War of Ancient Emperor - ตอนที่ 36 ซานอวิ้น
หลังจากที่ทั้งสองคนออกจากหมู่บ้าน พวกเขาก็ใช้เวลาถึงสามวันกว่าจะไปถึงเมืองใหญ่
“ว้าว~ งดงามมาก”
เมื่อได้เห็นเมืองใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ดวงตาของมู่หลิงเปล่งประกายแสงขึ้นมาทันที
“จะว่าไป เจ้าอยู่แต่ภายในตระกูลนี่ คงไม่แปลกที่จะไม่เคยเห็น”
หลงจินเหอที่นั่งหลังอยู่ด้านหลังก็เปิดปาก
เมืองใหญ่ไม่ได้ใหญ่เพียงแค่ชื่อเรียกอย่างเดียว แต่ขนาดก็ยังใหญ่ตามชื่อ ต่อให้เอาเมืองตะวันกับเมืองจันทราทั้งสองเมืองมารวมกัน ยังใหญ่ไม่ถึงหนึ่งส่วนห้าของเมืองใหญ่เลยด้วยซ้ำ
“ไปกันเถอะ”
หลงจินเหอจับมือมู่หลิง ก่อนจะเดินเข้าไปภายในเมือง
“เจ้ากำลังจะไปที่ไหน?”
มู่หลิงหยุดเดิน ก่อนจะถาม
“ไปดูตรงนั้นกัน กลุ่มของผู้คนชุกชุมดี”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับเดินต่อ
ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลกันมาก แต่หลงจินเหอก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ว่ามันคือเวทีสำหรับประลอง แม้ว่าจะไม่รู้ว่ามันมีเอาไว้ทำอะไรก็ตาม
“พี่ชาย”
หลงจินเหอจึงสะกิดไปที่แขนของชายหนุ่มชุดเหลืองเบื้องหน้า
“มีอะไรให้ข้าช่วยงั้นหรอน้องชาย”
ชายหนุ่มชุดเหลืองหันกลับมามองหลงจินเหอ ก่อนจะถาม
“เหตุใดผู้คนถึงไปมุงอยู่บริเวณเวทีนั่นละ มีเรื่องอะไรกันงั้นหรอ”
หลงจินเหอกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย
“อ่อ เวทีนั่นเอาไว้สำหรับประลองฝีมือของเด็กรุ่นใหม่เท่านั้น ส่วนที่คนที่มามุงดู ล้วนมานิกายและขุมกำลังต่างๆ”
“เพื่อมาส่องหาเด็กที่มีพรสวรค์สำหรับดึงเข้านิกาย บางส่วนก็มาเพื่อพนันกัน”
ชายหนุ่มชุดเหลืองกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะต้องปิดบัง
“น้องชาย ดูเหมือนเจ้าจะสนใจการประลองเป็นพิเศษนะ สนใจจะลองสักหน่อยไหม?”
ชายหนุ่มชุดเหลืองสังเกตุเห็นว่าอายุของยังน้อย ซึ่งหลงจินเหอก็มองไปที่เวทีแทบจะตลอดเวลา
“ข้าไปลองได้งั้นหรอ?”
หลงจินเหอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“แน่นอน! ตราบใดที่อายุไม่เกินสามสิบปีก็สามารถขึ้นไปประลองได้เลย”
ชายหนุ่มชุดเหลืองกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แล้ว? ข้าต้องไปประลองกับใครงั้นหรอ?”
หลงจินเหอกล่าวถาม
“กับใครก็ได้ที่อายุไม่เกินสามสิบปี ถ้าหากเจ้าไม่มีคู่ ข้าสามารถเป็นคู่ให้กับเจ้าได้นะ”
ชายหนุ่มชุดเหลืองเผยรอยยิ้มเล็กน้อย
“มันจะไม่ดีมั้งถ้าจะประลองกับพี่ชาย”
หลงจินเหอเผยสีหน้าลังเลเล็กน้อย
“แค่การประลองเท่านั้น น้อยชาย เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก”
ชายหนุ่มชุดเหลืองกล่าวพลางตบที่ไหล่ของหลงจินเหออย่างเบามือ
“ตกลงเอาเช่นนั้นก็ได้”
หลงจินเหอจึงพยักหน้าตอบ
“มู่หลิง เจ้ารอตรงนี้ก่อน”
หลงจินเหอหันไปกล่าวกับมู่หลิง
“อื้ม..”
มู่หลิงพยักหน้าเล็กน้อย
หลังจากนั้นหลงจินเหอกับชายชุดเหลืองจึงเดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกัน นั่นทำให้พวกเขาทั้งสองดึงดูดสายตาของคนจำนวนมาก
“พวกเจ้าดูนั่นเร็ว!”
“เจ้า! ซานอวิ้น ขึ้นไปบนเวทีอีกแล้ว”
“ครั้งนี้เป็นเด็กงั้นหรอ นี่มันไม่มีคู่ต่อสู้คนอื่นแล้วหรือไงกัน?”
“นี่มันก็ไม่ต่างกับการรังแกเด็กไม่ใช่หรือไง?”
“เจ้าหนูนั่นใจกล้าไม่เบานี่ ถึงขั้นกล้าประลองกับซานอวิ้น”
เมื่อหลงจินเหอขึ้นมาบนเวที เขารู้สึกว่าชายหนุ่มชุดเหลืองตรงหน้าค่อนข้างมีชื่อเสียง เพราะเรียกกลุ่มของผู้คนให้หันมาสนใจได้มากเลยทีเดียว
“พร้อมเมื่อไหร่ก็เข้ามาได้ทุกเมื่อเลยน้อยชาย”
ชายหนุ่มชุดเหลืองจึงตั้งท่ารอรับการโจมตี ก่อนจะควักมือเรียกหลงจินเหอ
“ในเมื่อพี่ชายพูดมาขนาดนี้ ถ้างั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว ถ้าพลาดขึ้นมาก็อย่าโกรธเคืองแล้วกัน”
เมื่อกล่าวจบ หลงจินเหอเร่งโคจรพลังลมปราณภายในร่างกายให้พร้อมสำหรับต่อสู้ทันที
หลงจินเหอรู้สึกว่าความสามารถของชายหนุ่มชุดเหลืองเบื้องหน้าต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เนื่องจากสังเหตุจากการแสดงออกของกลุ่มผู้คนรอบข้าง
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! เข้ามาเลย!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายหนุ่มชุดเหลืองจึงหัวเราะออกมา
“รับมือ”
เมื่อสิ้นเสียง ร่างกายของหลงจินเหอก็พุ่งทะยานเข้าไปชายหนุ่มชุดเหลืองด้วยความเร็วสูงสุด
‘ระ-เร็วมาก!’
ชายหนุ่มชุดเหลืองรู้สึกทึ่งกับความเร็วของหลงจินเหอเป็นอย่างมาก ด้วยความตกใจ จนเกือบจะทำให้เขาลืมตั้งท่ารับการโจมตี
ปัง!
เสียงปะทะของทั้งคู่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณของเวทีประลอง และเริ่มดึงดูดกลุ่มคนให้มาดูมากขึ้นอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
ปัง!
ปัง!
ปัง! ปัง! ปัง!
เนื่องจากหลงจินเหอเป็นฝ่ายโจมตี จึงไม่คิดที่จะปล่อยโอกาสให้ชายหนุ่มชุดเหลืองได้พักหายใจแม้แต่วินาทีเดียว แต่ก็คิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มชุดเหลืองจะสามารถรับหมัดของหลงจินเหอเอาไว้ได้
‘แข็งแกร่งมากผู้ชายคนนี้ ขั้นต่ำต้องเป็นระดับปราณปฐพีอย่างแน่นอน’
หลงจินเหอกระโดดถอยหลังกลับมาตั้งหลัก
‘เจ้าเด็กนี่ ไม่ธรรมดาอยากที่คิดเอาไว้จริงด้วย คิดไม่ถึงว่า แค่ระดับปราณก่อตั้งจะมีพละกำลังมากมายเทียบเท่ากับระดับปราณปฐพีได้เลย’
ชายหนุ่มชุดเหลืองรู้สึกว่าแขนของตนเองกำลังชาด้าน
“เจ้าหนูนี่! ร้ายกาจมาก!”
“แปลกมาก คิดไม่ถึงว่าจะรวดเร็วขนาดสูสีกับซานอวิ้นได้”
“ไม่ได้มีเพียงแค่ความเร็วอย่างเดียว”
“ด้านพละกำลังก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าความเร็วเลยแม้แต่น้อย”
“ทุกหมัดที่ต่อยออกไปล้วนหนักแน่นและเต็มเปี่ยมพลังอย่างมาก”
กลุ่มของผู้คนที่เฝ้าสังเกตุดูการต่อสู้ของหลงจินเหอกับชายหนุ่มชุดเหลืองกันอยู่ข้างเวที ต่างก็วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ
“ฝีมือดีกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มากน้องชาย”
ชายหนุ่มชุดเหลืองยิ้มให้หลงจินเหอ
“พี่ชาย กล่าวชมเกินไปแล้ว ท่านก็แค่อ่อนข้อให้ข้ามากกว่า”
สิ่งที่หลงจินเหอได้กล่าวออกไป นั่นไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย
หลงจินเหอคิดว่าชายหนุ่มชุดเหลืองยังไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำ
ถ้าหากหลงจินเหอแสดงฝีมือจริง เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถเอาชนะชายหนุ่มชุดเหลืองเบื้องหน้าได้หรือไม่
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! งั้นหรอ ข้าคิดว่าน้องชายก็ยังไม่ได้แสดงฝีมือแท้จริงด้วยเช่นกัน
“เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“น้องชายเจ้าชื่อว่าอะไร เผื่อครั้งหน้าเราอาจจะมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ข้าซานอวิ้น”
ชายหนุ่มชุดเหลืองกล่าว
แต่หลงจินเหอก็ไม่ได้เลือกที่จะตอบกลับไปทันที เพราะว่ายังอยู่กลางเวทีประลองและมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก
เขาจึงเอากระดาษออกมา ก่อนจะเขียนชื่อและส่งไปทางซานอวิ้น
“ชื่อนี้ข้าได้ยินมาสักพักแล้ว ไม่คิดว่าจะมาเจอตัวจริง จะดูเด็กกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก”
หลังจากที่ได้อ่านข้อความภายในกระดาษแล้ว ซานอวิ้นจึงหัวเราะขึ้นมาอีกรอบ
“ขอบคุณมากพี่ชายซานอวิ้น สำหรับเป็นคู่มือให้ข้าได้วัดฝีมือ ข้ามีธุระอื่นต้องไปทำต่อ คงต้องขอตัวลาก่อน”
หลงจินเหอประสานมือไปทางซานอวิ้น ก่อนจะเดินลงเวที
“น่าเสียดายนัก ขอโชคดีน้องชาย หวังว่าเราจะได้พบกันอีก”
ซานอวิ้นกล่าวพร้อมกับเดินตามหลงจินเหอลงไปจากเวทีประลอง
“จินเหอ เจ้าเป็นยังไงบ้าง”
มู่หลิงก็รีบเดินมาถามทันที
“ไม่ ข้าไม่เป็นไร”
หลงจินเหอส่ายหน้าเล็กน้อย
“การประลองเมื่อครู่เป็นอย่างไรบ้าง?”
มู่หลิงถามด้วยความสงสัย
“ข้าว่าพี่ชายซานอวิ้นดูเป็นคนที่ลึกลับอย่างมากและเขาก็ยังคงซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้อีกด้วย”
“ข้าก็ไม่รู้ว่า ถ้าหากเขาแสดงฝีมือแท้จริงแล้วพลังลมปราณของเขาจะอยู่ที่ระดับใด”
“แต่ก็ถือว่าเป็นคนที่น่ากลัวมากคนหนึ่ง”
หลงจินเหอทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะกล่าวออกไป
“พวกเราไปที่อื่นกันต่อเถอะ”
หลงจินเหอลากมู่หลิงเข้าไปในเมืองต่อ
“ไม่มีที่ที่เจ้าอยากจะไปบ้างเลยหรือไงกัน?”
หลงจินเหอหันไปถามมู่หลิง
“ไม่ ข้าไม่มี แค่ได้ออกมาโลกภายนอก ข้าก็มีความสุขแล้ว”
มู่หลิงส่ายหน้าเล็กน้อย
“งั้นก็ไปกันต่อเลย ข้าต้องการไปร้านขายโอสถสักหน่อย ดูเหมือนว่าตั้งแต่ฝึกฝนมาข้าไม่มีเวลาไปซื้อเลย ยิ่งใกล้หมดเข้าทุกที”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ แม้ว่าเขาจะได้ทรัพสมบัติมาจากสุสานอมตะก็ตาม
แต่ทุกครั้งที่เขาเข้าสู่ร้านขายโอสถ นั่นทำให้กระเป๋าของเขาแทบจะละลาย มันเป็นความปวดที่ไม่อาจอธิบายได้!
ใช้เวลาเดินหลงอยู่ภายในเมืองอยู่นานกว่าครึ่งชั่วยาม กว่าหลงจินเหอจะหาตึกขายโอสถจนเจอ
“ท่านปู่ ท่านตื่นอยู่หรือไม่”
หลังจากเข้ามาภายในตึก หลงจินเหอก็เห็นเพียงชายชราที่นั่งหลับอยู่
“หื้ม! ต้องการอะไรงั้นหรอเด็กน้อย”
ชายชราลืมตาขึ้นมาก่อนจะเปิดปากกล่าว
“ข้าต้องการซื้อสมุนไพรกับโอสถจำนวนหนึ่่ง”
หลงจินเหอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ต้องการอะไรก็จดมา”
ชายชราก็ยื่นกระดาษมาให้หลงจินเหอด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ
________________________________________________________________________________________________________