War of Ancient Emperor - ตอนที่ 37 ระดับปราณก่อตั้งที่เก้า
เมื่อได้รับกระดาษมาจากชายชรา หลงจินเหอจึงจดทุกสิ่งทุกอย่างลงไป ไม่ว่าจะเป็น สมุนไพร โอสถรักษา ผลไม้สำหรับเพิ่มความแข็งแกร่ง
เนื่องจากเมืองตะวันกับเมืองจันทราเป็นเมืองที่ไม่ค่อยใหญ่มาก จึงไม่มีผลไม้เพิ่มพละกำลัง
แต่ไม่ใช่กับเมืองใหญ่แห่งนี้ที่เกือบจะมีทุกสิ่งที่ต้องการทราบใดที่มีเงินทองมากพอ
หลังจากที่เขียนสิ่งที่ต้องการลงไปจนเสร็จ หลงจินเหอก็ยื่นกระดาษคืนให้กลับชายชรา
“เด็กน้อย! เจ้าเอาทั้งหมดนี่เลยงั้นหรอ?”
ชายชราหันมาจ้องมองหลงจินเหอสลับกับกระดาษภายในมือ เพราะว่าสิ่งที่หลงจินเหอเขียนลงไปนั้นมีเยอะมาก
รวมแล้วก็มีสมุนไพรหลายร้อยชนิดกับโอสถระดับต่ำเป็นจำนวนมากและโอสถระดับกลางไม่กี่เม็ด
“ใช่แล้ว ท่านปู่ ข้าต้องการของทุกอย่างที่เขียนลงไป ถ้าเรื่องเงินละก็ไม่มีปัญหา”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับหยิบถุงเงินออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะวางไว้ตรงหน้าของชายชรา
“รอสักครู่เดี๋ยวข้าจะไปจัดเตรียมมาให้”
เมื่อกล่าวจบ ชายชราจึงลุกขึ้นยืนและก็เดินกลับเข้าไปด้านในของเก็บห้อง
เวลาผ่านไปนานกว่าธูปสองก้าน หลังจากที่จัดการเตรียมทุกอย่างจนเสร็จสิ้น ชายชราก็เดินกลับออกมาข้างนอก
“ของทุกอย่างอยู่ภายในแหวนมิตินี่หมดแล้ว”
ชายชราจึงยื่นแหวนมิติไปให้หลงจินเหอ
“ขอบคุณมาก ท่านปู่”
หลงจินเหอรับแหวนจากชายชรามา ก่อนจะส่งถุงเงินให้กับเขาทันที
“มู่หลิง รับนี่ไป”
หลังจากออกมาด้านนอกตึก หลงจินเหอหยิบผลไม้สีเขียวออกมาจากแหวนมิติที่เพิ่งได้รับมาเมื่อครู่ ก่อนจะส่งให้มู่หลิง
“นี่คือ ผลไม้?”
มู่หลิงจ้องมองผลไม้สีเขียวในมือ
“เจ้าลองกินดูสิ เดี๋ยวจะรู้เองว่ามันคือสิ่งใด..”
หลงจินเหอยิ้มให้แก่นางเล็กน้อย
“ข้ารู้สึกเหมือนกับมีพละกำลังมากขึ้น?”
หลังจากที่ลองกินผลไม้สีเขียว มู่หลิงก็รู้สึกว่าผลไม้ที่กินเข้าไปเมื่อครู่ มันกำลังหลอมรวมและกำลังเพิ่มพละกำลังให้กับร่างกาย
“ใช่แล้ว ผลไม้เมื่อครู่ มีคุณสมบัติสามารถเพิ่มพูนพละกำลังให้กับร่างกายได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มากก็ตาม”
“หลังจากที่กินเข้าไปแล้วผลของมันก็ยังคงอยู่ตลอดไป ไม่มีวันหายจนกว่าเจ้าจะตาย”
“ตราบใดที่เจ้าพยายามฝึกฝนและกินผลไม้เพิ่มพูนพละกำลังอยู่ตลอด ข้าคิดว่าเจ้าก็สามารถที่จะแข็งแกร่งขึ้นได้..”
หลงจินเหอเผยท่าทางจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง
“ตะ-แต่ว่าข้าเคยอ่านเจอมา ผลไม้เพิ่มพูนพละกำลัง มันค่อนข้างหายากและแพงมากไม่ใช่หรือไง เจ้าเอามาให้ข้ามันจะเสียของเปล่า”
มู่หลิงส่ายหน้าเล็กน้อย
เป็นจริงอย่างที่มูหลิงพูดมา ผลไม้เพิ่มพูนพละกำลังหาได้ยากและแพงมากจริง สมบัติและเงินทองที่หลงจินเหอได้รับมาจากสุสานอมตะก็ใกล้หมดเข้าที หลงจินเหอจึงต้องหาวิธีที่จะได้รับผลไม้เพิ่มพูนพละกำลังโดยไม่เสียเงินให้ได้
“เจ้าไม่ควรจะดูถูกตนเองจนเกินไปนะ ขอเพียงแค่มีความพยายาม ข้าคิดว่าผลไม้ที่ข้าให้ไปต้องไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน”
หลงจินเหอยิ้มให้แก่นางอีกครั้ง
ผลไม้เพิ่มพูนพละกำลังสำหรับคนอื่นอาจจะเป็นสิ่งที่เพิ่มพละกำลังได้ทีละน้อยและเสียเงินไปมากโดยไร้โยชน์ ผู้คนส่วนมากจึงไม่ค่อยเลือกที่จะใช้ผลไม้เพิ่มพูนพละกำลังกัน
แต่สำหรับหลงจินเหอนั้นกับไม่ใช่ ผลไม้เพิ่มพูนพละกำลังเป็นสิ่งที่ดีต่อหลงจินเหออย่างมาก เพราะว่าหลงจินเหอได้ฝึกทักษะลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย ทำให้พละกำลังเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่า ยิ่งได้รับผลไม้เพิ่มพูนพละกำลังมาอีกพละกำลังก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
“จริงสิ ข้าเกือบลืม มู่หลิงเจ้ารออยู่หน้าตึกตรงนี้ไปก่อน อย่าไปไหนเด็ดขาด ข้ามีธุระในตึกขายโอสถ เดี๋ยวจะรีบกลับมา”
เมื่อกล่าวจบ หลงจินเหอก็รีบวิ่งเข้าไปภายในตึกอีกครั้งทันที
“มีเรื่องอะไรให้ข้าช่วยอีกเด็กน้อย”
ชายชราที่เห็นหลงจินเหอรีบวิ่งเข้าอีกรอบ เขาจึงเปิดปากถามทันที
“ท่านปู่ ท่านเป็นนักปรุงโอสถใช่หรือไม่?”
หลงจินเหอถามกลับ
“แน่นอน! ข้านี่แหละคือนักปรุงโอสถ”
ชายชราพยักหน้าเล็กน้อย
“ท่านปู่ ข้ามีเรื่องให้ช่วย ไม่ทราบว่าท่านจะช่วยข้าได้หรือไม่”
หลงจินเหอกล่าวต่อทันที
“จะให้ข้าช่วยอะไรก็รีบพูดมา ถ้าหากข้าสามารถช่วยเจ้าได้ ข้าก็ยินดีที่จะช่วย”
ชายชราใช้มือลูบเคราด้วยท่าทางสงางาม
“ข้าต้องการให้ท่านช่วยปรุงโอสถให้หน่อย ด้วยสิ่งนี้”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับหยิบของบางสิ่งออกมาจากแหวนมิติ
“สิ่งนี้มัน! หญ้าโลหิตเพลิง เด็กน้อย เจ้าไปได้มันมาจากที่ใด?”
เมื่อได้เห็นหญ้าโลหิตเพลิง ชายชราก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ก่อนจะมองหลงจินเหอสลับกับหญ้าโลหิตในมือ
“เรื่องมันยาวหน่ะท่านปู่ เอาเป็นว่าท่านสามารถสร้างโอสถให้กลับข้าได้หรือไม่ เพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นที่ข้าจะต้องใช้”
หลงจินเหอประสานมือไปทางชายชราด้วยท่าทีขอร้อง
“ได้! ก็ได้! แต่ข้าก็ไม่มั่นใจหรอกนะว่าจะปรุงมันสำเร็จหรือไม่”
ชายชราถอยหายใจเล็กน้อย เพราะว่าประสบการณ์เกี่ยวการปรุงโอสถ โดยใช้หญ้าโลหิตเพลิงมีน้อยมาก
“ท่านมั่นใจแค่ไหน?”
หลงจินเหอถามอีกครั้ง
“หญ้าโลหิตเพลิงเป็นสมุนไพรหายากมาก ข้าก็ไม่เคยทำมันมาก่อน แค่เคยศึกษาเกี่ยวกับมันมาบ้าง โอกาสทำสำเร็จ ข้ามั่นใจแค่ห้าส่วนเท่านั้น ได้ยินแบบนี้แล้ว เจ้ายังอยากจะให้ข้าทำมันอีกไหม?”
ชายชรากล่าวพร้อมจ้องมองเด็กน้อยตรงหน้า
“เช่นนั้นข้าต้องรบกวนท่านปู่แล้ว ข้าเชื่อว่าท่านปู่ทำมันได้”
หลงจินเหอพยักหน้า
“งั้นข้าคงต้องขอตัวไปเตรียมก่อน เวลาในการทำนานมากหลายชั่วยาม”
เนื่องจากการจะสร้างโอสถในแต่ละครั้ง จะใช้เวลานานอย่างมาก หลงจินเหอจึงต้องออกไปพามู่หลิงกลับเข้ามาด้านในก่อน
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดชายชราก็เดินกลับออกมาอีกครั้ง
สภาพดูแย่มากชุดทั้งล้วนเปียกไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“เป็นอย่างไรบ้างท่านปู่”
หลงจินเหอก็รีบเดินเข้าไปถามทันที
“ดูเหมืิอนโชคจะยังอยู่ข้างข้า ดีที่มันไม่ล้มเหลว”
ชายชรากล่าวพร้อมกับนำกล่องไม้ออกมา ก่อนจะส่งให้หลงจินเหอ
“ขอบคุณมากท่านปู่ ข้าจะต้องตอบแทนท่านอย่างไร”
หลังจากได้รับกล่องไม้ หลงจินเหอรีบกล่าวทันที
“ไม่! ไม่จำเป็นต้องตอบแทนหรอก นี่ถือว่าเป็นโอกาสของข้าเช่นกัน ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้สร้างโอสถจากหญ้าโลหิตเพลิง”
ชายชราส่ายหน้าเล็กน้อย
“ท่านปู่ เช่นนั้นข้าขอตัวลา มู่หลิง ไปกันเถอะ”
หลงจินเหอประสานมือคารวะ ก่อนจะหันไปกล่าวกับมู่หลิง
หลังจากที่ทั้งสองคนกลับมาถึงที่พัก
หลงจินเหอจึงรีบเข้าไปที่ห้องของตนเอง ก่อนจะล็อคประตูทันที
“นี่นะหรือคือโอสถที่ทำมาจากหญ้าโลหิตเพลิง?”
หลงจินเหอรีบหยิบกล่องไม้ออกมาจากแหวนมิติ เมื่อเปิดดูก็พบกับโอสถสีแดงสดใสเหมือนกับก้อนเลือดขนาดเล็กหนึ่งเม็ด
หลงจินเหอไม่รอช้า เขาอ้าปากรีบกลืนโอสถสีแดงลงไปและนั่งลงก่อนจะหลับตา
ผ่านไปเพียงสามสิบลมหายใจ โอสถก็เริ่มแสดงผล รอบตัวของหลงจินเหอก็มีออร่าสีเลือด ปรากฏขึ้นก่อนห่อหุ้มร่างกายจนทั่ว
หลงจินเหอรู้สึกว่าออร่าสีเลือดรอบตัวกำลังทำการชำระล้างเส้นลมปราณใหม่ จากครั้งก่อนทุกครั้งที่หลงจินเหอเร่งโคจรพลังลมปราณภายในร่างกาย เขาก็จะรู้สึกติดขัดและทำได้ยากอย่างมาก
หลังจากที่ได้กลืนโอสถจากหญ้าโลหิตเพลิงลงไปแล้ว เขากลับรู้สึกแตกต่างกันออกไป
หลงจินเหอสัมผัสได้ว่าพลังลมปราณภายในร่างกายเดินได้สะดวกยิ่งขึ้นและไม่ติดขัดเหมือนกับเมื่อก่อน
โอสถยังคงแสดงผลนานถึงหนึ่งชัั่วยาม ก่อนออร่าสีเลือดรอบตัวของหลงจินเหอจะค่อยหายไปจนหมด
ปัง!
ทว่าเขณะที่ผลของโอสถหายไปจนหมด พลันมีเสียงคล้ายกับบางอย่างระเบิดดังมาจากภายในร่างกายของหลงจินเหอ
“ดูเหมือนว่าคุณสมบัติของมันจะไม่ได้ช่วยให้พลังลมปราณภายในร่างกายเดินสะดวกขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”
“แต่ยังสามารถทำให้พลังลมปราณของข้าเลื่อนขั้นอีกด้วย”
หลงจินเหอสัมผัสได้ว่าออร่าของพลังลมปราณตนเองเปลื่ยนไปอีกแล้ว
เขาไม่ใช่ระดับปราณก่อตั้งขั้นที่แปด แต่เป็นปราณก่อตั้งขั้นที่เก้า
“นี่ก็ค่ำแล้ว มู่หลิงก็น่าจะหลับไปแล้ว”
หลงจินเหอลืมตาขึ้นมา เมื่อหันไปมองด้านนอกตะวันก็หายลับฟ้าไปแล้ว
หลงจินเหอยังไม่ได้คิดที่จะนอน แต่เลือกที่จะออกไปด้านนอกต่อ
________________________________________________________________________________________________________