 สังหารมังกรทมิฬ
“ต่อให้ขยับตัวได้ ข้าก็คงไม่สามารถหนีไปจากเงื้อมมือของมังกรทมิฬได้”
หลงจินเหอรู้สึกว่าสติของตนเองกำลังหายไปอย่างเชื่องช้า
‘เสี่ยวหงอย่าออกมา ถ้าหากว่าเจ้าออกมาละก็จะถูกเจ้ามังกรทมิฬฆ่าอย่างแน่นอน!’
หลงจินเหอสัมผัสได้ว่าเสี่ยวหงกำลังต่อต้านเพื่อที่จะหนีออกมาจากำไลมิติ
“เผ่ามนุษย์ชั้นต่ำ! อ่อนแอเกินไป!”
มังกรทมิฬกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูกพร้อมกับลอยตัวเข้ามาหาหลงจินเหออย่างไม่รีบร้อน เพราะว่าในสายตาของมันแล้ว มนุษย์นั้นไม่แตกต่างอะไรกับฝุ่นผง
เพียงลมหายเดียวก็สามารถปิดชีวิตได้อย่างง่ายดาย
ทุกครั้งที่มังกรทมิฬเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ขนาดตัวที่ใหญ่โตมโหฬารพร้อมกับแรงกดดันที่อยู่รอบตัว ส่งผลให้พื้นดินทั้งหมดสั่นสะเทือนทันที
“ข้าจะให้โอกาสพูดอีกครั้ง! บอกข้ามาเจ้าเอาสมบัติของข้าไปไว้ที่ใด!”
มังกรทมิฬจ้องมองหลงจินเหอและกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่เจาะไปถึงกระดูก
“ข้าต้องใช้เวลานานนับหลายหมื่นปี เฝ้ารอมันเติบโตขึ้นมาอย่างช้าๆ เพราะดอกบัวสวรรค์ จึงทำให้ระดับพลังของข้าก้าวข้ามมังกรทุกตนในรุ่นเดียวกัน ทราบใดที่ข้าสามารถดูดซับพลังจากดอกบัวสวรรค์ไปเรื่อยๆ ในอนาคตตำแหน่งจักรพรรดิมังกรก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป”
มังกรทมิฬกล่าวต่อพร้อมกับหวนระลึกถึงเรื่องราวในอดีตและความอัปยศที่เคยได้รับ
โฮก!!!
“ตอบข้ามา! สมบัติของข้าอยู่ที่ใด!!!”
มังกรทมิฬส่งเสียงคำรามใส่หลงจินเหออีกครั้งพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างมาก
สมบัติที่มันเฝ้าดูแลมาอย่างยาวนานกลับถูกมนุษย์ตัวเล็กหยิบไปเสียได้
‘พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าขอโทษ ข้าผิดสัญญากับพวกท่าน ข้าคงไม่มีโอกาสได้พบกับพวกท่านอีกแล้ว’
หลงจินเหอได้แต่คิดภายในใจ ซึ่งมันเต็มไปด้วยความรู้สึกโศกเศร้า หากรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
ต่อให้มีดอกบัวสวรรค์มาวางอยู่ตรงหน้าอีกสักร้อยอัน เขาก็จะไม่มีวันเข้ามาที่นี่อย่างแน่นอน
“ฝันไปเถอะ! ต่อให้ข้าตาย ข้าก็จะเอาดอกบัวสวรรค์ของเจ้าไปด้วย!”
หลงจินเหอขบกรามแน่น โลหิตสีแดงสดกำลังแทรกผ่านออกมาตามร่องฟันของเขา
“นี่เจ้า!! อ๊าก!!!!!”
แม้ว่าเสียงของหลงจินเหอจะเบาอย่างมาก แต่มังกรทมิฬย่อมสามารถได้ยินอย่างชัดเจน
“ชีวิตของข้า มาได้เพียงแค่นี้งั้นหรอ ทั้งที่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท้านั้น เส้นทางของการเป็นผู้ฝึกตนของข้า?”
หลงจินเหอบ่นพึมพัมออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะสิ้นสติไปในที่สุด
“ดี! ในเมื่อเจ้าไม่ยอมบอก งั้นข้าก็จะกลืนกินร่างกายของเจ้าแทน”มังกรทมิฬกล่าวอย่างเยือกเย็น
มังกรทมิฬเคลื่อนตัวมาหาเขา จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ตรงร่างของหลงจินเหอ มันยื่นกรงเล็บไปข้างหน้า เพื่อเกี่ยวร่างกายของหลงจินเหอขึ้นมา
ฉัวะ!! ฉัวะ!! ฉัวะ!!
ทว่าขณะที่กรงเล็บของมังกรทมิฬ กำลังจะไปถึงร่างของหลงจินเหอ พลันเกิดประกายแสงสว่างสีทองวูบไหวขึ้นมา ก่อนที่นิ้วมือของมังทมิฬจะปรากฏโลหิตพุ่งกระฉูดออกมาอย่างมาก
“อ๊ากก! เกิดอะไรขึ้น! นิ้วของข้า!”
มังกรทมิฬส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด
“หายไปไหนแล้ว! จะ-เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ!! ไสหัวออกมาซะ”
เมื่อมังกรทมิฬหันกลับไปมองก็พบว่าร่างกายของหลงจินเหอได้หายไปแล้ว
“ข้าจักรพรรดิอยู่ตรงนี้้! ตาของเจ้าบอด!?”
แม้ว่าร่างกายจะเป็นของหลงจินเหอ แต่น้ำเสียงกลับไม่ใช่ของหลงจินเหอ มันเป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง
อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความสงบนิ่งดุจกระแสน้ำลึก
‘ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!? ทำไมข้าถึงไม่รู้สึกตัว’
มังกรทมิฬรู้สึกช็อคอย่างมาก เมื่อหันไปมองทางต้นเสียง มันก็พบว่าหลงจินเหอกำลังยืนหลับตาอยู่ข้างปีกของมัน
ปัง!!!
ด้วยความตกใจและวิตกกังวล มังกรทมิฬจึงฟาดกรงเล็บจากแขนอีกข้างไปที่บริเวณปีกของมันอย่างรวดเร็ว
“เจ้ากำลังแสดงตลกให้ข้าจักรพรรดิดูอยู่งั้นหรอ!? ว่าที่จักรพรรดิมังกร?”
หลงจินเหอมาปรากฏตัวอีกครั้งด้านหน้าของมังกรทมิฬอีกครั้ง
“อ๊าก!!! เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ อย่าได้ใจนักนะ”
แม้มันจะรู้สึกว่ากำลังถูกยั่วยุอยู่ มังกรทมิฬจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที
พลังลมปราณทั่วร่าวกายของมันโคจรอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับคลื่นพลังลมปราณที่ระเบิดออกมา
“เพลิงโลกันตร์ผลาญทุกสรรพสิ่ง”
มังกรทมิฬสูดหายใจเต็มปอด ก่อนจะปลดปล่อยเปลวเพลิงสีดำทมิฬออกมากวาดไปทั่วทิศทางของถ้ำ กะว่าจะไม่ให้หลงจินเหอมีโอกาสหลบหนีหรือหลีกเลี่ยงไปได้
“เพลิงโลกันตร์? เจ้าต้องล้อข้าจักรพรรดิผู้นี้เล่นแน่นอน เพลิงนั่นยังทำให้ข้าหายหนาวยังไม่ได้เลยแม้แต่น้อย”
เมื่อเพลิงโลกันตร์ดับลง หลงจินเหอยังคงยืนอยู่ที่เดิม โดยใช้มือทั้งสองข้างกำลังไขว้ไว้ด้านหลัง
รอบตัวของหลงจินเหอมีพลังลมปราณสีทองห่อหุ้มเอาไว้
‘บ้าน่า! แม้แต่เพลิงโลกันตร์ก็…’
เมื่อมังกรทมิฬเห็นว่าหลงจินเหอไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย มันก็เริ่มรู้สึกถึงความกลัวและร่างกายสั่นเล็กน้อย
“จะ-เจ้าเป็นใครกันแน่ ด้วยระดับอันต่ำต้อยอย่างปราณก่อตั้ง! เป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถรับเพลิงโลกันตร์โดยไม่เป็นอะไร”
มังกรทมิฬจ้องมองเขาและกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
“มังกรชั้นต่ำอย่างเจ้า ไม่คู่ควรที่จะรู้หรอกว่าข้าจักรพรรดิเป็นใคร อีกเดี๋ยวเจ้าก็ต้องตาย”
เมื่อหลงจินเหอกล่าวจบ เปลืองตาของเขาสั่นเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นมาพร้อมกับปลดปล่อยพลังลมปราณออกมา
ดวงตาสีทองอันแสนคมกริบจึงปรากฏขึ้นมา เพียงแค่จ้องมองเข้าไปภายในดวงตาสีทองคู่นั้น ก็ราวกับว่ามีมีดอันแหลมคมนับล้าน กำลังกรีดตามร่างกายของมันอยู่ยังไงยังงั้น
พลังลมปราณสีทองอันมากมายที่ทะล้นทะลักออกมาจากร่างกายของหลงจินเหอ ไม่เพียงแค่กระจายออกมาทั่วบริเวณภูเขาที่มังกรทมิฬอาศัยอยู่เท่านั้น
แต่ยังกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ภายในห้วงมิติแห่งนี้ทันที
มือข้างหนึ่งของหลงจินเหอได้กลายเป็นสีทอง ก่อนจะเปลื่ยนแปลงเป็นกรงเล็บและมีเกล็ดสีทองปรากฏขึ้นตามแขน
ตูมมม!
อ๊ากกกก!!
มังกรทมิฬที่มีขนาดร่างกายอันใหญ่โตมโหฬาร เมื่อถูกแรงกดดันที่ตัวของหลงจินเหอปล่อยออกมา มันจึงถูกกดจนจมลงไปนอนที่พื้นดินอย่างง่ายดาย ก่อนจะส่งเสียงร้องอันสุดแสนทรมานออกมา
“ความรู้สึกนี้มัน!”
“ทั้งยังกลิ่นอายแบบนี้!?”
“เป็นไปไม่ได้ นี่ต้องเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!”
“อ๊ากกก!!! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้!!”
ราวกับว่ามังกรทมิฬจะรู้จักสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของมัน มันเริ่มกรีดร้องและเริ่มพูดจาไม่เป็นภาษา ราวกับว่ามันกำลังบ้า!
“ไม่คิดเลยว่าข้าจักรพรรดิ จะต้องมาลงมือกับมังกรชั้นต่ำอย่างเจ้า เป็นเพียงเลือดผสม มีความกล้าที่จะเป็นจักรพรรดิมังกร!”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับมาปรากฏตัวอยู่บนหน้าอกของมังกรทมิฬที่กำลังนอนแผ่อยู่
“ถ้าหากเจ้าอาศัยอยู่ข้างใต้ดินอยู่แต่แรก ข้าคิดว่าก็ยังคงสามารถมีชีวิตได้อีกนาน”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปที่ของเขากรงเล็บอันแหลมคม
“เนื่องจากว่าเจ้ากล้าที่จะทำร้ายเขา ซึ่งเป็นเจ้านายของข้าในเวลาเดียวกัน โทษของเจ้ามีเพียงตายอย่างเดียว”หลงจินเหอกล่าวต่อ
“ดูเหมือนจะหมดเวลาเล่นสนุกแล้ว ถ้าหากข้าจักรพรรดิยังคงเล่นต่อไป มีหวังร่างกายเจ้านายของข้าอาจจะบาดเจ็บมากกว่าเดิม”
หลงจินเหอเดินมาอยู่ตรงกลางบริเวณหัวใจของมังกรทมิฬและเตรียมตัวที่จะลงมือ
“ดะ-เดี๋ยวก่อน ทะ-ท่าน”
ดวงตาของมังกรทมิฬพลันเบอกกว้าง มันเร่งรีบกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
ฉึก!!
หลงจินเหอไม่ได้ฟังเสียงของมังกรทมิฬแม้แต่น้อย พร้อมกับใช้กรงเล็บสีทองแทงเข้าไปที่หัวใจของมังกรทมิฬโดยตรงทันที
“ทะ-ท่าน จะ-จักรพรรดิ….”มังกรทมิฬยังกล่าวไม่ทันจบก็สิ้นลมหายใจทันที
หลังจากที่มังกรทมิฬสิ้นลมหายใจ ร่างกายของมันก็เริ่มส่องแสงสว่าง ก่อนร่างกายจะแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อยและลอยหายไปบนท้องนภาอย่างเชื่องช้า
หลังจากที่สังหารมังกรทมิฬ หลงจินเหอจึงถอนหายใจออกมา
ก่อนที่จะใช้พลังบางส่วนรักษาร่างกายเอาไว้พร้อมกับหมดสติไป
ร่างกายของหลงจินเหอที่กำลังถูกห่อหุ้มไปด้วยเพลิงสีแดง แสงสีทองที่ห่อหุ้มร่างกายไว้ก่อนหน้านี้ก็ค่อยหายไปอย่างเชื่องช้า
เกล็ดสีทองที่ขึ้นมาตามแขนก็หายไป บริเวณข้อมือและกรงเล็บอันแหลมคนก็กลับมาเป็นร่างกายปกติ
เบื้องหน้าของเขาไม่มีมังกรทมิฬอีกต่อไป หลงเหลือเพียงคัมภีร์สีดำที่กำลังเปล่งประกายแสงอยู่
–
–
–
หลงจินเหอฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งอาการปวดอย่างรุนแรงก็พุ่งตรงสู่หัวสมองของเขาในทันที
“โอ๊ยย!เจ็บบ”เมื่อหลงจินเหอเริ่มรู้สึกตัว หลังจากที่ลองขยับตัวก็รู้สึกว่าไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย
“เกิดอะไรขึ้น! ข้าสมควรตายไปแล้วนิ มังกรทมิฬหายไปไหนแล้ว?”
หลงจินเหอที่นอนอยู่กับพื้น แม้ว่าจะไม่สามารถขยับตัวได้เลยก็ตาม แต่ก็ยังชะโงกหน้าขึ้นเพื่อมองไปรอบด้าน
“นี่มัน!!!”
เมื่อหลงจินเหอมองไปรอบข้าง เขาก็พบว่าตนเองยังคงอยู่ภายในถ้ำของมังกรทมิฬ
แต่ที่น่าตกใจคือสภาพของถ้ำตอนนี้ มันดูเละเทะอย่างมาก ยิ่งร่องรอยร่างกายของมังกรทมิฬที่เคยนอนจมไปกับพื้น นั่นก็ยิ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับหลงจินเหอไม่น้อย
หลงจินเหอนอนอยู่ตรงนั้นและรอการรักษา จนกระทั่งผ่านไปสิบสองชั่วยาม เขาจึงสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
ทักษะลับของวิหคเพลิงยังคงยอดเยี่ยมเช่นเดิม
“คิดไม่ถึงว่ามังกรทมิฬจะตายไปแล้ว เป็นฝีมือของใครกันที่ช่วยเหลือข้า?”
หลงจินเหอเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่ก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้
“สิ่งนั้นคือ!?.. ความรู้สึกช่างคุ้นเคย”
“เหมือนกับทักษะลับของวิหคเพลิงไม่มีผิด”
“คิดไม่ถึงว่าเจ้ามังกรทมิฬ จะกลืนกินทักษะเข้าไปด้วย”
หลงจินเหอได้แต่จ้องมองไปที่คัมภีร์สีดำทมิฬที่กำลังลอยอยู่ตรงหน้า
________________________________________________________________________________________________________