War of Ancient Emperor - ตอนที่ 35 แอบอ้างนิกาย
“อย่าเข้ามา! ข้าบอกว่าอย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฆ่านางนี่แน่”
ชายวัยกลางคนใช้มือล็อคคอของหญิงสาวเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“เชิญ! เจ้าฆ่านางได้ตามสบาย ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนางอยู่แล้ว”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับก้าวเดินไปอย่างไม่รีบร้อน
“เจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใดถึงต้องมาฆ่าพวกข้าด้วย!”
ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยท่าทางหวาดกลัว ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะรู้อยู่แก่ใจ ว่าข้าฆ่าพวกเจ้าไปเพื่ออะไร”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับก้าวเดินต่อ
“ไม่! เจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้ ข้าเป็นศิษย์ของนิกายมังกรฟ้า ถ้าหากเจ้าฆ่าข้าละก็ นิกายมังกรฟ้าต้องไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ มันคิดว่าหลงจินเหอจะไม่กล้าลงมือเด็ดขาด
เพราะว่าบริเวณแถวนี้ทั้งหมด ล้วนเป็นอาณาเขตของนิกายมังกรฟ้าทั้งหมด
“หื้ม!? เจ้าเป็นศิษย์นิกายมังกรฟ้า?
“หลงจินเหอแสร้งทำเป็นหยุดชะงักไป
“ใช่แล้ว! ข้าเนี่ยแหละคือศิษย์ของนิกายมังกรฟ้า”
ชายวัยกลางคนที่เห็นว่าหลงจินเหอหยุดชะงักไป มันจึงยิ่งมั่นใจและกล่าวต่อไป
“แล้ว? จะให้ข้าทำอย่างไรต่อ”
หลงจินเหอแสร้งทำท่าทางหวาดกลัวต่อนิกายมังกรฟ้า
“ถอยหลังกลับไปซะ”
ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยท่าทางผ่อนคลายลง มันคิดว่าหลงจินเหอหวาดกลัวนิกายมังกรฟ้าอย่างแน่นอน
เพราะดินแดนส่วนกลางไม่มีใครที่ไม่รู้จักนิกายมังกรฟ้า
หลงจินเหอได้เพียงแต่ทำตามที่ชายวัยกลางคนบอกมา เนื่องจากหญิงสาวยังคงถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ เขาจึงไม่สามารถลงมือได้
แม้ว่าตอนแรกจะขู่ไปแล้วว่าไม่ได้สนใจนาง
แต่ดูเหมือนว่าชายวัยกลางคนจะยังคงใช้นางเป็นตัวประกัน
“หันหลังกลับไปด้วย!”
ชายวัยกลางคนพลันกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง
“เข้าใจแล้ว”หลงจินเหอจึงหันหลังกลับ
ชายวัยกลางคนที่เห็นหลงจินเหอหันหลังกลับไปแล้ว มันก็เดินเข้าไปใกล้หลงจินเหอในระยะหนึ่ง
ก่อนจะรีบเอากระบี่ที่เป็นยุทธภัณฑ์ระดับต่ำ ออกมาแหวนมิติและปล่อยมือออกจากคอของหญิงสาว
มันทะยานพุ่งเข้าไปโจมตีหลงจินเหอจากด้านหลังทันทีทันใด และเป็นความเร็วสูงสุดของมัน
หลงจินเหอที่ยืนหันหลังอยู่จึงเผยรอยยิ้มออกทันที
เมื่อได้ยินเสียงก็สามารถรับรู้ได้ทันที ว่าชายวัยกลางคนเลือกที่จะโจมตีจากด้านหลัง
“ตายซะ!”
ชายวัยกลางคนส่งเสียงคำราม ก่อนจะใช้กระบี่ในมือแทงเข้าไปที่บริเวณคอของหลงจินเหออย่างรุนแรง
วื้ด!
ชายวัยกลางคนแทงเข้าไปอย่างจัง แต่นั่นเป็นเพียงภาพติดตาของหลงจินเหอเท่านั้น
โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าหลงจินเหอมาถึงด้านหลังของมันแล้ว
“บัดซบ! รวดเร็วนักนะ”
หลังจากที่แทงโดนเพียงภาพติดตา ชายวัยกลางคนก็กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะหันหลังกลับมา
เมื่อชายวัยกลางคนหันหลังกลับมาก็สายไปแล้วเพราะว่าความรู้สึกเย็นเยือกปกคลุมไปทั่วคอของมัน
มือของหลงจินเหอได้ล็อคเข้ามาที่คอของมันเรียบร้อยแล้ว
ตูม!
อัั่ั่ั่ก!!
หลงจินเหอจับล็อคไปที่คอของชายวัยกลางคนอย่างแน่น ก่อนจะเหวี่ยงทุ่มร่างกายของมันลงกับพื้นของห้องโถงอย่างแรง
“คิดว่าความเร็วอย่างเจ้าที่ยังไม่แม้แต่จะไปถึงระดับปราณปฐพี จะตามความเร็วก้าวอัสนีของข้าทันงั้นหรอ?”
หลงจินเหอกล่าวเย้ยหยัน เขาค่อยคลายมือออกจากคอของชายวัยกลางคน ก่อนจะใช้เท้ากดไปที่บริเวณหัวไหล่ของมัน
อ๊ากกก!
“พะ-พอ ย-หยุด ข้าเจ็บ! ข้าเป็นศิษย์ของนิกายมังกรฟ้านะ!!”
“ถ้าหากฆ่าข้า นิกายมังกรฟ้าต้องไม่ไปปล่อยเจ้าไปแน่!”
ชายวัยกลางคนกรีดร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าสมเพช
“ยิ่งเจ้าเป็นศิษย์ของนิกายมังกรฟ้า ข้ายิ่งต้องฆ่าเจ้าให้ได้เลย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอจึงฉีกยิ้มกว้างทันที
“มะ-หมาย คะ-ความว่าไง?”
ชายวัยกลางคนเบิกตากว้างกล่าวอย่างตะกุกตะกัก เมื่อครู่หูของมันต้องฟังผิดเพี้ยนไปแน่
“หมายความว่าอย่างงี้ไง”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับหยิบบางสิ่งออกมาจากแหวนมิติ
“สิ่งนี้มัน!!”
เมื่อชายวัยกลางคนได้เห็นสิ่งที่หลงจินเหอหยิบออกมาจากแหวนมิติ ดวงตาของมันแทบจะถลนออกมาจากเบ้าตา สีหน้าขาวซีดลงเหมือนกับไร้ชีวิตทันที
“ด้วยสมองน้อยของเจ้า ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะรู้เหตุผลแล้ว ว่าทำไมข้าถึงต้องฆ่าเจ้า”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับเก็บสิ่งที่หยิบออกมาเมื่อครู่กลับเข้าไป
สิ่งของที่หลงจินเหอหยิบออกมาจากแหวนมิติ เพื่อให้ชายวัยกลางคนดูเมื่อครู่
คือเหรียญตราสัญลักษณ์ศิษย์หลักของนิกายมังกรฟ้า
“ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว เจ้าโจรหลอกลวง”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับยกเท้าขึ้นสูง
“ดะ-เดี๋ยวก่อน ฟังขะ-ข้า”
ชายวัยกลางคนรีบกล่าวอย่าเร่งร้อน แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว
โผล๊ะ!!
หลงจินเหอไม่ได้ฟังคำพูดของชายวัยกลางคน ก่อนจะใช้เท้าเหยียบเข้าไปที่หัวของมันจนระเบิดเหมือนกับลูกแตงโมแตก
“จบสิ้นสักที โชคดีที่เจ้าไม่ใช่คนของนิกายมังกรฟ้าจริง ไม่งั้นข้าจะทรมานเจ้ายิ่งกว่านี้อีก”
หลงจินเหอบ่มพึมพัม ก่อนจะเดินไปหาหญิงสาวที่ถูกมัดเอาไว้อยู่
“พี่สาว ไม่จำเป็นต้องกลัว ข้ามาดี ทุกอย่างได้จบลงแล้ว”
เมื่อหลงจินเหอจับไปที่ตัวของนางก็รู้สึกว่านางคงจะกลัวอย่างมาก เพราะตัวสั่นไม่หยุดและยิ่งสั่นรุนแรงยิ่งกว่าเก่า
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ เดี๋ยวข้าจะพาไปส่ง”
หลังจากที่แก้เชือกให้นางเรียบร้อยแล้ว หลงจินเหอก็ต้องพานางกลับไปรวมกับกลุ่มคนอื่นที่เหลือ
คงต้องใช้เวลากว่านางจะหายช็อค หลงจินเหอจึงต้องแบกนางกลับไปแทน
“น้องชาย เจ้ากลับมาแล้ว”
กลุ่มคนในหมู่บ้านที่กำลังยืนรอกันอยู่ด้านนอก เมื่อเห็นหลงจินเหอแบกหญิงสาวกลับมา พวกเขาก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที
“แล้วคนพวกนั้น?”ชายร่างเล็กก็เดินมาถาม
“ถูกฆ่าตายหมดแล้ว”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับก้มมองสภาพร่างกายของตนเอง
คนในหมู่บ้านล้วนมองตาม มองสภาพอาภรณ์ที่อาบชุ่มไปด้วบโลหิตของหลงจินเหอ พวกเขาก็ยิ่งสั่นด้วยความหวาดกลัว
“เจ้าฆ่าพวกมันไปหมดแล้ว จากนี้เจ้าจะไม่มีปัญหากับนิกายมังกรฟ้างั้นหรอ?”
ชายร่างเล็กกล่าวด้วยท่าทางเป็นกังวล ทุกคนหมู่บ้านล้วนหวาดกลัวเบื้องมากกว่า
“พวกท่านคิดมากกันเกินไปแล้ว เจ้าคนพวกนั้นมันก็แค่เป็นพวกแอบอ้างเท่านั้น ไม่ใช่ศิษย์ของนิกายมังกรฟ้าจริง”
หลงจินเหอจึงอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ
“นี่พวกเรา โดนหลอกทั้งหมู่บ้านเลยงั้นหรอเนี่ย !!”
ผู้คนจากหมู่บ้านก็รู้สึกตกใจอย่างมาก
“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พวกท่านก็ควรจะกลับหมู่บ้านได้แล้ว”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับยื่นส่งหญิงสาวไปให้คนในหมู่บ้าน
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว
หลงจินเหอจึงรีบมุ่งหน้ากลับโรงเตี้ยมทันที ส่วนพวกคนจากหมู่บ้านก็ต้องใช้เวลาพักสักกว่าจะเดินทางกันกลับไปถึงหมู่บ้าน
“จินเหอ! เจ้าเป็นอะไรไหม? บาดเจ็บตรงไหน?”
มู่หลิงที่กำลังนั่งคอยอยู่ที่โรงเตี้ยม เมื่อเห็นหลงจินเหอตัวชุ่มไปด้วยโลหิตกลับมา นางกจึงรีบวิ่งเข้าไปถามทันที
“มู่หลิง เจ้ากังวลมากเกินไปแล้ว นี่ไม่ใช่เลือดของข้า ข้าไม่ได้บาดเจ็บสักหน่อย ไม่เชื่อหรือว่าจะให้ข้าแก้ผ้าให้ดู”
หลงจินเหอกล่าวหยอกล้อนางเล็กน้อย เพื่อทำให้นางไม่ต้องกังวล
ความห่วงใยของนางที่มีต่อหลงจินเหอ นั่นทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจไปด้วย
“เจ้าบ้า! จินเหอ! เจ้านี่มัน ลามก!”
เมื่ิอได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของมู่หลิงจึงแดงก่ำขึ้นมาทันที
“แล้ว? เรื่องเป็นมายังไง”
มู่หลิงถามต่อ หลงจินเหอจึงต้องนั่งเล่าให้นางฟังตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบโดยที่ไม่ได้ปิดบัง
“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ข้าขอตัวไปชำระล้างร่างกายก่อน เดี๋ยวเราจะต้องออกเดินทางกันต่อ”
หลังจากกล่าวจบ หลงจินเหอกจึงเดินตรงเข้าไปที่ห้องพักทันที
“แม้ว่าเขาจะดูหื่นกามไปบ้าง แต่ก็เป็นคนดีไม่ใช่น้อย”
มู่หลิงจ้องมองแผ่นหลังของหลงจินเหอพร้อมกับพึมพัมออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เจ้าจะไปที่ไหนต่อ?”
หลังจากทั้งสองออกจากโรงเตี้ยมมาแล้ว นางจึงหันไปถามหลงจินเหอต่อทันที
“ข้าได้ยินมาว่าถ้าหากเดินทางไปทิศตะวันออก จะพบกับเมืองใหญ่ เจ้าสนใจจะไปไหม?”
หลงจินเหอนึกขึ้นมาได้
“แน่นอน ข้าจะไปด้วย”มู่หลิงพยักหน้า
“ข้าคิดว่าเมืองใหญ่อาจจะมีสมบัติหรือสมุนไพรที่ดีขายอย่างแน่ เลยอยากจะลองไปดูเสียหน่อย”
หลงจินเหอกล่าวต่อด้วยท่าทางตื่นเต้น
“มู่หลิง เจ้าเอานี่ไปใส่ด้วย เผื่อเข้าเมืองใหญ่อาจจะมีคนรู้จักเจ้าก็ได้”
หลงจินเหอยื่นชุดคลุมยาวให้แก่มู่หลิง
“ทำไมข้าต้องมาใส่ชุดอะไรแบบนี้ด้วย ไม่สวยเอาซะเลย”
มู่หลิงเบะปากกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
“ใส่ไปเถอะน่า เพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน ถ้าหากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นมา บางทีข้าก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้นะ”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลังจากมู่หลิงสวมชุดคลุมเสร็จแล้ว หลงจินเหอจึงอุ้มนางขึ้นมานั่งบนเสี่ยงหงเหมือนเดิม
“นะ-นี่ ข้าต้องนั่งข้างหน้าอีกแล้วงั้นหรอ!”
เหตุการณ์เมื่อตอนแรกก็แวบขึ้นมาภายในหัว ทำให้มู่หลิงหน้าแดงทันที
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! มู่หลิง ข้าว่าเจ้าควรจะคุ้นชินได้แล้วนะ พวกเรายังต้องเดินทางกันอีกนาน”
เมื่อเห็นท่าทีของมู่หลิง หลงจินเหอจึงหัวเราะอย่างชอบใจออกมา
“ภายในหนึ่งเดือน ข้าจะต้องบรรลุขั้นที่สองของทักษะลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ได้”
หลงจินเหอบ่นพึมพัม ก่อนจะใช้มือตบหลังของเสี่ยวหงอย่างเบามือ
________________________________________________________________________________________________________