War of Ancient Emperor - ตอนที่ 38 อาละวาด
ในเมืองใหญ่ ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“นี่เจ้า มีข่าวใหม่มาอีกแล้ว”
“ข่าวอะไรงั้นหรอ?”
“ข้าได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วัน แท่นเสาสวรรค์กำลังจะเปิด”
“อะไรนะ?แท่นเสาสวรรค์!”
“เจ้าได้ยินมาไม่ผิดแน่นะ?”
“ข้ากล้าเอาหัวเป็นประกันได้เลย อีกทั้งข่าวลือนี้อีกไม่นานก็คงกระจายไปทั่วเมืองใหญ่”
“ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าพูดมาจริง ดี! เช่นนั้นเดี๋ยวพวกเราจะลองไปกัน”
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! อย่างพวกเจ้าอย่าหวังว่าจะได้เหยียบขึ้นไปบนแท่นเสาสวรรค์เลย”
ชายสองคนวัยประมาณสามสิบปีกำลังนั่งคุยกันอยู่ เสียงหัวเราะของชายร่างโตพลันดังขึ้นมาจากด้านหลัง ก่อนที่เขาจะเดินไปร่วมโต๊ะด้วย
“ศิษย์พี่ ที่ท่านพูดมาเมื่อครู่ หมายความว่าไง?”
ชายสองคนจึงหันไปถามชายร่างโตพร้อมกัน
“ก็อย่างที่พวกเจ้าได้ยินไปนั่นแหละ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะเหยียบแท่นเสาสวรรค์อีกต่อไปแล้ว แม้แต่ข้าก็ด้วย”
ชายร่างโตยกเหล้าขึ้นมาดื่ม
“เพราะอะไร?”
ศิษย์น้องทั้งสองคนก็แสดงสีหน้าสับสน
“เพราะว่าคนที่มีอายุเกินสามสิบปี ไม่สามารถเหยียบขึ้นไปบนแท่นเสาสวรรค์ได้นะสิ”
ชายร่างโตวางแก้วเหล้า ก่อนจะกล่าวต่อ
“อะไรกัน! เรื่องแบบนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ศิษย์น้องทั้งสองคนก็เผยสีหน้าหดหู่ลงทันที
“เฮ้อ! ถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะสามารถเหยียบแท่นเสาสวรรค์ได้ แต่พวกเจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับน้ำทิพย์สวรรค์หรอก”
ชายร่างโตถอยหายใจ
“ศิษย์พี่ ทำไมพวกเราถึงไม่มีคุณสมบัติล่ะ?”
ศิษย์น้องทั้งสองคนก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่
“น้ำทิพย์สวรรค์ มันมีค่ามากนะสิ ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเจ้าที่อยากได้”
“ข้าคิดว่าแม้แต่พวกเด็กรุ่นใหม่จากตระกูลใหญ่หรือนิกายใหญ่อาจจะมาร่วมวงด้วย”
“ทันทีที่แท่นเสาสวรรค์เปิดออก ก็เหมือนกับเป็นสัญญาณของการแข่งขันของเหล่าเด็กรุ่นใหม่ยังไงละ”ชายร่างโตอธิบายอย่างไม่รีบร้อน
“แล้ว?ทีนี้ พวกเจ้ายังหวังที่จะเหยียบแท่นเสาสวรรค์อีกหรือไม่”
ชายร่างโตกล่าวต่อ
“ขะ-ข้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ศิษย์น้องทั้งสองก็เงียบไป
“ศิษย์พี่ น้ำทิพย์สวรรค์ เอาไว้ทำอะไรงั้นหรอ? ทำไมถึงมีแต่คนอยากได้”
ศิษย์น้องคนหนึ่งกล่าวถาม
“ข้าก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ข้าได้ยินมาจากท่านอาจารย์”
“เขาบอกว่าน้ำทิพย์สวรรค์ สามารถทำให้ระดับพลังลมปราณของคนที่ได้รับเลื่อนขึ้นหนึ่งขั้นทันที โดยไม่สนกฏเกณฑ์ใด”
“ตราบใดที่อายุไม่เกินสามสิบปีและระดับพลังลมปราณไม่เกินชั้นเซียน ก็จะได้รับเลื่อนหนึ่งขั้นย่อย แม้ว่าจะอยู่ระดับปราณนภาขั้นเก้าก็สามารถเลื่อนไประดับปราณนภาขั้นที่สิบทันที”
ชายร่างโตเปิดปากอธิบาย
“นี่ถือว่า เป็นหนึ่งในสมบัติอันล้ำค่าจากธรรมชาติ ซึ่งหกสิบปีจะมีเพียงครั้งหนึ่ง”
ชายร่างโตกล่าวต่อ
“ศิษย์พี่ มีเพียงคนเดียวงั้นหรอที่จะได้รับน้ำทิพย์สวรรค์?”
ศิษย์น้องคนสองกล่าว
“ไม่! แท่นเสาสวรรค์จะมีทั้งหมดห้าเสา ตราบใดที่แท่นเสาทั้งห้าถูกคนขึ้นไปเหยียบจนครบ มันถึงจะเริ่มทำงาน”
ชายร่างโตกล่าว
“เป็นเช่นนี้เอง มีเพียงห้าคนเท่านั้นที่จะได้รับน้ำทิพย์สวรรค์”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ศิษย์น้องทั้งสองก็พยักหน้าเล็กน้อย
“ศิษย์พี่ ดูเหมือนจะสนใจแท่นเสาสวรรค์เป็นพิเศษ?”
ศิษย์น้องคนหนึ่งกล่าว
“สนใจงั้นหรอ? ข้าไม่ได้สนใจแท่นเสาสวรรค์แม้แต่น้อย ที่ข้าสนใจคือต่อสู้ของเหล่าเด็กรุ่นใหม่ต่างหาก ข้าอยากจะรู้ว่าเด็กรุ่นนี้ จะมีอัจฉริยะสักกี่คน”
ชายร่างโตกล่าวพร้อมยกซดแก้วเหล้าต่อ
“แท่นเสาสวรรค์งั้นหรอ? น่าสนใจดีนี่ หึหึหึ”
หลงจินเหอที่กำลังนั่งฟังอย่างบังเอิญอยู่โต๊ะถัดไป เขาจึงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกนอกร้านอาหารไป
หลงจินเหอคิดจะกลับมาตึกโอสถอีกครั้ง
เพื่อเอาเหล้าที่ซื้อมาให้ชายชราสำหรับขอบคุณที่สร้างโอสถให้กับเขา
“นี่มัน! เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!”
เมื่อหลงจินเหอมาถึงหน้าตึกคิ้วคู่ขมวดเข้าหากันทันที เพราะสภาพของตึกตอนนี้ โดนทำลายจนแทบจะย่อยยับ สภาพเละเทะอย่างมาก
ซึ่งดูเหมือนว่าจะเกิดเรื่องขึ้นได้ไม่นานมานี้
“ท่านปู่!”
หลังจากที่เข้ามาภายใน หลงจินเหอจึงตะโกนเรียกหาชายชราด้วยความเป็นกังวลทันที
“เจ้าเด็กน้อย! เจ้าจะโหวกเหวกโวยวายไปทำไม”
ชายชราจึงเดินออกมา ก่อนจะมะเหงกใส่หัวของหลงจินเหอไปหนึ่งที
โอ๊ย!
“ท่านปู่! มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมสภาพด้านหน้าตึกถึงเละเทะแบบนั้น”
หลงจินเหอใช้มือลูบหัว
“เรื่องเล็กน้อย! ไม่มีอะไรหรอก เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจไป”
ชายชรากล่าวพร้อมกับโบกมือไล่หลงจินเหอ
“ไม่สนใจไม่ได้! ดูยังไงมันก็ถูกทำลายอย่างชัดเจน ท่านจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้จริงหรอ?”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
“ท่านปู่อย่าลืมสิ ข้ายังติดหนี้ท่านค่าสร้างโอสถอยู่ บอกข้ามามันเกิดอะไรขึ้น ไม่งั้นข้าจะไม่กลับไป”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“อ่าก็ได้! มันเป็นฝีมือของตึกโอสถตระกูลหนาน ซึ่งตึกโอสถตระกูลหนานเป็นคู่แข่งของตึกโอสถของข้ามาตลอด”
“แต่ช่วงหลังมานี้ ดูเหมือนว่าตึกโอสถของข้าจะดึงดูดลูกค้าของตึกโอสถตระกูลหนานมาค่อนข้างมาก”
“อาจจะเป็นเพราะโอสถที่ตึกของข้าทำมันมีประสิทธิภาพมากกว่า!”
“จึงทำให้ตึกโอสถตระกูลหนานที่มีความแค้นต่อกันอยู่แล้วก็ยิ่งเพิ่มพูนเข้าไปอีก”
“เพราะเมืองใหญ่ มีท่านเจ้าเมืองคอยดูแลอยู่ตลอด ตึกโอสถของตระกูลหนานจึงไม่กล้าที่จะลงมือ”
“แต่ข้าก็คิดไม่ถึงเช่นกัน ว่ามันจะกล้าลงมือทั้งอย่างงั้น”
ชายชราถอยหายใจ ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แก่หลงจินเหอได้ฟัง
เขาไม่ได้หวังจะแก้แค้น สาเหตุเล่าออกไปล้วนต้องการจะทำให้ หลงจินเหอไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวตระกูลหนาน
แต่หารู้ไม่ว่า การทำเช่นนี้ เหมือนกับราดน้ำมันใส่กองเพลิง
ยิ่งเป็นหลงจินเหอที่ติดค้างบุญคุณของชายชรา เขายิ่งไม่อาจยกโทษให้กับการกระทำที่โง่เขลาของตระกูลหนานได้
“มันอาศัยช่วงเวลาที่คนจากตึกโอสถของข้าไม่อยู่ แอบเข้ามาโจมตี ข้าจึงไม่สามารถทำอะไรได้”
ชายชรากล่าวต่อ
“เดี๋ยวก่อน เจ้าเด็กน้อย เจ้ากำลังจะไปไหน?”
ชายชรามีประสาทสัมผัสที่ไหวมาก เพราะเขาคือนักปรุงโอสถ เห็นเพียงร่างกายที่กำลังวูบไหว
เขาจึงรีบคว้าแขนของหลงจินเหอเอาไว้ทันที
“ท่านปู่! ข้าจะไปสั่งสอนพวกมันนะสิ”
หลงจินเหอขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ข้าคงห้ามไม่ได้แล้วสินะ”
ชายชราบ่นพึมพัม แต่ก็หนีไม่พ้นหูของหลงจินเหออยู่ดี
“ท่านปู่ ไม่ต้องมาห้ามข้า ถ้าหากท่านไม่ทำอะไรเลย พวกมันก็จะยิ่งเหิมเกริมเข้าไปใหญ่”
“การที่เรานิ่งเฉยไม่ยอมตอบโต้ อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะทำให้ทุกอย่างจบลงอย่างง่ายดาย”
“แต่บางครั้งเราก็จำเป็นต้องตอนโต้มันคืนกลับไปบ้าง”
หลงจินเหอก็สะบัดแขนเสื้อ จนมือของชายชราหลุดออก ก่อนจะรีบวิ่งออกไปทันที
“บ้าจริง! เด็กสมั้ยนี้ ไม่รู้จะร้อนแรงกันไปถึงไหนกัน ช่างไม่รู้จักความกลัวเอาเสียเลย”
เมื่อเห็นหลงจินเหอที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเพลิงอันร้อนแรงจากแววตา ชายชราก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา
ณ ตึกโอสถของตระกูลหนาน
ภายในห้องโถงใหญ่ของตึกโอสถตระกูลหนาน
“แย่แล้ว! ท่านอาวุโส”
ชายหนุ่มจึงรีบวิ่งเข้ามารายงานด้วยใบหน้าเคร่งเคลียด
“แย่? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นงั้นหรอ”
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่โต๊ะทำงานก็เปิดปาก
“บะ-บริเวณด้านหน้าตึกของเรา กำลังถูกทำลาย!”ชายหนุ่มก็รีบกล่าวทันที
“อะไรนะ! เป็นฝีมือของใครกัน!? จากตระกูลไหนกัน?”
ชายวัยกลางคนจึงรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ไม่-ไม่ใช่ ปะ-เป็นเด็กหนุ่มขอรับ เด็กหนุ่มคนนี้จู่ๆก็มาถามหาตึกโอสถของเรา”
“พอตอบไปว่าคือที่นี่ จะ-จากนั้นเด็กหนุ่มนั้นก็เริ่มอาละวาด จนคนของตระกูลเราตะเพิดหนีกันหมดเลย!”
ชายหนุ่กล่าวด้วยสีหน้ามืดมนอย่างมาก
“เดี๋ยวข้าออกไปดูเอง!”
เมื่อกล่าวจบ ชายวัยกลางคนจึงรีบวิ่งออกไป
ณ ด้านหน้าของตึกโอสถตระกูลหนาน
“พวกเจ้ารีบไปตามผู้อาวุโสมาเร็วเข้า ข้าจะถ่วงเวลาเจ้าเด็กนี่ไว้เอง”
ศิษย์ตระกูลหนานกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“เข้าใจแล้วศิษย์พี่!”
ศิษย์ตระกูลหนานพยักหน้าพร้อมกับวิ่งกลับเข้าไปภายในตึกทันที
“เข้ามาเลย! เจ้าหนู! บังอาจกล้ามาท้าทายตระกูลหนานของเรา”
ศิษย์ตระกูลหนานจึงหยิบกระบี่เล่มยาวออกมาจากฝักในเอว
ย๊ากกก!
ศิษย์ตระกูลหนานก็ใช้พลังลมปราณห่อหุ่มกระบี่เล่มยาวเอาไว้ ก่อนที่มันจะพุ่งเข้ามาแทงหลงจินเหอ
กึก!
หลงจินเหอไม่ได้หลบแม้แต่น้อย เพียงแค่ยกมือขึ้นมา ก่อนจะจับไปที่กระบี่เล่มยาวและหยุดเอาไว้อย่างง่ายดาย
“จะจัดการข้าด้วยระดับปราณแท้จริงอย่างงั้นนะหรอ?”
หลงจินเหอจับล็อคกระบี่ภายในเอาไว้แน่น ก่อนจะใช้เท้ายกขึ้นและเตะเข้าไปข้างลำตัวอย่างจัง
ผ๊วะ!
อั่ก!
ศิษย์ตระกูลหนานที่โดนเตะเข้าไปอย่างจัง เลือดพุ่งพวยออกมาจากปากเป็นสาย ก่อนที่ร่างกายของมันจะบินเข้าไปทับถมกับศิษย์ตระกูลหนานที่นอนหมดสติอยู่ก่อนหน้านี้
________________________________________________________________________________________________________